ครั้งนี้เฉียวซงและเฉียวซีไปในเมืองเพียงสองคนพวกเขาใช้เวลาน้อยกว่าครั้งที่แล้วมากเมื่อมาถึงเมืองทั้งสองคนก็ตรงไปที่จวี้เซียนโหลวโดยไม่รอช้า
ครั้งนี้ผู้ที่ต้อนรับพวกเขายังคงเป็พี่ชายเสี่ยวเอ้อร์คนเดิม เมื่อเสี่ยวเอ้อร์หนุ่มเห็นพวกเขามาใบหน้าของเขาก็เปื้อนยิ้มในทันที ในปากก็เอาแต่เอ่ยวาจามากมาย เช่น‘เถ้าแก่เ้าของร้านตั้งหน้าตั้งตารอมานานมากแล้ว ผักในครั้งที่แล้วขายหมดเร็วมาก’เขาพูดพลางต้อนรับสองพี่น้องเข้าไปข้างใน
ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้มีผู้คนถามข่าวคราวมากมายเถ้าแก่เ้าของร้านกำชับให้ปิดปากเงียบ และไม่มีการลงนามในข้อตกลงใดหากพวกเขาถูกคนตัดหน้าด้วยราคาสูงมันจะเป็การสูญเสียครั้งใหญ่ของจวี้เซียนโหลวของพวกเขา
เมื่อเถ้าแก่เ้าของร้านรู้ว่าพวกเฉียวซงมาแล้วจึงรีบวิ่งออกมาจากห้องทันที ทั้งยังพูดคุยกับพวกเขาอย่างมีความสุข และขอให้เสี่ยวเอ้อร์นำผักกาดกวางตุ้งไปชั่งน้ำหนัก
“ท่านอาเ้าของร้าน ข้ามีของดีอยู่อย่างหนึ่ง ท่านจะรับไว้ไหม”เฉียวซีเบิกตาโตงดงามและกล่าวกับเถ้าแก่เ้าของร้านด้วยรอยยิ้ม
“หืม งั้นหรือ ของดีอะไรหรือ แม่หนูพูดมาให้ข้าฟังเถิด”เมื่อเ้าของร้านได้ยินว่าพวกเขามีอะไรดีๆ เขาก็ขยับคิ้ว และพูดด้วยรอยยิ้ม
เฉียวซีส่ายหน้าและพูดด้วยสีหน้าที่ดูลึกลับ “หากให้พูดข้าคงไม่พูดหรอกข้าให้ท่านอาดูเลยจะดีกว่า หากดูแล้ว เราค่อยมาคุยกันอีกที”
“โอ้ หนูน้อยสร้างสถานการณ์หลอกล่อเก่งจริงเชียวเช่นนั้นก็รีบเอามาให้ข้าดูเถิด” เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนนี้หลักแหลมไม่เบาอยู่ต่อหน้าเถ้าแก่เ้าของร้านอาหารใหญ่อย่างเขานางยังไม่ประหม่าเลยเยี่ยมยอดกว่าพี่ชายของนางมาก
ครั้งที่แล้วแม้พี่ชายของนางจะดูเยือกเย็นแต่ยังคงสามารถมองออกว่าเขาทั้งตื่นเต้นและกังวล ทว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ดูนิ่งเงียบ สงบ ไร้ความกังวล ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
“พี่ใหญ่ รีบเอาออกมาให้อาเ้าของร้านดูสิ”เฉียวซีขยิบตาให้เฉียวซงด้วยสีหน้าทะเล้น
“ท่านอาเ้าของร้านอย่าตำหนิไปเลยนะขอรับ น้องของข้ายังไม้รู้ความ” น้องรองนี่จริงๆเลย พูดเช่นนี้ไม่กลัวทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองใจเลยหรือ
“ไม่เป็ไรๆ”
เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่เ้าของร้านไม่ได้โกรธ เฉียวซงจึงหยิบเห็ดเยื่อไผ่ที่เขาเก็บมาก่อนหน้านี้ออกมามีโต๊ะหินอยู่ข้างๆ พอดี เขาจึงเปิดห่อผ้าใบเล็กออกทีละนิด แล้วปูลงบนโต๊ะหิน
ในตอนแรกเถ้าแก่หยางไม่ได้สนใจเท่าไรนักคิดว่าของดีที่พวกเขามีจะเป็อะไรไปได้นอกจากบรรดาของป่า
แต่เมื่อได้เห็นของบนโต๊ะ ก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้ต่อไปเขาคิดว่าตนตาลายจนมองผิดไป จึงขยี้ตาแรงๆ แล้วมองไปที่โต๊ะหินอีกครั้ง จริงๆ ด้วยเขาไม่ได้ตาลายไปจริง ๆ
นี่เป็ของที่ดีมาก เขาเคยมีโชคได้ลิ้มรสมันมาก่อนครั้งหนึ่งในบรรดาสาขาต่างๆ ของจวี้เซียนโหลว นอกเสียจากร้านใหญ่ในเมืองหลวงซึ่งก็ยากจะหามาขายได้ร้านสาขาอื่นๆ โดยพื้นฐานแล้วไม่มีให้ได้เห็นเลยแม้แต่ร้านจวี้เซียนโหลวในเมืองหลวง ก็มีเ้าสิ่งนี้แค่เพียงบางวันเท่านั้นมันโดนคนเ่าั้ฮุบไปเกลี้ยง
สิ่งนี้มีเพียงราชสำนักเท่านั้นที่สามารถกินได้ แต่ก็มีไว้สำหรับฮ่องเต้และไทเฮาผู้อยู่ข้างกาย ส่วนฮองเฮาสามารถลิ้มลองได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเ้าสิ่งนี้ถือเป็ของหายากทีเดียว
ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะได้เห็นมันในท้องถิ่นทุรกันดารแห่งนี้
เวลานี้สายตาที่เถ้าแก่หยางมองพวกเขาสองพี่น้องค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
เฉียวซีสังเกตท่าทีของเถ้าแก่เ้าของร้านหลังจากที่พี่ชายของนางนำเห็ดเยื่อไผ่ออกมาและเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเขานางก็ยืนยันความคิดของตัวเองว่าเขาเคยเห็นมันมาก่อนหรือไม่เขาก็อาจจะเคยได้ลองชิมมันมาก่อน
“อาเ้าของร้าน พวกท่านไม่รับเห็ดเยื่อไผ่หรือ” เก็บสายตาที่แอบพินิจพิเคราะห์และเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“หนูน้อย เ้ารู้หรือว่านี่คืออะไร” เถ้าแก่หยางประหลาดใจมากเขาเพิ่งจะรู้ว่าเห็ดเยื่อไผ่มีชื่อเรียกเช่นนี้เมื่อนานมานี้เองคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กน้อยคนนี้จะพูดโพล่งออกมา
“รู้สิ”
“เ้าหนู เ้าอายุเท่าไรกัน” เห็ดเยื่อไผ่เหล่านี้หากนำมาทำซุป รสชาตินั้นเพียงแค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว รสชาตินั้นพูดได้เพียงคำเดียวว่า อร่อย
“ตอนนี้เอาเท่านี้ก่อน ข้าก็เพิ่งได้มาไม่นานเช่นกัน”
“ตกลงๆ หากมีเยอะแล้ว ข้ารับชั่งละ 50 อีแปะ”
ของแห้งราคา 50 อีแปะถึงจะฟังดูแพง แต่แท้จริงแล้วไม่ได้แพงเลยสักนิดหากพวกเขาขายออกไปไม่รู้ว่าจะได้กำไรกลับมากี่เท่าต่อกี่เท่า
แต่ว่าที่บ้านนอกคอกนา ราคาเช่นนี้ก็ถือเป็ราคาที่สูงมากแล้วเฉียวซีไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด ดังนั้นจึงตอบรับไปอย่างง่ายๆ ทั้งยังมอบเห็ดเยื่อไผ่แห้งจำนวนสิบกว่าชิ้นบนโต๊ะให้กับเ้าของร้านอย่างจริงใจ
“ขอบคุณมากท่านอาเ้าของร้านมากนะเ้าคะเห็ดเยื่อไผ่เหล่านี้มอบให้ท่านอาเ้าของร้านเลยเ้าค่ะ”
“แม่หนูฉลาดมาก เช่นนั้นอาก็จะไม่เกรงใจแล้วนะหลังจากนี้มีผักหรือมีของป่าอะไรก็เอามาที่ร้านข้าได้เลย เื่ราคาจะต้องยุติธรรมแน่นอน”เถ้าแก่หยางรีบรับเห็ดเยื่อไผ่แห้งไป หากใช้ตุ๋นน้ำซุป เขาสามารถดื่มได้หลายๆ หนทีเดียวเพียงนึกถึงก็รู้สึกดีแล้ว เช่นนี้เรียกว่ามีความสุขสินะ
“เช่นนั้นก็ขอขอบคุณท่านอามากขอรับ” มอบเห็ดเยื่อไผ่เพียงเล็กน้อยก็สามารถแลกเงินมาได้คุ้มราคาซื้อขายเลยทีเดียว
“พ่อหนุ่มนี่คือเงินค่าผักครั้งนี้” เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มยื่นแผ่นเงิน 2 ตำลึง1 ก้อน และเหรียญทองแดง 10 เหรียญให้กับเฉียวซง
เฉียวซงกล่าวขอบคุณเสี่ยวเอ้อร์หนุ่มก่อนรับเงินในมือของเขามา
ขายผักกาดกวางตุ้งเสร็จเรียบร้อย พี่น้องก็บอกลาเถ้าแก่หยางและให้สัญญาว่าหากมีผักสดจะส่งให้เขาโดยเร็วที่สุด
“น้องรอง เ้าพวกนี้เอาให้เ้าเก็บไว้เช่นเคยนะ ”เพิ่งจะเดินออกจากจวี้เซียนโหลวเฉียวซงก็มอบเงินที่ยังไม่ทันได้รับความร้อนจากฝ่ามือของเขาให้กับน้องสาว
เช่นนั้นเฉียวซีก็ไม่เกรงใจพี่ชายแล้ว นางรีบรับมันมาอย่างรวดเร็วและแสร้งทำเป็ว่าเก็บเงินไว้กับตัว แต่นางใส่มันไว้ในแหวนเก็บของโดยเหลือเงินไว้ในมือเพียง 10 อีแปะ นางสัญญากับน้องสามไว้ว่าจะซื้อซาลาเปากลับไปให้เขา
ซื้อซาลาเปาฝากน้องชายเรียบร้อยแล้ว สองพี่น้องไม่รีรอแม้แต่นาทีเดียว พวกเขาออกเดินทางกลับบ้านทันที
ระหว่างทางสองพี่น้องต่างพากันคึกคักฮึกเหิมมีความหวังว่าชีวิตของพวกเขาจะค่อยๆ ดีขึ้น
“พี่ใหญ่ ข้าอยากขึ้นเขา”เฉียวซีมองพี่ชายคนโตด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
ในูเามีของดีๆ มากมาย หากอาศัยเพียงสิ่งเหล่านี้จะไม่เพียงพอแน่พวกเขาต้องหาสิ่งอื่นเพิ่มเติมสักหน่อย
แท้จริงแล้วความตั้งใจเริ่มต้นของนางคือขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาแลกเงินเงินเช่นนี้ได้ค่อนข้างเร็ว แต่นางรู้ดีว่าพี่ชายของนางจะไม่เห็นด้วย
แต่ว่ามีเื่เห็ดเยื่อไผ่ให้พูดถึงแผนการจะขึ้นเขาจึงเป็เื่ที่สามารถเอ่ยถึงได้เพียงไม่รู้ว่าพี่ชายจะเห็นด้วยหรือไม่
“ไม่ได้หรอก บนูเาอันตรายมาก ไปไม่ได้เด็ดขาด” จนกระทั่งวันนี้เขายังรู้สึกพะวงกับการขึ้นเขาอยู่ การที่พ่อของเขาเกิดเื่ก็เพราะขึ้นเขาเขาจึงไม่อาจปล่อยให้น้องสาวไปเสี่ยงอันตรายได้
วันที่พ่อขึ้นเขาไปนั้น ดูไม่ออกแม้แต่น้อยว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงแต่มันก็เกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ทำให้พวกเขารับมือไม่ทันทำให้ทั้งครอบครัวต้องแหลกสลาย จนเหลือแค่เพียงพวกเขาสามพี่น้อง
ดังนั้น ไม่ว่าน้องรองจะเอ่ยเช่นไร เขาจะไม่มีทางเห็นด้วยเป็อันขาด
“งั้นก็เอาเถอะ” นางรู้แต่แรกแล้ว เพียงเอ่ยถึงเื่ขึ้นเขาสีหน้าของพี่ใหญ่ก็เปลี่ยนไปทันที ไว้หลังจากนี้นางแอบขึ้นเขาไปเองก็แล้วกัน
“หากข้าไม่อนุญาตให้ขึ้นเขา เ้าก็ห้ามขึ้นเขาเด็ดขาด ได้ยินแล้วใช่ไหม”กลัวว่าน้องสาวจะแอบขึ้นเขาลับหลังตน
“รู้แล้ว” ช่างเถอะ ค่อยๆ พิจารณาให้ดีจะดีกว่า
มองหลังของน้องสาว เฉียวซงก็รู้สึกไม่สบายใจ เขาก็รู้ว่ามีของดีๆ มากมายบนูเาแต่ชีวิตของพวกเขาสำคัญมาก เขาจึงทำได้เพียงปฏิเสธคำขอของน้องอย่างโหดร้าย
“น้องรอง เ้าโกรธหรือ”
“ไม่ ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่ทำไปเพื่อข้า” นางเข้าใจจริงๆ เช่นนั้นนางจะโกรธพี่ชายใหญ่ได้อย่างไร
“พี่จะพยายามนะ”
“อืม เราหาวิธีอื่นก็ได้” การหาเงินไม่ได้มีเวลาแค่เพียงวันเดียวลองคิดพิจารณาดูดีๆ ย่อมมีหนทางเสมอ
“ถูกต้อง”