ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 21 เป้าหมาย-แมงกะพรุนประภาคาร

          

            หลังจากฝึกฝนเพียงไม่กี่วันเย่เทียนก็รู้สึกกลุ้มใจขึ้นมาเล็กน้อย

            ไม่ใช่เพราะว่าการฝึกฝนของเขาคืบหน้าช้าแต่เป็นเพราะการฝึกฝนของนักรบนั้นส่งผลกระทบกับรอบข้างมากเกินไปแม้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวเพียงเก้ากระบวนท่าแต่นักรบก็ทำให้มวลอากาศโดยรอบสั่นไหวได้ทุกกระบวนท่า ห้องในบ้านเขานั้นเล็กเกินไปหากไม่ระวังก็อาจทำลายสิ่งของในบ้านโดยได้ไม่ตั้งใจ

            “คงจะถึงเวลาย้ายบ้านแล้วบ้านหลังนี้อยู่ริมขอบของฐานมากเกินไป หากมีสัตว์อสูรบุกเข้ามาในฐานที่นี่ก็จะถูกโจมตีก่อน ซึ่งมันค่อนข้างอันตราย ลำพังตัวเราเองคงไม่เป็นไรแต่น้องสาวเรายังไม่ได้เริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตนเธอไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ อีกอย่างในอนาคตเรายังต้องออกจากฐานบ่อยๆเกรงว่าจะไม่อาจปกป้องน้องสาวได้ตลอดเวลาดูแล้วคงต้องย้ายเข้าในเขตวิลลาส่วนกลางของฐานทัพ!” เย่เทียนตัดสินใจ

            พื้นที่วิลลาขนาดเล็กที่อยู่ตรงส่วนกลางของฐานนั้นปลอดภัยมากเว้นแต่ว่าถ้าฐานทัพถูกทำลาย มันไม่มีทางที่สัตว์อสูรจะสามารถเข้ามาโจมตีได้ง่ายๆแต่มันก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงมากเช่นกัน วิลลาขนาดเล็กที่สุดยังมีราคาถึง 10 ล้านหยวนซึ่งครอบครัวธรรมดาไม่มีทางจ่ายไหว

            เย่เทียนมีเงินมากกว่า 2 ล้านหยวนบวกกับสถานะนักรบของเขา เขาสามารถกู้เงินจากธนาคารของฐานหลินไห่ได้มันเพียงพอที่จะซื้อบ้านหลังเล็กๆ ได้หลังหนึ่ง

            มื้อเที่ยง

            เย่เทียนเอ่ยขอความเห็นจากเย่หยู“เสี่ยวหยู พี่ต้องการจะย้ายไปอยู่ในเขตวิลลาขนาดเล็กบริเวณส่วนกลางของฐานทัพพี่คิดว่ามันดูไม่เลวเลย!”

            เย่หยูเบิกตากว้างและเดินไปแตะหน้าผากของเย่เทียน“พี่ไม่ได้ป่วยใช่ไหม? วิลลาที่ตั้งอยู่ส่วนกลางราคาอย่างน้อยก็ 10 ล้านจำนวนเงินขนาดนั้นเราไม่มีทางจ่ายไหวหรอก!”

            “สาวน้อยคิดว่าตอนนี้พี่ของน้องเป็นใครกัน!” เย่เทียนดีดหน้าผากของเย่หยูเบาๆและยิ้มพร้อมพูดว่า “ตอนนี้พี่ชายรวยแล้ว!”

            พร้อมกันนั้นเย่เทียนก็วางบัตรทองสองใบไว้บนโต๊ะ

            “นี่คือเงิน 2 ล้านบวกกับตอนนี้พี่เป็นนักรบแล้ว การกู้เงินไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป!”

            เย่เทียนเชิดหน้าขึ้นกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

            “อา...พี่ชายตอนนี้พี่เป็นนักรบแล้ว???”

            เย่หยูตกใจมากเธอยกมือปิดปากและกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

            เธอจำได้ว่าพี่ชายของเธอเพิ่งฝึกฝนได้แค่ครึ่งปีเท่านั้นแต่เขากลับเลื่อนขั้นเป็นนักรบแล้ว นี่มันเร็วเกินไป!

            “อืมพี่เพิ่งทะลวงผ่านขั้นน่ะ แต่น้องห้ามนำเรื่องนี้ไปพูดกับใครนะพี่มีพรสวรรค์เช่นนี้ มันอาจทำให้คนอื่นอิจฉาครอบครัวของเรา” เย่เทียนรีบพูด

            “อื้มน้องสัญญาว่าจะไม่พูด!” เย่หยูส่ายหัวเล็กๆ ของเธอขณะที่ดวงตายังคงเปล่งประกายด้วยความสุขเธอรู้สึกภูมิใจมากที่มีพี่ชายเป็นอัจฉริยะ

            ผ่านไปไม่กี่วันเย่เทียนยุ่งอยู่กับการจัดการเรื่องการเรื่องซื้อบ้าน

            ในยุคสมัยนี้ไม่มีขั้นตอนยุ่งยากอย่างการขอใบอนุญาตอสังหาริมทรัพย์เพียงแค่เซ็นสัญญาเท่านั้นก็จบเรื่อง ส่วนวิลลาหลังเล็กนี้ก็ดูไม่เลวเลยการตกแต่งค่อนข้างเรียบง่าย คล้ายกับบ้านเรือนหลังเล็กๆ ในสมัยโบราณเพียงแต่มันไม่ใช่วิลลาที่ทันสมัยอย่างที่เย่เทียนคิด

            บางทีฐานทัพขนาดใหญ่เหล่านั้นอาจจะสามารถสร้างวิลลาที่ทันสมัยได้แต่ในฐานหลินไห่กลับไม่มีความสามารถทำเช่นนั้นได้ เหตุผลหลักๆคงเพราะราคามันสูงเกินไป

            สิ่งเดียวที่ทำให้เย่เทียนรู้สึกปลื้มใจก็คือบ้านหลังนี้มีขนาด 50 ตารางเมตร 5 ห้อง 2 ห้องนั่งเล่น 2 ห้องน้ำและยังมีลานที่กว้างถึง 400 ตารางเมตร

            นี่เป็นวิลลาขนาดเล็กในฐานหลินไห่เนื่องจากฐานหลินไห่ไม่ได้ขาดแคลนพื้นที่ ครั้นเมื่อสร้างฐานทัพก็สร้างฐานขนาดใหญ่แต่เพราะมีผู้คนในฐานเพียงไม่กี่แสนคนด้วยคนจำนวนน้อยจึงส่งผลให้มีพื้นที่เหลือเฟือ

            หลังจากซื้อวิลลาแล้วเย่เทียนก็เริ่มย้ายบ้าน

            ของในบ้านเก่านั้นมีไม่มากนักใช้เวลาเพียงครึ่งวันเขาและน้องสาวก็ได้เข้าอยู่ที่วิลลาบริเวณส่วนกลางของฐานทัพอย่างเป็นทางการ

            อย่างไรก็ตามวิลลาหลังนี้ยังไม่กลายเป็นของเย่เทียนจริงๆ

            เมื่อเย่เทียนตายไปหรือไม่สามารถผ่อนส่งได้วิลลาหลังนี้จะถูกริบคืน

            ดังนั้นเย่เทียนจึงต้องการส่งเงินกู้ก้อนนี้คืนโดยเร็วที่สุด

            แต่การกู้ยืมเงินมา 8 ล้านหยวนไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆแม้แต่นักรบที่ต้องการหาเงินจำนวนนี้ก็ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานหากเป็นนักรบทั่วไปคงต้องใช้เวลาสิบปีหรือหลายสิบปีในการชําระคืน

            แต่เย่เทียนรู้สึกว่าเขาไม่มีเวลามากขนาดนั้นหากคำนวณจากความเร็วในการล่าสัตว์อสูรของเขาเขาคงใช้เวลาไม่นานนักในการชำระหนี้ก้อนนี้

            ครึ่งเดือนต่อมาเย่เทียนก็ออกไปล่าสัตว์อสูรที่หุบเขาเขียวขจีทุกวันเขาเลือกแต่พวกสัตว์อสูรขนาดเล็ก หลังจากสังหารมันเขาก็นำมันกลับฐานทันที

            เย่เทียนฆ่ามันวันละตัวซึ่งมันมีมูลค่าเฉลี่ย 200,000 หยวนในเวลาเพียงครึ่งเดือน เขาก็สามารถทำเงินได้มากกว่า 3 ล้านหยวน

            การล่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้เป็นสิ่งที่นักรบคนอื่นไม่กล้าทำไม่ใช่ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขามีไม่มากพอ แต่มันอันตรายเกินไป

            ใครจะกล้ารับประกันได้ว่าพวกเขาจะกลับมาอย่างปลอดภัยในทุกครั้ง? นักรบส่วนใหญ่ยังมีความสามารถในการต่อสู้ไม่มากนักเพราะหากพบเข้ากับสัตว์อสูรที่ทรงพลัง พวกเขาก็ไม่มีเวลาพอที่จะหลบหนี

            แต่ความเร็วของเย่เทียนนั้นรวดเร็วมากเขาสามารถใช้พรสวรรค์เงาทมิฬเพิ่มความเร็วได้พอๆ กับนักรบขั้นปลายนั่นจึงทำให้เย่เทียนกล้าที่จะล่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง

            หลังจากล่าสัตว์อสูรบ้าคลั่งเย่เทียนก็เตรียมจะเก็บตัวฝึกฝนสักระยะหนึ่งเขาพยายามทุ่มเวลาทั้งหมดเพื่อฝึกฝนยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเอง

            พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกครึ่งเดือน

            ด้วยเลือดสัตว์อสูรที่เพียงพอบวกกับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงความแข็งแกร่งของเย่เทียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งถึง 2,000 จินผิวหนังของเขาได้รับการขัดเกลาอย่างต่อเนื่องซึ่งเพียงพอที่จะป้องกันอาวุธเหล็กกล้าทั่วไปได้แล้ว

            เปรียบเทียบกับชีวิตที่แล้วมันเพียงพอที่จะป้องกันกระสุนได้!

            น่าเสียดายที่ไม่มีกระสุนในยุคนี้!

            วันนี้เย่เทียนกลับไปยังตลาดมืดอีกครั้งเขาไม่ได้มาขายวัตถุดิบของสัตว์อสูร แต่มาซื้อของบางอย่าง

            หอยุทธ์

            “ผมต้องการซื้อแผนที่ของทะเลสาบมรณะ!”

            เย่เทียนกล่าว

            ทะเลสาบมรณะตั้งอยู่ห่างจากฐานหลินไห่ไปสิบกิโลเมตรที่นั่นมีสัตว์อสูรอยู่มากมาย

            เหตุผลที่ทะเลสาบแห่งนี้ถูกเรียกว่าทะเลสาบมรณะก็เพราะภายในทะเลสาบมีสัตว์อสูรน้ำที่น่ากลัวจำนวนมากแม้แต่นักรบชั้นยอดก็ยังยากที่จะรับมือ มันจึงได้ชื่อว่าทะเลสาบมรณะ

            เหตุผลที่เย่เทียนอยากไปทะเลสาบมรณะก็เพราะเขาสนใจสัตว์อสูรน้ำชนิดหนึ่ง— แมงกะพรุนประภาคาร!

            ก่อนยุคแห่งพรสวรรค์แมงกะพรุนประภาคารเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในมหาสมุทร แต่เมื่อยุคแห่งพรสวรรค์มาถึงแมงกะพรุนประภาคารก็เปลี่ยนไป มันไม่อาศัยอยู่แค่ในมหาสมุทรอีกต่อไปและมันไม่ถูกจํากัดโดยสภาพแวดล้อมความสามารถในการเอาตัวรอดของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยปกติแล้วสิ่งมีชีวิตชนิดนี้พบได้ยากในทะเลสาบแต่ในทะเลสาบมรณะกลับมีพวกมันอยู่ไม่น้อย

            อาจกล่าวได้ว่าแมงกะพรุนประภาคารเป็นสิ่งมีชีวิตบนโลกไม่ได้เป็นสัตว์อสูรที่ออกมาจากรอยแยกของมิติแต่แมงกะพรุนประภาคารวิวัฒนาการจนแข็งแกร่งเช่นกัน พวกมันมีขนาดใหญ่ขึ้นหลายเท่าลำตัวของพวกมันมีขนาดเท่าฝ่ามือของใครบางคน ถึงแม้มันจะดูอ่อนแอแต่สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ก็ยากที่จะสังหารแม้แต่นักรบก็ยากที่จะกําจัดแมงกะพรุนประภาคารว่ากันว่าหนวดของมันสามารถเจาะทะลุร่างกายของนักรบได้

            เว้นเสียแต่ว่าจะเจอตัวมันก่อนไม่อย่างนั้นพวกเขาคงตายโดยไม่รู้ตัวอย่างไม่ต้องสงสัย

            เมื่อเย่เทียนเห็นข้อมูลของแมงกะพรุนประภาคารเย่เทียนก็สนใจความสามารถของมันมากเขาคาดว่าแมงกะพรุนประภาคารจะต้องมีพรสวรรค์ในการรักษาและฟื้นฟูอย่างแน่นอนถ้าเขาคัดลอกพรสวรรค์ของมันมาได้ ชีวิตของเขาจะปลอดภัยขึ้นอีกหลายระดับ

            แม้ว่าการไปทะเลสาบมรณะจะค่อนข้างเสี่ยงแต่การได้มาซึ่งการผจญภัยล้ำเลิศเช่นนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า!