บทที่ 8 เขาเป็พี่ชายฉัน
เพียะ!
เสียงกระทบอันแหลมแสบแก้วหูดังก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงที่เงียบสงัด เฉินเชี่ยนยกมือข้างหนึ่งกุมแก้ม เมื่อมองเข้าไปในดวงตาเ็าของเย่จื่อเมิ่ง เธอพบว่าตัวเองไม่กล้าที่จะเอ่ยปากพูดอีกต่อไป
"อาเชา อาเชา ผู้หญิงคนนี้ตีฉัน" เฉินเชี่ยนรีบดึงแขนหลูเชาที่อยู่ข้าง ๆ
แต่กลับพบว่าหลูเชายืนยิ้มเหมือนคนโง่มองหน้าเย่จื่อเมิ่ง
เพราะตลอดหลายปีที่หลูเชาอยู่ในเมืองไห่ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์ขนาดนี้มาก่อนเลย
"ผู้หญิงป่าเถื่อนคนนี้วิ่งออกมาจากที่ไหน? จับตัวเธอมาให้ฉัน" หลูเชารู้สึกตัวและะโด้วยความโกรธ
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ข้าง ๆ รีบวิ่งมาทางนี้ เหวินปิ่งฮุยใจนมุมปากกระตุก โบกมือะโว่า "หยุด! ห้ามขยับ! ห้ามทำร้ายประธานเย่!"
เหวินปิ่งฮุยรีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่บันไดข้าง ๆ ด้วยความหวาดกลัว ก้าวพลาดจนล้มหน้าคะมำต่อหน้าฝูงชน
แต่เหวินปิ่งฮุยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รีบลุกขึ้นมาและเดินตัวสั่นไปยืนข้าง ๆ เย่จื่อเมิ่ง
เหงื่อเย็น ๆ ไหลผ่านหน้าผากของเขา ก่อนที่จะก้มตัวลงถามด้วยความหวาดกลัว "ประ...ประธานเย่ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
เย่จื่อเมิ่งหัวเราะเยาะ พลางมองไปทางชายชราที่อยู่ข้าง ๆ "อาจารย์เหวิน ผู้มีชื่อเสียงแห่งจงโจว กลับมาที่เมืองไห่เพื่อจัดงานแต่งงานให้คู่สุนัขชายหญิงงั้นเหรอ"
!!!
เหวินปิ่งฮุยเหลือบมองไปที่ซูช่านที่ยังคงยืนงงอยู่บนเวที เขารู้สึกแปลกใจว่าทำไมคำพูดของประธานเย่กับซูช่านคนไร้ค่านั่นถึงได้เหมือนกันราวกับพูดออกมาจากปากเดียวกัน
เหงื่อเม็ดโตเริ่มไหลลงมาตามแก้ม เหวินปิ่งฮุยก้มหน้าขมวดคิ้วพูดว่า "รบกวนประธานเย่ช่วยชี้แนะด้วย"
ในตอนนี้ โจวซื่อฉยงที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ คนที่ทำให้อาจารย์เหวินต้องแสดงความเคารพและเรียกว่าประธานเย่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ มีเพียงคนคนเดียวเท่านั้น เย่จื่อเมิ่งทายาทสาวคนโตตระกูลเย่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่มณฑลจงโจวได้ไม่นาน
ทายาทสาวตระกูลเย่มาที่นี่เพื่อคุณซู
"ฉันไม่มีอะไรจะสั่งหรอก โครงการหมู่บ้านใหม่ในเมืองไห่อาจจะต้องนำมาพิจารณากันใหม่ แต่ที่แน่ ๆ คือจะไม่ตกเป็ของตระกูลเหวินของคุณแน่นอน"
“ซูช่าน ตามฉันมา” เย่จื่อเมิ่งมองขึ้นไปบนเวทีหนึ่งครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปด้านนอก
ตุบ!
เหวินปิ่งฮุยได้ยินประโยคนั้นแล้วแทบจะทรุดคุกเข่าลงกับพื้นทันที
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าสิทธิ์ในการพัฒนาหมู่บ้านใหม่ในเมืองไห่นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนตรงหน้า แต่ตอนนี้ตระกูลหวินไม่มีทางได้มาแล้ว!
ทำไมกัน? เพราะนักโทษซูช่านน่ะหรือ?
ซูช่านยักไหล่ จำต้องหันหลังเดินลงมา จากนั้นก็เดินออกไปพร้อมกับเย่จื่อเมิ่ง
ส่วนโจวซื่อฉยง ตอนนี้เขามั่นใจในตัวตนของเย่จื่อเมิ่งแล้ว จิตใจพลันฮึกเหิม รีบเดินตามหลังทั้งสองคนไปทันที
เย่จื่อเมิ่งคิดว่าตัวเองมาได้จังหวะพอดี ไม่อย่างนั้นซูช่านคงต้องคุกเข่าให้เหวินปิ่งฮุยแล้ว แต่เธอไม่รู้ว่าเหวินปิ่งฮุยรอดพ้นเคราะห์ไปได้เพราะเธอ
"อา อาจารย์ครับ ผู้ ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครครับ? เธอมีสิทธิ์อะไร..."
เพียะ!
หลูเต๋อจี้พูดยังไม่ทันจบ เหวินปิ่งฮุยที่กำลังสั่นเทาไปทั้งร่างก็ตบเข้าที่ใบหน้าของเขาทันที
"อย่าเรียกฉันว่าอาจารย์ ฉันไม่มีลูกศิษย์โง่เง่าแบบแก ซูช่านไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ไอ้โง่เอ๊ย!" เหวินปิ่งฮุยหันหน้าไป มองหลูเชาและเฉินเชี่ยนที่กำลังหวาดกลัวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว "ไอ้เวรอย่างพวกแกสองคน ชาตินี้อย่าได้มาเจอกันอีก"
เหวินปิ่งฮุยะโจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทันที เขาต้องรีบคิดหาวิธีรับมือกับเื่ที่จะเกิดขึ้นต่อไป
หลังจากที่เหวินปิ่งฮุยพาลูกน้องรีบร้อนจากไป แขกในห้องจัดเลี้ยงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วต่างทยอยลุกขึ้น แล้วเดินออกไปข้างนอกเป็กลุ่มเล็ก ๆ
เห็นได้ชัดแล้วว่าตระกูลโจวและตระกูลหลูในเมืองเอกของมณฑลนั้นไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกัน และตอนนี้อาจารย์เหวินก็เดินจากไปด้วยความไม่พอใจ
ตระกูลหลูกลายเป็เป้าหมายของการโจมตีจากทุกฝ่าย ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เพราะผลที่ตามมาก็คือการได้เป็ศัตรูกับสองตระกูลใหญ่ในเมืองเอกของมณฑล
"พ่อคะ พ่อ..." เฉินเชี่ยนพูดด้วยร่างกายที่สั่นเทา มองหลูเต๋อจี้อย่างระมัดระวัง
"อย่าเรียกฉันว่าพ่อ งานแต่งงานนี้คงจัดไม่ได้แล้ว" หลูเต๋อจี้รู้สึกแสบร้อนที่ใบหน้า ขมวดคิ้วถอนหายใจยาว เขามองแขกที่เหลืออยู่สองโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินโซเซกลับเข้าไปด้านใน
หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว หลูเต๋อจี้ก็หันไปมองเฉินเสียนฉี่ด้วยสายตาเยียบเย็นราวกับน้ำแข็ง พลางตวาดว่า "พวกตระกูลเฉินรีบไสหัวออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้!"
จากนั้นยกเว้นเฉินเชี่ยน คนอื่น ๆ รวมถึงเฉินเสียนฉี่ก็ถูกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่ออกมาจากที่นั่น
ที่หน้าโรงแรม โจวซื่อฉยงยื่นนามบัตรให้เย่จื่อเมิ่งอย่างนอบน้อม พลางกล่าวว่า "ประธานเย่ ผมโจวซื่อฉยง ประธานกลุ่มบริษัทหลานไห่"
"บริษัทหลานไห่? แข่งประมูลกับตระกูลเหวินด้วยเหรอ" เย่จื่อเมิ่งมองโจวซื่อฉยงด้วยความประหลาดใจ แล้วถามต่อว่า "คุณกับซูช่านมีความสัมพันธ์อะไรกัน?"
"เขาเป็ลูกพี่ลูกน้องของผม" ซูช่านรีบตอบ
"พี่ชายฝ่ายแม่เหรอ?"
โจวซื่อฉยงกระตุกมุมปาก โบกมือพลางกล่าวว่า "ไม่ครับ ๆ ซูช่านคือพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของผม...ผม...ตระกูลผมลำดับรุ่นต่ำกว่าเขา"
"ขึ้นรถเถอะค่ะ ถ้ามีธุระอะไรให้โทรหาเลขาของฉัน" เย่จื่อเมิ่งมองซูช่านด้วยสายตาประหลาด ก่อนจะหมุนตัวขึ้นรถไป
เมื่อรถขับจากไปแล้ว โจวซื่อฉยงก็ถอนหายใจยาว ไม่คิดว่าหลงจู่จะรู้จักกับประธานเย่
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์พลันสั่นไหว โจวซื่อฉยงมองเบอร์แล้วสีหน้าเปลี่ยนไป รีบหมุนตัวกลับเข้าไปในรถของตัวเองอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่รับสาย เสียงเ็าของผู้หญิงก็ดังมาจากปลายสาย [ซื่อฉยง คุณเคยติดต่อกับซูช่านกี่ครั้งแล้ว เขาเป็คนยังไง?]
โจวซื่อฉยงหยุดชั่วครู่แล้วพูดว่า "ลึกลับเหนือคาดเดา"
[หึ ลึกลับเหนือคาดเดาเหรอ? ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมตาแก่ถึงยกตำแหน่งหลงจู่ให้กับเด็กหนุ่มที่ยังไม่รู้จักโลก ในเมื่อคุณพูดแบบนี้ ฉันก็อยากจะพบเขาดูสักหน่อยแล้ว] หญิงสาวที่อยู่ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน
โจวซื่อฉยงพูดเสียงทุ้มว่า "พี่สาว ไม่สิ าาเจิ้นซี อย่าได้ดูถูกคนคนนี้เลย ลางสังหรณ์ของผมแม่นยำมาตลอด!"
[พอเถอะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะกลับมาแล้ว แม่นหรือไม่แม่น ดูก็รู้] พูดจบเธอก็วางสายทันที
ภายในรถ เย่จื่อเมิ่งที่กำลังขับรถอยู่พูดขึ้นมาด้วยความห่วงใยว่า "การคุกเข่าของผู้ชายเป็เื่สำคัญ วันนี้คุณคุกเข่าลงไป ถ้าวันหน้าเสี่ยวเสี่ยวรู้เข้า เธอจะคิดยังไงคะ?"
"อืม พูดมีเหตุผลนะ" ซูช่านยิ้มพลางพยักหน้ารับ
"โจวซื่อฉยงเป็น้องชายของคุณ แล้วคุณอยากให้บริษัทของเขาเป็ผู้พัฒนาหมู่บ้านใหม่ในเมืองไห่เหรอคะ?" เย่จื่อเมิ่งถามต่อ
ซูช่านจุดบุหรี่พลางยิ้มพูดว่า "นั่นเป็เื่ของคุณ ผมไม่ก้าวก่าย"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เย่จื่อเมิ่งถึงได้ตอบรับอย่างพึงพอใจ
เย่จื่อเมิ่งได้รับรู้จากปากของลุงจ้าวว่า เฉินเชี่ยนแต่งงานกับหลูเชากันในวันนี้ ซูช่านคงจะทนไม่ไหวจึงมาก่อกวนงานแน่ ๆ
เพราะเธอเคยดูข้อมูลของซูช่านมาก่อน จึงรู้ว่าเฉินเชี่ยนหักหลังเขามานานแล้ว แต่เย่จื่อเมิ่งก็ยังรู้สึกว่าซูช่านใจร้อนเกินไป เขาเพิ่งออกมาได้ไม่นาน รู้แค่เื่การแพทย์นิดหน่อย จะไปสู้กับตระกูลหลูได้หรือ?
"จอดรถตรงข้างหน้าหน่อยครับ ผมมีธุระต้องไปจัดการ" จู่ ๆ ซูช่านพูดขึ้นมา
เย่จื่อเมิ่งมองซูช่านผ่านกระจกมองหลัง แล้วขมวดคิ้วเหยียบเบรก
หลังลงจากรถ ซูช่านเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต เมื่อเดินออกมามีกล่องผลไม้อยู่ในมือ
ถือโอกาสที่มีเวลาว่าง เขาอยากไปเยี่ยมบ้านคุณลุงสักหน่อย
รถยนต์จอดอยู่หน้าประตูหมู่บ้านจัดสรร ซูช่านถือของมาที่หน้าบ้านของลุง
หลังจากเคาะประตูแล้วไม่มีใครตอบรับ เขาลองยื่นมือไปผลักก็พบว่าประตูเปิดอยู่
"ลุง!" ซูช่านะโเรียกหนึ่งครั้งแล้วผลักประตูเข้าไป
ทันทีที่เข้าไปก็เห็นรถเข็นล้มตะแคงอยู่กลางห้องนั่งเล่นเก่า ๆ และที่หน้าโซฟามีคนแก่คนหนึ่งนอนคว่ำอยู่บนพื้น กำลังพยายามเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะกลาง
"คุณลุง" ซูช่านสีหน้าเปลี่ยนไปทันที รีบก้าวเข้าไปประคองซูเหวินซานที่ล้มอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น
ซูเหวินซานสวมเสื้อผ้าเก่าสีน้ำตาล พอหันมาเห็นว่าเป็ซูช่านก็รีบยกมือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของหลานชายไว้ ดวงตาแดงก่ำด้วยความตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก
"เสี่ยวช่าน หลานมาแล้ว กลับมาแล้ว ดีจัง" ซูเหวินซานเอนกายครึ่งหนึ่งบนโซฟา พลางเช็ดน้ำตาและพูดออกมา
ซูช่านขมวดคิ้วแน่น มองไปรอบ ๆ ภายในบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นละออง โซฟาเก่า ๆ โต๊ะและเก้าอี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลยั้แ่เมื่อหลายปีก่อน เมื่อเดินเข้าไปในครัว เขาก็เห็นแมลงสาบกำลังไต่อยู่บนจานชามที่ยังไม่ได้ล้าง
เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้น ซูช่านจึงเดินเข้าไปหาคุณลุงและถามด้วยความกังวล "ลุงครับ เหวินฮุ่ยไปไหนครับ หลังจากเรียนจบ เธอก็ได้งานทำแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมบ้านถึงยังอยู่ในสภาพแบบนี้?"
เหวินฮุ่ยเป็ลูกสาวของคุณลุงและเป็น้องสาวบุญธรรมของซูช่าน ก่อนที่ซูช่านจะต้องเข้าคุก เขาจำได้ว่าน้องสาวบุญธรรมใกล้จะเรียนจบแล้ว และยังได้ยินมาว่าได้งานที่ดีด้วย
เมื่อได้ยินชื่อของลูกสาว ซูเหวินซานก็น้ำตาไหลพราก โบกมือพลางพูดว่า "ไม่ต้องพูดถึงเธอ ไม่พูดถึงเธอแล้ว ถือว่าลุงไม่เคยมีลูกสาวคนนี้ นั่งก่อน ลุงจะไปชงชาให้"
"ลุงครับ นั่งลงก่อน ผมจะรักษาขาให้ลุงก่อน แล้วค่อยเรียกเหวินฮุ่ยกลับมา ผมอยากคุยกับเธอ" ซูช่านรีบห้ามซูเหวินซานไว้ พร้อมกับล้วงม้วนหนังแกะสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋า
เมื่อคลี่ม้วนหนังออก ข้างในเป็เข็มเงินที่เรียงรายเป็แถวเปล่งประกายแวววาว มีทั้งยาวและสั้นไม่เท่ากัน
ขณะที่ซูช่านกำลังจะฝังเข็มให้ซูเหวินซาน ก็มีเสียงเ็าดังมาจากนอกประตู "พ่อ เงินช่วยเหลือเดือนนี้ของพ่อทำไมยังไม่มาอีก พ่อแอบเก็บไว้เองใช่ไหม"
ซูช่านหันหน้าไปมอง เห็นหญิงสาวสวมเสื้อสายเดี่ยวสั้น กางเกงยีน รองเท้าส้นสูง และผมย้อมสีเทาหม่นเดินเข้ามา
คนที่มาคือน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของเขา ซูเหวินฮุ่ย