ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 17 ผู้เชี่ยวชาญ

    บทที่ 17 ผู้เชี่ยวชาญ

         "ประธานเซียว เทหมดหน้าตักเลยเหรอ?"

         เสียงหัวเราะล้อเลียนดังขึ้นคิ้วโก่งของเซียวอี้เหม่ยยกขึ้นส่งสายตาเย็นชาให้อีกฝ่าย

         ที่ธุรกิจจิวเวลรี่เป็นแบบนี้ เกินครึ่งก็เป็นเพราะผู้ชายตรงหน้าคนนี้เล่นสกปรก

         "เหอะ เป็นผมหน่อยไม่ได้ เป็นผู้หญิงจะพยายามขนาดนั้นไปทำไมกันสู้มาอยู่กับผม รวมครอบครัวของเราสองคนเป็นครอบครัวเดียวกันมันจะไม่ดีกว่าเหรอ?"

         "คุณฝันไปเถอะ!"

         "เหอะ งั้นผมก็จะดูว่าคุณจะสู้ราคาไปได้นานแค่ไหน?" ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มยิ้มเยาะ แล้วดีดนิ้วเสียงดัง "สามสิบห้าล้าน!"

          ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะจงใจแข่งกับตัวเธอเข้าแล้ว

         เซียวอี้เหม่ยมองแร่หินที่มีราคาตรงหน้าแล้วกัดฟัน

          "สี่..."

          "ประธานเซียว"

         ยังขานราคาไม่ทันจบ เย่จื่อเฉินก็ปรี่เข้ามา

         "คุณชายเย่?"

          ความตกใจปรากฏขึ้นในดวงตาของเซียวอี้เหม่ยก่อนแต่เพียงครู่เดียวก็กลายเป็นดีใจอีกฝ่ายช่วยชีวิตลูกสาวตัวเองไว้แต่กลับไม่รู้ว่าจะตอบแทนยังไงเธอยังคิดอยู่เลยว่าอยากจะไปตามหาเขา คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอที่นี่

          "ประธานเซียวจะซื้อแร่หินก้อนนั้นเหรอครับ"

          "ใช่ค่ะ คุณก็รู้นี่ว่าฉันทำธุรกิจจิวเวลรี่ เปอร์เซ็นต์ที่แร่หินก้อนนี้จะมีผลึกหยกมันก็มีอยู่มากแล้วปริมาณก็เยอะด้วยฉันบอกคุณตามตรงเลยนะว่าตอนนี้ร้านจิวเวลลี่ของฉันกำลังเจอวิกฤติฉันต้องการแร่หินก้อนนี้มากอบกู้ร้าน"

         เซียวอี้เหม่ยเล่าสถานการณ์ทุกอย่างที่ตัวเองเผชิญออกมาจนหมดเปลือกเรื่องแบบนี้ไม่ควรเล่าให้คนนอกฟัง แต่ไม่รู้ว่าทำไม...

         เวลาที่เผชิญหน้ากับเย่จื่อเฉินเธอมักจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นมีเวทมนตร์บางอย่างที่ทำให้เธอบังคับใจให้ปิดบังไว้ไม่ได้

         เย่จื่อเฉินพอได้ฟังจึงพยักหน้า แล้วพูดเสียงแผ่ว

          "ประธานเซียว ถ้าคุณซื้อแร่หินก้อนนี้ผมคิดว่าคุณก็อาจจะกอบกู้ร้านไม่ได้หรอกนะครับ"

         เซียวอี้เหม่ยมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นที่เย่จื่อเฉินพูดมันหมายความว่ายังไง?

          หรือเขาต้องการจะบอกเธอว่าแร่หินก้อนนี้ไม่มีผลึกหยก?

         "คุณชายเย่ดูหินเป็นด้วยเหรอคะ?" เซียวอี้เหม่ยลองถามดู เย่จื่อเฉินยิ้มแล้วพูด "ประธานเซียว คุณอย่าเรียกผมว่าคุณชายเย่เลยครับ ผมฟังแล้วมันแปลกๆคุณเรียกผมว่าเย่จื่อก็ได้ครับ หรือจะเรียกว่าจื่อเฉินก็ได้ส่วนเรื่องดูหินนั้นผมก็พอจะรู้บ้างนิดหน่อย"

          "รู้แค่นิดเดียวก็อย่ามาพูดพล่ามอยู่ที่นี่ แร่หินก้อนนี้พื้นผิวโปร่งตัวหินโปร่งใสด้วยสีเขียวมรกต มีผลึกสีเขียวนี่คือลักษณะที่บอกว่ามีผลึกหยกอยู่เป็นจำนวนมาก นายวิ่งโร่มาที่นี่แล้วบอกว่าหินก้อนนี้อาจจะไม่มีผลึกหยกนี่มีจุดประสงค์อะไร?"

          คุณหลิวที่ปรึกษาของเซียวอี้เหม่ยเถียงกลับทันควันเย่จื่อเฉินขมวดคิ้วมุ่นชำเลืองมองชายชราเล็กน้อย

          "คุณตาคนนี้เป็นใครเหรอครับ?"

         "จื่อเฉิน คนนี้คือที่ปรึกษาด้านแร่หินของบริษัทเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูหิน"

          "ผู้เชี่ยวชาญ!"

          ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรต่างก็มีผู้เชี่ยวชาญหรือซินแสโผล่ขึ้นมาเป็นดอกเห็ดไม่มีอะไรที่การันตีได้จริง ดีแต่ขยับปากพูดเท่านั้น

         เย่จื่อเฉินเบ้ปากไม่แยแส แล้วเปิดปากพูดกับคุณหลิว

          "คุณหลิวบอกว่าแร่หินก้อนนี้มีผลึกหยกแน่นอนใช่ไหมครับ?"

         "แน่นอน!" น้ำเสียงคุณหลิวมั่นใจมาก

          "แล้วถ้าไม่มีจะทำยังไงครับ?" เย่จื่อเฉินแย้งขึ้นทันทีคุณหลิวขมวดคิ้วมุ่นแล้วพูด "ไม่มีทางที่หินก้อนนี้จะไม่มีผลึกหยก"

          "อย่ามองแค่ว่ามันจะมีหรือไม่มีสิครับ ผมถามว่าถ้าไม่มีจะทำยังไง"

         เย่จื่อเฉินจ้องคุณหลิวเขม็งคุณหลิวมองดูแร่หินก้อนนั้นแล้วเม้มปากพูดกลั้วหัวเราะ

          "การซื้อแร่หินมันก็เท่ากับเป็นการวัดดวงระหว่างเสี่ยงอันตรายกับได้ผลประโยชน์อยู่แล้วไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่าก้อนหินที่ซื้อมามันจะมีผลึกหยกทุกก้อนหรือเปล่าถ้ามันไม่มีก็บอกได้แค่ว่ารูปลักษณ์ของหินก้อนนี้มันหลอกตาทุกคน"

          "สรุปก็คือคุณแค่ขยับปากพูดไป ไม่ได้รับผิดชอบต่อความเสี่ยงใดๆ เลย?" เย่จื่อเฉินยิ้มเยาะ ชี้แร่หินก้อนใหญ่นั้นแล้วพูด "นี่มันแร่หินราคาตั้งหลายสิบล้านคุณแค่ขยับปากพูดว่ามันมีผลึกหยกก็จะให้ประธานเซียวกัดฟันแย่งมันมาให้ได้เลยเหรอครับถ้าตัดออกมาแล้วมันมีคุณก็ได้ส่วนแบ่งไปเป็นจำนวนมากแต่ถ้าตัดออกมาแล้วมันไม่มีคุณก็ไม่รับผิดชอบต่อความเสี่ยงอะไรเลย ทำไมสิ่งดีๆถึงมีแต่คุณที่ได้เปรียบล่ะ?"

          พอเห็นว่าเย่จื่อเฉินกับคุณหลิวจะทะเลาะกัน เซียวอี้เหม่ยก็รีบไกล่เกลี่ย

          "จื่อเฉิน กฎของการซื้อแร่หินก็เป็นแบบนี้แหละฉันก็ต้องการแร่หินก้อนนี้..."

          "กฎเหรอ กฎบ้าๆ น่ะสิ" เย่จื่อเฉินยิ้มหยัน "ประธานเซียว ถ้าคุณเชื่อผมก็อย่าแตะหินก้อนนี้"

          "เซียวอี้เหม่ย คุณจะเอาหินก้อนนี้อยู่หรือเปล่า?"

         หลังจากที่ประธานไป๋มองเย่จื่อเฉินที่อยู่ข้างกายเซียวอี้เหม่ยแล้วดวงตาคมคู่นั้นก็ยิ่งดุดันมากขึ้น

          "เหอะ ไม่ต้องให้ประธานไป๋มาเปลืองสมองคิดให้หรอกค่ะการซื้อขายตั้งหลายสิบล้าน ฉันจะคิดพิจารณาสักนิดไม่ได้เลยเหรอคะ?"

          เซียวอี้เหม่ยเอ่ยเสียงเย็นชา มองเย่จื่อเฉินด้วยความฉงนแล้วพูด

          "จื่อเฉิน ทำไมเธอถึงไม่ให้ฉันแตะหินก้อนนี้?"

         "หินก้อนนี้มันไม่มีผลึกหยก"

         เย่จื่อเฉินตอบกลับเสียงต่ำ เซียวอี้เหม่ยกัดริมฝีปากเบาๆมองแร่หินที่รูปลักษณ์สวยงามก้อนนั้นซ้ำๆ แล้วสุดท้ายก็เลือกที่จะเชื่อเย่จื่อเฉิน

         ก้อนหินตกไปอยู่ในมือของประธานไป๋เขายิ้มเยาะมองเซียวอี้เหม่ยที่อยู่ไม่ไกลแล้วพูด

          "ประธานไป๋ หินก้อนนี้เป็นหินที่กอบกู้ร้านคุณได้เลยนะ ยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ ทำไมล่ะครับ เงินลงทุนมีไม่พอแล้วเหรอ?"

         "ก็ไม่มีเงินแล้วจริงๆ นั่นแหละค่ะขอให้ประธานไป๋เสี่ยงโชคได้นะคะ"

         ใบหน้ารูปไข่ของเซียวอี้เหม่ยเยือกเย็นในตอนที่ประธานไป๋มองเธอนั้นความโลภในดวงตาก็ได้ฉายออกไป

          "มันได้อยู่แล้ว แต่ประธานเซียวน่ะสิ น่าเสียดายมากเลยนะก้อนหินเนื้อดีขนาดนี้"

         ในระหว่างที่พูด ประธานไป๋ก็ได้ส่งเงินให้ แล้วช่างตัดหินที่อยู่ด้านข้างก็พูดขึ้น

          "ประธานไป๋ครับ ไม่ทราบว่าคุณจะตัดที่นี่เลยหรือว่าจะกลับไปตัดเองครับ?"

         "ตัดมันที่นี่แหละ"

         หินก้อนนี้รูปลักษณ์ภายนอกดูดีมากมากจนอาจจะตัดเอาผลึกหยกออกมาได้แถมยังได้เยอะด้วยเซียวอี้เหม่ยยอมแพ้กลางทางแบบนี้ถ้าตัดหินเอาผลึกหยกออกมาได้จริงก็สามารถโจมตีเธอได้พอดี

          "เหอะ ถึงตอนนั้นประธานเซียวต้องเสียใจแน่"

         คุณหลิวเองก็ยิ้มเยาะไม่ยินดียินร้ายอยู่ข้างๆ

         เซียวอี้เหม่ยไม่ได้สนใจคำพูดตัดกำลังใจของคุณหลิวและจ้องมองแร่หินก้อนนั้นเขม็ง ถึงแม้ว่าเธอจะเชื่อในคำพูดของเย่จื่อเฉินแต่ถึงอย่างไรในใจของเธอก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี

         ถ้าหากตัดออกมาได้ผลึกหยกจริงๆ เธอต้องเสียใจแน่มากแน่ๆที่ยอมแพ้กลางทาง

         แร่หินราคาสูงลิบลิ่วจะถูกตัดกลางงานประมูลแล้วดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องประมูลให้เข้ามามุงดูทันที

         ช่างตัดหินมองประธานไป๋ด้วยความนอบน้อมแล้วจึงพูดขึ้น "ประธานไป๋ครับ คุณจะตัดแบบไหนครับ?"

          ประธานไป๋หยิบปากกาสีชมพูขึ้นมาแท่งหนึ่งแล้วขีดวาดลงบนผิวก้อนหินสามเส้นก่อนจะพูด

          "ตัดตามเส้นในรูปนี้"

         แร่หินเดิมทีมีขนาดใหญ่มากเคลื่อนย้ายก้อนหินไม่สะดวกจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรในการเคลื่อนย้ายจากการลงมือพร้อมกันของช่างตัดหินทั้งสามคน ในที่สุดเครื่องตัดหินก็ได้มาวางอยู่บนลายเส้นที่ประธานไป๋วาดเอาไว้

         ครืดดดด

         ท่ามกลางเสียงสั่นสะเทือนฝุ่นควันขาวพร้อมกับเสียงของเครื่องตัดหินก็ได้แทรกซึมไปทั่วสายตาของทุกคนที่อยู่รอบๆ

         ในตอนนี้ หัวใจของทุกคนหยุดนิ่งกันหมด

         งานประมูลเงียบเสียงลงในทันทีมีเพียงเสียงดังสะเทือนของเครื่องตัดหินดังสะท้อนอยู่ในงานประมูล

         โผละ

         ด้วยความลึกของใบเลื่อย แร่หินจึงได้แยกออกเป็นสองส่วน

         ในตอนนี้ลายตัดสีเทาได้ปรากฏชัดเสียดแทงสายตาใบหน้าของประธานไป๋แปรเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อไปในทันที

         แบบนี้มันแปลกแล้วถ้าตัดตามลายเส้นที่เขาวาดก็น่าจะต้องเห็นผลึกหยกสิ

          "ขาดทุนแล้ว ขาดทุนแล้ว"

         เสียงตะโกนเย้ยหยันที่ไม่รู้ว่ามาจากใครในกลุ่มคนดังขึ้นมาคุณหลิวเองก็ขมวดคิ้วมุ่นเช่นกัน

         ต้องบอกเลยว่าคนที่ดีใจที่สุดก็คือเซียวอี้เหม่ย จากรอยตัดที่ตัดออกมานี้ก็มั่นใจได้แล้วว่าแร่หินก้อนนี้ไม่คุ้มกับราคาที่ประมูลไปถึงแม้ว่ามันจะตัดออกมาได้ผลึกหยกก็ตาม

         ประธานไป๋มองแร่หินก้อนนั้นด้วยใบหน้าแข็งทื่อเรื่องเสียเงินมันเรื่องเล็ก แต่เรื่องเสียหน้ามันคือเรื่องใหญ่

         อีกอย่างแร่หินก้อนนี้ก็มีขนาดใหญ่มากถึงตอนนี้จะตัดออกมาก้อนหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้

         "ตัด ตัดอีก!"

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน