ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 4 บทที่ 111 สงครามทรายโลหิต...ฝุ่นตลบจบสิ้น

            “ตอนนี้ฉันมีอุปกรณ์ครบแล้ว แต่ยังขาดอาวุธที่เหมาะมืออาวุธทั่วไปฉันก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ เลยอยากเสี่ยงดวงที่สมาคมการค้าดูน่ะ”ลู่เซิ่งกล่าวตามความจริง

            “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”

            เมื่อได้ยินดังนั้นออสการ์ก็เข้าใจในทันที ก่อนจะรีบตอบกลับด้วยน้ำหนักเสียงที่หนักแน่น“ได้ขอรับ ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายท่านสั่งการ”

            ...

            เช้าตรู่วันถัดมายามแสงตะวันเพิ่งเริ่มพ้นขอบฟ้า ลู่เซิ่งตื่นขึ้นมาเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆเขาเดินทางมุ่งหน้าไปยังสมาคมการค้าซิงไห่ในเมืองตงหลินเพียงลำพัง

            ในเวลานี้เมื่อวันสอบระดับชาติใกล้เข้ามาทุกขณะกิจการของสมาคมการค้าซิงไห่ก็ยิ่งทวีความคึกคักและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

            เมื่อลู่เซิ่งเดินทางมาถึงหน้าประตูสมาคมการค้าซิงไห่ด้วยความคุ้นเคยเขาก็พบว่าบนถนนอันกว้างขวางมีแถวของผู้ใช้อาชีพยาวเหยียดจนแทบจะมองไม่เห็นปลายแถวตั้งแต่ต้นถนนลากยาวไปจนสุดสายตา

            โชคดีที่มีบัตรทองจอมราชันของสมาคมการค้าซิงไห่อยู่ลู่เซิ่งจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปต่อแถวรออย่างเชื่องช้า

            เขาก้าวตรงไปที่เคาน์เตอร์ของสมาคมการค้าซิงไห่และมองเห็นหวงต้าหยวนที่มีรูปร่างอวบกลมกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัวอยู่แต่ไกลจึงอ้าปากทักทายออกไปทันที

            “ผู้จัดการหวง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

            “เอ๊ะ? คุณนั่นเอง?”

            เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยหวงต้าหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มได้สติ จากอาการเหม่อลอยเปลี่ยนเป็นตกตะลึง จนกลายเป็นความประจบประแจง ทั้งกระบวนการนี้ใช้เวลาไม่ถึง 3วินาที เขาก็เปลี่ยนสีหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม

            “โอ้โห ผมก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็น้องลู่เซิ่งนี่เองลมพัดอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่ได้ครับเนี่ย”

            ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของฝูงชนหวงต้าหยวนที่มีน้ำหนักตัวร่วมร้อยกิโลกรัมกลับขยับตัววูบเดียวพุ่งออกมาจากหลังเคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่วพร้อมกับร้องเรียกลู่เซิ่ง “เร็วครับๆ เชิญข้างในเลยเชิญข้างในครับ”

            “หึๆ งั้นก็รบกวนด้วยนะ”

            ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่เดินตามหวงต้าหยวนมุ่งหน้าไปยังส่วนหลังร้านของสมาคมการค้าซิงไห่

            “เอ๊ะ? หมอนั่นเป็นใครกันถึงขนาดทำให้ผู้จัดการหวงที่สมาคมการค้าซิงไห่ต้อนรับขับสู้ได้กระตือรือร้นขนาดนี้?”

            “เอ่อ... ดูเหมือนจะเป็นพาลาดินไม่ใช่เหรอ?”

            “โห เลเวล 141 แต่ระดับดาวพลังรบแค่ 342 ดาวเนี่ยนะ ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม...”

             

            ...

            ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นหวงต้าหยวนสุภาพกับพาลาดินขยะคนหนึ่งถึงขั้นนี้เหล่าผู้ใช้อาชีพที่ยืนต่อแถวอยู่ด้านนอกต่างพากันสับสนมึนงงไปตามๆ กัน...

            แต่หวงต้าหยวนหาได้สนใจไม่ว่าคนอื่นจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

            เพราะลู่เซิ่งเป็นคนแบบไหนในใจเขารู้ชัดแจ้งยิ่งกว่าใครเสียอีก

            นั่นคือตัวตนระดับสัตว์ประหลาดที่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพได้เพียงสองวันก็สามารถเคลียร์เหวลึกระดับฝันร้ายได้สำเร็จ

            แถมอุปกรณ์ที่รับซื้อมาจากมือของลู่เซิ่งครั้งก่อนยังทำให้หวงต้าหยวนกอบโกยกำไรมหาศาลเข้ากระเป๋าไปไม่น้อย

            เมื่อคิดได้ดังนี้ในใจของหวงต้าหยวนก็ยิ่งทวีความตื่นเต้น หลังจากก้าวเข้าไปในห้องรับรองและยังไม่ทันที่ลู่เซิ่งจะนั่งลงให้มั่นเหมาะ เขาก็เอ่ยถามออกมาอย่างอดใจไม่อยู่“คุณลูกค้าผู้มีเกียรติไม่ทราบว่าครั้งนี้คุณนำเซอร์ไพรส์แบบไหนมาให้ผมอีกครับรีบเอาออกมาให้ผมได้เปิดหูเปิดตาหน่อยเถอะ”

            “หึๆ ไม่มีปัญหา”

            ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นก็ไม่โอ้เอ้เขาโบกมือวูบหนึ่งจัดการเทอุปกรณ์ที่สะสมอยู่ในช่องเก็บของติดตัวมาหลายวันออกมาจนหมดเกลี้ยง

            เคร้ง...เคร้ง...

            วินาทีถัดมาอุปกรณ์คุณภาพต่างๆก็กองพะเนินเทินทึกกลายเป็นภูเขาขนาดย่อมภายในห้องรับรองขนาดเล็กเปล่งแสงเจิดจ้าจนเกือบจะทำเอาตาของหวงต้าหยวนพร่ามัวไปหมด

            “อะไรน่ะ? ทะ... ทำไมมันเยอะขนาดนี้?”

            เมื่อมองดูกองภูเขาอุปกรณ์ตรงหน้าหวงต้าหยวนถึงกับพูดจาติดอ่าง

            “ของพวกนี้คือของที่ยึดมาได้ ผมเก็บรวบรวมมาจากเขตสงครามทรายโลหิตน่ะ”ลู่เซิ่งกล่าวพลางยิ้ม

            “หา? เขตสงครามทรายโลหิต?”

            หวงต้าหยวนได้ยินก็ตกใจก่อนจากนั้นจึงเริ่มได้สติและเข้าใจในทันที “มิน่าล่ะน้องชายถึงได้มีอุปกรณ์เยอะขนาดนี้ที่แท้ก็ผ่านสงครามทรายโลหิตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง”

            “เอ๊ะ? คุณเคยได้ยินเรื่องสงครามทรายโลหิตด้วยเหรอ?”

            ลู่เซิ่งเลิกคิ้วขึ้นเห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าข่าวคราวของหวงต้าหยวนจะฉับไวขนาดนี้

            “แน่นอนอยู่แล้วครับ”

            หวงต้าหยวนพยักหน้าก่อนจะร่ายยาวด้วยท่าทางดี๊ด๊า “ตั้งแต่เมื่อไม่กี่วันก่อนสถานีโทรทัศน์ของเมืองตงหลินบ้านเราก็เริ่มรายงานข่าวเรื่องสงครามทรายโลหิตแล้วตอนนี้ไม่ใช่แค่ผมหรอก แม้แต่ประชาชนทั่วประเทศก็น่าจะรู้เรื่องกันหมดแล้ว”

            “ให้ตายสิ ถึงขนาดออกทีวีเลยเหรอ? แต่ปกติเขตสงครามทรายโลหิตไม่ค่อยได้รับความสนใจจากรัฐบาลไม่ใช่เหรอทำไมครั้งนี้ถึงได้ตีฆ้องร้องป่าวขนาดนี้ล่ะ?” ลู่เซิ่งถามด้วยความสงสัย

            “แม้ว่าเขตสงครามทรายโลหิตจะตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารจนปกติรัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญก็จริงแต่ตอนนี้มันอยู่ในช่วงจังหวะสำคัญของสงครามระหว่างประเทศเต็มรูปแบบระหว่างประเทศเสินเซี่ยกับจักรวรรดิอินทรีขาวต่อให้เป็นชัยชนะเพียงเล็กน้อย แต่มันก็ช่วยเพิ่มขวัญและกำลังใจของผู้ใช้อาชีพในประเทศได้อย่างมหาศาล”

            “อีกอย่างประเทศเสินเซี่ยของเราก็เขม่นพวกตัวเรือดอย่างพันธมิตรสามประเทศมานานแล้วแค่ที่ผ่านมายังหาเวลาว่างไปจัดการพวกมันไม่ได้ก็เท่านั้น”

            พูดมาถึงตรงนี้หวงต้าหยวนก็เสริมด้วยสีหน้าตื่นเต้นยิ่งขึ้น “และครั้งนี้ได้ยินมาว่าเจ้าพวกพันธมิตรสามประเทศนั่นคิดจะซ้ำเติมในยามวิกฤตหวังจะยึดครองเขตสงครามทรายโลหิตของเราทั้งหมดแต่ใครจะคิดว่าขโมยไก่ไม่สำเร็จแถมเสียข้าวสารนอกจากจะถูกเหล่าผู้ใช้อาชีพคนรุ่นใหม่ของเราตีจนหนีหัวซุกหัวซุนร้องห่มร้องไห้หาพ่อหาแม่แล้วแม้แต่เขตปลอดภัยที่พวกมันบริหารมานานหลายปีก็ยังต้องสูญเสียไป”

            “ตอนนี้เขตสงครามทรายโลหิตได้ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตอธิปไตยประเทศเสินเซี่ยของเราอย่างสมบูรณ์แล้วพวกหน้าหมาพวกนั้นก็ตายเกลี้ยงไม่มีเหลือ คุณว่าเรื่องที่น่าสะใจขนาดนี้พวกสื่อมวลชนมีหรือจะไม่แย่งกันรายงานข่าว?”

            “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”

            เมื่อลู่เซิ่งได้ฟังเขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที

            และเมื่อนึกถึงคำพูดที่หวงต้าหยวนเพิ่งพูดไปว่าจักรวรรดิอินทรีขาวกำลังทำสงครามระหว่างประเทศเต็มรูปแบบกับประเทศเสินเซี่ยลู่เซิ่งก็เผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

            แม้ในใจปรารถนาที่จะร่วมรบเพื่อชาติ

            อีกทั้งพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ กับสกิล ‘รัศมีพิพากษา’ ของเขายังเหมาะกับการรบแบบกลุ่มอย่างยิ่ง

            ทว่าสนามรบของสงครามระหว่างประเทศนั้นเป็นพื้นที่สำหรับผู้ใช้อาชีพที่เปลี่ยนอาชีพครั้งที่ห้าขึ้นไปเท่านั้นถึงจะเข้าร่วมได้ด้วยเลเวลของเขาในตอนนี้ ยังห่างไกลจากคำว่ามีคุณสมบัติพอจะเข้าร่วม

            “ดูเหมือนต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งให้ไวขึ้นแล้วสิชาติมีภัยแต่ฉันกลับช่วยอะไรไม่ได้ ความรู้สึกนี้มันแย่ชะมัด”

            เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งก็ไม่เสียเวลาต่อ เขาหันไปมองหวงต้าหยวนแล้วเอ่ยว่า“คุณช่วยดูให้หน่อยว่าของพวกนี้มูลค่าเท่าไหร่เดี๋ยวยังมีเรื่องอื่นจะรบกวนคุณอีก”

            “จัดไปครับ”

            หวงต้าหยวนพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นเขากำลังจะก้าวเข้าไปจัดการกองอุปกรณ์ที่ลู่เซิ่งนำออกมา

            ทว่าในจังหวะนั้นเองเขาก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วมองลู่เซิ่งด้วยความสงสัย “เรื่องรบกวน?ไม่ทราบว่าน้องชายยังมีเรื่องอะไรอีกเหรอครับ?”

            “คืออย่างนี้ ครั้งนี้ที่มาสมาคมการค้าซิงไห่ไม่ได้มาเพื่อขายของอย่างเดียว แต่ตั้งใจว่าจะหาซื้ออาวุธที่เหมาะมือสักชิ้นด้วยไม่ทราบว่าสมาคมการค้าของพวกคุณมีอาวุธที่เหมาะกับพาลาดินขายบ้างไหม” ลู่เซิ่งตอบตามตรง

            “โอ๊ย น้องชาย คุณถามถูกคนแล้วครับสมาคมการค้าซิงไห่ของเราเรื่องอื่นไม่รู้ แต่ถ้าเรื่องอุปกรณ์ละก็มีเพียบ”

            หวงต้าหยวนดีใจจนเนื้อเต้นเขาแทบไม่ต้องเสียเวลาหยุดคิดในขณะเดียวกันก็หยิบรายการสินค้าเล่มหนาออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งให้ลู่เซิ่งพลางกล่าวว่า “นี่คือรายการอาวุธในสต๊อกของสมาคมการค้าเราในนี้มีอาวุธสายพละกำลังที่พาลาดินใช้ได้อยู่ไม่น้อยคุณลองเปิดดูเถอะว่ามีที่ถูกใจไหม เรื่องราคาคุยกันได้ทุกอย่างครับ”

             

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน