Leveling Up in the World of Immortals ( Remake )

    ตอนที่ 46 ช้างน้อยบัดซบ!! ( Remake )

            เมื่อช้างสามงวงเห็นว่าศิษย์คนนั้นหลบได้มันก็โจมตีต่อเนื่องทันที มันใช้งวงทั้งสามโจมตีไปมาอย่างต่อเนื่อง โดยค่อยๆไล่ต้อนอีกฝ่ายไปเรื่อย จนกระทั้งช้างสามงวงวิ่งไล่ต้อนพร้อมกับใช้งวงอันหนึ่งกวาดพื้น ศิษย์คนนั้นกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว 

            แต่เหมือนช้างสามงวงจะรอโอกาสนี้อยู่ มันใช้อีกสองงวงที่เหลืออยู่โจมตีไปยังศิษย์คนนั้นในขณะที่อีกฝ่ายกำลังลอยอยู่บนอากาศ ศิษย์คนนั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวขณะอยู่บนอากาศได้เขาจึงหลบตาลงและใช้แขนป้องกัน แต่ก่อนที่จะถูกโจมตี ผู้อาวุโสก็ได้เข้าไปแทรกแซงเสียก่อน เขาพุ่งเข้าไปช่วยศิษย์คนนั้นออกมาจากลานทดสอบ 

            “ ไม่ผ่าน!! ”

            หลังจากช่วยไว้ได้แล้วผู้อาวุโสก็ประกาศผลการทดสอบ จากนั้นก็เริ่มเรียกคนต่อไปให้ทำการทดสอบต่อทันที แม้ว่าความเร็วของช้างสามงวงจะช้า แต่ต้องไม่ลืมว่ามันมีสามงวง และเหตุผลที่ไม่สามารถหลบได้ก็เพราะพวกเขาตื่นกลัว ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ 

            ศิษย์คนต่อไปที่เข้าไปในลานทดสอบก็เป็นเช่นเดียวกัน เขาอยู่ในอาการตื่นกลัว ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที เขาก็ถูกช้างสามงวงไล่ต้อนจนพลาดท่าเช่นกัน แต่ผู้อาวุโสก็ยังคงช่วยไว้ได้ ช้างสามงวงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด เมื่อจู่ๆเหยือของมันหายไป 

            คราวนี้เป็นศิษย์อันดับ 3 แม้ว่าจะมีอาการตื่นกลัวอยู่บ้างแต่เขาก็ยังสามารถรักษาการเคลื่อนไหวของเขาไว้ได้ ทำให้เขาสามารถหลบหลีกช้างสามงวงได้เรื่อยๆ โดยไม่พลาาด และไม่ถูกไล่ต้อนด้วย ถือว่ามันการเคลื่อนไหวที่วางแผนเอาไว้ไม่ให้ตัวเองถูกไล่ต้อนจนตกอยู่ในอันตรายจนกระทั้งครบ 15 นาที ผู้อาวุโสจึงประกาศผลการทดสอบและพาเขาออกมา

            “ ผ่าน!!…คนต่อไป ”

            เมื่อเห็นว่าศิษย์อันดับ 3 สามารถผ่านได้ ศิษย์คนต่อไปก็รู้สึกผ่อนคลายลงและก็ยังมีความตื่นกลัวอยู่เล็กน้อย แต่เขาก็สามารถเอาตัวรอดจากช้างสามงวงได้เช่นกัน และในที่สุดก็มาถึงคราวของหวังเฟยหลง แต่แน่นอนว่าทุกๆคนต่างก็มั่นใจว่าอย่างไรเสีย หวังเฟยหลงก็ต้องสามารถเอาตัวรอดจากช้างสามงวงได้อยู่แล้ว 

            หวังเฟยหลงเข้าไปในลานทดสอบ เขาก็รู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขามของช้างสามงวงที่จ้องมาที่เขาและคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ต้องบอกว่ามันไม่แปลกเลยที่คนอื่นๆจะรู้สึกกดดันและเคลื่อนไหวพลาด ทันใดนั้นเอง ช้างก็พุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลง เขาจึงเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย แต่เหมือนมันจะสามารถจับทางได้ ทันจึงใช้งวงอันหนึ่งดักทางที่เขาหลบไว้แล้ว หวังเฟยหลงยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะกระโดดไปข้างหลังเพื่อหลบการโจมตีด้วยงวงนั้น 

            ‘ มันมีความคิด!! มันเรียนรู้จากการต่อสู้ที่ผ่านมา มันต่างจากสัตว์อสูรตัวอื่นๆที่เคยเจอมา…หมายความว่ายิ่งสัตว์อสูรระดับสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งแข็งแกร่งและฉลาดมากขึ้นเท่านั้นสินะ!! เอาละ มาลองดูกันดีกว่าว่ามันจะคิดได้มากขนาดไหน ’

            หวังเฟยหลงคอยหลบการโจมตีของช้างสามงวงอยู่พักหนึ่ง จนมันหยุดเคลื่อนไหว มันจ้องมองมาที่หวังเฟยหลงอย่างเงียบงัน จากนั้นมันก็ทุบพื้นลานประลองให้แตกกระจาย เพราะหวังเฟยหลงเคลื่อนไหวและและหลบการโจมตีของมันได้ไม่ยาก มันจึงตัดสินใจทุบพื้นให้แตกเพื่อทำให้หวังเฟยหลงเคลื่อนไหวได้ลำบากากยิ่งขึ้น 

            “ อ่า!! มันเรียนรู้ที่จะจำกัดการเคลื่อนไหว ถ้าเป็นคนอื่นมันก็ได้ผลอยู่หรอก แต่มันคงจะไม่ได้ผลกับข้าหรอก เจ้าช้างน้อย!! ”

            หวังเฟยหลงเริ่มใช้ความคิด เขาคิดว่าควรจะเคลื่อนไหวไปทางไหน หลบทางไหน และยังคิดไปถึงขั้นช้างสามงวงจะโจมตีอย่างไร และจะเคลื่อนไหวอย่างไรเพื่อบังคับให้มันโจมตีตามแบบที่เขาต้องการ 

            คนอื่นๆที่คอยดูการทดสอบต่างก็ประหลาดใจที่ช้างสามงวงเหมือนจะฉลาดขึ้น แต่ที่พวกเขาประหลาดใจมากกว่าความฉลาดของช้างสามงวงคือการเคลื่อนไหวของหวังเฟยหลง ถึงเหล่าศิษย์ที่มาดูการทดสอบจะไม่รู้และคิดว่าหวังเฟยหลงทำเพียงแค่หลบการโจมตีธรรมดาแต่สำหรับเหล่าผู้อาวุโสแล้วพวกเขาต่างมีประสบการณ์และมองออก ว่าหวังเฟยหลงกำลังกำหนดการเคลื่อนไหว และบังคับให้ช้างสามงวงโจมตีตามแบบที่หวังเฟยหลงต้องการ ต้องบอกว่ามันเป็นความคิดและความสามารถที่สุดยอด ถึงพวกเขาจะดูออกแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถทำแบบหวังเฟยหลงได้ 

            เวลาผ่านไป 10 นาที ช้างสามงวงก็ยังไม่สามารถโจมตีหวังเฟยหลงได้ มันเหมือนกับเด็กที่ถูกหวังเฟยหลงหยอกล้อเสียมากกว่า ช้างสามงวงคำรามด้วยความโกรธ เหมือนตอนนี้มันจะรู้ตัวมันเองกำลังถูกหยอกล้อราวกับของเล่น มันยกขาหน้าขึ้นทั้งสองก่อนจะฟาดงวงลงมาทุบพื้นอย่างรุนแรง ทำให้พื้นแตกกระจาย 

            จากนั้นช้างสามงวงก็ใช้งวงหยิบเศษหินจากพื้นที่แตกกระจายก่อนจะเขวี้ยงใส่หวังเฟยหลง หินที่มันเขวี้ยงรวดเร็วมาก เร็วจนหวังเฟยหลงเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ เขาพยายามเอี้ยวตัวหลบแต่เนื่องจากไม่ได้คาดคิดเขาไม่สามารถหลบให้พ้นได้ เศษเฉียดหน้าหวังเฟยหลงไปปรากฏแผลเล็กบนแก้มของหวังเฟยหลง

            “ อ่า!! ชักจะอันตรายแล้วสิ!! ”

            ไม่ใช่แค่หวังเฟยหลง แต่คนอื่นๆก็เช่นกัน หากมันทำเช่นนี้แต่แรกคงไม่มีใครสามารถผ่านการทดสอบได้ เพราะสำหรับหวังเฟยหลงก็ยังถือว่าอันตราย แม้จะรู้ว่ามันจะเขวี้ยงมาเมื่อไหร่ แต่เนื่องจากแรกมหาศาลของมันทำให้เศษหินที่มันเขวี้ยงมานั้นเร็วมากเร็วจนหวังเฟยหลงไม่สามารถยังไม่สามารถหลบให้พ้นได้

            กรร!! เมื่อเห็นแผลบนแก้มของหวังเฟยหลงมันคำรามอย่างพอใจ ก่อนจะใช้งวงหยิบเศษหินขึ้นมาและเขวี้ยงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หวังเฟยหลงใช้สกิล ก้าวไร้เสียง เพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนทีและเขายังคาดเดาตำแหน่งที่มันจะเขวี้ยงอีกด้วย ทำให้เขาสามารถหลบได้อย่างหวุดหวิด เมื่อเห็นว่าหวังเฟยหลงสามารถหลบการโจมตีได้มันจึงหยิบขึ้นมาและเขวี้ยงอย่างต่อเนื่อง แต่หวังเฟยหลงคอยสังเกตและคาดเดาตำแหน่งที่มันจะเขวี้ยง ต่อให้มันจะเขวี้ยงต่อเนื่องอย่างไรหวังเฟยหลงก็ยังสามารถหลบเศษหินที่มันเขวี้ยงมาได้อยู่ดี 

            ตอนนี้มันกลับมาคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดอีกครั้ง มันใช้งวงทั้งสามหยฺบเศษหินขึ้นมาสามก้อนและเขวี้ยงทั้งสามในเวลาไล่เลี่ยกันในตำแหน่งที่ต่างกัน เหมือนกับว่ามันคาดเดาไว้แล้วว่าหวังเฟยหลงจะหลบไปทางไหนบ้าง มันเลยเขวี้ยงเศษหินไปดักเอาไว้ 

            ‘ ช้างน้อยบัดซบเอ้ย ทำไม 15 นาทีนี้ถึงได้พัฒนาและคิดได้ขนาดนี้ละ!? ’

            การกระทำของมันทำให้ทุกคนที่ดูอยู่มองได้ความตกตะลึงอย่างมาก และแน่นอนว่าหวังเฟยหลงตอนนี้กำลังอยู่ในอันตราย เขายิ้มเจื่อนๆทันที พร้อมกับสบทในใจอย่างหงุดหงิด เขาหยิบโล่ออกมาป้องกันเศษหินหนึ่งอันที่เขาไม่สามารถหลบได้โดยการเบี่ยงโล่เล็กน้อยเพื่อโดยเป้าหมายของเขาคือการเบี่ยงทิศทางของเศษหินแทนที่จะเป็นการรับการโจมตีจตรงๆ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่หวังเฟยหลงคิด

            เศษหินพุ่งออกไปด้านข้างผ่านโล่ของหวังเฟยหลง เพียงแค่เพียงการโจมตี มือของหวังเฟยหลงที่ใช้มือก็สั่นชาจนแทบจะขยับไม่ได้ ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาทันที หวังเฟยหลง ต้องข่มความเจ็บปวดเอาไว้และมองไปที่เจ้าช้างสามงวง เพราะมันไม่ได้ปล่อยให้หวังเฟยหลง มันหยิบเศษหินขึ้นมาอีกครั้งและเขวี้ยงทั้งสามออกมาไล่เลี่ยกัน 

            “ กับคนอื่นไม่ฉลาด…ทำไมมันถึงเกิดแต่กับ…!? ”

            แม้ว่าหวังเฟยหลงจะใช้สกิลก้าวไร้เสียงแล้วแต่ก็ไม่อาจหลบหินที่ถูกเขวี้ยงได้ ตอนนี้เขาเหลือตัวเลือกสุดท้าย นั่นคือสกิล ความบ้าคลั่งของทรราช แน่นอนว่ามันจะช่วยเพิ่มความสามารถของหวังเฟยหลง แต่มันมีผลและเขาอยากจะเก็บมันไว้ใช้ในยามจำเป็นจริงๆเท่านั้น

            “ ถ้าตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วตอนไหนมันจะจำเป็นอีกเล่า!!...ความบ้าคลั่งของทรราช ” 

            หวังเฟยหลงใช้สกิลความบ้าคลั่งของทรราช เขาสามารถหลบเศษหินได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ทุกครั้งเพราะมันเริ่มที่จะเขวี้ยงต่อเนื่อง และทุกครั้งที่หวังเฟยหลงใช้โล่เพื่อเบี่ยงการเศษหินไปอีกทิศทางหนึ่งนั่นเขาจะรู้สึกเหมือนมือของเขาแทบจะหักอย่างไรอย่างนั้น 

            “ เหลืออีก 1 นาที!! ”

            และอีกครั้งที่หวังเฟยหลงใช้โล่เพื่อเบี่ยงเศษหินไปอีกทาง แต่ตอนนี้มันมีความต่างตรงที่เขาไม่รู้สึกเจ็บ และเหมือนว่ามือของเขาจะไม่มีความรู้สึก เขาเหลือบไปมองที่มือของเขา พบว่าไม่ใช่แค่มือ แต่เป็นทั้งแขนของเขาที่ห้อยโดยไม่มีความรู้สึกและไม่สามารถขยับได้ หวังเฟยหลงขมวดคิ้วทันที และไม่ใช่แค่หวังเฟยหลง แม้แต่คนอื่ยๆ รวมไปถึงลู่หยางด้วย เขาลุกขึ้นยืนมองไปที่หวังเฟยหลงด้วยความเป็นห่วง 

            มันเหมือนกับว่าแขนของหวังเฟยหลงหักจนไม่สามารถใช้การได้แล้ว แต่ช้างสามงวงไม่ได้ปล่อยให้หวังเฟยหลงได้พัก มันหยิบเศษหินขึ้นมาอีกครั้ง แผู้อาวุโสก็เตรียมที่จะเข้าไปช่วยเหลือหวังเฟยหลงแล้วเช่นกัน เขาดูที่ตัวจับเวลาพบว่าเหลือเวลาอีกไม่ถึง 30 วินาทีแล้ว 

            หวังเฟยหลงตัดสินใจเด็ดขาด ไม่รอให้มันเขวี้ยงมา เขาพุ่งเข้าใส่มันก่อนโดยพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมกับเรียกดาบออกมา เมื่อใกล้จะไปถึงตัว มันก็เขวี้ยงหินออกมา หวังเฟยหลงกระโดดหมุนตัวพร้อมกับการใช้ดาบเบี้ยงเศษหินทั้งสาม หวังเฟยหลงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก มันมากกว่าการใช้โล่ในการเบี่ยงเสียอีก แต่หวังเฟยหลงไม่สามารถหยุดชะงักได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะตกอยู่ในอันตรายและอาจจะไม่ผ่านการทดสอบ  

            เพียงพริบตาเดียวหวังเฟยหลงพุ่งผ่านช้างสามงวงพร้อมกับใช้ สกิลดาบโจมตีไปที่ช้างสามงวง แต่ด้วยความต่างของระดับพลัง หวังเฟยหลงทำให้เพียงรอยเฉือนเล็กๆเท่านั้น เขาหันกลับมามองไปที่ช้างสามงวงที่มีสีหน้าตกใจและคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดมากกว่าเดิม มันไม่คิดว่าหวังเฟยหลงจะสามารถสร้างรอยแผลบนร่างกายของมันได้ หวังเฟยหลงเห็นเช่นนั้นก็ยิ้ม เขาเก็บดาบกับโล่ก่อนจะยื่นมือออกไปและชูนิ้วหนึ่งนิ้วให้เจ้าช้างสามงวง

            ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ หรือแม่แต่ผู้อาวุโสที่เตรียมตัวที่จะเข้าไปช่วยต่างก็ต้องหยุดชะงักและมองหวังเฟยหลงด้วยดวงตาเบิกโต พวกเขาประหลาดใจ ไม่มีใครคิดว่าหวังเฟยหลงจะเลือกเช่นนั้นและที่สำคัญคือสร้างบาดแผลให้ช้างสามงวงได้ แม้ว่ามันจะเป็นบาดแผลตื้นๆก็เถอะ เพราะต้องไม่ลืมว่าหวังเฟยหลงยังอยู่ในระดับรวบรวมระยะปลายเท่านั้น มันหมายความว่าหวังเฟยหลงสามารถสร้างบาดแผลให้กับสัตว์อสูรที่ไม่ได้หนังเหนียวเช่นกับช้างสามงวงได้อย่างง่านดายนั่นเอง

            ตอนนี้หวังเฟยหลงไม่สามารถขยับได้อีกแล้ว ผลของสกิลของเขาหมดแล้ว เขาจะได้รับผลกระทบจากสกิล ความบ้าคลั่งของทรราช นอกจากนี้ร่างกายของเขาบาดเจ็บและบอบช้ำอย่างมาก ตอนนี้แรงของเขาก็แทบจะไม่เหลือพอที่จะพยุงตัวเองได้ด้วยซ้ำ  

            มันเกรี้ยวกราดอย่างมาก มันเห็นว่าหวังเฟยหลงไม่ขยับ มันไม่ได้เขวี้ยงเศษหิน มันเลือกพุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลง ด้วยความที่โกรธถึงขีดสุด มันต้องการบดขยี้หวังเฟยหลงให้แหลกไม่เหลือชิ้นดี มันยกสองขาหน้าเตรียมฟาดงวงลงมาฟาดหวังเฟยหลงอย่างแรง

            “ เจ้าทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เข้าไปช่วยหวังเฟยหลงออกมาอีก!! ”

            ลู่หยางตะโกนใส่ผู้อาวุโสที่ดูแลการทดสอบ เพราะเห็นเขามองหวังเฟยหลงด้วยความตกตะลึงอยู่ เขาก็พลันได้สติและรีบเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและนำหวังเฟยหลงออกมา จากนั้นเขาก็ส่งหวังเฟยหลงไปที่หอโอสถที่ช่วยในการรักษาหวังเฟยหลง พร้อมกันนั้นเขายังประกาศคำตัดสินของหวังเฟยหลงด้วย 

            “ ผ่าน!! การทดสอบศิษย์ใน ปีนี้สิ้นสุดเพียงเท่านี้!! ”

            ตั้งแต่ที่หวังเฟยหลงถูกช่วยไว้เขาก็สลบไปทันที ลู่หยางได้ไปเยี่ยมเขาที่หอโอสถ อาการของหวังเฟยหลงไม่ได้สาหัสมากนัก แต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการรักษาตัวจนกว่าจะฟื้นตัว ส่วนแขนของเขาที่เหมือนจะหักก็ไม่ได้หัก แค่ไหล่หลุดจากการรับแรงกระแทกมากเกินไปเท่านั้น ตอนนี้หวังเฟยหลงถูกป้อนโอสถและได้รับการรักษาแล้ว 

            “ ใครจะคิดละว่าเขาจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้!! ”

            “ เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเขาจะเป็นแกนกลางของพายุที่จะพัดผ่านสถาบันของพวกเราขอรับ ”

            “ อืม!! เจ้าอย่าได้ลืมและประมาทเด็ดขาด ดูเหมือนพวกมันกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ ”

            ลู่หยางกับชิงเหมาพูดคุนกันสักครู่ก่อนที่จะเดินออกไป เหลือไว้เพียงหวังเฟยหลงที่นอนพักอยู่ในหอโอสถเพื่อพักฟื้นและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด จนเวลาผ่านไปหนึ่งวัน ในที่สุดหวังเฟยหลงก็ฟื้นเสียที หวังเฟยหลงมองไปรอบๆ มันเป็นภาพที่ไม่คุ้นตาอย่างมาก จากนั้นเขาก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จนเขาจำได้ว่าเขาสลบไปหลังจากที่เขาถูกพาตัวออกลากลานทดสอบ และก่อนที่เขาจะถูกช่วย เวลาได้หมดลงแล้ว เขาสามารถผ่านและตอนนี้เขาก็เป็นศิษย์ในแล้ว หรือจะเรียกเขาว่าศิษย์สายตงของผู้นำสถาบันก็ยังได้

    คล้ายกับเรื่องLeveling Up in the World of Immortals ( Remake ) ที่คุณอ่าน