“ขอบพระทัยเสี้ยนตี้”
“อืม ปลาทอดราดซอสขิงรสชาติดีเสียจริง ข้าคงไม่กวนเจ้าแล้ว แต่รู้สึกคิดถึงจูจิ้นเหลือเกิน ไปคุยกับท่านลุงให้หายคิดถึงจะดีไหมที่ตำหนักของข้ามี ขนมหวานน่ากิน มากมาย”จูจิ้นยิ้มหันมองทั้งแป๋มและซงหยวน ซงหยวนพยักหน้ายิ้มๆ รีบลุกจากแท่นนั่งวิ่งเข้าเกาะแขนเสี้ยนตี้ฮองเฮามองด้วยสายตาอ่อนโยน
แป๋มถอนหายใจเหมือนกับโล่งอกเสียเต็มทีซงหยวนอมยิ้ม
“คืนนี้ จูจิ้นค้างที่ตำหนักเสี้ยนตี้”
“ฝ่าบาทรู้ได้อย่างไร”
“ก็เสี้ยนตี้จะต้องเห็นอกเห็นใจลูกชายคนนี้ที่นานปีเพิ่งจะได้ชิดใกล้คนที่เขารัก”
“ข้า ...ข้า”
“อย่าบอกนะว่าจะขอแยกห้อง”
“ก็ฝ่าบาท จะรังแกกัน”
“ใครกันเรียกว่ารังแก เรียกว่าทนคิดถึงไม่ไหว”ปลาทอดราดซอล ขิงวันนี้แป๋มรู้สึกว่ามันหวานไปหน่อยจะด้วยสายลมแสงจันทร์หรือว่าคำหวานกับสายตารักใคร่ของคนข้างหน้าไม่อาจทราบได้
บ้านเฉิน
“ท่านลุง จูเจียถูกจับตัวไป”ท่านเฉินลุกพลวดจากเก้าอี้
“ใครกันทำเรื่องแบบนั้น”
“ฮ่องเต้แคว้นฉิน”
“หา ฮ่องเต้แคว้นฉิน แล้วเขาจะจับจูเจียไปทำไมกัน”
“ฝ่าบาทคนของเราพร้อมแล้ว”องครักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ ปรากฏตัวออกมาประสานมือตรงหน้า ต้าปอหลันฮ่องเต้ ท่านเฉินกับ ฮูหยินเฉินตาค้างด้วยความตกใจ
“ฝ่าบาท”ทรุดกายลงกับพื้นคุกเข่าตรงหน้า
“ท่านลุงกับท่านป้าลุกขึ้นอย่าได้เกรงใจเลย”
“ฝะฝะฝ่าบาท ข้าน้อยโง่เขลา กล้าให้ฝ่าบาททำงานหนัก”
“ข้าไม่เคยถือสาการได้เรียนรู้งานในไร่ในสวนถือว่าเป็นสิ่งล้ำค่าท่านเฉิน กรุณาสั่งสอนนับว่า เมตตาข้าไม่น้อย”
“ฝ่าบาท แล้วๆๆ จูเจีย ถูกฮ่องเต้จับไปเป็นเพราะว่าเขาเห็นว่านาง อยู่กับฝ่าบาทใช่หรือไม่”
“ข้าคิดว่านั่นไม่ใช่สาเหตุจากที่ดูจูจิ้นกับจูเจีย คุ้นเคยกับ ซงหยวนฮ่องเต้ไม่น้อย”ท่านเฉินอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำว่าซงหยวน
“เสี่ยวซงต้องใช้เสี่ยวซงแน่ๆ บ้านเราทำไมถึงได้มีฮ่องเต้ทั้งสองแคว้นแวะเวียน”ฮูหยินเฉินพูดขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน
ก่อนหน้านั้น
“ฝ่าบาท ชาวบ้านล้วนอดอยากขาดแคลนอาหาร ข้าน้อยข้ามไปยังชายแดน ของแคว้นฉิน ที่นั่นมีไร่ผักที่ปลูกผักได้ทั้งปีและยังส่งผักเข้าวังหลวงของแคว้นฉินข้าน้อยจึงได้ติดต่อขอซื้อผัก และบุตรีของเจ้าของไร่แห่งนั้นได้คิดและต่อรองราคาผักในราคาที่พอจะซื้อได้แต่ค่อนข้างสูงกว่าราคาที่วังหลวงของแคว้นฉินจ่ายให้กับไร่แห่งนี้”
“บุตรี”
“พ่ะย่ะค่ะ นางเป็นหญิงที่มีใบหน้างดงามทว่ากลับทำงานไม่ด้อยไปกว่าบุรุษและยัง รู้จักต่อรองราคาสินค้า”
“นางเป็นชาวไร่อย่างนั้นหรือ”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยอดที่จะชื่นชมนางเสียไม่ได้”
“รับซื้อผักในราคาที่นางต้องการ ยิ่งซื้อแพงกว่าแคว้นฉินยิ่งดีนางจะได้ ขายให้เราที่เดียว”
“วังหลวงของเรานิยมใช้ผักในเครื่องเสวยนางยังเก่งเรื่องการถนอมอาหารหน่อไม้ตากแห้งของบ้านเฉินอร่อยจนเป็นที่โจษขาน ทั้ง ผักกาดดองเค็ม และเต้าเจี้ยวล้วน หมักบ่มจนมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ข้าน้อยลองลิ้มรสสินค้าของนางต้องยอมรับจริงๆ ว่า แคว้นเหนือของเราไร้ฝีมือ”
“ข้าชักอยากจะเห็นหน้านางเสียแล้ว”
“ฝ่าบาท ให้คนของเราเชิญตัวนางมาที่นี่จะดีไหม”ต้าปอหลันฮ่องเต้ส่ายหน้าไปมา
“ไม่ต้อง หากนำนางมาที่แคว้นเหนือคาดว่าสิ่งที่เราเห็นคงจะไม่ได้เห็นเสียทั้งหมด”
“ท่านเฉิน ข้านำคนงานมาฝากให้ช่วยทำงานในสวน”
“สวนของเราไม่รับคนงานอีกต่อไป”
“เสี่ยวต้า คารวะท่านเฉินเสีย”
“เสี่ยวต้าคารวะท่านเฉิน”
“เห็นทีข้าไม่อาจปฏิเสธได้อีกแล้วใช่ไหม”
“ท่านพ่องานในสวนกำลังเร่ง มีคนมาช่วยงานจึงดี”แป๋มช่วยพูดเพราะเห็นว่าลำพังเขากับจูจิ้นบัดนี้งานล้นมือ
เสี่ยวต้าพยักหน้าขึ้นลงยิ้มๆ เมื่อเห็นว่าแป๋มช่างมีใบหน้างดงามเกินกว่า หญิงบ้านป่าธรรมดาสมคำร่ำลือเสียง ภายใต้ดวงหน้างดงามน้้นนางยังมีน้ำใจรับเขาไว้ทำงาน เขา คงต้องอยู่ที่นี่สักพักจากในครั้งแรกที่คิดว่าจะมาแค่ให้ได้เห็นหน้านางเท่านั้นแต่ในเวลานี้มีหลายอย่างที่ฉุดดึงเขาไว้หนึ่งในนั้นคือใบหน้างดงามและท่าทีหวาดระแวงของแป๋ม อีกทั้งบางครั้งนางยังเหม่อลอยเศร้าสร้อย จนเขาอยากจะเข้าไปถามว่านางมีสิ่งใดในใจและพร้อมจะปลอบใจนาง
ต้าปอหลันถอนหายใจด้วยความเสียดาย บัดนี้เขารู้แล้วว่าแป๋มทำไมมีสีหน้าเศร้าโศกแว๊บแรกที่นางเป็น ซงหยวนฮ่องเต้แววปีติ ในคดวงตาและหยาดน้ำตาของแป่มบอกอะไรเขาหลายๆ อย่างหากเดาไม่ผิดซงหยวนคงเร้นกายเข้ามาในไร่เช่นกัน เสียดายที่เขาช้าไปกว่าฮ่องเต้แคว้นฉินไปหนึ่งก้าว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีทางให้แป๋มต้องเสียน้ำตาเพราะเขาเหมือนซงหยวนฮ่องเต้