เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 63 ช่วงคูลดาวน์สิ้นสุด!

    ยามค่ำคืนบริเวณนอกหมู่บ้านที่จ้าวลี่อิ่งอาศัยอยู่

            ตรงป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้าม มีชายสี่คนยืนอยู่ข้างป้ายโฆษณาควันบุหรี่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว พื้นเต็มไปด้วยก้นบุหรี่แสดงว่าพวกเขามาดักอยู่นานแล้ว

            กลุ่มคนเหล่านี้ก็คือสี่คนที่เคยไล่ต้อนทิเบตันมาสทิฟแล้วถูกสวี่มั่วสั่งสอนมาก่อนนำโดยชายหัวโล้นที่มีฉายาว่า “กวงโถวเฉียง”

            ทั้งสี่สูบบุหรี่ไปพลาง มองเข้าไปในหมู่บ้านเป็นระยะแต่ละคนสีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

            ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าของกวงโถวเฉียงก็ดังขึ้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เหมือนจะคาดเดาได้ว่าใครโทรมา

            เขาลังเลก่อนหยิบขึ้นมาดู พอเห็นชื่อที่โชว์อยู่ใบหน้าก็ยิ่งซีดเซียวไปอีก กดรับสายอย่างไม่เต็มใจ

            “ฮัลโหลครับ… คุณชายโจว…”

            “ทำไมเพิ่งรับสาย จัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง”

            เสียงไม่พอใจของโจวเหล่ยดังมาจากปลายสาย

            “ยัง…ยังเลยครับ…”

            “ยังไม่เรียบร้อย? แม่ง!ตอนที่รับปากกับฉันพูดว่าอะไร ตอนนี้ครบสามวันแล้วไอ้หมาที่นายรับปากว่าจะหามาให้น่ะ อยู่ไหน!”

            “ไม่ใช่นะครับคุณชายโจว…คราวนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเราเลยนะไอ้หมาตัวนั้นแม่งไม่ออกมาเลยจริงๆ! สามวันเต็มๆ มันไม่โผล่สักครั้ง!”

            “ไม่ต้องมาหาข้ออ้าง! ฉันต้องการแค่ผลลัพธ์เท่านั้น!”

            “คุณชายโจวครับ ขอเวลาอีกสองวัน…แค่สองวัน!พวกเราจะหาทางให้ได้! ถ้ามันยังไม่ออกมาเราจะงัดประตูบุกเข้าไปจับมันมาให้คุณเลย!”

            “พวกไร้ประโยชน์! ก็ได้…จะให้เวลาอีกสองวันเท่านั้นถ้ายังไม่เสร็จละก็…รู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”

            “…”

            หลังกวงโถวเฉียงวางสาย ยิ้มปลอมๆ ที่เคยมีบนใบหน้าหายไปแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัด

            เขาสบถออกมาอย่างหงุดหงิด “แม่ง! ก็แค่ลูกคุณหนูมีเงินนิดๆ หน่อยๆจะวางท่าหาหอกอะไรวะ!”

            ชายร่างเล็กที่ยืนข้างๆ ถามขึ้นว่า “ลูกพี่เขายอมให้เวลาเราเพิ่มอีกสองวันจริงๆ เหรอ”

            กวงโถวเฉียงทำหน้ามืดครึ้ม แล้วพยักหน้า “อืมภายในสองวันนี้ถ้าเรายังทำไม่สำเร็จ เกรงว่าคงต้องเก็บของเผ่นแล้วล่ะ…”

            ถึงในใจจะดูแคลนโจวเหล่ย แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าอย่าได้ไปหาเรื่องพวกคนรวยแบบนี้ เพราะแค่โยนเงินออกมาไม่กี่ก้อนก็มีคนพร้อมจะหักขาพวกเขาเป็นสิบๆ แล้ว

            ชายหัวเกรียนถามด้วยความกังวลว่า “งั้นเราจะทำยังไงต่อดี”

            กวงโถวเฉียงหันไปมองประตูหมู่บ้านอย่างหัวเสีย “จะทำยังไงได้ก็ต้องรอมันโผล่มาน่ะสิ! แม่งเอ๊ย! ไม่รู้ว่าไอ้หมานั่นเป็นบ้าอะไรถึงได้ไม่ออกมาเลยตั้งหลายวัน!”

            พวกเขามาดักรออยู่หน้าหมู่บ้านรวมถึงใต้ตึกของจ้าวลี่อิ่งมาแล้วถึงสามวัน แต่กลับไม่เคยเห็นฮัสกี้โผล่มาเลยทั้งที่จากข้อมูลของโจวเหล่ยก็รู้ว่าฮัสกี้อยู่ที่นี่แถมตอนที่ไปดูไลฟ์สดของจ้าวลี่อิ่งก็เห็นมันนอนอยู่บนเตียงข้างหลังเธอทุกครั้งทำตัวยังกะเจ้านายใหญ่ ไม่เห็นจะเหมือนหมาป่วยตรงไหน แต่ก็ไม่ออกมาเลยสักครั้งแม้แต่ตอนที่จ้าวลี่อิ่งออกไปข้างนอกก็ไปคนเดียวตลอด

            ...ผู้หญิงคนนี้เลี้ยงหมายังไงกันแน่!ทำไมไม่เคยพามันออกมาเดินเลยสักครั้ง!

            ทั้งหมดนี้ทำให้พวกเขาเซ็งสุดๆ

            กวงโถวเฉียงถึงขั้นคิดแล้วว่า ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่เห็นหมานั่นอีกจริงๆบางทีอาจต้องอาศัยจังหวะที่จ้าวลี่อิ่งออกไปข้างนอกบุกเข้าไปจับมันเอง…

            คืนนั้นกวงโถวเฉียงกับพวกยังยืนรอเก้อจนถึงดึกดื่นแต่ฮัสกี้ก็ไม่โผล่มาอยู่ดี

     

    เช้าวันถัดมาจ้าวลี่อิ่งเอาเสื้อผ้าที่ซักเสร็จไปตากที่ระเบียงพอกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นก็เห็นฮัสกี้นั่งอยู่บนเก้าอี้ใช้อุ้งเท้ากดรีโมตกดเล่นไปมา

            เธออดหัวเราะไม่ได้ ก่อนเอ่ยว่า “มั่วมั่ว วันนี้ดูอารมณ์ดีนะ? คิดอะไรอยู่เหรอ”

            หือ? ดูออกด้วย?

            สวี่มั่วเงยหน้ามองเธออย่างประหลาดใจเล็กน้อย

            วันนี้เขาอารมณ์ดีจริงๆเพราะ...ช่วงภารกิจคูลดาวน์สามวันกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว!ในไม่ช้าก็จะได้ออกไปทำภารกิจหาแต้มอีกครั้ง!!

            การรอคอยช่างน่าเบื่อเกินทน!

            ผ่านสามวันที่ว่างเปล่านี้สวี่มั่วถึงได้รู้ว่าตัวเองใส่ใจกับภารกิจมากกว่าที่คิด หรือจะพูดให้ถูกคือใส่ใจกับแต้ม…หรือไม่ก็โอกาสที่จะกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้ง

            พอไม่ได้ทำภารกิจ ไม่ได้หาแต้มตลอดสามวันมันช่างเหมือนการเสียเวลาเปล่าอย่างยิ่ง

            ต่อไปเวลาจะปฏิเสธภารกิจคงต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้...แต่ถ้าเป็นภารกิจบ้าๆแบบให้ไปผสมพันธุ์ล่ะก็ ยังไงก็ต้องปฏิเสธ นั่นคือหลักการและเส้นแบ่งที่ห้ามข้าม!!

            สวี่มั่วเรียกหน้าจอระบบขึ้นมาดูเห็นว่าช่วงคูลดาวน์เหลืออีกเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

            ใกล้แล้ว! อีกเดี๋ยวก็จะได้ออกไปหาภารกิจทำ!

            เขาคิดพลางเปิดเว็บ ล็อกอินเข้า Feilu เข้าไปยังหลังบ้านนักเขียนเตรียมอัปเดตนิยาย

            วันนี้ 'สัประยุทธ์' จะขึ้นระบบเก็บเงิน

            ตอนตีหนึ่งเขาเพิ่งอัปไปแล้วหนึ่งร้อยตอนตอนนี้ตั้งใจจะอัปเพิ่มอีกสองร้อยตอนให้ครบหนึ่งล้านตัวอักษรจากนั้นจะได้ออกไปหาภารกิจอย่างสบายใจ

            พร้อมกับการอัปเดตอย่างบ้าคลั่งของสวี่มั่ว กระดานรีวิวของ 'สัประยุทธ์' รวมถึงทั้งเว็บ Feilu ก็ระอุขึ้นมาในทันที

            นิยายใหม่ที่เปิดตัวมาเพียงสามวัน อัปวันละร้อยตอนรวมกว่าสามแสนตัวอักษร แล้วยังทำให้ครบหนึ่งล้านตัวอักษรในเวลาเพียงสามวันจากนั้นวันขึ้นระบบเก็บเงินยังอัปเพิ่มอีกสามร้อยตอน รวมแล้วหนึ่งล้านตัวอักษร!

            ปริมาณการอัปเดตที่มหาศาลอย่างไม่เคยมีมาก่อนนี้กลายเป็นตำนานไปแล้วที่น่าทึ่งกว่าคือ คุณภาพของเรื่องกลับเกินความคาดหมายทำให้ผู้อ่านนับไม่ถ้วนถึงขั้นหลงใหลจนแทบบ้า!

            [โว้ย! มาอีกแล้ว!!]

            [พระเจ้า! สอง…สองร้อยตอน! รวมเป็นสามร้อยตอนแล้ว!]

            [บ้าเอ๊ย! สองล้านตัวอักษร! นักเขียนไร้เทียมทาน!]

            [เชี่ยเอ้ย! ผู้เขียน ขอร้องล่ะ อย่าอัปแล้วได้ไหม!ตามอ่านไม่ทันแล้ว ตอนกลางคืนฉันยังต้องนอนนะเว้ย!]

            [วอดดาฟ้าก! เมื่อคืนฉันอดนอนอ่านจนจบพอดีวันนี้จะให้อ่านยันสว่างเลยรึไง!]

            [ผู้เขียนนี่ใกล้จะไปเข้าเฝ้าเง็กเซียนรึไงน่ะ!ที่เก็บสต็อกไว้มีเท่าไหร่กันแน่! หรือว่าจริงๆ เขียนจบทั้งเล่มแล้วค่อยทยอยอัป?]

            [พี่ใหญ่…ช้าลงหน่อยเถอะ…หัวใจดวงน้อยๆของฉันทนไม่ไหวแล้วนะ…]

            [สุดยอดนิยาย! สุดยอดนักเขียน! ไร้เทียมทาน!]

            [โคตรสะใจ! อ่านแล้วหยุดไม่ได้จริงๆๆๆ!!]

            [ครั้งแรกที่เติมเงินอ่านนิยาย! สู้ๆ นะนักเขียน!]

            [ซื้อหมดแล้ว! กดให้รางวัลเรียบร้อย! นักเขียนสู้ๆ!]

            [ไอ้คนเขียน ‘เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ?’ น่ะ! มาดูไว้เป็นตัวอย่างซะ!]

            […]

            พออัปเดตเสร็จ สวี่มั่วก็เปิดกระดานรีวิวขึ้นมาดูเห็นคอมเมนต์จากนักอ่านมากมาย ก็พยักหน้าอย่างพอใจ

            ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นการลอกมาก็เถอะแต่มันก็ยังทำให้เขารู้สึกภูมิใจเล็กๆ อยู่ดี

            อยู่ๆ ก็เกิดอารมณ์อยากแกล้งขึ้นมาสวี่มั่วเลยไปเปิดโพสต์ที่เคยตอบโต้ไว้ใต้หนังสือเล่มหนึ่งเมื่อหลายวันก่อนแล้วกดตอบกลับไปว่า 'นิยายฉันเขียนเสร็จแล้วนะ ชื่อ ‘สัประยุทธ์’ไปหาอ่านเอาเองละกัน'

            “มั่วมั่ว ฉันจะไปซื้อของนะ อยู่บ้านดีๆ ล่ะ”

            เสียงของจ้าวลี่อิ่งดังขึ้นมาพอดี

            สวี่มั่วเงยหน้าขึ้นไปเห็นว่าเธอแต่งตัวออกข้างนอกเรียบร้อยแล้วกำลังถือกระเป๋าเดินไปทางประตู

            สวี่มั่วรีบปิดระบบ กระโดดลงจากโซฟา คาบสายจูงออกมาจากมุมห้องแล้ววิ่งดิ่งไปหาเธอด้วยท่าทีตื่นเต้น

            “เอ๊ะ?” จ้าวลี่อิ่งเห็นท่าทางของฮัสกี้ก็อดแปลกใจไม่ได้“หืม ทำไมวันนี้นิสัยเปลี่ยนไปล่ะ อยากออกไปข้างนอกแล้วเหรอ”

            สวี่มั่วพยักหน้าแรง แถมยังทำหน้าประจบเอาใจ

            ...ในที่สุดก็ทำภารกิจได้แล้วสิ!แน่นอนว่าต้องออกไปข้างนอกอยู่แล้ว!


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498