รัตติกาลยาวนานมองไปทางไหนล้วนมืดมิดไปหมดทุกแห่ง ทว่าไม่เป็ปัญหาของผู้ฝึกยุทธสักเท่าไหร่ ร่างหนึ่งเคลื่อนไหวปราดเปรียวดั่งเงาแมกไม้ตกกระทบยามต้องลม สายตาสอดส่องมองหาในความมืดด้วยความร้อนใจ ั้แ่พระอาทิตย์ยังอยู่เหนือหัวกระทั่งตอนนี้ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่เฝ้าตามหา หลัวเจิ้งเหยียนเริ่มอ่อนล้าแผลที่ยังไม่ได้รับการรักษาก็ปวดขึ้นมาจนน่ารำคาญ ครั้นจะหยุดพักก็เป็ห่วงจนไม่อาจทนอยู่เฉยได้
ไปอยู่ที่ใดกัน?
แม้แรงใจจะมากมายเพียงใดแต่ร่างกายมนุษย์ย่อมมีขีดจำกัด สุดท้ายเมื่อไม่อาจทนฝืนต่อได้หลัวเจิ้งเหยียนจึงหยุดฝีเท้ายังต้นไม้ใหญ่ติดกับแม่น้ำเพื่อใช้พักผ่อนเอาแรงตื่นขึ้นมาอีกทีก็เช้าพอดี
เหมือนวันนี้โชคจะเข้าข้างอยู่บ้างขณะกำลังกรอกน้ำใส่ถุงหนังสายตาพลันเห็นร่องรอยบางอย่างคล้ายรอยเท้ามนุษย์เมื่อลองแกะรอยตามไปก็พบเข้ากับสัญลักษณ์ประจำตระกูลหลัว หลัวเจิ้งเหยียนใจชื้นขึ้นเร่งฝีเท้าตามไปด้วยความหวังไม่นานจมูกได้กลิ่นควันไฟจางๆลอยมาตามลมจึงดีดกายไปตามกิ่งไม้มองหาจากมุมสูงแทน
“เ้าพักผ่อนก่อนเถิด ข้าจักไปหาผลไม้ป่ามาให้” คุณชายใหญ่สกุลหลัวเอ่ยบอกคนที่กำลังนั่งสัปหงกหน้ากองไฟ คนผู้นี้เฝ้าไข้เขาทั้งคืนไม่ได้นอน เห็นแล้วทำเอารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจทว่าในความรู้สึกผิดนั้นกลับมีรู้สึกบางอย่างซึ่งเขานั้นก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
“เ้าไปเถอะไม่ต้องห่วงข้า” อันจื่อเทาสบัดหน้าไล่ความง่วงก่อนลุกยืนดีดกายขึ้นต้นไม้เพื่อหาที่นอนเหมาะๆสำหรับพักสายตารออีกคนกลับมาไม่นานก็เข้าสู่นิทราโดยง่ายดาย
หลัวสุ่ยิมองตามั้แ่ต้นจนจบใช้เวลาไม่กี่อึดใจก็หลับเสียแล้ว เมื่อคืนคงรบกวนคุณชายผู้นี้ไว้มากพอดู….
“พี่ใหญ่!” ยังไม่ทันจะคิดสิ่งใดต่อเสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นด้านหลังเรียกเ้าของชื่อหันกลับไปมองด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ไม่อาจเอ่ยเป็คำพูดได้
“เ้ามาช้า” คล้ายตำหนิแต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว หลัวเจิ้งเหยียนทำหน้าเหม็นเบื่อ อุตส่าห์มาช่วยแล้วยังบ่นนู้นนี่อีก
"ข้าก็มาแล้วนี่ไง"ตอบออกไปพลางมองไปรอบๆ"ภรรยาข้าเล่า?"
หลัวสุ่ยิชี้ไปบนต้นไม้ คราแรกหลัวเจิ้งเหยียนนึกว่าโดนแกล้งอำเล่นแต่พอมองตามไปเห็นคนที่ตามหาหลับอุตุอยู่บนนั้นจริงๆ คิดอะไรของเขากันถึงได้ไปนอนบนนั้น?ไม่สิ ยังไม่ตื่นหรือ?
“เมื่อคืนเขาเฝ้าไข้ข้าทั้งคืน” กล่าวเพียงแค่นั้นหลัวเจิ้งเหยียนก็พอเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้โดยไม่ต้องขยายความต่อ ดวงตาคู่คมละจากคนบนต้นไม้มองสำรวจร่างกายพี่ชายต่างมารดาก่อนจะพบว่านอกจากแผลบนไหล่แล้วก็ไม่มีตรงไหนาเ็มากมาย
“เป็เช่นไรบ้าง"
“ดีขึ้นแล้ว ต้องขอบคุณน้ำใจน้องสะใภ้” รอยยิ้มจุดขึ้นมาบนมุมปากนิดๆไม่นานก็หายไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยเืที่แห้งแล้วติดตามอาภรณ์ผู้เป็น้องชาย “เ้าาเ็”
“นิดหน่อย"มือยกกุมท้องเมื่อถูกทักท้วง จะว่าไปนอกจากทาสมุนไพรห้ามเืก่อนหน้าก็ยังไม่ได้ทำแผลดีๆเลย "พี่ใหญ่พอจะมียาสมานแผลติดตัวมาบ้างหรือไม่?”
"ไม่มีแล้ว"ปกติหลัวสุ่ยิจะพกสมุนไพรหลากหลายชนิดติดตัวไว้เผื่อยามขับขัน ทว่าหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายพอจะใช้งานอีกทีก็มีเพียงสมุนไพรห้ามเืเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่
"แล้วแผลท่าน?"หากเป็เช่นนั้นแสดงว่าาแของอีกคนก็ไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่ ไม่แปลกที่จะจับไข้เพราะพิษาแ
"พอทนได้"
แสดงว่าเจ็บมิน้อย หลัวเจิ้งเหยียนคิดในใจก่อนมองไปยังคนหลับบนต้นไม้แล้วย้ายกลับมาหาพี่ชายอีกครั้ง สองพี่น้องคุยกันต่ออีกสองสามประโยคเมื่อตกลงกันได้ก็แยกย้ายใครมันกลับมาอีกครั้งคนบนต้นไม้ก็ยังหลับสนิทอยู่เช่นเดิม
ขี้เซาเสียจริง
อันจื่อเทาถูกปลุกด้วยกลิ่นหอมฉุยที่ลอยมาตามลม เปลือกตาสีมุขกระพริบถี่เมื่อยามต้องแสงก่อนจะลุกพรวดขึ้นทันทีเมื่อคนที่คะนึงหามาอยู่ตรงหน้าแล้ว
"เจิ้งเหยียน"เ้าของชื่อละจากสิ่งที่กำลังทำโยนไม้ย่างกระต่ายป่าไปให้คนข้างๆก่อนลุกยืนอ้าแขนรอรับคนพึ่งตื่นให้ลงมา
"ที่รักข้ามารับเ้าแล้ว"อันจื่อเทายิ้มบางโผเข้าสู่อ้อมกอดที่รอรับด้านล่าง
"เ้าเป็อย่างไรบ้าง"กอดจนพอใจแล้วจึงผละออกมองสำรวจร่างกายของอีกคนด้วยความเป็ห่วงชัดเจนอย่างไม่เคยเป็มาก่อน จนคนมองอึ้งไป ไม่นานก็ยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ
เสี่ยวจื่อเป็ห่วงข้ามากถึงขั้นไม่เก็บอาการ เช่นนี้ข้าคิดเข้าข้างตัวเองได้ใช่ไหม
"ข้าสบายดี ไม่เจ็บไม่ปวดตรงไหน"ระบายยิ้มละมุนก่อนก้มลงจุมพิตยังหน้าผากมนแช่ค้างไว้สักพักแล้วจึงผละออก "มาเถอะ ข้าย่างกระต่ายป่าไว้ให้เ้า รีบกินตอนยังร้อนๆเถิด"
ท่าทางรีบเปลี่ยนเื่ดูก็รู้ว่ากำลังปิดบังบางอย่างเอาไว้ กระนั้นอันจื่อเทาเลือกจะปล่อยผ่านยอมตามแรงชักจูงนั่งลงข้างกัน "ลำบากเ้าแล้ว"
"ลำบากอันใดอันกัน ทำเป็คนอื่นคนไกลไปได้"เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจพลางคว้ากระต่ายป่าย่างที่สุกแล้วจากมือพี่ชายมาให้อีกคนไม่ลืมเปาคลายร้อนก่อนป้อนให้ถึงปาก “กินเยอะๆจะได้โตไวๆ”
อันจื่อเทาไม่ได้ต่อคำอ้าปากรับเนื้อที่อีกคนป้อนมาพร้อมทั้งกัดไม่เบาไม่แรงด้วยความนึกอยากหยอกเย้าคน
แต่เหมือนคนโดนประทุษร้ายจะชอบใจเสียมากกว่าป้อนมาอีกครั้งถึงได้แช่นิ้วไว้นานกว่าเดิม “เนื้อกระต่ายจืดไปหน่อย”
อันจื่อเทามุมปากกระตุกมองรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่ถูกส่งมาได้แต่ส่ายหน้าในใจ เ้าเด็กคนนี้หัดกระล่อนั้แ่เมื่อไหร่กัน
เมื่ออิ่มท้องก็ได้เวลาเดินทางต่อ ก่อนหน้าหลัวเจิ้งเหยียนจุดพลุส่งสัญญาณไปแล้วรออีกไม่เกินครึ่งวันหากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดคนของสำนักหยางจิ่วคงมาถึง ครั้นจะอยู่เฉยรอความช่วยเหลืออย่างเดียวคงไม่เป็ผลดี เพราะหากพลุสัญญาณที่จุดไปไม่ใครสังเกตเห็นจะเสียเวลาเปล่าๆ พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะรั้งรออีกหนึ่งวันหากยังไม่มีใครมาค่อยคลำทางกลับไปเองในวันพรุ่งนี้
ทั้งสามย้ายที่พำนักไปยังต้นไม้ใหญ่ที่หลัวเจิ้งเหยียนใช้นอนพักเมื่อคืน เนื่องจากทำเลเหมาะกว่าในหลายๆด้านทั้งยังง่ายต่อการดื่มกินหรือชำระร่างกาย
ระหว่างรอหลัวสุ่ยินำสมุนไพรที่เก็บมาได้ก่อนหน้ามาบดผสมเป็ตัวยาไว้ใช้กับตนเองและอีกคนที่แสร้งทำเป็สบายดีทั้งที่หน้าซีดเซียวไปหมดแล้ว
“เป็เด็กหรือไรถึงได้ปล่อยให้แผลอักเสบขนาดนี้” สมุนไพรสีสดโป๊ะไปยังแผลตรงสีข้าง เคราะดีเพียงแค่ปลายดาบถากไปเท่านั้นไม่ลึกมากแต่ความยาวก็เกือบ1ชุ่น (1นิ้ว) เลยทีเดียว ยิ่งเ้าของมันไม่ใส่ใจดูแลแผลจึงเริ่มเกิดการอักเสบค่อนไปทางเกิดหนอง ดูอาการหนักกว่าหลัวสุ่ยิเมื่อวานเสียอีก
“ที่รัก รักข้าเบาๆหน่อย"หลัวเจิ้งเหยียนนิ่วหน้าช้อนตามองอ้อนวอนคนทำแผลให้เบามือลงหน่อย อันจื่อเทาคิ้วกระตุก เวลาแบบนี้ยังจะมาเล่นอีก ตบลงสักทีดีมั้ยเนี่ย
"เป็เด็กดีหน่อยสิ"คนๆนี้นับวันยิ่งห่างไกลจากภาพลักษณ์แรกเริ่มที่เคยเจอ จะว่าไปนี่คงเป็ตัวตนที่แท้จริงของเ้าตัวกระมัง?
อย่าว่าแต่อันจื่อเทาเลยที่นึกทึ้ง หลัวสุ่ยิที่โตมาด้วยกันยังไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทว่าไม่นานจากความประหลาดใจก็แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มแปลกประหลาด หาความสุขของตนเองเจอแล้วสินะ ช่าง…น่ายินดี
คงเหลือแต่ตัวเขากระมังที่ยังหาจุดยืนให้ตนเองไม่ได้สักที
ตะวันตรงหัวอี้หย่งหยางเจี๋ยนำกำลังศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักมาช่วยตามคาด แต่ละคนสภาพล่อแลเต็มทนยังอุตส่าห์ฝืนสังขารมาช่วยนับว่ามีน้ำใจไม่น้อย โดยเฉพาะพี่ใหญ่ของเขายืนยังเซแต่ไม่ยอมพัก พอมาถึงพูดคุยกันได้ไม่กี่คำก็สั่งให้กลับทันทีบอกค่อยพักทีเดียว ดีหน่อยพื้นที่แถวนี้ใช้ม้าในการเดินทางได้จึงไม่ต้องใช้แรงมากมายแถมยังช่วยย่นระยะเวลาเพียงไม่ถึง2ชั่วยามก็กลับมาสมทบกับขบวนใหญ่ได้แล้ว
“เพ่ยเกอ!เพ่ยเกอ!!” เสียงหวานมาพร้อมแรงปะทะทำเอาคนตัวเท่ากันแทบหงายหลัง โชคดีหลัวเจิ้งเหยียนยืนอยู่ด้านหลังรับไว้ทันไม่เช่นนั้นคงหงายล้มตึงไปทั้งคู่
“เป็อะไรไปเนี่ย?” อันจื่อเทาตาโตเมื่อเห็นเด็กเกรียนน้ำตาไหลอาบแก้ม แขนสองข้างกอดเขาไว้แน่นหายใจแทบไม่ออก คงจะกลัวไม่น้อยเลยสินะเด็กคนนี้
“เ้าคนหัวรุนแรงทุบข้าจนสลบแล้วทิ้งข้าไว้!!!” หลี่ซูเซียนโวยวายลั่นน้ำหูน้ำตาไหลนองหน้ามือก็ชี้ไปยังต้นเหตุ
คิ้วเรียวเลิกขึ้นเชิงถาม “พี่ใหญ่ลงมือกับสตรีหรือ?”
คนถูกกล่าวหาถอนหายใจเฮือกใหญ่ รับรู้ถึงเส้นเืเต้นตุบๆั้แ่เห็นหน้าสตรีผู้นี้แล้ว “คนผู้นี้ฟังภาษาคนทั่วไปไม่รู้เื่ ข้าเลยให้เขาพักรอเ้าน่ะ"”
“เป็เช่นนี้เองหรือ…” อันจื่อเทานึกภาพเหตุการณ์วุ่นวายออกเลย ถึงแดเนียลจะไม่รู้ฟัง แต่ถึงขั้นลงมือกับผู้หญิงนี่มัน…
เห็นสายตาของคนเป็น้องชายส่งมาอี้หย่งหยางเจี๋ยสังหรใจว่าไม่ใช่เื่ดีแน่จึงขยายความให้ฟังต่อ “ข้าบอกให้นั่งม้าตัวเดียวกับข้าเพราะเห็นว่านางขี่ม้าไม่เป็ แต่สตรีผู้นี้พูดไม่รู้เื่ะโขึ้นม้าอีกตัว ผลลัพธ์เ้าน่าจะทราบ”
อันจื่อเทาพยักหน้าเข้าใจ หากแต่คนถูกกล่าวถึงไม่ยอมรับเชิดหน้ากล่าวอย่างถือดี“ไม่รู้แหละข้าจำได้ว่าเขาทำข้าเจ็บ เพ่ยเกอไปพักกันเถอะกลับมาเหนื่อยๆ”
จากนั้นก็ทำเฉไฉกอดแขนเพ่ยเกอพาเข้าไปในกระโจมหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล เป็อันชัดเจนว่าใครพูดความจริง อันจื่อเทาส่ายหน้าไม่รู้จะขำหรือเหนื่อยใจดี แดเนียลนี่มันแดเนียลจริงๆ
“ให้ตายเถอะ นี่น่ะหรือสตรีชั้นสูง เหอะ!” อี้หย่งหยางเจี๋ยสบถด้วยความหัวเสีย ก่อนหันหลังไปยังกระโจมรวมอีกฝั่ง คนที่เหลือเมื่อจบเื่แล้วต่างแยกใครมันเหลือเพียงสองพี่น้องสกุลหลัวที่มองหน้ากันอย่างไม่รู้จะเอาไงต่อดี สุดท้ายจึงตามอี้หย่งหยางเจี๋ยไปยังกระโจมรวมเพื่อรักษาแผลของตัวเองก่อน
“เฮียครับ ไม่าเ็ตรงไหนใช่ป่าว” เข้ามาในกระโจมแดเนียลทำการสำรวจรอบตัวคนอายุมากกว่าทันที เมื่อเห็นว่าไม่มีาแตรงไหนค่อยถอนใจหายออกมาด้วยความโล่งอก
อันที่จริงอันจื่อเทาอยากบอกว่าเขาปวดข้อเท้ามากเพราะเร่งก้าวตามมา แต่พอเห็นความห่วงใยของเด็กมันเลยเปลี่ยนเป็พยักหน้าให้แทน “ไม่เป็ไร ว่าแต่นายดูมอมแมมเชียวไปคลุกดินที่ไหนมาล่ะ”
“เื่ของผมเถอะน่า เฮียไม่เป็ไรก็ดีแล้ว” เด็กเกรียนเบ้หน้าตรงลิ่วไปยังตั่งตัวเล็กก่อนหย่อนก้นนั่งแล้วเริ่มบ่นออกมาอีก “เฮียรู้ป่ะครับว่าพี่เฮียนิสัยเสียมากเลย ไม่ยอมให้ผมไปด้วยแล้วยังใช้สายตาดูถูกมองผมอีก! ถึงร่างนี้จะเป็ผู้หญิงอ้อนแอ้นบอบบางแต่ใส้ในผมเป็ตัวผู้นะแถมใจยังใหญ่มากด้วย กะอิแค่เข้าป่าใครกลัวกันล่ะ โด่ว!”
“……” อันจื่อเทาได้แต่นั่งฟังเงียบๆพยักหน้าเออออไปตามเป็บางครั้ง แดเนียลนั่งบ่นนู่นนี้รวมไปถึงพล็อตต่อไปที่พระเอกจะได้เป็กุนซือออกรบก่อนมาจบที่หลับคาตั่งด้วยความอ่อนเพลียสะสม
“ลำบากแย่เลยสินะแดเนียล”ดวงตาเ็าฉายแววอ่อนลงจับจ้องคนหลับด้วยความเห็นใจ อายุแค่นี้ต้องมาเจอเหตุการณ์เฉียดตายซ้ำเขายังหายไปอีก คงใไม่น้อย
“เสี่ยวจื่อ” เสียงเรียกจากด้านนอกพาให้ออกจากความคิดหลายๆอย่าง อันจื่อเทาห่มผ้าให้เด็กน้อยพอดีกับคนด้านนอกเปิดเข้ามา
“ว่าอย่างไร?"มาเอาตอนนี้คงไปทำแผลเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมหน้าถึงได้งอเป็ตะขอแบบนั้นได้ล่ะ
“ข้าเหนียวตัวอยากอาบน้ำ” คนตัวใหญ่ตอบพลางเข้ามากอดเอว ใบหน้าคลอเคลียอยู่แถวซอกคอขาว
“แผลเ้าโดนน้ำไม่ได้"อันจื่อเทายกมือกุมใบหน้าที่คลอเคลียตนเองขึ้นมาเสมอกัน ดวงหน้าหล่อเหลาฉายแววอ่อนล้าชัดเจน คนงามระบายยิ้มอ่อนก่อนก้มลงจุมพิตหว่างคิ้วที่ขมวดเป็ปมให้คลายออก
“เช่นนั้นเ้าก็อาบให้ข้าสิ”
“ได้”
ตะวันตกดินอีกครั้งขบวนเดินทางต่างพากันพักเอาแรงไว้สำหรับเดินทางต่อ หลังจากจัดการกับมื้อค่ำก็แยกย้ายกันไปตามจุดนอนที่จับจองไว้ เนื่องจากกระโจมมีจำนวนจำกัดต้องแบ่งสรรปันส่วนให้พอดีกับจำนวนคน กระนั้นก็ยังไม่พออยู่ดี บางคนจึงต้องนอนในรถม้าที่แน่นขนัดไปด้วยเสบียง บ้างนอนบนต้นไม้ใช้กิ่งก้านต่างที่นอนหรือตามที่เหมาะๆพอใช้ซุกหัวนอนได้
ยกเว้นก็แต่สองชีวิตที่ปลีกตัวออกมาตามลำพังไปยังแม่น้ำใกล้ๆตามคำขอของหลัวเจิ้งเหยียนเมื่อหัวค่ำ
“ที่รัก แรงอีกนิด อ๊า"กายแกร่งเปลือยท่อนบนเอนกายเหยียดยาวบนหินก้อนใหญ่ ศีรษะหนุนขาเนียนใต้ผ้าผืนบางเปียกชุ่ม เกศาสีปีกอีกาสยายตามสายน้ำที่ไหลเอื่อยโดยมีมือขาวสางให้เป็ระเบียบสลับเกาให้บ้างบางคราเพื่อให้ได้ผ่อนคลาย หลัวเจิ้งเหยียนหลับตาพริ้มให้อีกคนเล่นกับศีรษะตนได้ตามสบาย เสี่ยวจื่อช่างดีเหลือเกินขอให้ทำอะไรก็ทำให้หมดมิบ่นเลยสักคำ ถึงบางครั้งจะมือหนักไปบ้างก็ตามที
“พอแล้วกระมัง นานกว่านี้จะเป็หวัดเอาได้"อันจื่อเทาหยิบผ้าผืนใหม่มาคลุมเส้นผมที่เปียกชุ่มไว้ก่อนใช้ผ้าผืนเล็กอีกผืนชุบน้ำมาเช็ดตามกายแกร่งโดยเลี่ยงบริเวณแผลให้มากที่สุด ผ้าชุ่มน้ำลากไปตามเรือนกายทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมส่วนบนเรียกเสียงครางผะแ่เป็ระยะ
“ที่รักเ้าทำข้าตื่นไปทั้งตัวแล้ว” ใบหน้าหล่อซุกไปยังหน้าท้องเ้าของตักขณะพลิกกายให้เช็ดหลังได้สะดวกขึ้น
“เ้าคิดไปเองทั้งนั้น” มือขาวเช็ดไปตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำไม่ต่างจากส่วนหน้า ดีนะก่อนมาไปขอยาแก้ฟกช้ำจากหมอเฉียนมาด้วย คิดอยู่แล้วเชียวต้องมีแน่แต่นึกไม่ถึงว่าจะเยอะขนาดนี้ ช้ำไปทั้งตัวยังฝืนตามหาเขาจนเจอ กลับไปต้องบังคับให้พักผ่อนเยอะๆซะแล้ว
“เพราะเป็เ้าข้าถึงห้ามความคิดตัวเองไม่ได้” ััเย็นจากด้านหลังมาพร้อมกลิ่นอ่อนๆอันเป็เอกลักษณ์เดาได้ไม่ยากว่าคือสิ่งใด หลัวเจิ้งเหยียนฝังเขี้ยวไปยังหน้าท้องไร้อาภรณ์กั้นตรงหน้าเมื่อความสุขใจล้นเอ่อล่นเกินจะวางตัวถูก เสี่ยวจื่อช่างใส่ใจข้าเหลือเกิน
“อ่ะ!” ผู้ถูกประทุษร้ายสะดุ้งมองลงไปยังต้นเหตุที่ช้อนตามองเขาอยู่เช่นกันทั้งปากยังคาอยู่จุดเดิมอยู่เลย “เป็สุนัขหรือไร”
ถึงจะเอ่ยอย่างนั้นแต่ก็ไม่มีความขุนเคืองสักนิด กลับกันยังดันให้เปลี่ยนท่านอนเพื่อทายาตรงส่วนหน้าต่อให้เสร็จ หลัวเจิ้งเหยียนไม่ได้ขัดพลิกกายกลับให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
“เป็ของเ้า” กล่าวด้วยรอยยิ้มพริ้มพรายสายตาสื่อความหมายประสานกับลูกแก้วคู่งามที่มองลงมาเช่นกัน “แล้วเ้าเล่ายินยอมเป็ของข้าหรือไม่”
อันจื่อเทาไม่ได้ตอบกลับเพียงขยับใบหน้าเข้าหาคนด้านล่างขณะสายตาสบผสานไม่ละไปไหน เหมือนดึงดูดให้เข้าหาเมื่อริมฝีปากนุ่มหยุ่นััถึงกันคล้ายของหวานเลิศรสที่ไม่อาจหยุดได้ ลิ้นชื้นแฉะเกี่ยวพันสอดผสานในโพลงปากอุ่นร้อนดูดดึงซึ่งกันและกันราวกับสุราที่มัวเมาให้หลงไปกับมันจนถอนตัวไม่ขึ้น
เนินนานไม่รู้ผ่านไปเพียงใดรู้ตัวอีกทีร่างใหญ่ของหลัวเจิ้งเหยียนก็ทาบทับอยู่บนร่างอันจื่อเทาเสียแล้ว
*********************