(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 99 อาณาเขตของดินแดนมนุษย์

            บนท้องถนนภายในมหานครอันกว้างใหญ่ อาคารสูงเสียดฟ้าสะท้อนแสงอาทิตย์ยามสายเป็นประกายระยับ เงาของสะพานลอยและป้ายโฆษณาดิจิทัลทอดตัวทาบลงบนผืนแอสฟัลต์ที่ทอดยาวไปไกลสุดสายตา


            เสียงล้อรถยนต์เสียดสีกับพื้นถนนประสานกับเสียงเครื่องยนต์หลากชนิดจนกลายเป็นจังหวะคุ้นเคยของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เสียงคำรามสายหนึ่งได้ตัดผ่านบรรยากาศราวกับสัตว์อสูรเหล็กที่กำลังปลดปล่อยสัญชาตญาณ


            พาหนะวิญญาณสีดำสนิทของหวงเยี่ยพุ่งทะยานออกมาจากเขตมหาวิทยาลัยเทพอสูร แล้วมุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักในทันที


            เมื่อเสียงคำรามกระหึ่มแผ่ขยายออกไป บรรดาผู้คนริมถนนต่างสะดุ้งและหันขวับมองพร้อมกัน บางคนที่กำลังรอข้ามทางชะงักเท้าโดยไม่รู้ตัว แววตาฉายความตื่นตะลึงเมื่อเห็นร่างในชุดโค้ทสีดำคร่อมอยู่บนพาหนะวิญญาณอันโดดเด่น


            “เสียงอะไรน่ะ…”


            “พาหนะวิญญาณหรือเปล่า?”


            คำกระซิบดังขึ้นตามริมทาง ขณะตัวเครื่องทะยานผ่านช่องว่างระหว่างรถยนต์อย่างแม่นยำ


            มีนักล่ามังกรหลายคนที่กำลังเดินอยู่ในเขตการค้า


            เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าวก็เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาของพวกเขาเป็นประกายวาววับ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง


            “นั่นมันแฟนท่อมหรือเปล่า?”


            “ความเร็วแบบนั้น ไม่มีพาหนะธรรมดาคันไหนทำได้”


            “ถ้าได้ครอบครองสักคัน..”


            คำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาแฝงความใฝ่ฝัน


            เพราะพาหนะวิญญาณไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเดินทาง หากเป็นสัญลักษณ์ของศักยภาพและสถานะในโลกของนักล่ามังกร


            การมีสิ่งนี้ติดตัว ย่อมทำให้การออกนอกอาณาเขตมนุษย์เต็มไปด้วยความคล่องตัวและปลอดภัยยิ่งกว่าเดินเท้าหรือใช้รถธรรมดา


            หวงเยี่ยไม่ได้สนใจสายตาหรือเสียงฮือฮา มือทั้งสองกำแน่นบนคันบังคับ ร่างเอนต่ำรับแรงลม ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาแทรกผ่านช่องทางจราจรด้วยความแม่นยำเหมือนคำนวณทุกระยะห่างไว้ล่วงหน้า ทำให้มหานครเมืองเบื้องหลังค่อยๆถอยร่นไปทุกวินาที


            ...


            ไม่นานนัก เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมง เส้นขอบฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากภาพตึกระฟ้าเป็นพื้นที่เปิดกว้าง


            ถนนกว้างใหญ่ทอดตัวไปยังขอบเขตของมหานครเทพอสูร ก่อนจะเผยภาพของเมืองหน้าด่านอันโอฬารตระการตา


            อาณาเขตเมืองแห่งนี้ตั้งตระหง่านดุจป้อมปราการยักษ์ กำแพงโลหะทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ผิวโลหะสะท้อนแสงแดดจนแสบตา ความสูงของกำแพงมากกว่าหนึ่งร้อยเมตร ใหญ่จนต้องเงยหน้ามองสุดสายตา โครงสร้างหนาแน่นแข็งแกร่งราวกับกำแพงที่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้โดยง่าย


            กำแพงเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นรายล้อมทั่วทั้งอาณาเขตของโลกมนุษย์ เป็นเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ปลอดภัยกับดินแดนที่ไร้การคุ้มครอง


            หวงเยี่ยลดความเร็วลงเล็กน้อยเมื่อเข้าใกล้เมืองหน้าด่าน


            รู้ดีว่าหากข้ามผ่านกำแพงผืนนี้ไป ด้านหลังจะไม่มีข้อบังคับ ไม่มีระบบควบคุม ไม่มีการรับประกันความปลอดภัยใดๆทั้งสิ้น


            ว่ากันว่าภายนอกกำแพงคือโลกแห่งความโหดร้ายและไร้ความปรานี เป็นพื้นที่ซึ่งผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะยืนหยัดได้


            ความทรงจำก่อนหน้าผุดขึ้นในใจ ครั้งหนึ่งตนเองก็เคยออกจากกำแพงเมืองเพื่อเดินทางไปยังสนามการทดสอบที่เจ็ด ซากปรักหักพังของเมืองร้างที่ถูกโจมตีจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน ภาพอาคารพังทลายและถนนแตกร้าวยังชัดเจนในความคิด


            เสียงคำรามของสัตว์อสูรในวันนั้นยังคงสะท้อนอยู่ในความทรงจำ


            ชายหนุ่มรู้ถึงสภาพของโลกภายนอกดี เป็นความจริงที่เคยสัมผัสด้วยตนเอง แต่ความรู้สึกหวาดกลัวกลับไม่ปรากฏในใจเลยซักนิด


            โดยที่เบื้องหน้าภายในสายตาที่มองเห็น มันก็คือสถานที่ทำการของสมาพันธ์นักล่ามังกร


            อาคารคอนกรีตเสริมโลหะตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ มีหอคอยสังเกตการณ์ตั้งสูงเด่นเหนือแนวกำแพง


            ประตูเหล็กขนาดมหึมาสูงกว่าสิบเมตรปิดสนิท รอยเชื่อมต่อของบานประตูหนาแน่นแข็งแรง ประหนึ่งเกราะป้องกันที่ไม่มีช่องโหว่


            ขณะที่บริเวณทางออกมีนักล่ามังกรจำนวนมากรวมตัวกันเป็นกลุ่ม บางคนยืนล้อมพาหนะของตนเพื่อปรับอุปกรณ์ครั้งสุดท้าย บางคนกำลังสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทาง บางรายแต่งกายด้วยชุดเกราะหลากรูปแบบ พลังวิญญาณที่แผ่ออกมาแตกต่างกันไปตามระดับขั้น


            ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสมาพันธ์นักล่ามังกรนับหลายร้อยคนยืนประจำตำแหน่งอย่างเข้มงวด


            สายตาคมกริบกวาดมองทุกการเคลื่อนไหวโดยไม่พลาดแม้รายละเอียดเล็กน้อย


            พาหนะวิญญาณสีดำของหวงเยี่ยค่อยๆชะลอลงเมื่อถึงเขตตรวจสอบ


            เสียงเครื่องยนต์ลดระดับเป็นจังหวะต่ำลึก ก่อนหยุดนิ่งกลางช่องทางที่กำหนดไว้


            ทันทีที่ชายหนุ่มจอดลง เจ้าหน้าที่กว่าสามคนก็เดินเข้ามาล้อมรอบอย่างเป็นระเบียบ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังตัวเครื่องอย่างไม่อาจปิดบังความตื่นตะลึง แม้จะรักษาท่าทีสงบตามหน้าที่


            หนึ่งในนั้นสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ


            “ท่านจะไปที่ไหนเหรอ?”


            “เปิดหน้าให้ดูหน่อยได้หรือไม่?”


            คำถามถูกกล่าวด้วยความนอบน้อม ไม่มีแววแข็งกร้าว


            เพราะระเบียบของเมืองหน้าด่านกำหนดให้ต้องตรวจสอบทุกผู้ที่ผ่านเข้าออกโดยไม่เว้นแม้ผู้ใด ทว่าตัวของหวงเยี่ยไม่ได้ตอบคำถามด้วยการถอดหน้ากาก เขาเพียงยกมือขึ้นและหยิบป้ายอิเล็กทรอนิกส์ออกมาจากแหวนมิติ ก่อนยื่นส่งให้เจ้าหน้าที่ตรงหน้าอย่างสงบ


            แผ่นป้ายบางเฉียบสะท้อนแสงแดดเล็กน้อย ข้อมูลภายในถูกเชื่อมต่อเข้าสู่เครื่องอ่านแบบพกพาในมือของเจ้าหน้าที่ทันที


            เพียงชั่วพริบตา สีหน้าของทั้งสามก็แปรเปลี่ยน ดวงตาที่เคยสงบพลันสั่นสะท้านอย่างชัดเจน


            “มะ.. มหาวิทยาลัยเทพอสูร?!”


            “ผู้มีเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา.. ทั้งยังเป็นลูกศิษย์ของท่านคณบดีหวูเหยียนจี?!”


            คำอุทานแทบหลุดออกมาพร้อมความตกตะลึง ทำให้เจ้าหน้าที่อีกนายหันมองเพื่อนร่วมงานทันที


            “อะไรนะ ลูกศิษย์ของนักล่ามังกรระดับแปดที่ทรงพลังคนนั้นอะนะ?”


            แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพโดยฉับพลัน บรรยากาศที่เคยเคร่งครัดแปรเปลี่ยนเป็นสงบนิ่งด้วยความยำเกรง


            ทั้งสามรีบยกมือแนบอกในท่าทางแสดงความเคารพตามธรรมเนียม


            “ยินดีต้อนรับท่านสู่เมืองหน้าด่านที่หกสิบขอรับท่านหวงเยี่ย”


            “ท่านจะออกเดินทางไปเลยหรือไม่ขอรับ!”


            หวงเยี่ยพยักหน้ารับโดยไม่เอ่ยคำใด ท่าทางนิ่งสงบภายใต้หน้ากากจิ้งจอกสีขาวยิ่งเพิ่มความลึกลับให้กับตัวตน


            “รีบเปิดบานประตูเร็วเข้า!”


            คำสั่งถูกส่งต่อไปยังหอควบคุม เสียงกลไกภายในกำแพงเริ่มทำงาน เสียงโลหะเสียดสีกันดังครืนต่ำหนักแน่น


            บานประตูเหล็กขนาดมหึมาค่อยๆแยกออกจากกัน เผยช่องทางกว้างที่ทอดยาวไปสู่โลกภายนอก สายลมจากด้านนอกพัดลอดเข้ามา กลิ่นดินป่าและความดิบเถื่อนลอยแตะปลายจมูก เจ้าหน้าที่ถอยเปิดทางอย่างเป็นระเบียบ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังร่างในชุดโค้ทสีดำ


            หวงเยี่ยกำคันเร่งแน่น เผยรอยยิ้มบางๆภายใต้หน้ากากที่ไม่มีใครมองเห็น


            เสียงเครื่องยนต์คำรามขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม บิดคันเร่งเต็มแรง พาหนะวิญญาณทะยานพุ่งผ่านช่องประตูดั่งแสงวาบ


            เส้นลวดลายสีม่วงเรืองรองตัดผ่านเงาของกำแพงเป็นริ้วแสงสั้นๆ ก่อนร่างนั้นจะเคลื่อนห่างออกไปทุกขณะ


            ขณะที่ภายใต้หน้ากากจิ้งจอก เสียงคำรามก็ได้ดังลอดออกมาจากในลำคอของชายหนุ่ม


            “ไอ้พวกเผ่าพันธุ์มังกร.. ข้าหวงเยี่ยพ่อของพวกแกมาหาแล้วเว้ย!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440