ตอนที่ 88 บางวันครับบางวันค่ะ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมื่อทั้งสองได้สลับร่างกัน มันมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย
ชีวิตประจำวันของเฟิร์สที่เอาแต่บ่มเพาะ กลับมีงานอดิเรกมากมายงอกเงยขึ้นมา ทั้งทำครัว ทำสวน เย็บปัก ดูซีรี่ส์ ทำของ DIY หลายอยากเป็นสิ่งที่เฟิร์สไม่เคยทำทั้งสิ้น แต่ทั้งหมดนี้กลับอยู่ในความสนใจของอีวา
การเปลี่ยนไปของเฟิร์สทำให้คุณหมอสมคิดที่เป็นพ่อของเขาต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก
หลายครั้งที่เขาชักชวนให้ลูกชายของเขาไปรับการตรวจรักษา
จนมีครั้งหนึ่งอีวาในร่างเฟิร์สยินยอมไปด้วยแต่โดยดี แต่ผลตรวจกลับไม่มีอะไรผิดปกติ
เทคโนโลยีการแพทย์ในยุคนี้มีความล้ำหน้าเป็นอย่างมาก พวกเขาสามารถตรวจหาสารที่เป็นสิ่งผิดปกติในร่างกายได้อย่างแม่นยำ
นอกจากร่างกายของเฟิร์สจะไม่มีสารที่ว่านั้นแล้ว แต่ร่างกายของเขากลับดูแข็งแรงเป็นอย่างมาก แม้จะมีรูปร่างผอมบางก็ตาม
เมื่อเห็นว่าลูกชายมีสุขภาพที่ดี คุณหมอสมคิดจึงไม่ได้รบเร้าอะไรอีก
เป็นเวลาเกือบสองเดือนแล้วที่พวกเขาทั้งสองสลับร่างกันไปมา และไม่มีท่าทีว่าเหตุการณ์นี้จะสิ้นสุด
ช่วยนี้เฟิร์สจึงไม่ได้กลับไปทำงาน และวางแผนไว้ว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาจะต้องทำข้อตกลงบางอย่างกับหญิงสาว
ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันก็ว่าได้
เฟิร์สที่เป็นผู้สงบนิ่งมาตลอดถึงกับตบะแตกหลายครั้งกับการกระทำของหญิงสาวที่มาใช้ร่างของเขา เหตุการณ์ที่เขารับไม่ได้มากที่สุดคืออีวาใช้ร่างของเขาแต่งชุดผู้หญิง
เธอถึงกับเข้าเมืองไปช็อปปิ้งในเมือง เธอเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ซื้อเครื่องประดับและเสื้อผ้ามากมาย
แม้โลกในยุคนี้จะล้ำหน้าเรื่องเพศแล้วก็จริง แต่การที่เด็กหนุ่มร่างผอมบางที่สูงแค่ร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร แต่งตัวเป็นผู้หญิงเดินร่อนไปมาทั้งเมืองก็กลายเป็นจุดเด่นได้ง่ายๆ
บางคนถึงขั้นรู้จักตัวตนของเขา เพราะพวกเขาเป็นพนักงานของนิวโฮปเช่นกัน
แต่ไม่มีใครกล้าที่จะไปล่วงล้ำเวลาพักผ่อนของผู้กองเฟิร์สวันผู้นี้
“ฉันพึ่งรู้ว่าผู้กองเฟิร์สวันมีรสนิยมแบบนี้” หญิงสาวคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นพนักงานของนิวโฮปพูดพร้อมกับเอามือปิดปาก
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว และไม่ได้มีแค่พนักงานนิวโฮปคนเดียวที่เห็น
บางคนถึงกับถ่ายรูปแล้วไปลงในกลุ่ม
เรื่องซุบซิบนี้ได้เข้าถึงหูของสารวัตรเอไอ ซึ่งเขาได้รับภาพของผู้กองเฟิร์สวันแต่งหญิงโดยบังเอิญ เรื่องนี้ถึงกับทำให้สารวัตรผู้มากฝีมือคนนี้ต้องขมวดคิ้ว
“หืม ... ช่างเป็นคนที่ฉันคาดไม่ถึงเลยจริงๆ”
เมื่อกลับไปที่บ้านของเฟิร์ส
บรรยากาศภายในบ้านก็เปลี่ยนไป
“สวัสดีคุณพ่อ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน นี่ครับน้ำเย็นพ่อกลับมาเหนื่อยๆ จะได้ชื่นใจ อ๋อ วันนี้ผมทำแกงกะหรี่ไว้ด้วยนะครับ ไว้รอคุณพ่ออาบน้ำเสร็จค่อยลงมากินกันนะครับ” เด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล และมีท่าทีที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา
“โอ้ ... วันนี้เป็นเฟิร์สนี่สินะ” คุณหมอสมคิดกล่าวอย่างติดตลก
ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะคุ้นชินกับเหตุการณ์นี้แล้ว
เหตุการณ์ที่บุคลิคของลูกชายเปลี่ยนไปมาสลับกัน บางวันครับบางวันค่ะแบบนี้
สำหรับอีวาในตอนนี้ เธอรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้ทำอะไรหลายอย่างที่เธอไม่เคยทำ
นับตั้งแต่ที่เธอสลับร่างมาร่างนี้ เธอก็รู้สึกว่าตนเองแข็งแรงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แถมยังมีพละกำลังที่ผิดไปจากรูปร่าง
อีวารู้ว่าร่างนี้มีพลังพิเศษที่ไม่ธรรมดา แต่เธอก็ไม่สามารถใช้พลังเหล่านี้ได้ นั่นเพราะเธอไม่เข้าใจ
การสลับร่างนี้นอกจากความสามารถพื้นฐานในการใช้ชีวิตเช่นการพูดอ่านเขียนแล้ว มันก็ไม่มีอย่างอื่นที่ได้รับมา อย่างเช่นความทรงจำหรือความรู้ความเข้าใจอื่นๆ
นั่นจึงทำให้ทั้งสองต้องเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ ขึ้นมาใหม่
อีวาแม้จะเป็นสาวน้อยบ้านไร่ แต่เธอก็มีความฉลาดเฉลียวไม่น้อย
ไม่เช่นนั้นแล้วเธอคงไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่คนเดียวได้มาตั้งหลายปี
ดูเหมือนว่าทั้งสองกำลังใช้ร่างของอีกฝ่ายเรียนรู้สิ่งต่างๆ โลกของกันและกัน
สิ่งนี้เหมือนจะทำให้พวกเขาสนิทกันมากขึ้น แต่ความสนิทนี้คือการตอบโต้กันผ่านสมุดไดอารี่
‘ยัยบ้า เธอกล้าดียังไงเอาร่างฉันไปแต่งตัวแบบนั้น’
‘ไอ้คนเลว นายกำลังทำให้ทุกคนคิดว่าฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย’
‘วันนี้เธอทำบ้าอะไรอีกแล้ว ใช้เงินของฉันไปสี่ร้อยกว่าล้าน นี่มันหมายความว่ายังไงกัน’
‘ฮ่า ฮ่า ฮ่า แก้แค้นนายไง นายกล้าดียังไงถึงใช้เงินของฉันไปซื้อของบ้าๆ พวกนั้นมาสะสม รู้ไหมว่ากว่าฉันจะหาเงินพวกนั้นมาได้ฉันต้องเหนื่อยแค่ไหน’
‘เธอนี่มันทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ฉันกำลังทำให้เธอเป็นผู้บ่มเพาะนะ’
‘นายมันจุ้นจ้าน ฉันไม่ได้ขอให้นายทำให้ฉันเป็นผู้บ่มเพาะสักหน่อย’
‘ไม่ใช่ว่าเธอฝันว่าอยากเป็นผู้บ่มเพาะมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ใช่หรอ?’
‘ไอ้คนไร้มารยาท นั่นมันอยู่ในสมุดไดอารี่ในห้องเก็บของของฉันไม่ใช่หรอ? นายกล้าดียังไงมาอ่านของฉัน’
‘สงสัยฉันหน้าด้านพอๆ กับที่เธอใช้เงินของฉันนั่นแหละ’
‘นายมันขี้งก ผู้หญิงใช้เงินแค่นี้ก็บ่นเหมือนยัยแก่ ช่างไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย’
‘ก็พอๆ กับเธอที่ไม่มีความเป็นกุลสตรีนั่นแหละ’
ข้อความที่ทั้งสองตอบโต้กันในสมุดไดอารี่เต็มไปด้วยคำพูดแสบสันที่พวกเขาต้องการเอาชนะกัน
ยิ่งพวกเขาคุยกันผ่านข้อความทุกวัน ความสัมพันธ์ที่เป็นเส้นใยบางอย่างก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้ตัว
อีวาเป็นผู้หญิงที่เปิดเผยแบบนี้อยู่แล้ว แต่เฟิร์สนั้นเป็นคนทำอะไรต้องมีมาด ท่าทางเย็นชาที่แสดงออกมาเป็นสิ่งที่เขาต้องการทำ มันไม่ได้เป็นไปอย่างธรรมชาติอย่างที่อาจารย์ของเขาเป็น
การอยู่กับอาจารย์ ทำให้เขาซึมซับท่าทางและการแสดงออกเหล่านี้
แต่อีวากลับเป็นคนแรกที่เฟิร์สแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา
ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทั้งสองกำลังประสบนั้นเรียกว่าโชคชะตาได้หรือไม่
เวลาผ่านไปสามเดือนพวกเขานั้นได้สนิทคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
เฟิร์สได้ฝึกร่างกายของอีวาจนพร้อมแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้ทำการฝึกฝนร่างของหญิงสาวอย่างหนัก จนอีวาแทบจะบ่นทุกครั้งที่เธอใช้ร่างนี้
แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ความปวดเมื่อยเหล่านั้นก็เริ่มทุเลาลงและเปลี่ยนเป็นสบายตัวในที่สุด
ดูเหมือนว่าเฟิร์สเริ่มที่จะคุ้นเคยกับร่างนี้แล้ว ทั้งนี้เขายังเริ่มคุ้นเคยกับคนในหมู่บ้านเควนอีกด้วย
ตอนนี้สายตาของทุกคนไม่ได้มองหญิงสาวอย่างแปลกประหลาดอีกต่อไป ไม่ใช่ว่าพวกเขาเข้าใจ แต่พวกเขาเริ่มที่จะชินชาที่หญิงสาวแสดงออกเป็นคนสองบุคลิก
แต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะเป็นอีวาคนใด หญิงสาวก็ไม่ได้ก่อความเดือดร้อนให้กับผู้คน
ร่างของอีวาในตอนนี้ดูเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก เธอเริ่มมีกล้ามเนื้อกระชับกับผิวหนัง ไร้ซึ่งไขมัน แถมใบหน้าผิวพรรณยังดูสุขภาพดี ทำให้บุคลิกของเธอดีกว่าแต่ก่อนมาก
หน้าตาของอีวาไม่ได้จัดอยู่ในประเภทผู้หญิงสวย เธอดูเป็นผู้หญิงธรรมดา แต่ตอนนี้กลับดูมีเสน่ห์ขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
ผลของการฝึกฝนร่างกายของเฟิร์สนั้นยอดเยี่ยมยิ่ง และในวันนี้ก็ถึงวันที่เขาจะทำการปลุกพลังสายเลือดให้กับเธอ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเฟิร์สได้เข้าไปหาข้อมูลการปลุกสายเลือดจากหอสมุดของหมู่บ้านและค่ายฝึกฝนผู้บ่มเพาะ
แม้เขาในตอนนี้จะยังไม่สามารถเข้าไปฝึกฝนในค่ายได้ก็จริง แต่การจะขอคำแนะนำจากผู้ที่อยู่ในค่ายก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ยากเกินไปสำหรับเฟิร์ส
ร่างกายของอีวาในตอนนี้แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดามาก นั่นเพราะการปรุงยาสมุนไพรของเฟิร์ส
เหตุที่เฟิร์สใช้เงินของอีวาไปก็เพื่อบ่มเพาะ แม้เขาคร้านที่จะทะเลาะกับเธอเรื่องนี้ก็ตาม
ตอนนี้ดูเหมือนว่าทั้งเฟิร์สและอีวาเหมือนจะเป็นคนคนเดียวกันไปเสียแล้ว
ภายในลานกว้างของบริเวณบ้าน
เฟิร์สได้นั่งสมาธิอยู่กลางแดดจ้า
น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีพลังอักขระ อักขระที่โลกนี้ใช้ไม่มีพลังในตัวของมัน มันไม่เหมือนพลังวิญญาณ พลังสปีริต หรือพลังอักขระเวทย์
อักขระเหล่านี้มีต้นกำเนิดพลังในตัวของมันเอง
แต่ในโลกนี้อักขระที่พวกเขาใช้คืออักขระที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปคิดขึ้นมาเท่านั้น พลังสายเลือดไม่สามารถเหนี่ยวนำพลังผ่านอักขระเหล่านั้นได้
ดังนั้นเฟิร์สจึงต้องใช้ความสามารถอันมีอยู่อย่างจำกัดในร่างนี้
“การจะปลุกพลังสายเลือดในตัวนั้นอาจยากสำหรับบางคน แต่หากเป็นฉันแล้วมันก็เหมือนกับการไขกุญแจเข้าบ้าน สายเลือดของพวกเขามีรหัสพันธุกรรม รหัสเหล่านั้นเป็นกุญแจที่จะเปิดประตูของพลังสายเลือด”
“เนื่องจากสิ่งมีชีวิตหลากโลกามีความสามารถที่หลากหลาย สายเลือดของพวกเขาจึงได้รับความสามารถที่แตกแขนงออกมาต่างกัน อย่างไรก็ตามคนคนหนึ่งแม้จะทำได้ทุกอย่างแต่ก็ต้องมีสิ่งที่ถนัดมากที่สุด ความสามารถนั้นจึงเป็นความสามารถที่ทรงพลังของสายเลือด”
“ขอเพียงสามารถเปิดประตูพลังสายเลือดได้อย่างถูกต้อง การที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งนั้นก็ไม่ยากเลย”
“เอาล่ะ ... อีวา ให้ฉันได้ขุดค้นพลังสายเลือดในร่างนี้เถอะ”
ตอนนั้นเองจิตของเฟิร์สก็ได้จมจ่อมเข้าไปในส่วนลึกของร่างนี้
หากจะปลุกพลังสายเลือดแบบลวกๆ ขึ้นมา มันมีโอกาสมากที่จะได้รับความสามารถที่ไร้ค่า แต่หากมีความสามารถที่จะระบุเจาะจงได้ นี่ก็จะเป็นทางลัดที่ทำให้ร่างนี้กลายเป็นผู้ทรงพลังในอนาคต