บทที่ 48
วิชาขี่กระบี่
หลังจากที่ฝึกฝนมาเป็นเวลานานมุ่งเน้นในการฝึกฝนมากมายในช่วงปลายเดือนเจ็ดในตอนนี้ในที่สุดก็สามารถทำการบังคับกระบี่ได้เรียบร้อยแล้ว
พลังจิตและพลังวิญญาณระดับสูงที่ถูกส่งออกมาจากภายในร่างกายมันทำให้ในตอนนี้กระบี่สามารถลอยขึ้นได้ด้วยพลังอันมุ่งมั่น
มุมปากยกยิ้มขึ้นลู่หมิงที่กำลังยืนอยู่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจหลังจากที่มองเห็นกระบี่ของตนเองลอยขึ้นจากพื้น
“ สำเร็จ!!! ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว!!! ”ในตอนนี้กระบี่มารที่อยู่บริเวณด้านหน้าลอยขึ้นมาจากพื้นมันลอยสูงจากพื้นขึ้นมาอยู่บริเวณหน้าอก
แน่นอนว่านี่คือความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัยหลังจากที่มุ่งมั่นพยายามมาเป็นเวลาหลายวันในที่สุดก็สามารถบังคับมันได้
เมื่อหลายวันก่อนตัวของมันยังคงสามารถบังคับได้เพียงแค่ไม้ท่อนเล็กๆอยู่ตัวของมันเองก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกันว่าทำไมตัวเองถึงสามารถพัฒนาความสามารถและขอบเขตพลังจิตได้รวดเร็วขนาดนี้
แต่ในตอนนี้ทำสำเร็จแล้วขอบเขตพลังจิตขยายขึ้นมันสามารถทำให้กระบี่ลอยขึ้นได้โดยที่ตนเองนั้นไม่ได้รับภาระหนัก
หลังจากที่กระบี่ลอยขึ้นมาร่างกายรีบกระโดดขึ้นไปเหยียบกระบี่มารของตนเองอย่างรวดเร็ว
วิชาขี่กระบี่คือการเหยียบกระบี่และใช้มันในการเคลื่อนที่ด้วยพลังจิตระดับสูงเมื่อร่างกายขึ้นมายืนอยู่บริเวณตัวกระบี่ที่กำลังลอยอยู่เริ่มใช้นิ้วมือของตนเองแล้วก็ความคิดบังคับกระบี่ที่กำลังรออยู่ให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้า
แน่นอนว่ากระบี่ที่รออยู่สามารถเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้าได้ตัวของกระบี่เคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้าอย่างช้าๆ
“ ขยับแล้ว!!!แต่ว่ามันรับภาระพลังและความคิดระดับสูงการควบคุมมันให้ได้ดังใจคิดเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมาก ”ในตอนนี้ที่สามารถสัมผัสได้เลยว่าความยากในการควบคุมมันอยู่ในระดับไหน
เพียงแค่ทำการขยับเป็นเส้นตรงและเคลื่อนที่อย่างช้าๆยังจำเป็นจะต้องใช้พลังจิตแล้วก็พลังวิญญาณประมาณหนึ่งในการคงสภาพมันเอาไปแบบนี้
สิ่งที่หนักหน่วงมากกว่าก็คือเกี่ยวกับเรื่องความคิดและการส่งพลังของตนเองออกไปควบคุมมันในตอนนี้เพียงแค่ขยับช้าๆร่างกายยังต้องแบกรับภาระมหาศาล
ถ้าอยากจะสามารถทำการควบคุมและใช้มันได้เหมือนกับส่วนหนึ่งของร่างกายคงจำเป็นจะต้องฝึกฝนอย่างหนักเกี่ยวกับวิธีการในการบังคับและควบคุมมัน
แน่นอนว่าการควบคุมและบังคับมันจำเป็นจะต้องเพิ่มขอบเขตพลังจิตให้สูงและมีขนาดกว้างขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
การคำนวณการเคลื่อนที่ของกระบี่จำเป็นต้องใช้พลังจิตแล้วก็การคำนวณรวมไปถึงความคิดระดับสูงไม่เพียงเท่านั้นในการเคลื่อนที่กระบี่จำเป็นต้องต้องคำนึงถึงแรงต้านอากาศอย่างเช่นสายลมแล้วก็ปัจจัยในเรื่องต่างๆอีกด้วย
แต่ถึงอย่างไรตอนนี้ก็สามารถทำได้สำเร็จแล้วลู่หมิงคาดการณ์ว่าในตอนนี้ถ้าฝึกฝนไปอีกสักพักใหญ่ใหญ่ตัวของมันคงจะสามารถทำได้อย่างชำนาญ
เพียงแค่สามารถทำได้อย่างชำนาญการที่จะออกจากสำนักแห่งนี้ไปสู่โลกภายนอกมันเองก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ความสำเร็จที่ปรากฏขึ้นมันทำให้ภายในใจนั้นยิ่งจุดประกายความฮึกเหิมขึ้นมาลู่หมิงที่สามารถทำการบังคับกระบี่ได้เรียบร้อยแล้วเขาทำการเคลื่อนกระบี่อยู่บริเวณด้านหน้าบ้านพักของตน
ในขณะที่กำลังเคลื่อนที่และฝึกในการขยับไปมามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเด็กหนุ่มผู้นี้จากไกลๆผู้ที่เป็นเจ้าของสายตาคู่นั้นไม่ใช่ใครอื่นหลี่ฉีหง
หลี่ฉีหงใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองลูกศิษย์คนเล็กอย่างพึงพอใจมองเห็นพัฒนาการที่ก้าวหน้าจนเหนือความคาดการณ์
“ ทั้งความคิดทั้งพลังรวมไปถึงคุณสมบัติต่างๆภายในร่างกายส่งเสริมได้อย่างดีเยี่ยมคนผู้นี้กล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะได้เลยขนาดท่านอาจารย์ไม่ทำการชี้แนะอะไรยังสามารถสำเร็จวิชาขี่กระบี่ได้รวดเร็วขนาดนี้” เสียงนั้นดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง
ผู้ที่พูดขึ้นมานั่นก็คือเกาเทียนในตอนนี้ตัวของมันเองก็มองเห็นพัฒนาการของศิษย์น้องเล็กที่สามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด
“ ในตอนแรกข้าก็สงสัยว่าเหตุใดท่านอาจารย์ถึงไม่ทำการชี้แนะศิษย์น้องเล็กเหมือนพวกเราวิชาขี่กระบี่ท่านอาจารย์ชี้แนะพวกเรามากกว่านี้แม้จะเป็นแบบนั้นแต่พวกเรากว่าที่จะสามารถสำเร็จได้ก็จำเป็นต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน ”
“ แต่ว่าตัวของศิษย์น้องเล็กกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการสำเร็จได้โดยที่ไม่มีผู้คนต้องชี้แนะเลยแม้แต่น้อย” ในตอนนี้มันเริ่มมองเห็นความสามารถในตัวของลู่หมิงมากขึ้น
“ ศิษย์น้องเล็กของเจ้าไม่มีพลังภายในร่างกายมาตั้งแต่กำเนิดเพราะแบบนั้นมนุษย์ที่ไม่มีพลังสิ่งเดียวที่สามารถขัดเกลาได้ก็คือสติปัญญา ”
“ รู้มั้ยว่าผู้ฝึกตนส่วนใหญ่แล้วมุ่งเน้นในการฝึกฝนพลังวิญญาณเพราะคิดว่ามันคือทุกสิ่งโดยที่ตัวของพวกมันบางคนมีความฉลาดเฉลียวมากมายแต่ว่าไม่รู้จักขัดเกลา ”
“ แต่ว่าศิษย์น้องเล็กของเจ้าขัดเกลาสติปัญญามาตั้งแต่กำเนิดเพราะตนเองนั้นเป็นคนอ่อนแอในตอนนี้เมื่อเข้าสู่ประตูแห่งการฝึกฝนซึ่งสามารถพัฒนาได้รวดเร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า”
“ ไม่ต้องคิดเลยว่าในวันข้างหน้าศิษย์น้องเล็กของเจ้าจะเป็นอย่างไรถ้าการพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นนี้อยู่เพียงไม่กี่ปีมีหวังคงจะขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับเจ้าได้อย่างแน่นอน”
“ ถ้าเช่นนั้นก็ดีนะสิขอรับถือว่าท่านอาจารย์นั้นมีลูกศิษย์ที่มีความสามารถเพิ่มอีกหนึ่งคน ” เกาเทียนตอบกลับ
“ ฮ่าๆๆๆ ”ชายชราทิ้งเสียงหัวเราะทิ้งท้ายก่อนที่ค่อยค่อยเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้
...
หลังจากที่สำเร็จวิชาขี่กระบี่ในตอนนี้ลู่หมิงก็เริ่มทำการฝึกฝนมันอย่างต่อเนื่องแต่ว่าตัวของมันนั้นแบ่งเวลาในการทำอย่างอื่นด้วย
วิชาขี่กระบี่เป็นวิชาที่จำเป็นจะต้องคำนึงถึงความชำนาญจำเป็นจะต้องใช้มันอยู่บ่อยครั้งแต่ในตอนนี้เมื่อสำเร็จแล้วเพียงแค่รอเวลาให้ตนเองนั้นชำนาญขึ้นในการใช้มันเท่านั้น
แต่สิ่งที่ตนเองจำเป็นจะต้องแบ่งเวลาไปทำในตอนนี้มันก็คือการศึกษาหาความรู้
ตำราภายในห้องตำราของหลังหุบเขากระบี่ตอนนี้ศึกษาไปเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเพราะแบบนั้นจำเป็นจะต้องศึกษาตำราพวกนั้นเพิ่ม
ไม่เพียงแค่การศึกษาตำราเท่านั้นยังจำเป็นจะต้องฝึกฝนพลังวิญญาณของตนเองให้มีระดับและก็มีขอบเขตที่พัฒนาขึ้นอีกด้วย
ตำราภายในห้องตำราด้านหลังหุบเขาแห่งนี้มีพวกตำราเคล็ดวิชามากมายตอนนี้สิ่งที่ตัวของมันกำลังตามหาคือการที่จะได้กำไรซักอย่างหรือว่าวิชาซักอย่างที่จะมาช่วยให้ตนเองนั้นสามารถพัฒนาได้รวดเร็วมากขึ้น
แต่ถ้าจะให้กล่าวตามตรงความรวดเร็วในการพัฒนาตอนนี้มันเองก็มากแล้วแต่ที่ตัวของมันต้องการมากที่สุดนั่นก็คือการที่จะได้วิชาที่มันจะส่งเสริมความสามารถที่ขึ้นไปอีก
ลู่หมิงทักษะการต่อสู้ยังคงต่ำต้อยลำพังเพียงแค่พึ่งความสามารถที่ตนเองได้มาจากโชคชะตาเท่านั้น
ตอนนี้ถ้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้นและสามารถมีชีวิตอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้ก็จำเป็นจะต้องมุ่งเน้นในการฝึกฝนและการหาความรู้ให้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
วันแล้ววันเล่าหมกตัวอยู่ภายในห้องตำรายามที่กลับมาที่พักของตนเองก็ร่วมรักกับแม่นางชิงการที่ตัวของมันร่วมรักกับนางแน่นอนว่าหนึ่งเพราะว่าช่วยส่งเสริมพลังหยินภายในร่างกาย
ในตอนนี้ได้แต่หวังพึ่งพานางช่วยในการฝึกฝนครั้งนี้ให้สามารถก้าวพ้นขอบเขตขอบเขตนึงไปได้
แต่ว่าการร่วมรับมันเองก็ทำให้ตัวของมันมีความสุขเช่นเดียวกันในตอนแรกทั้งสองนั้นทำเพราะว่าต่างฝ่ายต่างมีจุดประสงค์ของตนเองลู่หมิงต้องการฝึกฝนพลังส่วนตัวของนางต้องการจะตอบแทน
แต่ในตอนนี้เมื่อนานวันเข้าทั้งสองยิ่งรู้สึกสนุกกับการกระทำแบบนี้มากขึ้นมันเองก็กลายเป็นว่าทั้งสองนั้นสามารถบรรลุความประสงค์ของตนได้
ในที่สุดมันเองก็ก้าวผ่านเดือนเจ็ดเข้าสู่เดือนแปด
ต้นเดือนแปด
ท้องนภาสองแสงสว่างไสวอากาศเริ่มเย็นตัวลงกำลังจะเข้าใกล้สู่หน้าหนาวเต็มทีภายในสำนักหุบเขากระบี่แห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่
จบบท