เคล็ดคชสารวิญญาณมังกร

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 ผลลัพธ์

             “ถังเหล่ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าการฆ่าเยียนหลิงซานจะมีผลลัพธ์ที่ร้ายแรงตามมา!”

            อวิ๋นเมิ่งถอนหายใจ

            เยียนหลิงซานไม่เหมือนกับเฮยฉานฉู่ เฮยฉานฉู่คือคนร้ายประกาศจับของจักรวรรดิ เยียนหลิงซานคือทูตของจักรวรรดิ สังหารทูตของจักรวรรดิก็เท่ากับส่งสารท้ารบกับทั้งจักรวรรดิเทียนอวี่

            ไม่ต้องพูดถึงเบื้องหลังของเยียนหลิงซานที่มีขั้วอำนาจหนุนอยู่

             “ยังไงข้าก็ต้องสังหารเยียนหลิงซานอยู่แล้ว ว่าแต่ ที่เขาบอกว่าพี่ใหญ่ของเขาเป็นถึงรองแม่ทัพแห่งกองทัพหลินอวี่นี่จริงหรือ?”

            ถังเหล่ยไม่ได้เสียใจที่สังหารเยียนหลิงซานแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้ว เยียนหลิงซานสมควรตาย

            ในเมื่อสังหารไปแล้ว สู้คิดว่าต่อไปจะทำอย่างไรดีกว่า

             “มิผิด เยียนหลิงซานมีพี่น้องทั้งหมดสามคน พี่ใหญ่คือ เยียนหลิงเทียน ที่เป็นรองแม่ทัพของกองทัพหลินอวี่แห่งจักรวรรดิเทียนอวี่ ส่วนพี่รองคือ เยียนหลิงชวน ที่เป็นผู้อาวุโสแห่งนิกายเสิ่นอวี่แห่งจักรวรรดิเทียนอวี่ และนิกายเสิ่นอวี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ตำหนักเมิ่งเซียนของข้าจะเทียบได้ นิกายเสิ่นอวี่คือนิกายที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดิเทียนอวี่ พวกเขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเชื้อพระวงศ์มาก”

            อวิ๋นเมิ่งส่ายหัวพร้อมตอบคำถามถังเหล่ย เขาก่อเรื่องใหญ่เกินไป ต่อให้นางอยากช่วยก็คงไม่มีความสามารถพอ

            ถังเหล่ยเดินมาหยุดด้านหน้าเยียนหลิงซาน แล้วเอาแหวนมิติกับชุดเกราะเงินบนร่างของอีกฝ่ายออกมา ของเหล่านี้ล้วนเป็นสมบัติ ไม่เอาก็เสียเปล่า

            พอถังเหล่ยได้ยินว่า เยียนหลิงซานมีขั้วอำนาจในจักรวรรดิเทียนอวี่หนุนหลังจริงๆ ก็เข้าใจได้ว่าเหตุใดยอดยุทธ์คนหนึ่งถึงได้รับวิชากลืนวิญญาณมา มีโอกาสแปดส่วนที่พี่ชายสองคนของเขาเป็นคนมอบให้

            จักรวรรดิเทียนอวี่คือหนึ่งในสิบแปดจักรวรรดิในโลกตงฮวง จะว่าไปแล้วถังเหล่ยกับราชาของจักรวรรดิเทียนอวี่ก็เคยพบหน้ากันหลายครั้งหลายครา

            แต่ตอนนั้นถังเหล่ยมีสถานะเป็นถึงบุตรบุญธรรมของราชันตงที่มีทักษะการปรุงยาเก่งกาจไร้เทียมทาน  ก็เป็นธรรมดาที่ราชาแห่งจักรวรรดิหนึ่งจะไม่อยู่ในสายตาเขา

            ถังเหล่ยในตอนนั้นคบแต่กับคนระดับจ้าวยุทธ์ จอมราชันยุทธ์ แม้ราชาของจักรวรรดิเทียนอวี่จะมีนามสมญาว่าราชาอวี่ แต่ความจริงก็มีพลังแค่ระดับราชันยุทธ์เท่านั้น

             “ฟังแล้วช่างน่ากลัวเสียจริง”

            ถังเหล่ยกล่าวเหมือนทองไม่รู้ร้อน

            เมื่ออวิ๋นเมิ่งเห็นท่าทีเช่นนั้น นางกลับคนร้อนใจเสียเอง นางคิดว่าถังเหล่ยไม่เคยเห็นโลกกว้างมาก่อน จึงไม่รู้ว่าพี่ชายสองคนของเยียนหลิงซานนั้นเก่งกาจเพียงใด

             “เจ้าต้องออกจากจักรวรรดิเทียนอวี่ แล้วห้ามกลับมาอีกตลอดกาล ยังไงพวกเขาสองคนก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่ และต่อให้อยู่นอกจักรวรรดิเทียนอวี่ เจ้าก็ต้องระวังตัว ถึงพวกเขาจะไม่อาจใช้อำนาจไปจับตัวเจ้าที่จักรวรรดิอื่น แต่ยังส่งมือสังหารไปได้อยู่ดี”

            อวิ๋นเมิ่งถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ถังเหล่ยที่เพิ่งอายุเท่านี้ต้องเร่ร่อนไปทั่วเสียแล้ว

             “พวกเขาจะไม่ลงมือกับตระกูลถังใช่หรือไม่?”

            ถังเหล่ยกล่าว

             “ข้าคิดว่าไม่ ข่าวที่เยียนหลิงซานถูกสังหารต้องแพร่สะพัดไปทั่ว จากสถานะของเยียนหลิงเทียนกับเยียนหลิงชวน พวกเขาไม่อาจทำอะไรตระกูลถังได้ ถ้าจะฆ่าคงฆ่าแค่เจ้าคนเดียว!”

            อวิ๋นเมิ่งไม่ได้กังวลว่าพวกเขาจะลงมือกับตระกูลถัง เพราะตระกูลถังเป็นเพียงตระกูลของเมืองเล็กๆ คนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลยังมีระดับไม่ถึงยอดยุทธ์ด้วยซ้ำ

            ถ้าเยียนหลิงเทียนส่งทหารมากวาดล้างตระกูลถัง จะทำให้ยอดฝีมือคนอื่นหัวเราะเยาะเอาได้ เพราะเยียนหลิงซานที่เป็นถึงยอดฝีมือระดับยอดยุทธ์ไม่อาจจัดการกับตระกูลเล็กๆ ตระกูลหนึ่งได้  แล้วยังต้องให้เยียนหลิงเทียนออกหน้าเองอีกคงไม่ดีนัก

            เยียนหลิงเทียนอาจจะไม่ทำอะไรตระกูลถัง แต่คงไม่ปล่อยถังเหล่ยไป

            ถังเหล่ยพยักหน้า เขาขอเพียงตระกูลถังไม่เป็นอะไรก็พอ

             “เจ้าฟังอยู่หรือไม่ เจ้าต้องรีบออกจากจักรวรรดิเทียนอวี่เดี๋ยวนี้ และห้ามกลับมาอีก นี่เจ้า...”

            เมื่ออวิ๋นเมิ่งเห็นท่าทางสบายๆ ของถังเหล่ย ในใจก็ร้อนรุ่มขึ้นไปอีก แต่ขณะที่นางยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงบินผ่านอากาศดังขึ้น ร่างของหลินเนี่ยนราวกับวิหคบินร่อนลงมา

             “อาจารย์ ท่านฆ่าเยียนหลิงซานไปแล้วหรือ? ดีจริงๆ!”

            เมื่อหลินเนี่ยนที่เพิ่งร่อนลงมาเห็นศพของเยียนหลิงซาน จึงคิดว่าอวิ๋นเมิ่งเป็นคนสังหาร

             “ขอเหอะ ข้าเป็นคนฆ่าเขาชัดๆ!”

            ถังเหล่ยรีบแย้งทันที เขายอมรับไม่ได้ที่เอาเรื่องความดีความชอบในการสังหารเยียนหลิงซานไปให้อวิ๋นเมิ่ง

             “ข้าไม่เชื่อ อาจารย์ของข้าต้องช่วยเจ้าจากเยียนหลิงซานแน่!”

            หลินเนี่ยนเบะปากพูด บ่งบอกว่านางไม่เชื่อคำพูดของถังเหล่ย

             “เจ้ายังไม่เชื่อ? งั้นเจ้าดูที่กริช นี่มันฝีมือข้าเอง!”

            ถังเหล่ยรีบดึงกริชออกมาและแทงเข้าไปใหม่

            โชคดีที่เยียนหลิงซานตายไปนานแล้ว ไม่เช่นนั้นคงต้องทนทุกข์ทรมานอีกครั้งแน่

             “พวกเจ้า พอได้แล้ว เนี่ยนเอ๋อร์อย่าหาเรื่อง  ถังเหล่ยเป็นคนฆ่าเยียนหลิงซานจริงๆ”

            อวิ๋นเมิ่งทำท่าบอกให้ทั้งสองคนหยุดเถียงกัน

            หลินเนี่ยนมองถังเหล่ยด้วยสายตาเคลือบแคลงใจ แต่นางไม่เชื่อว่าอาจารย์ของนางจะโกหก ทว่านางก็จินตนาการไม่ออกว่า ถังเหล่ยสังหารเยียนหลิงซานได้อย่างไร? 

             “ถังเหล่ย เจ้าคิดจะทำยังไงต่อ!?”

             “ออกจากจักรวรรดิเทียนอวี่ อย่างไรข้าก็มีธุระที่ต้องออกจากจักรวรรดิเทียนอวี่ไประยะหนึ่งพอดี”

            ถังเหล่ยยักไหล่ ในใจของเขารู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ดี จากพลังของเขาตอนนี้ ยังไม่เหมาะที่จะอยู่ในจักรวรรดิเทียนอวี่ต่อ

            พออวิ๋นเมิ่งได้ยินเช่นนั้น สีหน้านางก็คลายความกังวลลง

            แต่ไฉนถังเหล่ยถึงบอกว่ามีธุระที่ตัวเองต้องทำนอกจักรวรรดิล่ะ? ในเมื่อถังเหล่ยเป็นศิษย์จากตระกูลเล็กๆ แห่งหนึ่ง หรือว่าเขาติดต่อกับจักรวรรดิอื่นอีก?

            อวิ๋นเมิ่งมองข้ามคำพูดในประโยคหลังไป นางคิดว่าถังเหล่ยแค่อายุน้อย มีทิฐิ และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ จึงหาทางพูดให้ตัวเองดูดี

             “ถ้าเจ้าจะจากไปจริงๆ ข้าก็มีสหายอยู่ที่จักรวรรดิหลิวจิน ถึงตอนนั้นเขาสามารถช่วยคุ้มครองเจ้าได้บ้าง!”

            อวิ๋นเมิ่งกล่าวขึ้น ในใจของนางกังวลเรื่องถังเหล่ยมาก  ยังไงเขาก็เป็นแค่ชายหนุ่มอายุสิบกว่าปีคนหนึ่ง จะให้หนีไปจักรวรรดิอื่น ก็ต้องเผชิญอันตรายมากมายเป็นปกติ

             “ขอบคุณสำหรับความหวังดีจากผู้อาวุโส ไว้ข้าจะตัดสินใจอีกที”

            ถังเหล่ยเอ่ยขอบคุณอวิ๋นเมิ่ง ในใจเขาไม่คิดจะไปจักรวรรดิหลิวจิน

             “หนีหรือ? ทำไมต้องหนี? พวกเราฆ่าเยียนหลิงซานไปแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมยังต้องหนีอีก?”

            หลินเนี่ยนที่อยู่ด้านข้างไม่เข้าใจบทสนทนาของอวิ๋นเมิ่งกับถังเหล่ย

             “เจ้าไม่ต้องยุ่ง หลังจากกลับไปหนนี้ เจ้าต้องเก็บตัวอยู่ในตำหนัก ถ้าไม่ทะลวงระดับยอดยุทธ์ ก็ห้ามออกมาเด็ดขาด”

            อวิ๋นเมิ่งดุหลินเนี่ยน หลินเนี่ยนจึงเผยใบหน้าคับข้องใจ  ก็นางไม่ได้ทำอะไรผิด แต่กลับโดนดุเสียอย่างนั้น

            เดิมทีหลินเนี่ยนคิดจะบอกอวิ๋นเมิ่งเรื่องที่วิญญาณยุทธ์ทะลวงระดับ แต่ตอนนี้หลินเนี่ยนโมโหอยู่ นางจึงตั้งใจเก็บเงียบ

             “ตอนนี้เจ้าจะไปที่ไหน?”

            อวิ๋นเมิ่งหันกลับมามองถังเหล่ย และถามต่อ

             “กลับเมืองอวิ๋นหลิว ข้ายังไม่รู้สถานการณ์ของตระกูลถัง ถ้าต้องจากไป ก็อยากทำให้ตระกูลปลอดภัยก่อน”

            ถังเหล่ยที่มองไปยังทิศทางของเมืองอวิ๋นหลิว กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แม้จะผ่านไปเพียงคืนเดียว แต่ในเมืองอวิ๋นหลิวต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำดินแน่

             “ก็ดี กลับไปก่อนเถอะ!”

            อวิ๋นเมิ่งพยักหน้า ต่อให้ต้องจากไป แต่ยังไม่ต้องรีบนัก ข่าวไม่ได้กระจายเร็วขนาดนั้น เฮยฉานฉู่คงไม่กล้าเผยตัวง่ายๆ

            ตลอดทางกลับเมืองไม่มีการพูดคุยกัน พวกถังเหล่ยสามคนเดินทางผ่านป่าอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่พบศพของเฮยเซียจื่อระหว่างทาง เกรงว่าคงเฮยฉานฉู่จะเอาตัวไปแล้ว

            ประมาณหนึ่งชั่วยาม เมืองอวิ๋นหลิวก็ค่อยๆ ปรากฏสู่สายตาของถังเหล่ย

            ความจริงแล้วความเร็วของอวิ๋นเมิ่งกับหลินเนี่ยนมีมากกว่านี้ แต่ทั้งสองยังคงตามหลังถังเหล่ยอยู่เงียบๆ ภารกิจของพวกนางครั้งนี้เสร็จสิ้นแล้ว

            เฮยเซียจื่อถูกสังหาร เฮยฉานฉู่หนีไปได้

            การต่อสู้ระหว่างตระกูลในเมืองอวิ๋นหลิวต่อจากนี้ไม่เกี่ยวกับพวกนางสองคน แต่พวกนางคิดจะตามไปช่วยถังเหล่ยสักหน่อย