ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอด้วยความระแวงและระมัดระวังพาริสเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่อาจซ่อนความรู้สึกประหวั่นที่เริ่มก่อตัวในใจหญิงสาวผมสีทองเพียงแค่ยิ้มมุมปากบาง ๆ หยุดยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มเจ้าหน้าที่อาณานิคม
ใบหน้างามสง่าและแฝงความเยือกเย็นประดับด้วยรอยยิ้มบางที่คล้ายจะเป็นมิตรแต่กลับยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกกดดัน
ร่างของเธอยืดตรงราวกับมีออร่าแห่งอำนาจปกคลุมรอบตัวดวงตาสีฟ้าจ้องมองทุกคนก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่นว่า
“ที่นี่คงเป็นอาณาเขตของอาณานิคมหลงเจ้าข้าขออภัยที่ล่วงล้ำอาณาเขตของพวกท่านโดยไม่ได้รับอนุญาตข้ามาตามหาชายผมทองที่จากไปเมื่อสักครู่”
คำพูดนั้นดังก้องในหุบเขาเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเข้มแข็งทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนยิ่งแน่นิ่ง
นาฟและอังเก้สบตากันเพียงแวบเดียวก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความเคารพไม่กล้าตอบโต้ใด ๆ พาริสยืนอยู่ด้านหน้าร่างของเขายังบาดเจ็บจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ แต่เขาพยายามรักษาความสงบอย่างถึงที่สุดหากแม้จะแข็งแกร่งเพียงใดแต่ก็รับรู้ได้ว่าความสามารถของหญิงสาวคนนี้นั้นเหนือกว่าพวกเขาอย่างชัดเจน
ทุกคนต่างนิ่งเงียบกลัวว่าเพียงคำพูดหรือท่าทางที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ
ดวงตาสีฟ้าของหญิงสาวผมทองกวาดมองไปทั่วกลุ่มคนเบื้องล่างอย่างสำรวจและเยือกเย็นแต่จู่ ๆ สายตาของนางกลับหยุดนิ่งเมื่อมองมาที่นาฟประหนึ่งว่าเธอได้เห็นบางสิ่งที่ไม่คาดคิด
ใบหน้าของหญิงสาวปรากฏความสงสัยวูบหนึ่งก่อนที่เธอจะขยับตัวเพียงเล็กน้อย
“ฟ้าววว!”
ร่างนั้นราวกับไอหมอกแผ่วบางเคลื่อนไหวรวดเร็วและไร้เสียงร่างสง่างามปรากฏขึ้นตรงหน้านาฟอย่างกะทันหันจนเขาแทบจะสะดุ้ง
หญิงสาวยกมือขาวเนียนอย่างแผ่วเบามือของเธอเอื้อมไปหยุดตรงสร้อยคอที่นาฟสวมใส่อยู่ นิ้วเรียวยาวสัมผัสเบา ๆกับวัตถุบนสร้อย ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย ขณะสำรวจมันอย่างละเอียดความอ่อนโยนในน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความสงสัยเมื่อเอ่ยถามออกมา
“ทำไมสถานที่แห่งนี้จึงมีวัตถุเช่นนี้ได้”
เสียงของนางดังขึ้นเบา ๆ แต่มีอำนาจล้นพ้นนาฟรู้สึกถึงแรงกดดันที่ซ่อนอยู่ในคำถามนั้น หญิงสาวไม่เพียงแต่สงสัยแต่ดูเหมือนจะคาดหวังคำตอบบางอย่างจากเขา นาฟจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
ในส่วนลึกของจิตใจนาฟกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่คล้ายความยินดีอันแผ่วเบา ชั่วชีวิตที่ผ่านมาเขามีเพียงสร้อยคอเส้นนี้ติดตัว โดยไม่เคยรู้เลยว่ามันมีที่มาอย่างไรหรือสำคัญเพียงใด และนี่คือครั้งแรกที่มีใครสักคนสนใจมันอย่างลึกซึ้งราวกับว่าสร้อยเส้นนี้มีความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาคิด
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของหญิงสาวผู้นั้นคล้ายจะค้นหาคำตอบบางอย่างในดวงตาของเธอรู้สึกว่าอาจมีความลับของตัวเขาเองที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอราวกับว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้สืบเสาะอดีตอันเลือนรางของตนที่เขาแทบไม่จดจำอะไรได้เลยอดีตที่เขาไม่เคยหยุดตามหา
ความคิดหลั่งไหลเข้ามาในหัวใจที่บอบบางกับอดีตอันลึกลับของเขานาฟพยายามระงับความรู้สึกในใจไม่ให้แสดงออกทางสีหน้า เพียงตอบกลับอย่างแผ่วเบา
“ท่านรู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้คืออะไร?”
นาฟถาม พลางมองไปยังสร้อยคอที่ห้อยอยู่เหนืออกนี่เป็นคำถามที่เขาตามหาคำตอบมานานแสนนาน
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเธอดูงุนงงราวกับนึกไม่ถึงว่านาฟจะถามเช่นนี้ดวงตาสีฟ้าของเธอเต็มไปด้วยคำถามในขณะที่จ้องเขาอย่างพินิจ
“แล้วเจ้าไปได้มันมาจากไหน?”
หญิงสาวถามกลับ น้ำเสียงเคร่งเครียดแต่แฝงความประหลาดใจในที
นาฟนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ
“ข้า…ข้าจดจำไม่ได้!”
น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาและเจือไปด้วยความทุกข์ใจที่เก็บซ่อนอยู่มานานแสนนาน
หญิงสาวจ้องเขาอย่างลึกซึ้งราวกับกำลังประมวลคำตอบของเขา ความเงียบปกคลุมระหว่างทั้งสองชั่วขณะก่อนที่เธอจะเบนสายตาไปยังสร้อยคออย่างครุ่นคิดสีหน้าของเธอแสดงถึงความสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้
แต่ไม่นาน หญิงสาวมองสร้อยคอในมือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนคลายมือปล่อยมันให้ตกกลับลงมาในอุ้งมือของนาฟดวงตาของเธอกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบและห่างเหิน
“ช่างเถอะ.... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวใดๆ กับข้า”
จากนั้นสายตาของนางเลื่อนไปยังกลุ่มผู้ใช้พลังของสมาคมใต้ดินที่หนีหายไปไกลเรื่อยๆนางมองไปในทิศทางนั้นด้วยรอยยิ้มแผ่วที่แฝงแววอำมหิตเล็กน้อย
“ถือเป็นการขออภัยที่ล่วงล้ำเขตแดน ข้าจะกำจัดขยะของทวีปแห่งนี้ให้พวกท่านเอง”
สิ้นคำหญิงสาวก็พลันหายวับไปจากสายตาราวกับสายลมที่ไร้ร่องรอยทิ้งเพียงความเงียบงันและความหนาวเย็นที่แผ่ปกคลุมพื้นที่ท่ามกลางความสงสัยของนาฟและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่บนหุบเขา
ไม่นานนัก
“อ๊ากกกก!”
เสียงกรีดร้องอันแผ่วไกลดังก้องขึ้นจากหุบเขาเบื้องล่างราวกับว่าความมืดนั้นกำลังกลืนกินชีวิตของผู้ใช้พลังจากสมาคมใต้ดินทีละคนสะท้อนก้องเป็นจังหวะเหมือนเสียงสะท้อนแห่งความพินาศของเหล่าผู้ที่คิดหลบหนี
แม้สถานการณ์การต่อสู้จะสิ้นสุดลงและเจ้าหน้าที่ก็สามารถจัดการภารกิจได้สำเร็จทว่าความเงียบสงบที่กลับคืนมานั้นยังไม่อาจทำให้หัวใจของนาฟสงบลงได้เขายังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าที่หญิงสาวลึกลับหายตัวไปใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสนและความสิ้นหวังที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในดวงตา
“นาฟ…” เสียงของอังเก้ดังขึ้นเบา ๆขณะที่เขาเดินเข้ามาใกล้ หยุดยืนอยู่เคียงข้างนาฟ
สายตาของอังเก้เต็มไปด้วยความเห็นใจเขามองใบหน้าเด็กหนุ่มที่แม้จะแข็งแกร่ง แต่กลับดูเปราะบางเหลือเกินในตอนนี้
“เจ้าทำได้ดีมาก ภารกิจของพวกเราเสร็จสิ้นแล้วกลับหน่วยไปพร้อมพวกข้าเถอะ…!”