ณ เทือกเขาสูงตระหง่านเหนือเมฆา
มีหนึ่งบุรุษชราที่มีทีท่าบริสุทธิ์สูงส่งมิแปดเปื้อนซึ่งธุลียืนมองเหล่าสองวัยเยาว์กำลังห้ำหั่นสัประยุทธ์ซึ่งกัน
จากวันนั้น วันที่ตัวมันได้พาสองเด็กน้อยวัยเยาว์มา ณ ที่แห่งนี้บัดนี้เวลาได้ผ่านพ้นไป 6 เดือนกว่าแล้ว ฉินเทียนยืนนิ่งทำทีท่าขบคิด ในใจมันตอนนี้มีเรื่องปวดร้าวมากมายเหลือเกินในหลายเดือนนี้
'ไม่คิดเลยว่าตัวข้าจะหลงทางเข้าไปในเทือกเข้าสัตว์อสูรสัตว์เซียนนั้นอีกแล้ว เวลานี้ผ่านไป 6 เดือนแล้วเมืองพยัคฆ์ขาวเป็นอย่างไรตัวข้าดูจะไม่มีแววไปถึงแม้แต่น้อย เหตุใดชีวิตข้าจึงบัดซบเยี่ยงนี้ ส่วนแต้มบุญและผู้ศรัทธาของข้าตอนนี้...' ฉินเทียนมองหน้าจอแสดงจำนวนแต้มบุญของตัวมัน
----------
[ฉิน เทียน : อายุ 18 ปี : ระดับพลังตราสัญญาลักษณ์วิญญาณขาวเข้ม ขั้น 1]
[แต้มบุญ : 1465.315] [แต้มบุญที่ใช้เพื่อผู้อื่น : 264,050,900] [เซียมซีทอง : 2] [เซียมซีเงิน : 0] [เซียมซีทองแดง : 0] [เซียมซีเหล็ก : 0] [เซียนซีไม้ : 0]
[ศาลเทพสวรรค์ระดับ : 1 ดาว] [ความสามารถพิเศษ : เนตรมองอดีตระดับ 1 ดาว, เนตรหยั่งรู้ 1 ดาว]
[จำแลงเซียนขั้นจ้าวสวรรค์ 2/3 ครั้ง]
----------
.
.
.
---------------------------
แต้มบุญวันนี้ของท่าน
[ศิษย์ศาลเทพสวรรค์ : 2 คน] [แต้มบุญ + 200 แต้มบุญ]
[ผู้ศรัทธา : 105 คน] [แต้มบุญ : 12.294 แต้มบุญ]
[แต้มบุญรวมวันนี้ : 212.294แต้มบุญ]
[แต้มบุญสะสมทั้งหมด : 1465.315]
---------------------------
ในวันนี้แม้ฉินเทียนจะยังไม่อาจเดินทางไปถึงเมืองพยัคฆ์ขาวได้สำเร็จ หากแต่ดูเหมือนว่าแม่ลูกตระกูลฟู่นั้นจะได้บอกเล่าเรื่องราวของมันและสร้างผู้ศรัทธาให้กับมันได้จำนวนไม่น้อยเลย ฉินเทียนคิดว่าจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นเป็น 105 คนจาก 29 คนนั้นน่าจะเป็นคนใกล้ชิดของแม่ลูกตระกูลฟู่ ฉินเทียนจึงรู้สึกพอใจทั้งสองแม่ลูกคู่นี้เป็นอย่างยิ่ง แม้แต้มบุญที่ได้จากพวกนางจะน้อยนิดก็ตาม แต่ก็เนื่องด้วยพวกนางนั้นยังเป็นแค่ปุถุชนคนธรรมดา หากแต่ถ้านับแต่แรงศรัทธาสองแม่ลูกคู่นี้ก็นับว่าแก่กล้าไม่น้อย ตรงจุดนี้ฉินเทียนพอใจนัก มันคิดหากตัวมันมีโอกาสจะสนับสนุนแม่ลูกคู่นี้ให้เป็นผู้ฝึกฝนระดับสูงให้ได้
หากแต่เมื่อคิดจำนวนแต้มบุญส่วนใหญ่ที่ทำให้ฉินเทียนมีกินมีใช้ในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่กลับได้มาจากเจ้าตัวน้อย ที่ตัวฉินเทียนมันได้ใช้แต้มบุญจำนวนมากหมดไปกับทั้งสอง
และตัวฉินเทียนมิคิดเลยว่ายามนี้สองเด็กน้อยวัยเยาว์จะก้าวหน้าเหนือล้ำกว่าตัวมันไปได้อย่างรวดเร็วนัก เพียงแค่ระยะเวลา 6 เดือนเท่านั้น
"ท่านปู่" เสียงสตรีตัวน้อยวัยเยาว์รีบวิ่งมาหาฉินเทียนพร้อมกอดเข้าที่ขาของมันในทันที นัยน์ตาตี่เล็กของนางเป็นประกายยิ่งเวลาได้เห็นมัน "ท่านปู่หายไปไหนมาตั้งหลายวันหรือเจ้าค่ะ"
ฉินเทียนทำหน้านิ่งครู่หนึ่งพร้อมเชิดหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาทำทีท่าครุ่นคิดอะไรสักอย่าง ในเวลานี้มีเด็กสตรีตัวน้อยกำลังกล่าวถามมัน หากแต่ตัวมันกลับมิสามารถพูดบอกความจริงแก่นางได้ มิเช่นนั้นภาพจำของมันคงจะป่นปี้ มันจะตอบนางไปตรงๆ ได้อย่างไรว่าที่มันหายไปหลายวันเกิดจากการหลงป่าของมันในเทือกเข้าอสูรอีกแล้ว นอกจากนั้นยังถูกอสูรที่มีระดับสูงกว่ามันไล่ต้อนอยู่ตลอด ดังนั้นคำพูดที่มันจะตอบแก่สตรีตัวน้อยได้จึงมีแต่คำโกหก พร้อมคำพูดสร้างภาพลักษณ์สูงส่งของตัวมันเช่นเคย
"แม้มหาจักรวาลจะกว้างใหญ่ หากแต่ผู้ที่จะทำให้มหาจักรวาลนี้มิต้องพบเจอกับความวุ่นวายและเภทภัยได้กลับมีน้อยเต็มที ครั้งนี้ปู่ท่องไปในดาราแห่งหมู่มารสังหารผู้ชั่วช้ามือแปดเปื้อนเลือดโลหิตเทวะมารไปอีกไม่น้อย หากแต่ทั้งหมดก็เพื่อสรรพชีวิตนับหมื่นแสนที่จะได้ไม่ต้องทนทุกข์" ฉินเทียนทำทีท่าไอเล็กน้อยราวกับว่าตัวมันพึงสูญเสียกำลังไปมากนัก "แคระๆๆ" แน่นอนอีกเช่นกันนี้เป็นการเสแสร้งเช่นเดิม หากแต่ตัวฉินเทียนมันก็จำเป็นต้องกระทำ
นั่นเพราะตัวมันวางแผนเพื่ออนาคตไว้แล้ว หากวันหนึ่งมันถูกสองเด็กน้อยจำได้ว่าแท้จริงมันมิได้เก่งกล้าอะไร มันจะแสร้งบอกสองเด็กน้อยทันทีว่าอาการเจ็บป่วยมันทรุดหนักจนตอนนี้ตบะบำเพ็ญมันเสื่อมถอย และหากมันทำเช่นนี้ มันก็มั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดสองเด็กน้อยจะต้องเชื่อมันแน่นอน
ครั้นเมื่อเด็กน้อยตัวเหม็นได้ยินเช่นนี้นางก็ทำหน้าเศร้าคล้ายมีน้ำตาเจิ่งนอง นางได้อยู่กับปู่ชราเช่นฉินเทียนมาหลายเดือนแล้ว พร้อมฟังเรื่องเล่าคำโกหกของมันอย่างมากมาย จนในใจนางตอนนี้เศร้าใจทุกครั้งที่ได้ยินว่าฉินเทียนนั้นออกไปช่วยเหลือผู้คน เพราะทุกครั้งที่ฉินเทียนกลับมาแลดูจะป่วยไข้ร่างกายก็ทรุดโทรมอยู่ตลอด ในภาพจำของสองเด็กน้อยตัวตอนของฉินเทียนคือราชันย์สวรรค์มหาเทวะผู้ยิ่งใหญ่ หากจะมีอะไรที่ทำให้ท่านปู่ลำบากได้สิ่งนั้นต้องน่ากลัวและยิ่งใหญ่มากเช่นกัน และเพราะแบบนั้น
"ท่านปู่เจ้าค่ะ ตัวเหม็นจะตั้งใจฝึกฝนกับท่านอาจารย์หลี่เจียอี้ ตัวเหม็นจะได้เก่งกล้าแล้วช่วยแบ่งเบาภาระของท่านปู่ ช่วยเหลือผู้คนให้มีความสุข ทำให้ปวงประชาทั่วหล้าแย้มยิ้มดังที่ท่านปู่หวัง" พูดจบนางก็ปาดเช็ดน้ำตาและกอดขาของฉินเทียนออดอ้อน
โถ่แม่ตัวน้อย ฉินเทียนเห็นเช่นนี้ก็ทั้งเจ็บปวดใจ ทั้งรักทั้งหลงเจ้าตัวน้อยนี่นัก นางช่างแสนดีเหลือเกิน สมแล้วกับที่ตัวมันใช้แต้มบุญมากมายเพื่อนาง
ใน 6 เดือนก่อนฉินเทียนเรียกได้ว่าถล่มแต้มบุญซื้อวิชาฝึกฝนจำนวนมากให้นางตามคำแนะนำของเซียนซุน ที่แม้ว่าตัวนางนั้นจะมีหลี่เจียอี้มหาเทวะปรมัตถ์ ฉายยาบัญญัติเจ็ดหางแห่งความตายเป็นอาจารย์ฝึกสอนแล้วก็ตาม หากแต่การฝึกฝนตั้งแต่เริ่มต้นนั้นแสนลำบากสู่การตระหนักรู้โดยใช้แต้มบุญจากศาลเทพสวรรค์ไม่ได้ ฉินเทียนเลยแทบไม่เสียดายจับยัดวิชามากมายให้นางโดยใช้แต้มบุญโดยเร็ว
แน่นอนตัวมันก็มิได้ลืมพี่ชายของนาง หากแต่ต้องยอมรับจริงๆ ความรักเรานั้นไม่เท่ากันเจ้าอ้วนสกปรกนั้นใช้แต้มบุญไปเพียง 120 แต้มบุญสำหรับเคล็ดวิชาฝึกฝนหลัก 3 วิชาระดับทองคำ มี หนึ่งร่างอมตะราชสีห์ สองปราณสุริยันทองคำ สามวิชาต่อสู้หมัดมหากาฬ นอกจากนั้นก็ยังมีวิชาหอกและง้าว หากแต่ก็เป็นเพียงทักษะด้านการสัประยุทธ์ทั่วไป มิได้มีราคาแต้มบุญมากมายอะไร
ซึ่งต่างจากเจ้าตัวเหม็นสตรีตัวน้อยของฉินเทียนที่นอกจากจะได้วิชาระดับทองคำไป 10 วิชาแล้ว ฉินเทียนยังจัดวิชาระดับเพชรให้นางอีกสองวิชา คาดว่านี่คือวิชาประจำเผ่าจิ้งจอกสวรรค์ หากแต่แม้จะใช้จ่ายไปเกือบ 2400 ล้านแต้มบุญหากแต่ก็ต้องยอมรับทั้งหมดที่ใช้ไปล้วนเป็นส่วนต้นของวิชาที่สามารถฝึกฝนได้ถึงระดับแสวงมรรค หรือเทียบเท่ากับตราสัญลักษณ์วิญญาณสีม่วง น้ำเงิน ดำ เท่านั้น ระดับต่อไปของเคล็ดวิชาฉินเทียนจำเป็นต้องหาแต้มบุญระดับหมื่นล้านแสนล้านแต้มบุญในการยกระดับให้เจ้าตัวน้อย
แน่นอนตอนนี้ฉินเทียนไม่มีแต้มบุญจำนวนนั้น
และเพราะการทุ่มเทแต้มบุญจำนวนมากไปที่สองเด็กน้อยทำให้ตอนนี้ฉินเทียนก็ได้รับผลกลับมาบ้างแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะตอนนี้สองเด็กน้อยของมันนั้น...
"ท่านปู่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เสียงของเจ้าอ้วนสกปรกในชุดฝึกฝนสีดำรีบโบยบินมาหามัน กลางหน้าผากของมันมีรูปราชสีห์ปรากฏอยู่พร้อมกับมีจุดแต้มด้านล่าง 3 จุดแต้ม ส่วนสีของตราสัญลักษณ์วิญญาณนั้นก็คือสีเหลืองจาง หากแต่ที่ตัวของเจ้าอ้วนสกปรกนั้นสามารถโบยบินได้นั้นก็ต้องเป็นเพราะเคล็ดวิชาฝึกฝนอย่างร่างอมตะราชสีห์และปราณสุริยันทองคำ ที่ทำให้ร่างกายของมันตอนนี้สง่างามยิ่งนัก ความอวบอ้วนแต่เก่าก่อนหายไปสิ้นกลายเป็นบุรุษร่างบึกแทน ยามมันโบยบินร่างของมันก็จะเปล่งแสงสีทองของเปลวอัคคีราชสีห์ออกมา ฉินเทียนมิคิดเลยว่าการมีสายเลือดวิเศษมันจะดีเช่นนี้ แน่นอนความรวดเร็วในการฝึกฝนส่วนหนึ่งก็มาจากการปลุกสายเลือดได้สำเร็จด้วยเช่นกัน
เจ้าอ้วนสกปรกโค้งกายคำนับฉินเทียนทันทีที่เห็น ฉินเทียนพยักหน้ารับอย่างเป็นกันเอง
ไม่ช้าเจ้าตัวน้อยของฉินเทียนก็ทำทีท่าเก้อเขิน คล้ายกับมีความนัยใจบางอย่าง พร้อมทำนิ้วชี้จิ้มกันไปกันมาพร้อมมองใบหน้าของฉินเทียน
ฉินเทียนหัวเราะหุหุ เบาๆ ครู่หนึ่งก่อนเอามือลูบหัวและถามสตรีตัวน้อยของมัน "เด็กดีเจ้ามีอะไรจะพูดกับปู่รึ จงพูดมาเถอะ"
ตัวเหม็นหน้าแดงคล้ายเขินอายบางอย่าง
ไม่ช้าเจ้าอ้วนสกปรกก็ตะโกนพูดขึ้น และนี่แหละคือของดีของตัวมัน เพราะเจ้าอ้วนสกปรกนั้นเป็นคนซื่อตรง หากมันคิดอะไรมันก็พูดแบบนั้น ทำให้ฉินเทียนมิต้องมานั่งคิดมานั่งเดาใจมัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นข้อดีที่สุดของเจ้าอ้วนสกปรกที่ทำให้ฉินเทียนชอบใจในตัวมัน แม้มันจะมีข้อเสียบางอย่างก็ตาม เช่นการพูดไม่คิด และบางครั้งก็โง่และซื่อบื้อจนเกินไปพร้อมอ่านสถานการณ์ไม่ค่อยออก
"ท่านปู่ขอรับตัวเหม็นน้องสาวของข้า วันนี้เป็นวันเกิดของนางขอรับ หากแต่จริงๆ ข้าก็ไม่รู้ว่าใช่วันนี้หรือไม่ หากแต่มันเป็นวันแรกที่ข้าพบนางขอรับ"
ฉินเทียนได้ยินดังนั้นก็แย้มยิ้มทันทีพร้อมเข้าใจความนัยบางอย่างของสตรีตัวน้อยแล้ว มันหัวเราะเสียงดังทันที "เด็กดีเจ้าอยากให้ท่านปู่ผู้นี้มอบอะไรให้เจ้าเป็นของขวัญดี จะเอาเป็นดวงจันทรา เสื้อผ้าสตรีตัวน้อยชุดใหม่ หรือเป็นอมยิ้มที่เจ้าชอบซัก 10 อันดีไหม" ฉินเทียนพูดพลางยิ้มเยาะอย่างมีความสุข ส่วนดวงจันทร์นั้นฉินเทียนเอามันมาให้นางไม่ได้แน่นอน หากแต่ที่มันพูดไปเพื่อต้องการสร้างภาพลักษณ์สูงส่งเช่นเคย
ตัวเหม็นรีบส่ายหน้าทันที ก่อนจะมองจ้องมาที่ฉินเทียน พร้อมพูดกล่าวอย่างไม่ค่อยเป็นคำนัก
"ท่า..น ปู่เจ้..าค่..ะ ตัว..เหม็นอยากมี.... อยากมี..."
"อยากมีอะไรรึเด็กดี หากปู่มอบให้เจ้าได้ปู่ก็จะมอบให้ทันที" ฉินเทียนรีบกล่าว มันไม่อยากให้สตรีตัวน้อยของมันต้องมีกังวล เพราะสำหรับมันแล้วสิ่งที่เด็กน้อยจะขอมันได้จะมีอะไรมากมายจริงไหม มันยังมีแต้มบุญเพื่อผู้อื่นเหลืออีกตั้งสองร้อยกว่าล้าน
"ตัวเหม็นอยากมีบิดามารดาเหมือนเด็กคนอื่นเจ้าค่ะท่านปู่" นางพูดพลางมองจ้องฉินเทียน จากนั้นไม่ช้านางก็คล้ายกับจะร้องไห้ "ที่หมู่บ้านหลังเขาเด็กๆ ในหมู่บ้านชอบแกล้งตัวเหม็น เพราะตัวเหม็นไม่มีบิดาไม่มีมารดา ตัวเหม็นเลยถูกแกล้งเจ้าค่ะท่านปู่ และเพราะตัวเหม็นไม่มีท่านพ่อท่านแม่ตัวเหม็นก็เลย... ไม่ได้กินของดีๆ ไม่ได้กินของอร่อยเหมือนเด็กคนอื่นๆ" ตัวเหม็นสตรีตัวน้อยพูดไปนางก็ร้องไห้ไป ยามนางนึกถึงความหลัง นางก็รู้สึกเจ็บปวดในใจเหลือเกิน
ฉินเทียนดึงร่างเด็กน้อยแนบก่ายกอดนางข้างไหล่ของมัน
ไม่รู้ทำไมความเศร้าโศกของเด็กน้อยจึงคล้ายจะเป็นความเศร้าโศกของตัวมันด้วยเช่นนี้
หากแต่ในใจฉินเทียนก็ได้แต่คิด ตัวมันตอนนี้นั้นพร้อมที่จะเป็นพ่อคนบิดาคนแล้วหรือไม่ มันพร้อมจะทำฝันให้เด็กน้อยผู้นี้ตรงหน้าของมันไหม ฉินเทียนกอดนางและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
.
.
.
"เด็กดีปู่นั้นคงมิอาจจะมอบบิดาและมารดาให้เจ้าได้ หากแต่ว่าเจ้าจะคิดอย่างไรหากต่อจากนี้ไปปู่จะรับเจ้าและพี่ชายของเจ้าเป็นบุตรของปู่เอง ปู่จะรักและดูแลพวกเจ้าเหมือนกับบุตรธิดาและบุตรชายแท้ๆ ของตัวปู่เอง" ฉินเทียนพูดพลางมองไปที่เจ้าอ้วนสกปรกที่ตอนนี้แลดูคล้ายนักรบกล้ามใหญ่วัยเกือบๆ 30 ปี หากแต่ความจริงมันยังเป็นเด็กน้อยอายุ 12 ขวบปี
เจ้าอ้วนสกปรกได้ยินเช่นนี้แขนข้างหนึ่งของมันก็รีบปาดเช็ดน้ำตา
ส่วนเจ้าสตรีตัวน้อยของฉินเทียน นางก็รีบคล้องคอกอดฉินเทียนหอมแก้มฉินเทียนฟอดใหญ่ พร้อมพูดกล่าว "ดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ ตัวเหม็นมีท่านพ่อเหมือนคนอื่นเข้าแล้ว คิคิ" สตรีตัวน้อยแย้มยิ้ม ยามนี้หัวใจนางพองโตและสุขใจเหลือเกิน
ฉินเทียนอุ้มสตรีตัวน้อยขึ้นก่อนลูบหลังนางเบาๆ
"เช่นนั้นต่อจากนี้ไปพวกเจ้าทั้งสองจะนับว่าเป็นบุตรชายและบุตรธิดาของปู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นวันนี้ปู่จะมอบนามใหม่ให้แก่เจ้าทั้งสองดีไหม"
"ดีเจ้าค่ะ","ดีขอรับ" เด็กวัยเยาว์ทั้งสองรีบพูดกล่าว
ฉินเทียนตัวมันทำหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนในไม่ช้าจะคิดชื่อที่พอใช้ได้ออกมาพร้อมพูดกล่าว "ถ้าเช่นนั้นเด็กดีของปู่ชื่อฉินผิง ส่วนเจ้าอ้วนตัวน้อยของปู่เจ้าชื่อฉินจวิ้นเจี๋ย พวกเจ้าทั้งสองชอบไหม"
เด็กน้อยทั้งสองพอใจรีบพยักหน้ารับพร้อมพูดกล่าว "ตัวเหม็นชอบชื่อฉินผิงมากๆ เลยเจ้าค่ะ"
"ข้าก็ชอบชื่อใหม่ขอรับท่านปู่"
ฉินเทียนชี้ไปที่เจ้าอ้วนสกปรกก่อนทำทีท่าราวกับว่ากำลังเอ็ดมันเล็กน้อย "ฉินจวิ้นเจี๋ยเจ้าจะเรียบท่านปู่ไม่ได้อีกแล้วนะ เจ้าต้องเรียกท่านพ่อแทนแล้ว" ฉินเทียนพูดพลางส่งยิ้มไปให้เจ้าอ้วนสกปรก
เจ้าอ้วนสกปรกมองใบหน้าฉินเทียนมันปาดเช็ดน้ำตาของตัวมันอีกคราวก่อนจะรีบพยักหน้ารับทันที
มันมิคิดเลยว่ายามนี้มันจะมีคนรักมันและรับมันเป็นลูกแท้ๆ สำหรับเจ้าอ้วนสกปรก ตัวมันก็แค่เด็กน้อยโง่และซื่อบื้อคนหนึ่งที่รูปกายมิได้น่ามองแม้แต่น้อย และเพราะมันรู้ตัว ทำให้ยามมันมองไปที่ฉินเทียน มันจึงเคารพรักในตัวฉินเทียนมากเหลือเกิน "ท่านพ่อ" เจ้าอ้วนสกปรกในชื่อใหม่ฉินจวิ้นเจี๋ยพูดกล่าว
ก่อนที่ในไม่ช้าน้องสาวตัวน้อยของมันก็จะพูดกล่าวเช่นกัน "ท่านพ่อเจ้าค่ะ" สตรีตัวน้อยพูดพร้อมกอดคอซบอกของฉินเทียนอย่างมีความสุข
เพราะตอนนี้นางมีบิดาที่กำลังอุ้มชูนาง กอดนาง
นางมีคนที่ห่วงแหนนาง มีคนที่รักและเป็นห่วงนางเหมือนกับเด็กๆ คนอื่นๆ
และนับจากวันนี้ไปจะไม่มีใครเรียกนางว่าเป็นเด็กไม่มีพ่ออีกแล้ว
ตัวเหม็นวันนี้นางดีใจเหลือเกิน นางมิได้ต้องการของวิเศษล้ำค่า เสื้อผ้าสวยงาม อาหารเลิศรส
หากแต่วันนี้... สิ่งที่นางต้องการ
นางต้องการใครสักคนที่นางจะเรียกว่า... ท่านพ่อ ไปตลอดชีวิตของนาง
.
.
.
บัดนี้นางสมหวังแล้ว
-----------