“เหลียนฮวา เ้าลงจากหลังม้าได้แล้ว พวกเรากลับถึงจวนแล้ว ”
ฮูหยินใหญ่ยืนมองหลานสาวตนเองที่ตอนนี้ยังหัวเราะอยู่บนหลังม้ากับพี่ชายตนอยู่ ช่างทำให้นางจนใจยิ่งนัก
“ได้เ้าค่ะท่านน้า วันนี้ข้านั่งม้าสนุกมากที่สุดเลยเ้าค่ะ ครั้งหน้าพี่ใหญ่สัญญาแล้วว่าจะพาข้าขี่ม้าอีก จริงหรือไม่พี่ใหญ่”
“เป็เช่นเ้าว่าก็ได้ แต่ข้าจำไม่ได้สักนิดว่าไปสัญญากับเ้าคราใด นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ที่นึกออกก็มีเพียงเสียงหัวเราะของเ้าเท่านั้น”
กล่าววาจาได้ดังนั้นก็อุ้มน้องสาวตัวน้อยลงจากหลังม้า
“เ้าน่ะ พูดจาเรื่อยเจื้อยเชียว ขอเพียงได้อ้าปากก็เห็นความจริงหมดแล้ว กล่าวสัญญากับพี่ชายเ้าอย่างไรให้รู้อยู่ฝ่ายเดียวกัน”
กล่าวเสียงดุไปแต่มือก็จัดเสื้อผ้าให้หลานสาวตนเองอย่างดี
“ท่านน้า ก็ข้าชอบนั่งม้าเป็ที่สุดเลยเ้าค่ะ เหมือนบินได้อย่างไงอย่างงั้น”
“เอาล่ะๆ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วกลับจนถึงจวนแล้วเื่ขี่ม้าก็เอาไว้วันหลังแล้วกัน ”
กล่าวจบก็พึ่งมองเห็นว่า คุณชายเว่ยอวิ๋นข่าย เดินตามเซียวลู่ผิงมาข้างกัน
“ฮูหยินเซียว วันนี้ผู้น้อยขอถือโอกาสเป็แขกของจวนท่านนะขอรับ”
“อวิ๋นข่าย เ้าพูดอะไรอย่างนั้นกัน เ้ามาได้ทุกเมื่อจวนแห่งนี้เ้าก็มาั้แ่เด็กๆแล้ว ข้าต้อนรับเ้าเสมอ”
“ขอบคุณขอรับ”
ทุกคนต่างเดินเข้าจวน และเดินมุ่งหน้ากลับเรือนของตน โดยเว่ยอวิ๋นข่ายเดินไปกับเซียวลู่ผิง ในขณะนั้นไม่มีผู้ใดสังเกตสักนิดว่ามี เซียวซีเหยียนยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ทางเข้าประตูจวน เขามองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าจวน เพียงคิดว่าทุกคนช่างมีความสุขยิ่งนัก โดยเฉพาะนางที่มีความสุขที่ได้ขี่ม้าของเชียวเซี่ยหลาน พลันในใจก็เกิดความรู้สึกอยากเป็คนที่ทำให้นางหัวเราะบ้างก็เท่านั้น อยากเป็พี่ชายคนดีให้เหมือนเซียวเซี่ยหลานเพื่อนางแต่จนใจที่ตอนนี้เขาเป็เพียงคนที่ไม่มีอำนาจใดๆในจวน ไม่มีกำลังพอจะทำอันใดได้เพื่อนาง เพื่อแค่มีนางมาสนใจก็เป็สิ่งที่ดีที่สุดแล้ว คิดไปตั้งมากมายสิ่งที่เขาขาดไปก็คงเป็กำลังและอำนาจ ครุ่นคิดได้สักพักก็หันหลังเดินกลับเรือนของตน
เหลียนฮวารีบกลับจวนเพื่ออาบน้ำอาบท่า เพราะเหงื่อไหลไม่หยุด ร่างกายกลับมาหอมสดชื่นดังเดิมก็สุขใจแล้ว คิดได้ดังนั้นจึงกล่าวกับสาวใช้ให้เตรียมสำรับอาหารว่างไปเรือนใสสงบ เนื่องจากนางจะไปสร้างความประทับใจต่อ สองแม่ลูกเรือนนั้น คิดได้ดังนั้นก็รีบหยิบกู่เฉียนเพียงอันเดียวขึ้นมา พลางทอดถอนใจมีเพียงอันเดียวเช่นนี้ไม่รู้จะให้ใครระหว่างแม่หรือลูก ถ้าเอาอันที่ท่าน้าให้นางไปให้ก็ไม่ได้อีก ท่านน้ามาเยี่ยมนางบ่อยปานนั้น ช่างเถอะ เจอแม่ก่อนก็ให้แม่ เจอคนลูกก่อนก็ให้คนลูก ตัดสินง่ายดายออกปานนี้ จบไปอีกหนึ่งเื่
เหลียนฮวาพา 2 สาวใช้ตามตนไปเรือนใสสงบ ระหว่างทางก็เดินผ่านสวนไผ่ภายในจวน แต่เดินได้ไม่ทันไรก็พบเด็กชายผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าต้นไผ่ที่นางกำลังจะเดินผ่าน เดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าเขาคือ เว่ยอวิ๋นข่ายนั้นเอง วันนี้เขาปรากฎตัวต่อหน้านางจนไม่อยากจะนับแล้ว เหตุใดถึงมีเื่บังเอิญเช่นนี้ ช่างทำให้นางปวดหัวเสียจริง
“เอ้า เหลียนฮวา เ้าตามข้ามาจนได้”
ได้ยินดังนั้นเหลียนฮวาก็แทบจะสะดุดขาตัวเอง ช่างน่ารำคาญยิ่ง นางคิดว่าเขาช่างหลงตัวเองได้อย่างหน้าด้านๆจริงเชียว นางไม่ตอบและเดินตรงไปผ่านหน้าเขาทันที ไม่แม้แต่จะมอง ฝีเท้าก็เดินเร็วขึ้นกว่าปกติยิ่ง
เว่ยอวิ๋นข่ายเห็นนางเดินผ่านหน้าเขาทั้งยังไม่ตอบคำถามก็คร้านจะหยอกนางแล้ว รีบไปขวางหน้านางเพื่อเจรจา แต่ก็ส่งสายตาให้สาวใช้ออกห่างไปก่อน สองสาวใช้ก็เลยมองไปที่คุณหนูของตนเพื่อรอคำสั่ง
“พวกเ้า สองคนล่วงหน้าไปก่อนเถอะ ไปจัดอาหารว่างให้เรียบร้อยด้วย”
“แต่… คุณหนู”
ทั้งสองยังอยากพูดสิ่งใด เพียงแต่ เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“จวนนี้ก็จวนข้า พวกเ้ามิต้องเป็กังวลอันใด เ้าดูสิคุณชายเว่ยคงไม่เสียกิริยาใดต่อข้าหรอก”
“เ้าค่ะ คุณหนู ”
ทั้งสองเดินล่วงหน้าไปก่อน แต่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้ ซู่เย่จึงให้ ซู่หนิงล่วงหน้าไปก่อน ส่วนตนยืนรออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เพียงแต่ไม่ค่อยได้ยินบทสนทนาใด ถ้าคุณหนูสนทนาคุณชายเว่ยเสร็จ ตนจะรีบ เดินจากไปทันทีถึงอย่างไรคุณหนูก็ยังเล็ก ต้องดูแลไม่ห่างมากเกินไป
“เ้าน่ะ พูดกับผู้อื่นได้ ใยถึงไม่พูดกับข้า ไม่งั้นข้าคงเชื่อคำพี่ใหญ่แล้วนะว่าเ้าน้อยใจอันใดต่อข้า”
“เฮอะ”
เหลียนฮวา พยายามเดินเลี่ยงตัวเขาไปเพื่อเดินต่อไปข้างหน้า แต่เด็กชายผู้นี้ก็เบี่ยงตัวมาบังหน้านางทุกทางจนนางชักจะหมดความอดทนจึงยอมกล่าวด้วย
“คุณชายเว่ย มีธุระอันใดจะเจรจากับข้าหรือ รีบกล่าวมาเถอะ ”
“ข้าเพียงมาดูหน้าน้องสาวความจำสั้นคนหนึ่งแถวนี้เท่านั้น เหมือนนางจะลืมของไว้ที่ข้าอยู่น่ะ”
“ถ้าท่านหมายถึง กู่เฉียน อยากคืนแก่ข้าก็เอามาเถอะ ขอบคุณท่านมากที่มีน้ำใจนำมาคืน”
“ข้าน่ะ น้ำใจมีท่วมท้นนั้นแน่แท้ เพียงแค่สงสัยว่าเ้าจะเอากู่เฉียนไปทำไมกันตั้งสองอัน เ้าคงไม่คิดนำมาให้ข้าใช่หรือไม่ แต่บังเอิญข้าดันเก็บได้ก่อน เ้าจึงมิใส่ใจว่าข้าจะเอาไป เื่นี้เป็จริงดังคำข้าหรือไม่เล่า น้องเหลียน ฮวา”
“ฮาฮ่าฮ่า ท่านนี่ก็ตลกเหมือนกันนี่ ข้ายังคิดได้ไม่เท่าท่านเลย ทุกอย่างเหมือนข้าวางแผนมาอย่างดีเสียด้วย ฮาฮ่าฮ่า เอาล่ะ ถ้าท่านไม่เอาก็นำมาคืนข้าเสียเถอะ ถือเสียว่าข้าทำการตามแผนไม่สำเร็จ”
พูดจบก็ยื่นมือมารับของทันที ดีเหมือนกันนางจะได้มีกู่เฉียนครบสองอันจะได้ไม่ต้องสุ่มให้สองแม่ลูก
เว่ยอวิ๋นข่าย ไม่คิดว่านางจะยอมรับมาตรงๆ คำพูดคล้ายไม่ใช่แผน แต่คล้ายว่าเป็แผน ความคิดช่างแยบยลนักคิดจะเล่นอันใดกับข้า ข้ามิหลงกลง่ายๆเป็แน่ ยิ่งนาง้าของคืนเช่นนี้ ยิ่งแสดงออกว่านางคิดว่าเขานั้นจะต้องไม่ยกของคืนให้เป็แน่ จะเป็เช่นนั้นไปได้อย่างไร ข้าไม่ได้อยากได้ของสิ่งใดหรอก พลันหยุดชะงักสักครู่ก็คลี่ยิ้มอย่างคนรู้ทันออกมา
“เ้ากำลังเรียกร้องความสนใจต่อข้าอยู่ใช้หรือไม่ ฮาฮ่าฮ่า ช่างดูเ้าออกง่ายยิ่งนัก”
เหลียนฮวาแทบเข่าอ่อน หนังตากระตุกไม่หยุด เกิดมาไม่เคยเห็นคนหน้าด้านเช่นนี้ ช่างสร้างความปวดหัวให้แก่นางยิ่งนัก เหลียนฮวารีบชักมือกลับ มองหน้าเขาด้วยสายตาหมดคำจะพูดแล้ว คนอะไรยิ่งพูดยิ่งเข้าข้างตัวเอง
“คุณชายเว่ย ถ้าท่าน้ากู่เฉียนของข้าชิ้นนั้น ท่านก็นำไปเถอะถือว่าข้าให้ท่าน ข้าพูดชัดขนาดนี้แล้วท่านยังอยากได้หรือไม่”
“แน่นอนข้าต้องไม่ทำให้เ้าเสียใจ ข้าขอรับของชิ้นนี้ก็แล้วกัน เมื่อเ้ากล้ามอบให้ข้าอย่างตรงไปตรงมา น้ำใจนี้ข้าก็ขอรับไว้ ”
“เช่นนั้น ข้าก็ขอตัวก่อน เชิญท่านตามสบาย”
กล่าววกวนไปมา เหมือนเช่นคนสับสนในตนเองสุดท้ายเพียงเพื่อให้นางเป็คนอนุญาตให้กู่เฉียนแก่เขาอย่างชอบธรรม ช่างน่าขันนัก เหตุใดต้องหลงตัวเองถึงเพียงนั้น มันเสียศักดิ์ศรีถึงเพียงนั้นเชียวรึ เหลียนฮวาส่ายหัวไปมาจึงรีบเดินออกจากบริเวณนั้นทันที เมื่อเห็นเขาหลีกทางให้นาง
หลังนางพ้นสายตาเขาไปแล้ว เว่ยอวิ๋นข่ายยิ้มออกมาบางๆ เหมือนสมหวังในสิ่งที่เขา้า ตอนแรกเพียงมาคืนกู่เฉียนเท่านั้น แต่เห็นท่าทีหมางเมินต่อเขาของนาง เขาเลย้าแหย่นางเล่น พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย เขาคิดว่านางเสแสร้งแกล้งทำ แต่ใครจะรู้เล่า ยิ่งพูดไปพูดมาเหมือนเขาที่คิดไปเองฝ่ายเดียวว่าเป็แผนการของนาง เป็เขาต่างหากที่มาดักพบนางที่นี่ เลยลองมาหยั่งเชิงสักนิด หลังๆจึงรู้ตัวว่าไม่ได้อยากคืนกู่เฉียนแค่อยากมายืนยันด้วยตัวเองว่านางไม่สนใจเขาอีกแล้วจริงหรือไม่ แล้วเขาควรทำเช่นไรนางถึงจะทำให้นางกล่าวยกของชิ้นนี้ให้เขาอย่างชอบธรรมเสีย จะได้ไม่โดนกล่าวหาว่าเป็คนหยิบของคนอื่นหน้าตาเฉยอย่างไรเล่า แต่พบกันเช่นนี้ก็ดียิ่ง นางพูดเยอะกว่าตอนอยู่ในวัดเสียอีก ช่างเป็เด็กสาวที่สร้างความสับสนให้เขาเสียจริง แต่ยิ่งเป็เช่นนี้ก็ยิ่งอยากเอาคืนนางที่เมื่อก่อนแกล้งตอแยเขาไม่เลิกรา ความนี้สลับกันดีหรือไม่ ข้าแกล้งตอแยเ้าคืน คงสนุกยิ่ง ครุ่นคิดไปก็หยิบกู่เฉียนออกมาดูอีกครั้งด้วยสายตาคล้ายยิ้มน้อยๆออกมาอย่างไม่รู้ตัว
เซียวซีเหยียนที่อยู่ระว่างครุ่นคิดถึงอำนาจและกำลังอย่างนิ่งสงบเขายืนมองออกไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ แต่เมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันเขาจึงมองได้ถนัดตาว่านั้นคือเหลียนฮวากับ เว่ยอวิ๋นข่าย เขายืนมองจากตรงนี้ ไม่ใกล้ไม่ไกลแต่จับใจความบทสนทนาเ่าั้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพียงได้ยินว่า เหลียนฮวาวางแผนมอบกู่เฉียนให้เว่ยอวิ๋นข่ายเท่านั้น เขาใช้สายตาเ็าสายหนึ่งมองตรงไปทางคนทั้งสองั้แ่ต้นจนจบ เมื่อเห็นเหลียนฮวาเดินจากไปเขาก็รีบตามนางไปแทบจะทันที ไม่รู้เพราะเหตุใดกัน เขาอยากไปพบหน้านางยิ่งนัก กลัวว่านางจะลืมเลือนเขา กลัวว่านางจะบอกว่าสิ่งที่ทำมาแค่กลั่นแกล้งเขา อะไรกัน ทำไมแกล้งกันสั้นเช่นนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตามนางไป เพื่อให้นางไม่ลืมเขา
—————————————————
ตอนนี้อีบุ๊คเื่ย้ำรัก กาลนี้เ้าเป็ของข้าผู้เดียวเล่ม1 ออกแล้วนะคะ สนับสนุนกันผ่านทางลิ้งค์ด้านล่างนี้นะคะ นักเขียนอยากแนะนำว่าถ้าจะซื้อก็เอาแบบรูปเล่มอีบุ๊คเลยก็ได้ค่ะ จะได้ไม่เสียค่าเหรียญในตอนต่อๆไป
ขอบคุณค่ะ
https://www.mebmarket.com//index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNjU5MTk5MSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTUxNCI7fQ&page_no=1