บทที่ 21: รอยแกะรอยของนายท่านเว่ย
สถานะแอป: Level 4: Lust Divine (กึ่งขาดหายเนื่องจากสัญญาณถูกขัดขวาง) - 4,500 LP -> 4,500 LP
ความเงียบสงัดภายในห้องเช่าขนาดเล็กบนชั้นสี่ของอพาร์ตเมนต์เก่าซอมซ่อถูกทำลายลงด้วยเสียงไอโขลกอย่างรุนแรง ร่างระหงของซีซีทรุดฮวบลงกับพื้นไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด มือบางเรียวสวยของเธอกุมแน่นที่ตำแหน่งหัวใจ ใบหน้าหวานซึ้งที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มเย้ายวนและแววตาเ้าเล่ห์
บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเื หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าและลำคอระหง อาการเ็ปแปลบปลาบแล่นริ้วจากกลางอกกระจายไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ราวกับมีเข็มน้ำแข็งนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่กระแสเื มันคือผลกระทบจากการที่สัญญาณของระบบแอปพลิเคชัน 'Lust Divine' ระดับสี่ของเธอถูกขัดขวางอย่างกะทันหัน พลังงานเสน่หาที่ควรจะไหลเวียนอย่างราบรื่นถูกตีกลับด้วยแรงกระแทกจากพลังงานที่แข็งกร้าวและเย็นเยียบเหนือจินตนาการ
“อึก... บ้าจริง พลังนั่นมันอะไรกัน...” ซีซีสบถลอดไรฟัน ริมฝีปากบางสั่นระริก เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความปั่นป่วนภายในร่างกาย พลังปราณที่รุนแรงและเฉียบคมเช่นนี้ เธอเคยััมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มันไม่เคยรุนแรงและใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน กลิ่นอายของความตายและความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามาในบรรยากาศ ทำให้สัญชาตญาณเอาตัวรอดของเธอร้องเตือนอย่างหนักหน่วง
หญิงสาวพยุงร่างที่สั่นสะท้านของตนเองให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล มือเรียวเกาะขอบโต๊ะไม้เก่าๆ เพื่อพยุงตัว ก่อนจะลากเท้าเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานเกล็ดที่เปิดแง้มไว้เพียงครึ่ง สายลมยามค่ำคืนที่พัดโชยเข้ามาไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ซีซีหรี่ตาลง มองผ่านช่องว่างของบานเกล็ดลงไปยังถนนด้านล่างของอพาร์ตเมนต์ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
เบื้องล่าง ภายใต้แสงไฟถนนที่สลัวรางและติดๆ ดับๆ รถยนต์โรลส์รอยซ์ แฟนทอม สีดำขลับคันหรูจอดสนิทอย่างสงบนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยความคุกคามราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มรอเหยื่อ ประตูรถด้านหลังถูกเปิดออกช้าๆ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่สง่างามของผู้ชายคนหนึ่งจะก้าวลงมา เขาอยู่ในชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิทที่เข้ารูปพอดีตัว
ขับเน้นให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจากทุกท่วงท่า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักของเทพเ้ากรีกนั้นเ็าและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดมองขึ้นมายังชั้นบนของอพาร์ตเมนต์ ราวกับสามารถมองทะลุกำแพงหนาทึบเข้ามาเห็นเธอได้โดยตรง
เขาคือ เว่ยคงเสวียน... ชายผู้เป็ดั่งฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนเธอ นายท่านแห่งตระกูลเว่ยผู้ทรงอิทธิพลและพลังปราณกระบี่โบราณที่หาตัวจับยาก
ในมือขวาของเขาถือป้ายหยกสีเขียวมรกตแกะสลักเป็รูปลักษณ์ของกระบี่โบราณ ป้ายหยกชิ้นนั้นกำลังเรืองแสงสีเขียวใสสว่างวาบเป็จังหวะ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นรัว ไอพลังงานสีเขียวจางๆ ลอยอวลอยู่รอบป้ายหยก ชี้พิกัดตรงดิ่งมายังตำแหน่งห้องพักของซีซีอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
“เวรเอ๊ย... ตามมาถึงที่นี่ได้ยังไงกัน” ซีซีกัดริมฝีปากจนห้อเื ความตื่นตระหนกแล่นปราดไปทั่วร่าง เธอรู้ดีว่าป้ายหยกนั่นคือ 'หยกค้นจิตกระบี่' ของวิเศษประจำตระกูลเว่ยที่ใช้สำหรับแกะรอยผู้ที่ัักับพลังของพวกเขา และเธอ... ก็เคยประมาทปล่อยให้กลิ่นอายเสน่หาของเธอปะทะกับพลังของเขาไปก่อนหน้านี้
ด้านล่าง เว่ยคงเสวียนยกมือซ้ายขึ้นทำสัญญาณเพียงเล็กน้อย บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบคนที่ยืนรออยู่รอบรถก็กระจายกำลังออกไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ พวกเขาพุ่งตัวไปปิดล้อมทางเข้าออกทั้งหมดของอพาร์ตเมนต์ ไม่ว่าจะเป็ประตูหน้า ประตูหลัง หรือแม้แต่ทางหนีไฟ ซีซีเห็นร่างสูงใหญ่ของลิ่วเฟิง บอดี้การ์ดคนสนิทของคงเสวียน ยืนคุมอยู่ที่ประตูทางเข้าหลักด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและดุดัน ไม่มีทางไหนเลยที่นกน้อยอย่างเธอจะบินหนีออกจากกรงที่ถูกปิดตายนี้ได้
หลังจากแน่ใจว่าเหยื่อไม่มีทางหลบหนี เว่ยคงเสวียนก็ก้าวเท้าเดินเข้าสู่อาคารอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่น ทุกย่างก้าวของเขาแฝงไว้ด้วยพลังกดดันที่มองไม่เห็น ออร่าของจอมกระบี่สะท้านฟ้าแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาอย่างไม่ปิดบัง ความเย็นะเืที่แสนน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปตามพื้นซีเมนต์และกำแพงตึก
หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าบริเวณที่เขาเดินผ่าน กำแพงที่เคยมีรอยคราบตะไคร่น้ำและเชื้อรา กลับถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ เกล็ดน้ำแข็งสีขาวเกาะตัวกันเป็รูปร่างคล้ายคมกระบี่เล็กๆ นับไม่ถ้วน อุณหภูมิภายในอาคารลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนผู้พักอาศัยคนอื่นๆ ต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงด้วยความหนาวสั่น
ซีซีััได้ถึงไอเย็นที่คืบคลานเข้ามาใต้ช่องประตูห้องของเธอ มันเหมือนมีงูน้ำแข็งกำลังเลื้อยเข้ามาพันรอบข้อเท้า เธอรู้ตัวดีว่าในสภาพร่างกายที่บอบช้ำและพลัง LP (Lust Points) ที่เพิ่งจะฟื้นฟูกลับมาอยู่ที่ 4,500 แต้มนี้ เธอไม่มีทางต่อกรกับปราณกระบี่ของเว่ยคงเสวียนซึ่งหน้าได้เลย การปะทะตรงๆ เท่ากับการรนหาที่ตาย และเธอไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมแพ้หรือทิ้งชีวิตของตัวเองไปง่ายๆ
“ต้องหนี... แต่จะหนียังไงในเมื่อทางออกถูกปิดหมด” สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องแคบๆ ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็ถูกกวาดใส่กระเป๋าเป้ใบเก่งอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ มือของเธอสั่นเล็กน้อยแต่ก็ยังทำงานได้อย่างแม่นยำ เธอคว้าเอกสารสำคัญ เงินสด และอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดใส่กระเป๋า สะพายมันขึ้นบ่า ก่อนจะหลับตาลงและตั้งสมาธิ
'ระบบ... เปิดใช้งานฟังก์ชันปลดปล่อยออร่าราคะระยะใกล้ ควบคุมเป้าหมายที่อยู่ในรัศมีตึกนี้ทั้งหมด ดึงเอาความปรารถนาเบื้องลึกที่สุดของพวกเขาออกมาให้หมด!' ซีซีสั่งการในใจผ่านระบบแอป Lust Divine ที่ยังคงทำงานอยู่แม้จะถูกรบกวน
*ติ๊ง!* เสียงระบบตอบรับในหัวของเธอเบาๆ
*แจ้งเตือน: การใช้งานทักษะนี้ในรัศมีวงกว้างจะใช้ LP จำนวนมาก และอาจได้รับผลกระทบจากคลื่นรบกวน ยืนยันการใช้งานหรือไม่?*
“ยืนยัน!” ซีซีกัดฟันตอบรับ
ทันใดนั้น กลิ่นหอมประหลาดที่ยากจะบรรยายก็แผ่ซ่านออกจากร่างของหญิงสาว มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึก แต่เป็กลิ่นหอมละมุนของดอกท้อที่บานสะพรั่งในคืนพระจันทร์เต็มดวง กลิ่นที่กระตุ้นเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาอันซ่อนเร้นในส่วนลึกของมนุษย์ให้ตื่นตัว กลิ่นหอมนี้แทรกซึมผ่านช่องว่างของกำแพง รอยแยกของประตู และลอยล่องไปตามช่องแอร์ กระจายไปทั่วทั้งอพาร์ตเมนต์เก่าๆ แห่งนี้ภายในเวลาไม่กี่วินาที
ผลลัพธ์เกิดขึ้นแทบจะในทันที ในห้องพักหมายเลข 302 ชั้นล่างถัดไป คู่รักหนุ่มสาวที่กำลังทะเลาะกันเื่ค่าใช้จ่ายและเตรียมจะเก็บของแยกทางกัน จู่ๆ ก็หยุดชะงัก ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำ ลมหายใจหอบถี่ ความโกรธเกลี้ยวถูกแทนที่ด้วยความกระสันปั่นป่วนอย่างรุนแรง ชายหนุ่มคำรามในลำคอก่อนจะกระโจนเข้าหาแฟนสาว ฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธออย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวแทนที่จะขัดขืนกลับตอบสนองด้วยความเร่าร้อนที่ผิดมนุษย์มนา ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนชนประตูห้องพังครืนออกมาที่โถงทางเดิน
ไม่ใช่แค่คู่รักคู่นั้น ที่ห้องพักของชายโสดวัยกลางคนผู้ดูแลตึก เขาที่กำลังนั่งดื่มเหล้าเมามายอยู่หน้าทีวี จู่ๆ ก็เกิดอารมณ์พลุ่งพล่านอย่างควบคุมไม่ได้ เขากระชากกางเกงของตัวเองออกและวิ่งเปลือยกายล่อนจ้อนออกมาที่ทางเดิน ส่งเสียงร้องโหยหวนหาอิสตรีด้วยความบ้าคลั่ง ผู้พักอาศัยคนอื่นๆ หลายสิบชีวิตที่ถูกกระตุ้นด้วยออร่าราคะของซีซีต่างพากันสูญเสียสติสัมปชัญญะ ประตูห้องนับสิบถูกเปิดออก หรือไม่ก็ถูกทำลายจากข้างใน ผู้คนต่างวิ่งพล่าน กอดรัด ร้องไห้ หรือแม้แต่ทำเื่บัดสีบัดเถลิงกันกลางทางเดินแคบๆ
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในชั่วพริบตา โถงทางเดินและบันไดของอพาร์ตเมนต์เต็มไปด้วยร่างของมนุษย์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยตัณหา เสียงคราง เสียงกรีดร้อง และเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่ว บดบังเสียงฝีเท้าอันเย็นเยียบของเว่ยคงเสวียนได้อย่างหมดจด
เว่ยคงเสวียนที่กำลังเดินขึ้นบันไดมาถึงชั้นสามต้องหยุดชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็ปม เขาพยายามใช้ปราณกระบี่กวาดต้อนร่างของผู้คนบ้าคลั่งเ่าั้ให้พ้นทาง แต่มันไม่ใช่เื่ง่าย เขาไม่สามารถฆ่าฟันคนธรรมดาที่ไม่มีทางสู้เหล่านี้ได้อย่างไร้เหตุผล แม้เขาจะโเี้กับศัตรู
แต่เขาก็มีกฎของตัวเอง คลื่นอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรง สับสน และเต็มไปด้วยตัณหาราคะของผู้คนนับร้อย ทำหน้าที่เป็เหมือนกำแพงหนาทึบที่รบกวนคลื่นััพลังงานของเขาอย่างหนัก หยกค้นจิตกระบี่ในมือของเขากะพริบถี่ๆ อย่างบ้าคลั่ง สัญญาณที่เคยชัดเจนบัดนี้สับสนวุ่นวาย ชี้เป้าสะเปะสะปะไปทั่วทุกทิศทาง
“นางจิ้งจอก... เ้าเล่ห์นักนะ” เว่ยคงเสวียนคำรามในลำคอ เสียงของเขาเย็นเยียบจนสลักเสลาเป็ก้อนน้ำแข็ง เขาต้องใช้มือข้างที่ว่างปัดป่ายชายชราเปลือยกายที่พยายามจะเข้ามาะโกอดเขาออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะรวบรวมสมาธิ กระจายปราณกระบี่ออกไปรอบตัวเป็เกราะคุ้มกัน ผลักร่างของฝูงคนคลั่งให้กระเด็นออกไปด้านข้าง เปิดทางเดินเล็กๆ ให้เขาสามารถก้าวต่อไปได้ แต่นั่นก็ทำให้ความเร็วของเขาลดลงอย่างมาก
ซีซีใช้จังหวะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุดนี้เอง เธอเปิดหน้าต่างห้องน้ำด้านหลังซึ่งไม่ได้หันออกไปทางถนนใหญ่ แต่หันไปทางซอกตึกแคบๆ ที่มืดมิด เธอปีนออกไปเกาะท่อน้ำทิ้งเก่าๆ อย่างคล่องแคล่ว แม้ร่างกายจะปวดร้าวแต่สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดทำให้เธอปีนลงมาสู่พื้นดินด้านล่างได้อย่างปลอดภัย
ซีซีดึงฮู้ดของเสื้อแจ็กเก็ตสีดำขึ้นมาคลุมศีรษะ ซ่อนใบหน้าและเรือนผมสีน้ำตาลเข้มของเธอเอาไว้มิดชิด เธอเดินเลาะไปตามกำแพงตึกอย่างระมัดระวัง อาศัยเงามืดและความชุลมุนของผู้คนที่เริ่มวิ่งหนีออกมาจากตึกที่เต็มไปด้วยคนบ้ากาม หลบเลี่ยงสายตาของบอดี้การ์ดตระกูลเว่ยที่กำลังรับมือกับฝูงชนที่หลั่งไหลออกมาที่ประตูหน้าและประตูหลังอย่างยากลำบาก
ในขณะเดียวกัน เว่ยคงเสวียนก็ฝ่าด่านฝูงชนขึ้นมาจนถึงหน้าห้องของซีซีได้สำเร็จ ปราณกระบี่รอบตัวเขาหมุนวนอย่างเกรี้ยวกราด สะท้อนถึงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปั่นหัว เขาไม่รอช้า ยกมือขึ้นและฟาดฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างไปยังประตูไม้เบื้องหน้า
*บึ้ม!*
ประตูไม้เก่าๆ แตกละเอียดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนเข้าไปในห้อง เศษไม้พุ่งกระแทกผนังและเฟอร์นิเจอร์จนเกิดรอยบุบลึก เว่ยคงเสวียนก้าวข้ามเศษซากประตูเข้ามาภายในห้องด้วยความน่าเกรงขาม สายตาดุดันกวาดมองไปรอบๆ เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
ทว่า... สิ่งที่รอเขาอยู่กลับมีความเพียงความว่างเปล่า
ห้องพักขนาดเล็กว่างเปล่าไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ ข้าวของบางส่วนถูกเก็บไปอย่างเร่งรีบ หน้าต่างบานเกล็ดเปิดอ้าซ่า ปล่อยให้สายลมยามดึกพัดโชยเข้ามาจนผ้าม่านสีขาวเก่าๆ ปลิวไสวไปมาคล้ายกับิญญาที่กำลังเย้ยหยันเขา แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทอดเงาของผ้าม่านลงบนพื้นห้องอันว่างเปล่า
เว่ยคงเสวียนกำหมัดแน่นจนเส้นเืที่หลังมือปูดโปน ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาก้าวเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปยังความมืดมิดเบื้องล่าง ไม่มีร่องรอยของการหลบหนี ไม่มีร่องรอยของตัวเธอ สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในห้องนี้ มีเพียงกลิ่นหอมละมุนของดอกท้อ... กลิ่นหอมแสนคุ้นเคยที่เย้ายวนและอันตราย ซึ่งบัดนี้มันกำลังลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบตัวเขา ราวกับจะเย้ยหยันในความพ่ายแพ้ของเขา
เขาเพิ่งจะพลาดท่า ปล่อยให้นางจิ้งจอกสาวตัวร้ายหลุดมือไปได้อีกครั้ง!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ท่ามกลางความเงียบงันของห้องร้าง เสียงกระซิบแว่วหวานก็ดังสะท้อนขึ้นมาในหัวของเขาโดยตรง มันไม่ใช่เสียงที่ลอยมาตามลม แต่เป็การสื่อสารผ่านคลื่นพลังที่เธอจงใจทิ้งไว้เพื่อเย้ยหยันเขาโดยเฉพาะ
*'น่าเสียดายจังเลยนะคะ นายท่านเว่ย... มาช้าไปแค่นิดเดียวเอง... ไว้คราวหน้า... ฉันจะเอาคืนสำหรับปราณกระบี่อันหนาวเหน็บของคุณ... อย่างสาสมเลยทีเดียว... จำคำของฉันไว้ให้ดีล่ะ... คุณจะต้องสยบแทบเท้าฉันในสักวัน...'*
เว่ยคงเสวียนกัดฟันกรอด เสียงฟันกระทบกันดังกรอดๆ ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ไปด้วยโทสะและแรงอาฆาต ปราณกระบี่ที่เขากดทับไว้ะเิออกมารอบตัว ทำให้ข้าวของในห้องที่เหลืออยู่แหลกละเอียดเป็ผุยผง ผนังห้องเกิดรอยร้าวเป็ทางยาวราวกับถูกกระบี่นับร้อยฟาดฟัน
“จำเอาไว้ ซีซี...” เขาพึมพำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก “ไม่ว่าเ้าจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ข้าก็จะลากคอเ้ากลับมาสับเป็หมื่นๆ ชิ้นให้จงได้!”
ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางถนนใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีและผู้คนพลุกพล่านยามราตรี ร่างบางในชุดแจ็กเก็ตมีฮู้ดเดินปะปนไปกับฝูงชนอย่างแเี เธอเหลียวหลังกลับไปมองยอดตึกอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ที่บัดนี้มีแสงสว่างวาบจากพลังทำลายล้างของเว่ยคงเสวียนแผ่ออกมา ริมฝีปากบางสวยภายใต้เงามืดของฮู้ดยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นและร้ายกาจ
การต่อสู้ครั้งนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
และรอบต่อไป... เธอจะเป็ฝ่ายล่าเขาบ้าง!
---