ตอนที่ 33 เมดสองพี่น้องในคฤหาสน์
หลังจากที่ได้ฟังกอนอธิบายเรื่องราวต่างๆจิตใจของไรจิก็เริ่มสงบลงมาบ้างแล้ว
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เชื่อที่กอนพูดอยู่ดี...นั้นก็คือเรื่องที่กอนบอกว่า‘สาวในชุดเมดที่ชื่อว่าซีโร่เป็นมินเนี่ยนของเขา’
และสิ่งที่เขาสงสัยมากที่สุด...เหตุใดคนที่มีสกิลที่สุดยอดขนาดนี้ถึงมาเป็นคนรับใช้ของเจ้าศูนย์กอนได้
“ไม่ใช่แค่นายหรอกนะที่ไม่เชื่อชั้นเองก็ไม่เชื่อเหมือนกัน”
คาร์ลพูดขึ้นอย่างเห็นด้วยกับไรจิก่อนที่จะหันไปพูดกับเมดสาวซีโร่ด้วยเสียงที่ดัดเข้ม...
“พี่สาวครับพี่เป็นผู้ติดตามของกอนมันจริงๆเหรอครับ...ผมว่าพี่สาวมาเป็นเมดสาวของผมดีกว่าไหมครับ”
คาร์ลพูดพร้อมคุกเข่าหนึ่งข้างต่อหน้าซีโร่มือหนึ่งยื่นไปหาเธอ...
“หุหุ...ขออภัยด้วยค่ะดิฉันเป็นมินเนี่ยนของนายท่านจริงๆ”
ซีโร่หัวเราะเบาๆ แล้วตอบไปตามตรง
...แต่คาร์ล และไรจิก็ยังคงไม่เชื่ออยู่ดี
และก่อนที่คาร์ลจะได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีกก็ถูกกอนโผล่มาจากด้านหลังจับล็อคคอของเขาไว้
“นี่แกขอกันหน้าด้านๆอย่างงี้เลยเหรอ”
“แอ็ค! กอนเพื่อนปล่อยได้แล้วชั้นแค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง”
…ไรจิมองภาพตรงหน้าแล้วขำออกมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่การเล่นของเหล่าเพื่อนเท่านั้น
“ฮ่าฮ่ะฮะๆๆๆ!!!!”
พวกเขาสนุกสนานและเฮฮาโดยที่ลืมเรื่องเฉียดตายก่อนหน้านี้ไปเลย
.
.
....ในเวลาต่อมาพวกเขาก็เริ่มกลับเข้ามคุยเรื่องที่จริงจัง
“แล้วพวกเราจะเอายังไงต่อดีล่ะ...กลับเลยไหมหรือเราจะไปล่ากันต่อ”
คาร์ลเป็นคนเปิดประเด็นถามขึ้น...
“ชั้นว่าจะไปล่าราชาวานรผมแดงตัวนั้นต่อน่ะ…”
กอนพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง...แต่คาร์ลและไรจิต่างก็มีสีหน้าที่อึ้งกันเป็นแถบ
“นี่แกจะบ้าเหรอกอน เราเพิ่งจะรอดมาจากมันนะ...แล้วแกจะเอาอะไรไปสู้มันล่ะผู้ติดตามของนายก็ใช่ว่าจะสู้มันไหว”
ในตอนแรกไรจิคิดว่าหากเลือกที่จะสู้ต่อก็คงเป็นแค่ลิงผมแดงธรรมดาที่อยู่นอกพื้นที่อันตราย แต่ทางกอนนั้นดูเหมือนอยากที่จะสู้กับเจ้าราชาวานรผมแดง
“ชั้นไม่เอาด้วยหรอกนะ”
คาร์ลตอบปฏิเสธเป็นคนแรก
“ชั้นเองก็ไม่เอาด้วยเหมือนกัน...”
และไรจิก็ตอบปฏิเสธตามมาติดๆ
...จากที่กอนอธิบายก่อนหน้านี้ทำให้ไรจิรู้ว่าเมดสาวซีโร่ มีสกิลที่คล้ายล่องหน และความสามารถสุดยอดในการรักษาเมื่ออยู่ในสถานะคล้ายล่องหนนั้น
แต่ทว่า...แม้จะมีสกิลที่สุดยอดมากๆในการรักษาและเอาตัวรอดก็ไม่ได้มีอะไรมายืนยันว่าต่อจะสู้เก่ง และเอาชนะเจ้าราชาวานรผมแดงตัวนั้นได้...
ดังนั้นไรจิเขาไม่เอาด้วยแน่นอนและอีกอย่างขาเขาเขามันยังรักษาไม่หายดีเลย และอาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะกลับมาเป็นปกติ
----กอนที่ได้ฟังคำตอบของไรจิและคาร์ลเขาก็ยิ้มอย่างไม่คิดอะไรมาก
“ชั้นเข้าใจพวกนายนะ...ชั้นบอกแค่ว่าจะสู้กับมันก็จริงแต่ก็ไม่ได้ให้พวกนายมาเสี่ยงด้วยสักหน่อย...แค่ยืนมองอยู่เฉยๆก็พอแล้ว”
...
“กอนนายมั่นใจเหรอว่าจะเอาชนะมันได้”
คาร์ลถามอย่างเป็นห่วง...
“แน่นอน!!!”
กอนตอบตอบด้วยรอยยิ้มที่จริงจังและหนักแน่น...
ส่วนเหตุผลจริงๆนั่นก็คือเจ้าราชาวานรผมแดงตัวนี้อาจจะเป็นวัตถุดิบที่ดีในการสร้างสุดยอดเมดก็ได้...โดยเฉพาะเส้นผมของมัน
.
.
.
...ลิงเกิดอาการงงอย่างหนักหน่วงมันมั่นใจมากเลยว่า เจ้ามนุษย์คนนั้นต้องอยู่แถวนี้แน่นนอน...แต่กลับกลายเป็นว่ามนุษย์คนนั้นได้หายไปแล้ว โดยที่ตัวของมันไม่พบร่องรอย และสัมผัสอะไรไม่ได้เลย
...ส่วนกอนที่เลือกที่เผชิญหน้ากับราชาวานรผมแดงในตอนนี้เขาได้เดินมาอยู่ตรงหน้าของมันแล้ว
แม้ตอนนี้มันจะมองไม่เห็นเขาก็ตามแต่นั้นก็สร้างความหวาดเสียให้กับไรจิ และคาร์ลที่เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆเป็นอย่างมาก
และหลังจากนั้นกอนก็ทำเรื่องที่บ้าบิ่นอย่างน่าเหลือเชื่อโดยการสั่งให้ซีโร่ปลดเขาออกจากสถานะไร้ตัวตน...
“นี่แกจะบ้าเหรอกอน...ตอนนี้แกอยู่ตรงหน้าของมันเลยนะ”
คาร์ลตะโกนเตือน...แต่ใบหน้าของกอนในตอนนี้ไร้ซึ่งความกลัวใดๆทั้งสิ้น
...และเมื่อกอนออกมาจากสถานะไร้ตัวตน ราชาวานรก็มองมาที่เขาที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกใจในทันที
และเพียงไม่นานเท่านั้น มันก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าแห่งความโกรธ...ที่มนุษย์ตรงหน้าบังอาจมาดูถูกมันเกินไปแล้ว
ตัวมันนั้นเป็นถึงราชาวานรผมแดง ที่มีพละกำลังและพลังอันมหาศาล มันสามารถฆ่าเอลฟ์ทั้งฝูงให้ตายได้อย่างง่ายดาย
...แต่มนุษย์ตัวเล็กๆตรงหน้ากับกล้าเผชิญหน้ากับมันอย่างไร้ซึ้งความเกรงกลัวมองมาที่ใบหน้าของมันด้วยรอยยิ้ม...ความตายอย่างแสนทรมานเท่านั้นถึงจะเหมาะสมกับคนอย่างมัน
“วิ้ง!!!”
ดาบยักษ์เขี้ยวพระจันทร์ถูกง้างขึ้นสูง พร้อมกับรวบรวมทั้งแรงกายและพลังอันมหาศาลก่อนที่จาดฟาดลงมาที่มนุษย์ตัวน้อยตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความปราณี......
ภาพตรงหน้านั่นมันหวาดเสียวจนหวาดจนไรจิหลับตาไม่กล้ามองส่วนคาร์ลนั้นตระโกนเรียกกอนจนเสียบแหบให้หนีห่างออกมา
...เพียงแต่ว่าเสียงของผู้ที่อยู่ในสถานะไร้ตัวตนนั้นไม่สามารถส่งไปถึงผู้ที่อยู่ด้านนอกสถานะได้
.
.
.
----ในยามที่คลื่นลมเงียบสงบบนเกาะรัชเกท
“มาสเตอร์ไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆอย่างงั้นเหรอคะแต่ข้าได้ยินว่ามาสเตอร์กลับมาแล้วนิ”
ทิวดอร์พูดด้วยเสียงที่เข้มและสีหน้าที่จริงจัง
“ใช่ค่ะ!กลับมาแล้ว แต่ก็ไปแล้วเช่นกัน…ตอนนี้คุณชายอยู่ที่เกาะเกอแรนด้าใกล้ๆนี้เองค่ะทิวดอร์จังจะตามไปไหม...”
ซากุระพูดด้วยรอยยิ้มที่แบ่งบานเช่นเคย...
ทิวดอร์ทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจได้แล้วพูดอะไรบางอย่างออกมา
“ไม่เป็นไรค่ะ ข้าจะรอมาสเตอร์อยู่ที่นี่เดี่ยวมาสเตอร์ก็คงกลับมา...ข้าขออยู่ที่นี่เป็นเพื่อนกับท่านพี่ดีกว่า”
...
“ทิวดอร์จัง!!!!...เดี่ยวพี่จะทำอะไรอร่อยๆให้กินนะ”
ซากุระพูดอย่างดีใจพร้อมกับเข้าไปสวมกอดร่างของทิวดอร์ในทันที...
ส่วนทิวดอร์นั้นตัวแข็งทื่อยอมให้กอดอย่างว่าง่ายพร้อมกับดวงตาที่เบิกโต
“ข้าน่ะ! ชอบอาหารที่ท่านพี่ทำมากที่สุดเลย”
…ในขณะที่สองพี่น้องกำลังกอดกันอย่างอบอุ่นนั้นพวกเธอก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง
“ทิวดอร์จังพาแขกคนอื่นมาด้วยเหรอคะ”
ซากุระถามด้วยความสงสัย...
“คิดว่าไม่น่าใช่แขกของค่ะ...เพราะข้ามาด้วยตัวเพียงคนเดียว”
ทิวดอร์ตอบด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่งแล้วหันไปมองยังทิศทางของผู้บุกรุกที่แอบเนียนเข้ามาในคฤหาสน์รัชเกท...
...
“ว้าวว้าว พวกเธอรู้ตัวด้วยแฮะ...ชั้นไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าจะมีใครสัมผัสพวกเราได้”
ผู้บุกรุกเลิกผ้าคลุมสีใสที่พลางตัวออกเผยให้เห็นร่างของมนุษย์สามคนในชุดคลุมปิดหน้าสีดำที่มีความคล้ายกับชุดนินจา
“ชั่งเรื่องนั้นมันเถอะ...นี่ตระกูลนานาเคะจะให้กลุ่มนักฆ่าเกรทเทอร์มากฝีมืออย่างพวกเรามาจัดการสาวน้อยร่างบางจริงๆเหรอ…ไหนบอกว่าเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่โคตรจะอันตราย และโหดร้ายป่าเถื่อนไง”
“ก็นะ...อย่างตระกูลนานาเคะในตอนนี้เชื่อถืออะไรได้บ้างชั้นว่าเรารีบทำภารกิจให้มันจบๆดีกว่า...พอดีว่าหลังจากนี้ชั้นมีนัดเดทกับสาว”
ผู้บุกรุกอีกคนพูดขึ้น และหากฟังจากน้ำเสียงพวกเขาทั้งสามคนก็พบว่าพวกเขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างมีอายุ...
ทางฝั่งเมดสาวนั้นมีสีหน้าที่เรียบนิ่งเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว...
ซึ่งทางนักฆ่าทั้งสามนั้นรู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันทีที่พวกเธอไม่ได้กรีดร้องและหนีไป...แต่ถึงจะต่อให้พวกเธอหนี นักฆ่าอย่างพวกเขาก็จะตามไปเก็บได้อยู่ดี...
.
.
“พวกคนไม่ดีบุกรุกมาอีกแล้ว”
ซากุระพูดอย่างเป็นกังวล
“ท่านพี่ไปทำอาหารเถอะค่ะ...เดี่ยวทางนี้ข้าจัดการเอง”
“อื่น! ฝากด้วยนะ…เดี่ยวพี่จะทำสุดฝีมือเลย”
ซากุระยิ้มตอบแล้วเดินจากไป...
“เห่ย!ไม่มีใครไปไหนได้---”
“ครืน~”
เสียงของผู้บุกรุกขาดลงทันที เมื่อจู่ๆก็เกิดแผ่นดินขึ้น
...แรงกดดันที่มหาศาลถาโถมเข้าใส่พวกเขา
“ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากไม่ต้องการที่จะยังมีชีวิตอยู่ต่อ...รีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้ซะ”
เสียงที่เข้มและออร่าที่มีแรงกดดันอันมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากสาวน้อยในชุดเกราะอัศวินตรงหน้า...ในตอนนี้เธอได้เรียกดาบใหญ่สองคมที่มีขนาดพอๆกำลังตัวของเธอทั้งความกว้างและความยาว
...ดาบเล่มนั้นถูกเรียกมาปักลงดินตั้งตระหง่านตรงอยู่ตรงหน้าของเธอมือทั้งสองของเธอตั้งทับกันอยู่ที่ปลายด้ามจับของดาบ และสายตาที่เฉียบคงมองตรงไปด้านหน้าอย่างไร้ความรู้สึก
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic