ตอน 6 ผนึกรักไว้ที่เ้า
ขบวนเ้าสาวเร่งฝีเท้าเดินทางไปถึงเมืองหลวง .... ในนางได้พักผ่อน 1 คืน
จิ้งเหรินและเสี่ยวเซียนได้เข้าพิธีแต่งงานในวันรุ่งขึ้น… ด้วยความคิดถึงและความผูกพัน ในวันแต่งงาน เซ่าิทบทวนแล้วว่าตนเองเป็เทพเซียนมิใช่มนุษย์
"เทพเซียนมีอายุหลายล้านปีแต่มนุษย์นั้นมีอายุเพียงแค่ร้อยปี หากข้าไม่หักห้ามใจตัวเอง ต่อไปข้าคงจะปกป้อง์ไม่ได้ดังเดิมเช่นนั้นข้าจะยินดีกับนางที่นางได้ใช้ชีวิตของนางเฉกเช่นนั้น"
เพื่อส่งนางเป็ครั้งสุดท้าย และร่วมยินดีกับนางเซ่าิยินยอมใช้พลังเทพเซียนครั้งสุดท้าย เสกร่างตนเองให้เป็คนแก่ผู้สูงอายุท่าหนึ่งเพื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงานของนาง เมื่อเขาเห็นว่านางได้เข้าพิธีแต่งงานราบรื่นไปด้วยดีเซ่าิตัดใจเดินหันหลังให้นาง... กลับขึ้นเขาบำเพ็ญตนเซ่าิใช้พลังเทพเฮือกสุดท้าย เสกผีเสื้อมงคลบินเข้าไปหานางเกาะที่หลังคอของนางและซึมเข้าไปในิัของนาง ผีเสื้อมงคลตัวนี้จะช่วยส่งสัญญาณบอกเซ่าิทุกเมื่อ เมื่อนางมีภัยร้ายแรง...
ั้แ่นางออกจากขบวนเกี้ยว นางไม่เคยถอดผ้าขาวบางที่คลุมหน้าไว้ออกเลยเพราะนางกลัวว่าคนจะเห็นใบหน้าที่มีแผลอัปลักษณ์ของนาง…
กระทั่งวันแต่งงานผ้าคลุมหน้าเ้าสาวสีแดงก็ยังคลุมหน้าของนางอยู่ตลอด ถึงเวลาเข้าห้องหอของบ่าวสาว…
จิ้งเหรินเปิดผ้าคลุมของนางออก ถึงกลับต้องผงะ ถอยตัวออกห่างทำท่าทีใ รังเกียจใบหน้าของนาง
"นี่เ้าใช่ เสี่ยวเซียนของข้าใช่ไหม "
"เหตุใดท่านมีท่าทีเช่นนั้น "
เสี่ยวเซียนนางพยายามอธิบาย ให้จิ้งเหรินฟังว่าแผลบนใบหน้าของนางเกิดขึ้นได้อย่างไร …
แต่ดูเหมือนว่าจิ้งเหรินจะยังไม่เปิดใจให้กับนาง ในคืนเข้าหอคืนแรกจิงเหรินออกจากเรือนไป โดยไม่สนใจเสี่ยวเซียนเลยว่านางจะรู้สึกอย่างไรปล่อยให้เสี่ยวเซียนนั่งหงอยอยู่บนห้องหอที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยผ้าสีแดง บนเตียงโรยด้วยกลีบดอกไม้
คืนแต่งงานของนาง ช่างเป็คืนที่นางเศร้าโศกเสียใจเป็ที่สุดนางเริ่มรู้สึกคิดถึงกระท่อมหลังเก่า คิดถึงใบหน้าเ็าของเซ่าิถึงแม้เซ่าิมักจะทำใบหน้าเ็าแต่เซ่าิไม่เคยแสดงท่าทีที่รังเกียจข้าเช่นนี้
ในคืนที่เต็มไปด้วยความเดียวดายในวังที่กว้างใหญ่แห่งนี้ไม่มีที่ใดเลยเหมาะกับนาง
เช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยฐานะของนางแต่งเข้าวังมาเป็แค่สนมเอกจึงต้องออกไปคำนับพระชายาของซื่อจื่อจิ้งเหริน
"คำนับพระชายา ข้าหลุนเสี่ยวเซียน"
"เ้าแต่งเข้าเป็สนมเอก เหตุใดเ้าเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่ให้เกียรติข้ายิ่งนัก"
"เป็สนมเอก นับว่าเป็รองจากพระชายาเ้าควรจะออกหน้าให้มากหน่อย "
"เด็กๆ ไปจับนางไว้ แล้วดึงผ้าคลุมหน้าของนางออกซะข้าอยากจะดูว่านางงดงามเพียงใดถึงขั้นทำให้ท่านพี่ของข้า ยอมเข้าเฝ้าฝ่าา ขอพระราชโองการนำขบวนเกี้ยวไปรับนางเข้าวัง
เมื่อสาวใช้ดึงผ้าออก ทุกคนตกตะลึงว่าเหตุใดพระสนมเอกมีใบหน้าที่อัปลักษณ์เช่นนี้
สาวใช้เดินเข้ามากระซิบพระชายา บอกว่า
"เมื่อคืนซื่อจื่อ ไม่ได้ค้างคืนที่ห้องของนาง ซื่อจื่อเข้าไปเพียงครู่ พบว่า รีบร้อนเดินออกมาด้วยหน้าตาแตกตื่น"
"ฮ่าๆ ถ้าท่านพี่มีท่าทีเช่นนั้นกับเ้าเกรงว่าชาตินี้ตำแหน่งสนมเอกของเ้าคงจะเป็แค่ของประดับยศเท่านั้น เ้าจะไม่มีวันมีทายาท ไม่มีวัยได้ความรักจากท่านพี่ของข้า"
"เ้ากลับเรือนไปเถอะ สภาพของเ้าเป็เช่นนี้อย่าออกไปไหนให้ท่านพี่อับอายเลย"
เสี่ยวเซียนร้องไห้ออกไปจากห้องของพระชายา นางคิดในใจว่าั้แ่นางมีชีวิตอยู่ นางไม่เคยถูกใครพูดจสเลวร้ายเช่นนี้กับนางมาก่อน…
ระหว่างที่นางเดินร้องไห้ ออกมานางเดินไปตามทางเพื่อจะกลับไปที่ห้องของตัวเอง พบจิ้งเหรินกำลังเดินมาพอดีนางพยายามหลบสายตาของจิ้งเหรินแต่นางก็สังเกตเห็นว่าจิ้งเหรินเปลี่ยนเส้นทางเดินเพื่อหลบหน้าของนางเช่นกัน
………………………………………… ณ เขาบำเพ็ญตน………………………………………
ั้แ่นางจากไป เซ่าิมุ่งบำเพ็ญตนอย่างเคร่งครัดเพียงแค่ระยะเวลาอันสั้น เซ่าิ สามารถบำเพ็ญตนสำเร็จปราณเซียนขั้นที่ 9โดยมีแม่นางฟ่านเสิ่นคอยอารักขาความปลอดภัยให้หน้าปากถ้ำ
เซ่าิทุ่มเทพลังไปมาก เพื่อที่จะสำเร็จขั้น 10 ให้ได้ เป็ขั้นสุดยอดของการฝึกปราณเซียน หากครั้งนี้สำเร็จจะกลับสู่คืน์เป็มหาเทพต้วนหลุนผู้มากด้วยฤทธิ์เดช
...........………………………………………5 ปีผ่านไป………………………………………………
สัญญาณเตือนจากผีเสื้อมงคล ส่งไปที่เซ่าิบ่อยมากหลายปีมานี้เซ่าิเอาแต่มุ่งมั่นบำเพ็ญตนจนถึงขั้น 9 ปีแล้วปีเล่าเซ่าิยังไม่สามารถบรรลุขั้น 10 ได้เสียทีเซ่าิคิดว่า
"หรือเป็เพราะจิตของข้ามีห่วงจิตของข้าผูกไว้กับเสี่ยวเซียนมากเกินไปงั้นคราวถึงคงต้องถึงคราที่ข้าจะเดินทางไปเยี่ยมนาง"
เซ่าิเดินทางจากเขาเซียนถิงมายังเมืองหลวงเป็ระยะทางหลายพันลี้เขาเดินทางมาเพียงผู้เดียว เมื่อมาถึงประตูทางเข้าเมืองหลวง กลับถูกกักตัวไว้ เพราะเซ่าิบำเพ็ญตนอยู่แต่บนเขามิได้มีป้ายผ่านทางเหมือนชาวบ้านทั่วไป ทำให้เขาถูกทหารกักตัวไว้ เซ่าิถูกกักตัวไว้ 1 คืน เพราะเขาไม่อยากทำให้เสี่ยวเซียนเดือดร้อนและเป็เป้าจับตามองของคนในวังเขนจึงรอการยินยอมให้ผ่านทางของทหารตามกฏ
ระหว่างที่ถูกกักตัวอยู่นั้นเซ่าิพูดกับทหารยามหน้าประตูว่า
"พวกเ้าจงไปเรียนสนมเอกหลุนเสี่ยวเซียนว่า...ข้าหลุนเซ่าิขอเข้าพบ"
ทหารหัวเราะคิกคักพูดเหยียดหยามนาง
"ฮ่า เ้าหมายถึงสนมเอกที่หน้าตาอัปลักษณ์คนนั้นนะหรือ... ั้แ่ข้าเป็ทหารมาหลายปีที่นี่ข้าไม่เห็นว่านางจะมีญาติมิตรสหายที่ไหนมาขอพลนาง... เกรงว่าท่านจะแอบอ้างเพื่อเข้าเมือง.. ใช้วิธีนี้ไม่ได้ผลหรอก. เ้าไปซะเถอะ..."
ทหารคุยกันหัวเราะคิกคัก
"หน้าตาน่าเกลียดขนาดนั้นใครที่ไหนจะอยากเข้าใกล้นาง"
เซ่าิได้ยินเช่นนั้น รู้สึกโกรธมาก..
"ทหารของวังหลวงเป็เช่นนี้เองหรือ...งั้นวันนี้ข้าจะไม่ปรานีพวกเ้า"
"คำพูดทุกคำของเ้า เ้าจะต้องได้ชดใช้"
เซ่าิใช้พลังปราณพุ่งใส่ทหารเฝ้าประตูเมืองจนาเ็สาหัส... เขาใช้อาคมจากพลังปราณตัดลิ้นทหาร 3 คนที่พูดเหยียดหยามเสี่ยวเซียน.. เขาใช้พลังปราณผลักประตูเมืองบานใหญ่ให้เปิดออกกว้างอย่างแรง...ก่อนจะเดินเข้าประตูวังไปอย่างง่ายดาย เซ่าิพูดทิ้งท้ายไว้ว่า...
"พวกเ้าจำไว้ให้ดีหากข้าได้ยินคำพูดเช่นนี้อีกแม้แต่คำเดียวข้าจะตัดลิ้นพวกเ้าซะ ...."
ขณะเดียวกัน เสี่ยวเซียนนางรู้ด้อยค่ามาตลอดหลายปีมานี้จิ้งเหรินไม่เคยสนใจเหลียวแลไม่เคยร่วมรักกับนางเลย...จิ้งเหรินเอาแต่แต่งนางสนมเข้าวังมามากหน้าหลายตา.. แม้กระทั่งนางสนมเล็กๆยังกลั่นแกล้งดูถูกเหยียดหยามนาง... เสี่ยวเซียนถูกใส่ร้ายให้รับโทษขังคุกวังหลวงหลายครั้ง.. หลายครั้งนางคิดอยากออกไปจากที่นี่.. จนตอนนี้นางบอบช้ำทั้งกายและใจเกินกว่าจะทน... นางใคร่ครวญคิดอยู่ตลอดเวลาว่า...นางไม่ควรประชดเซ่าิ... ไม่ควรขึ้นเกี้ยว ลาจากกระท่อมมา...หากวันนั้นนางไม่มาที่นี่..ตอนนี้นางคงกำลังมีความสุขอยู่ที่กระท่อมกับเซ่าิ... แม้นางไม่ได้ร่างกายและหัวใจของเซ่าิแต่นางคงจะมีความสุขมากกว่านี้
ดังนั้นในวันนี้นางจึงตั้งใจที่จะเดินขึ้นไปบนหอคอยหน้ากำแพงวัง...เพื่อจะทิ้งตัวลงดิ่งสู่พื้น.. นางมิอาจทนฝืนมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรู้สึกผิดต่อหัวใจของตนเองเพื่อรู้สึกผิดต่อเซ่าิที่วันนั้นตัดสินใจจากมา...
เซ่าิที่เดินเข้ามาในวังเห็นเสี่ยวเซียนอยู่บนริมหอคอยกำแพงวัง...ทันใดนั้นสัญญาณเตือนจากผีเสื้อมงคลเตือนอีกครั้ง...เซ่าิฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า... เสี่ยวเซียนกำลังจะฆ่าตัวตาย...
ดังนั้น เซ่าิรีบวิ่งขึ้นไปหานางที่หอคอย... เมื่อเซ่าิไปถึง.. รีบะโเรียก
"หลุนเสี่ยวเซียน!!! ข้ามาหาเ้าแล้ว"
เซ่าิร้องเรียกนางด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ....
น้ำตาของหลุนเซ่าิหลั่งไหลออกมาเขารู้สึกปวดใจมากที่นางในดวงใจต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ในใจหนึ่งเขาก็เกิดความรู้สึกโทษตัวเองที่วันนั้นปล่อยให้นางขึ้นเกี้ยวมา... หากไม่ยินยอมปล่อยนางในวันนั้น.วันนี้นางคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้....
เสี่ยวเซียนที่ยืนอยู่บนกำแพง จ้องมองเซ่าิเพราะคิดว่านั่นคือภาพลวงตาที่นางสร้างขึ้นมา
ในขณะนั้นทหารที่เห็นความวุ่นวายที่หน้าประตูเมืองก็พากันนำอาวุธวิ่งขึ้นมาที่นี่เพื่อจัดการลงโทษผู้ที่บุกวังและทำร้ายทหารเฝ้าประตูเมือง...
เซ่าิมัวแต่คิดโทษตัวเอง ร้องไห้เสียใจ ไม่ทันระวังตัว...ถูกทหารที่ตามมาเล็งธนูมาที่ตัวเขา
แต่ในตอนนั้นเสี่ยวเซียนนางเห็นว่า.มีทหารเล็งธนูอยู่ด้านหลังของเซ่าิ. นางะโเสียงดังลั่น
"ระวัง!!!!"ยังไม่ทันได้สิ้นเสียงพูดของนาง...
ลูกธนูดอกนั้นปักลงที่หัวใจของเซ่าิจากด้านหลังทะลุด้านหน้า....
เสี่ยวเซียนเห็นเช่นนั้น... นางจึงใมาก นางฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าอย่างนั้น...ที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ใช่ภาพลวงตา... นางใทำตัวไม่ถูกทำให้ร่างของนางร่วงหล่นลงจากหอคอยกำแพงวังหลวง...
เซ่าิเห็นเช่นนั้น... พุ่งตัวเข้าไปเพื่อหวังจะดึงนางไว้...แต่ดึงไม่ทัน...เซ่าิาเ็หนัก คิดว่าคงไม่สามารถมีชีวิตรอดได้แล้วเขาจึงพร้อมใจที่จะโดดกำแพงตามไปกับนาง....
เซ่าิโดดตามนางลงไป พร้อมกับส่งรอยยิ้มให้นาง อธิษฐานในใจว่า...
"หัวใจของเข้าผู้นี้ไม่เคยมีใครในใจมาก่อน...ในชาตินี้บนโลกมนุษย์กลับได้พบนาง.. เข้ามาครองใจข้า...วันนี้ข้ายินยอมตายพร้อมนาง ยิมยอมตายเป็เพื่อนนาง .. ข้าไม่ยินยอมปล่อยให้นางต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว.. แม้นางจะขึ้น์หรือลงไปพิภพล่าง... ข้าก็จะตามนางไป...ขอให้เทพบุพเพช่วยฟังคำขอของข้า... ผูกด้ายให้ข้ากับนางได้ครองรักกันสักครา..."
คำขอทั้งหมดนี้ดังลั่นไปทั่ว 32 ทิศ 10 ประภาคาร 3 พิภพก่อนที่ร่างของทั้งสองจะกระแทกลงสู่พื้นดิน...
ทันใดนั้น...หลังจากสิ้นลม...หลุนเซ่าิได้กลับคืนสู่แดน์เป็มหาเทพต้วนหลุน... ที่บรรลุปราณขั้น 10.
มหาเทพต้วนหลุนตี้จวินเกิดข้อสงสัยว่าตนบรรลุปราณขั้น 10 ได้อย่างไร จึงเสกกระจกส่องอดีตในโลกมนุษย์ดู...พบว่าตนบรรลุปราณขั้น 10.หลังจากะโลงจากหอคอย
"ที่บรรลุปราณขั้นสูงสุดได้นั้นเพราะเป็การทดสอบจิตใจขั้นสุดยอด... ยอมเสียสละตนเพื่อคนที่ตัวเองรัก...นั่นหมายถึงการเสียสละเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน... "