สวรรค์นิรันดร์กาล

เฟยเซียน

        พวกเฟยเหิงได้ถูกเฟยชิงเอ๋อนำตัวไปส่งถึงเกาะแห่งการลงทัณฑ์ที่นี่อำนาจทั้งหมดอยู่กับมารดาของเฟยชิงเอ๋อเพียงคนเดียวแม้แต่บิดาของเฟยชิงเอ๋อผู้เป็นผู้นำเผ่าก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาก้าวก่ายบวกกับนิสัยที่ไม่ชอบรวมกลุ่มกับใครทำให้นางเป็นที่เกรงกลัวของผู้คน

        “เฟยเหิงเจ้ารู้ความผิดของตนเองหรือไม่”บนที่นั่งสูงสุดร่างที่ดงงามไม่ต่างจากเฟยชิงเอ๋อนั่งอยู่ ใบหน้าของนางดูอายุมากกว่าเฟยชิงเอ๋อไม่มากแต่กลิ่นอายและแรงกดดันกลับดุดันและน่ากลัวกว่าเฟยชิงเอ๋อมาก

        “ข้าน้อยรู้ความผิดแล้ว”เฟยเหิงกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว

        “นายหญิงโปรดอภัยโทษหนักให้กับเขาด้วยเขายังเด็กบวกกับแรงหึงหวงทำให้เขาทำผิดพลาด”บิดาของเฟยเหิงที่รู้ข่าวรับตรงมาอ้อนวอนทันที

        “ได้เห็นแก่ที่เจ้าทำประโยชน์ต่อเผ่าเอาไว้มากข้าจะละเว้นโทษหนักให้ หักแขนและขาทั้งหมดของเขาและห้ามรักษาเป็นเวลา1 ปีให้เขาได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนพิการเป็นเวลา 1 ปี เจ้าตกลงหรือไม่” เฟยเซียนกล่าว

        “ไม่นะแบบนั้นข้าไม่เอา” เฟยเหิงกรีดร้อง

        “หุบปากเจ้าไม่ถูกทำลายพลังบ่มเพาะก็ดีเท่าไหร่แล้ว”บิดาของเฟยเหิงคำรามด้วยความโกรธ

        “แต่.....”เฟยเหิงยังไม่ทันกล่าวร่างของหญิงสาวกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏและทำการหักแขนขาของเฟยเหิงอย่างไร้ความปราณี

        “อ๊ากกกกกกกกก”เฟยเหิงกรีกร้องด้วยความเจ็บปวดเขาไม่ผิดว่าแค่คิดจะทำลายชื่อเสียงของฉางเฟิงกลับทำให้ตนเองต้องทุกทรมานขนาดนี้เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ

        แต่บิดาของเฟยเหิงเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งและรู้เรื่องราวบางอย่างมาเขารู้ว่าฉางเฟิงได้รับการคุ่มครองจากบรรพบุรุษรวมถึงผู้อาวุโสระดับสูงทั้งหมดอีกด้วยและการที่เฟยเหิงไปหาเรื่องฉางเฟิงเป็นการกระทำที่โง่เง่าอย่างมาก

        หลังจากที่ถูกหักแขนและขาแล้วเฟยเหิงก็ถูกนำตัวออกไปเฟยเซียนมองไปยังเฟยชิงเอ๋อและยิ้มออกมามีเพียงอยู่กับลูกสาวของนางเท่านั้นที่นางจะอ่อนโยน

        “เป็นอย่างไรบ้างผู้ชายคนนั้นทำให้เจ้าลำบากใจหรือเปล่า”เฟยเซียนกล่าว

        “ไม่เลยเขาค่อนข้างแปลก เขาไม่ได้เข้าหาข้าหรือต้องการประจบข้าเลยกลับกันเขาค่อนข้างจะทำตัวเหมือนกับเป็นสหายคนหนึ่งซึ่งข้าไม่เคยเจอผู้ชายคนใหนเป็นแบบเขามาก่อน”เฟยชิงเอ๋อกล่าว

        “มันไม่แปลกหรอกจากที่บิดาของเจ้าบอก เขาคือลูกหลานของตัวตนที่เคยอยู่จุดสูงสุดของจักรวาลและใบหน้าที่งดงามของนางก็ยังโดดเด่นกว่าเจ้าเกรงว่าเขาคงไม่ได้ถูกความงดงามของเจ้าทำให้จิตใจสับสนได้”เฟยเซียนกล่าว

        “เป็นแบบนั้นแหละดีข้าจะได้ไม่ต้องกังวลอะไรมาก”

        “ไม่หรอกเจ้าต้องกังวลเพราะจากที่ข้ารู้ พรสวรรค์ของเขาสูงส่งมากไม่เพียงแต่ด้านพลังจิตด้านพลังปราณ หลอมยา ค่ายกล หลอมอาวุธและยังมีบางสิ่งที่เรียกว่าตราประทับอะไรนั่นอีกเห็นว่าแม้แต่ท่านพ่อก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่มันช่วยเพิ่มพลังให้กับผู้ใช้ได้อย่างถาวร”เฟยเซียนกล่าว

        “เขาทำแบบนั้นได้อย่างไรคนๆหนึ่งจะเชี่ยวชาญรอบด้านขนาดนั้นได้เลยงั้นเหรอ” เฟยชิงเอ๋อไม่ได้ติดต่อกับฉางเฟิงมานานแล้วทั้งสองไม่ได้พบหน้ากันเพราะมัวแต่ฝึกฝนกันทั้งคู่

        “เขาได้รับพรสวรรค์ที่มาจากมารดาของเขาเต็มๆดังนั้นมันจึงไม่แปลกแต่ข้าสนใจผู้เป็นบิดาของเขามากกว่า จากที่ท่านพ่อบอกมาในดวงจิตของเขามีระดับพระเจ้าสูงสุด5 องค์คอยปกป้องอยู่ นี่หมายความว่าบิดาเขาเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกันเพราะงั้นเจ้าจะต้องขยันให้มากเพราะถ้าเขายังเติบโตแบบนี้ท่านพ่อและบิดาของเจ้าคงจะให้พวกเจ้าแต่งงานกันจริงๆถึงตอนนั้นข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้”เฟยเซียนกล่าว

        “ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆก็คงเป็นโชคชะตาของข้า”เฟยชิงเอ๋อกล่าว

        “โอ้เจ้าไม่ได้รังเกียจเขา ถ้าเป็นคนอื่นเจ้าจะแสดงสีหน้ารังเกียจและโกรธออกมาแล้ว”เฟยเซียนแปลกใจ

        “เพราะเขาไม่ได้มองข้าด้วยสายตาหื่นกามหรือชั่วร้ายสายตาของเขาบริสุทธิ์ใจอย่างมากดังนั้นสำหรับข้าเขาคือสหายที่ไม่เลว” เฟยชิงเอ๋อกล่าว

        เฟยเซียนยกยิ้มนางเข้าใจดีด้วยความงดงามและพรสวรรค์ของเฟยชิงเอ๋อทำให้นางเป็นที่ต้องการของชายในเผ่าทุกคนแม้แต่นอกเผ่าอย่างวังสวรรค์ก็ต้องการบวกกับที่เฟยชิงเอ๋อสามารถดึงกระบี่แห่งการพิพากษาที่ไม่มีใครดึงออกมาได้หลายหมื่นหลายแสนปีแล้วทำให้ผู้คนต่างคิดว่านางจะกลายเป็นจ้าวจักรวาลได้อย่างแน่นอน

        “นายหญิงดูเหมือนว่าเฟยหยูจะพาฉางเฟิงไปยังหุบเขากระบี่และดาบแล้ว”ร่างหนึ่งปรากฏและรายงานทันที

        “เจ้าเด็กเฟยหยูนี่จริงๆเขาไม่กลัวว่าพวกระดับสูงจะเล่นงานเขาหรือยังไงถึงได้พาฉางเฟิงไปสถานที่อันตรายขนาดนั้น”เฟยเซียนรู้สึกปวดหัว

        จริงๆแล้วเฟยหยูเป็นบุตรชายของสหายของนางทำให้นางดูแลเฟยหยูเป็นพิเศษมานานและด้วยนิสัยบ้าๆแต่จริงใจของเขาทำให้นางไม่ได้รังเกียจ

        “ข้าว่าสำหรับฉางเฟิงน่าจะเป็นโชคมากกว่าอันตรายนะ”เฟยชิงเอ๋อกล่าว

        “ทำไมเจ้าคิดแบบนั้น”เฟยเซียนแปลกใจ

        เพราะหุบเขากระบี่และดาบเป็นเหมือนสุสานของกระบี่และดาบที่ได้หลับใหลตามเจ้านายของพวกเขาไปในเผ่าทูตสวรรค์ส่วนใหญ่จะฝึกฝนกระบี่และดาบเป็นส่วนมากอย่างเฟยเซียนและเฟยชิงเอ๋อก็ฝึกฝนกระบี่เช่นกันและเมื่อผู้ใช้กระบี่ตายกระบี่จะถูกนำไปเก็บที่หุบเขากระบี่และดาบและห้ามไม่ให้ใครไปรบกวนยกเว้นคนที่ต้องการศึกษาเต๋ากระบี่เพราะในหุบเขากระบี่และดาบนั้นมีเต๋ากระบี่และดาบที่หลงเหลือเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาอยู่

        “พวกเจ้าจับตาดูไว้ถ้าเกิดอันตรายให้รีบช่วยเหลือทันที”เฟยเซียนโบกมือ

        “รับทราบ”ร่างเงาหายไป

        ทางด้านฉางเฟิงเฟยหยูนั้นได้เล่าถึงสถานที่อันตรายหลายที่ในโลกแห่งแสงให้กับฉางเฟิงรู้ฉางเฟิงที่ได้ฟังก็สะดุดกับหุบเขากระบี่และดาบทันที ฉางเฟิงในตอนนี้กำลังอนุมานทักษกระบี่และดาบของตนเองอยู่เพราะฉางเฟิงได้ศึกษาเต๋ากระบี่และเต๋าดาบจากพระเจ้าว่างเปล่าและพระเจ้าต้นกำเนิดมานานรวมถึงทักษะของพวกเขาอีกด้วย

        “ทักษะที่แข็งแกร่งของพระเจ้าต้นกำเนิดคือเก้ากระบี่ เก้าร่างจำแรง ทักษะนี้ผสานกับค่ายกลทำให้สามารถสะบั้นได้แม้แต่โชคชะตาส่วนทักษะดาบของพระเจ้าว่างเปล่าส่วนแต่เป็นทักษะดาบที่ผสานกับเต๋าว่างเปล่าซึ่งข้าฝึกฝนไม่ได้แต่ว่าข้าสามารถเรียนแบบทักษะพื้นฐานของดาบและนำมาใช้กับเต๋าของข้าได้” ฉางเฟิงขบคิดขณะที่เดินทางมาถึงทางเข้าหุบเขากระบี่และดาบแล้ว

         

คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน