ตอนที่ 73 ราตรีนิรันดร์กาล (3) “สารเลว?” เทวราชกล่าวพลางสีหน้าทะมึนขึง ตัวตนของเขาคือผู้ปกครองสวรรค์ ตัวตนสูงส่งเหนือองค์เทพใดๆ เทวราชก้าวเดินเข้าหาสาวน้อยที่ล้มพับอยู่ตรงหน้า เพียะ! เสียงตบหน้าดังสนั่น เด็กสาวกลิ้งกระเด็นฟุบลงกับพื้น รอยฝ่ามือทั้งห้าประดับแก้มปรากฏรอยสีแดงช้ำ ลาซิเฟียพยุงร่างขึ้นอย่างยากลำบาก เทวราชยับยั้งพลังไปกว่าล้านส่วน ถึงกระนั้นพลังเพียงหนึ่งในล้านส่วน มันก็มากพอจะสังหารสัตว์อสูรเลเวลพันให้ตกตายเพียงการโบกมือ สาวน้อยผู้นี้สมควรรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวปานตาย กลับไม่มีสุ้มเสียงร่ำไห้ออกมาแม้กระทั่งเสียงร้องของความเจ็บปวด ฝ่ามือนวลงามจับใบหน้าที่ถูกตบ แววตาแฝงลึกไปด้วยความอาฆาตแค้น “สารเลวงั้นรึ! เจ้าหนู เจ้ายังเยาว์วัยนักหาได้รู้จักชีวิตที่แท้จริงไม่ โลกใบนี้ไม่ได้สวยหรูเหมือนที่เจ้าพานพบในทุกวัน ข้าคือเทวราช! ผู้ปกครองเหนือเทพทั้งปวง เจ้ากล้าด่าทอข้างั้นรึ!!” เทวราชกล่าวอย่างเดือดดาล ตัวมันถูกตบตียังไม่รู้สึกโกรธเท่าถูกก่นด่า “ท่านไม่มีคุณสมบัตินั้น!! สิ่งมีชีวิตอื่นต่างวาดฝันพวกเราในฐานะของเทพผู้มากบารมีเปี่ยมเมตตา แม้กระทั่งผู้ปกครองสูงสุดแห่งโลกต้นกำเนิดในครั้นบรรพกาลยังบันทึกไว้เช่นนั้น!! แล้วท่านผู้เป็นเทวราช ผู้ปกครองทวยเทพทั้งปวง เหตุใดจิตใจของท่านถึงได้เต็มไปด้วยมลทินสีดำ!!” ลาซิเฟียแผดเสียงก้อง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ เธอเชื่อมาสนิทใจเสมอว่าเหล่าเทพนั้นเป็นผู้มากบารมีอย่างแท้จริง เป็นผู้ให้โดยแท้จริง ทว่า ความจริงเบื้องหน้ายิ่งตอกย้ำว่าเรื่องราวที่เธอคิดเป็นเพียงมายาภาพไร้ตัวตน “เหล่าเทพเป็นผู้มากบารมี? เป็นคนดี? มีเมตตางั้นรึ!? เจ้าช่างฝันเฟื่องสิ้นดี หากเทวราชครั้นบรรพกาลอาจจะใช่ดังเจ้าว่า ทว่า นั่นไม่ใช่ข้า!!” เทวราชกู่ตะโกนกลับ บรรยากาศกลับกลายเป็นอึดอัดจนยากจะหายใจ เด็กสาววัยสิบขวบกำลังประชันปากกับเทวราชผู้ทรงอำนาจสูงสุดในสวรรค์ เด็กสาวผู้นี้กลับเต็มไปด้วยความกล้าหาญชาญชัย รู้ผิดรู้ถูก จิตใจนั้นเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมอันสูงส่ง ต่อหน้าตัวตนที่สามารถมอบความตายให้แก่เธอได้ทุกเวลา เด็กสาวผู้นี้กลับไร้ความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย “ฮึ่ม! เจ้าบังอาจดูหมิ่นเกียรติของข้า วันนี้เจ้าจะมีชีวิตเป็นเพียงวันสุดท้ายในฐานะของเล่นของบุตรชายข้า ในวันพรุ่งนี้ ชีวาของเจ้าจะม้วยมอด!!” คำตรัสของเทวราชเปรียบดั่งคำพิพากษาสูงสุดแห่งสวรรค์ องค์ชายเฟโรซีโพล่งคำขัด “แต่ว่าท่านพ่อ นางเป็นสาวงามหายากในรอบหลายหมื่นปี ข้ายังคิดว่าหมื่นปีต่อจากนี้ ข้าก็มิอาจพานพบได้อีก” “คำกล่าวของข้าคือบัญญัติสูงสุด!!” เทวราชกล่าวอย่างองอาจ ท่ามกลางบรรยากาศกระอักกระอ่วน เหล่าองค์เทพที่เหลือล้วนไม่กล้าส่งเสียงแม้เพียงเสี้ยว เข้าใจได้ดีว่าเทวราชมีพลังเป็นรององค์ปฐมเทพลาปลาซอยู่มากโข ถึงกระนั้นพลังของเขาล้วนมากพอจะบดขยี้ทวยเทพที่เหลือ เว้นเสียแต่ว่าจะเผชิญหน้ากับเหล่าแปดขุนพลสวรรค์ องค์ชายเฟโรซีเงียบงัน เขารู้ว่าบิดาของตนกล่าวคำไหนคือคำนั้น ถึงลาซิเฟียจะเป็นสตรีงามในรอบหมื่นปี เขาก็จำใจต้องมองข้าม การต่อต้านบิดาผู้เป็นเทวราชด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีความเป็นไปได้ใดๆทั้งนั้น ในช่วงเวลานั้นเองที่คลื่นพลังทรงอำนาจได้กระจายออก บึ้ม! คลื่นพลังสีทองอร่ามกวาดสะพัดทวยเทพโดยรอบให้ปลิดปลิวกระเด็นไปไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทวราชและองค์ชายเฟโรซีต่างกระอักเลือดคำโต เรือนร่างของพวกเขาทั้งสองกลิ้งกระเด็นไปไกลกว่าสามร้อยเมตร ทวยเทพที่เข้าร่วมงานบางองค์ยังตกตายจากกระแสพลังในทันที ทว่า ภายใต้แรงกดดันชั้นฟ้า ลาซิเฟียกลับไม่โดนผลกระทบแม้แต่น้อย สาวน้อยมองตามเคลื่อนพลังทรงอำนาจ รูม่านตาพลันหดรีดเล็กน้อยก่อนจะวิ่งเข้าไปหาศูนย์กลางของคลื่นพลังด้วยความเร็วสูงสุด เป็นฝีมือขององค์ปฐมเทพลาปลาซ เทพผู้ยิ่งใหญ่ตนนี้ยังไม่ตกตาย!! องค์ปฐมเทพลาปลาซดึงดาบเทวราชที่ใหญ่กว่าครึ่งตัวของตนออก ดาบนั้นปักทะลุอกเนื้อหนังทั้งหมดถูกทำลายสิ้น ภายใต้อำนาจของดาบเทวราชที่สืบถอดกันมาครั้นกาลนาน ไม่มีเทพองค์ใดที่สามารถรักษาบาดแผลที่เกิดจากดาบเล่มนี้ได้ มันเป็นหนึ่งในศาสตราวุธต้องห้ามในตำนาน!! “เจ้าเด็กน้อย ข้าเฝ้าดูเจ้ามาตั้งแต่ยังเล็กนัก มิคาดคิดเลยว่าท่านเทวราชองค์ก่อนจะกำเนิดบุตรชายที่จิตใจดั่งปีศาจเฉกเช่นเจ้า เจ้าช่างแตกต่างจากพระบิดาของเจ้าเสียจริงๆ ถึงจะทำข้าเกือบตายแต่ยังอ่อนหัดนัก!!” องค์ปฐมเทพลาปลาซยืนขึ้นดั่งภูเขาตั้งตระหง่าน ในสายตาของเหล่าเทพที่เหลือ เขาเปรียบดั่งกำแพงมหึมาที่มิอาจก้าวผ่าน ผู้บรรลุขุมพลังในตำนาน ขุมพลังในระดับโลกแห่งราชันย์!! แท้จริงแล้ว อาการบาดเจ็บจากศาสตราวุธต้องห้ามนั้นสร้างความเจ็บปวดให้แก่องค์ปฐมเทพลาปลาซอย่างยิ่ง การที่เขาสามารถสวนกลับและยืนขึ้นมาได้ก็นับว่าเต็มกลืนแล้ว องค์ปฐมเทพลาปลาซไม่สนใจพวกมันอีก ตลอดช่วงเวลาเขาเปี่ยมไปด้วยความภักดีและซื่อสัตย์อย่างที่สุด เขาดูแลผู้สืบทอดของเทวราชมาหลายต่อหลายรุ่น มิอาจคิดเลยว่าชีวิตของตนจะมาจบลงในรุ่นที่ชั่วร้ายที่สุด เลวร้ายเกินเยียวยา องค์ปฐมเทพลาปลาซหันมองลาซิเฟียที่เกาะขาของเขาไว้แน่น แววตาราวกับคนกำลังจะตายทอดมองสตรีที่เลี้ยงดูดั่งลูกในไส้อย่างเอ็นดู “หากข้าจะต้องตาย อย่างน้อย ข้าขอให้เจ้าได้รอดชีวิต” “เฮ้ย!! พวกแกทั้งหมด ลงมือซะ! โจมตีใส่ลาปลาซเร็ว!! อย่าให้ไอ้สัตว์ประหลาดนั่นส่งเด็กนั่นหนีได้” เทวราชกู่ตะโกนสุดชีวิต คลื่นพลังที่เขาประสบ มันทรงอำนาจมากจริงๆ ขนาดอาการใกล้ตายขนาดนั้นมันยังมีพลังมากมายถึงเพียงนี้เลยหรือ!! ถ้าไม่ได้ดาบเทวราชช่วยไว้ ต่อหน้ารวมทวยเทพทั้งสวรรค์ก็มิอาจต่อกรกับมันได้!! ทวยเทพที่ได้ยินคำของเทวราชพลันโคจรพลังเวทย์ส่งคลื่นพลังโจมตีใส่ลาปลาซเต็มกำลัง คลื่นเสียงคล้ายระเบิดดังสะท้านก้องสวรรค์บังเกิดขึ้นอย่างถี่ระรัว องค์ปฐมเทพลาปลาซหันหลังให้แก่พวกมันทั้งหมด เขาใช้ร่างกายตัวเองรับคลื่นพลังทั้งหมดที่ถาโถมเข้ามา ถึงกระนั้น ไม่มีทวยเทพองค์ใดกล้าเข้าใกล้ลาปลาซ ดูจากการที่เทวราชถูกคลื่นพลังซัดให้ปลิวจนอาการสาหัสในครั้งเดียว หากมันสวนกลับมาอีกครั้ง เห็นทีทวยทุกองค์ ณ ที่แห่งนี้คงตกตายทั้งหมด “โฮฮฮฮ ท่านพ่อคะ---ท่านพ่อคะ!!” ลาซิเฟียคร่ำครวญปานจะขาดใจตาย หัวใจดวงน้อยราวกับถูกค้อนหนักตบตีจนหลากละเอียดเป็นผุยผง บิดาเพียงคนเดียวของเธอกำลังถูกรุมโจมตีอย่างโหดร้ายทารุณ “ไม่ร้องนะเด็กดี” องค์ปฐมเทพลาปลาซกล่าวพลางปาดน้ำตาของลาซิเฟียที่ไหลรินดั่งสายธาร สีหน้าของเขากลับแย้มยิ้มอยู่แม้จะตนกำลังจะเดินเข้าสู่ประตูยมโลกก็ตาม ท่ามกลางการโจมตีกระหน่ำสุดกำลัง เพียงสิบลมหายใจ ลาปลาซก็กระอักเลือดคำโต กลุ่มโลหิตสาดข้ามศีรษะของลาซิเฟียไป ละลองโลหิตหยดย้อยแต้ใบหน้านวลงามบางส่วน ชายผู้นี้สามารถทนรับการโจมตีประสานของทวยเทพกว่าร้อยองค์ หนำซ้ำ หนึ่งในนั้นยังมีการโจมตีของเทวราชอยู่ด้วย!! จิตใจของเทพนับร้อยต่างสั่นกระเพื่อมยิ่ง พวกมันอดกลั้นชื่นชมอำนาจพลังล้นฟ้านี้ไม่ได้อีกแล้ว ในใจปรากฏเพียงคำว่า “สัตว์ประหลาด” “ลาซิเฟีย---เจ้าจงเก็บสร้อยนี้ไว้ให้ดี สร้อยเส้นนี้ติดตัวมากับเจ้า มันสะลักนามของเจ้าเอาไว้” องค์ปฐมเทพลาปลาซกล่าวอย่างแผ่วเบา เขาจะทนรับไม่ไหวแล้ว “ไปซะ---ไปยังโลกเบื้องล่าง โลกที่พวกเราต่างด่าทอว่าสกปรกและโสมม บางที สถานที่แห่งนั้นอาจมีดีกว่าที่นี้อีกก็ได้ นำคัมภีร์นี้ไปกับเจ้าด้วย จงจำไว้ เจ้าต้องเอาตัวรอดให้ได้ ถือว่าเป็นคำสั่งเสียจากข้า” ลาซิเฟียตื่นตะลึงงัน เธอไม่รู้ควรจะตอบสนองต่อสิ่งใดก่อนดี เขากำลังจะบอกว่าเขาไม่ใช่บิดาที่แท้จริง? หนำซ้ำ ให้เธอไปใช้ชีวิตที่โลกเบื้องล่าง!! ทว่า ถึงจะเธอจะได้ยินเช่นนั้น น้ำเสียงและจิตใจกลับเต็มไปด้วยความโศกา ถึงองค์ปฐมเทพลาปลาซจะไม่ใช่บิดาที่แท้จริง หากแต่เขาก็เลี้ยงดูเธอราวกับบิดาแท้ๆ “ฮะฮ่าฮ่าฮ่า!! คัมภีร์นั่นมีอยู่จริงๆ มันไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนาน!! ฆ่ามันให้ตายเร็ว!! นั่นมันคัมภีร์ที่สาญสูญ คัมภีร์บทเวทย์ปรมันต์ในตำนาน!!” เทวราชกล่าวตะโกนก้องคล้ายกล่องเสียงฉีกขาด คัมภีร์ปรมันต์ ต่อให้เขาต้องยกผู้คนทั้งสวรรค์ตามล่ามัน เขาก็ยอมกระทำ บุกน้ำลุยไฟหรือกระทั่งลงสู่โลกเบื้องล่างก็ยอม!! “ไม่นะท่านพ่อ! ไม่นะ!!…” ลาซิเฟียกู่ตะโกนก้อง สาวน้อยโผกอดชายผู้เปรียบดั่งบิดาอย่างแนบแน่น องค์ปฐมเทพลาปลาซเผยยิ้มอย่างอบอุ่น อย่างน้อยเขาก็ได้หว่านเมล็ดพันธุ์อันดีงามไว้แล้ว ไม่ช้าก็เร็ว สวรรค์จะถูกปกครองโดยเทวราชที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมอย่างแท้จริง ภาพนิมิตที่ตนได้เห็นก่อนจะตกตายนั้น ทำให้เขาคลายกังวลสิ้น “ลาซิเฟีย---พ่อรักลูกนะ…” องค์ปฐมเทพลาปลาซกล่าวพลางหนึ่งมือจิ้มหน้าผากของสาวน้อยเบื้องหน้า เพียงชั่วพริบตา ลาซิเฟียก็หายวับไปในความว่าง “บัดซบ! มันส่งเด็กนั่นทะลุมิติไปแล้ว!! ยังมีกลิ่นอายลงเหลืออยู่!! แปดขุนพลสวรรค์!! ไปตามล่าเด็กนั่นซะ!!” เทวราชกล่าวคำสั่งดังกึกก้อง ในคราแรกแปดขุนพลสวรรค์ไม่ยอมรับสั่งทำตามเขาแต่โดยดี เพราะอีกฝ่ายคือองค์ปฐมเทพลาปลาซ เทพเหนือเทพ!! พวกเขาไม่คิดเลยว่าเทวราชผู้อ่อนด้อยประสบการณ์องค์นี้จะกระทำการต้อนเทพผู้ยิ่งใหญ่ให้จนมุม “น่าเหลือเชื่อจริงๆ ท่านต้อนองค์ปฐมเทพลาปลาซให้จนมุมได้ หนำซ้ำ ยังทำให้เขาเผยการดำรงอยู่ของคัมภีร์ปรมันต์ ข้าเห่ยหวู่ ขอรับใช้ท่าน ราชาแห่งสวรรค์” เห่ยหวู่กราบคำนับ ขุนพลสวรรค์องค์นี้คำนับเคารพในขณะที่เทวราชยังทำการโจมตีองค์ปฐมเทพลาปลาซอยู่ แม้องค์ปฐมเทพลาปลาซยังกลับกลายเป็นศัตรูในสายตาของพวกเทพทั้งหมด ถึงกระนั้นก็ไม่มีองค์เทพองค์ใดกล้าไม่ให้เกียรติเวลาขานชื่อของเทพผู้ยิ่งใหญ่ เห็นทีคงมีเพียงเทวราชและเชื้อสายของมันเท่านั้นที่เรียกองค์ปฐมเทพลาปลาซด้วยคำเพียง“ลาปลาซ” เห่ยหวู่เพียงดั่งหัวหน้าของเหล่าแปดขุนพลสวรรค์ เขาเป็นหนึ่งในขุนพลสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุด ทำให้เขายอมรับได้ ขุนพลสวรรค์ที่เหลือพลันก้มคำนับน้อมเป็นบริวาร เทวราชเผยยิ้มกว้าง เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้กุมขุมพลังที่ทรงอำนาจสะเทือนสวรรค์เยี่ยงแปดขุนพลสวรรค์ พวกมันทั้งแปดล้วนดื้อดึงไม่ขึ้นต่อใคร หากแต่ในวันนี้ เห็นทีประวัติศาสตร์แห่งสวรรค์กำลังจะเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เหล่าแปดขุนพลสวรรค์เดินตรงเข้าหาองค์ปฐมเทพลาปลาซที่ยืนรับการโจมตีกระหน่ำอยู่อย่างนั้น เหย่หวู่เอ่ยขึ้น “ท่านองค์ปฐมเทพลาปลาซ มีสิ่งใดจะสั่งเสียก่อนตายไหม” บุรุษผู้นี้รู้ดีอยู่แก่ใจว่าบุคคลเบื้องหน้านั้นทรงพลังอำนาจเพียงใด ต่อให้พวกเขายังคงกระหน่ำโจมตีอยู่อย่างนั้น มันอาจใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มถึงจะทำให้องค์ปฐมเทพลาปลาซตกตาย “ฮะฮ่าฮ่าฮ่า เด็กน้อยทั้งแปดคนในวันนั้น ตอนนี้หาญกล้ากันถึงเพียงนี้แล้วหรือ แค่กๆ” สวบ!! เสียงทิ่มแทงทะลุร่างดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ภาพเบื้องหน้าปรากฏองค์ปฐมเทพลาปลาซที่ถูกศาสตราวุธทั้งแปดทิ่มทะลุผ่านเนื้อหนังรอบกาย ด้วยการลงมือของขุนพลสวรรค์บวกกับอาการสาหัสปางตายของเขาโดยทุนเดิม ชายผู้เปรียบดั่งเทพเหนือเทพ เขาได้สิ้นลมหายใจโดยที่ยังยืนหยัดอยู่ไม่ล้มลง “สมกับเป็นท่านอาจารย์ ศิษย์ผู้นี้ล่วงเกินท่านแล้ว…” เห่ยหวู่กล่าวพลางหยาดน้ำตาไหลริน ท่ามกลางความโกลาหลในแดนสวรรค์ ลาซิเฟียถูกส่งมายังโลกเบื้องล่างด้วยอำนาจอันทรงพลังทะลุผ่านมิติลงมาในพริบตา ในดินแดนแห่งนี้ปรากฏเพียงทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา สาวน้อยยังคงวิ่งไม่คิดชีวิต มือขวาถือคัมภีร์ปรมันต์และสร้อยที่ห้อยไว้ที่คอ เธอร่ำไห้ตลอดเส้นทางการเดินทาง ร่ำร้องจนบ่อน้ำตาแห้งเหือด หากสาวน้อยยังไม่หยุดร้อง เห็นทีสิ่งที่ไหลออกมาจะกลับกลายเป็นสายธารแห่งโลหิตเสียแทน ในช่วงเวลานั้นเองที่ประตูมิติได้เปิดกว้างออก ปรากฏเหล่าทวยเทพผู้ทรงอำนาจนับพันทะยานออกมา พวกมันมีพลังมากพอจะเปิดมิติเข้าสู่โลกเบื้องล่าง หนำซ้ำ ยังตามหากลิ่นอายของสาวน้อยผู้นี้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องด้วยช่วงเวลาของแดนสวรรค์และโลกเบื้องล่างนั้นมีความต่างกันอยู่ ร้อยปีในแดนสวรรค์เทียบเท่ากับหนึ่งปีของโลกเบื้องล่าง นั่นหมายความว่าข่าวคราวการมีอยู่ของคัมภีร์ปรมันต์ได้เล็ดลอดออกไปเป็นเวลาเกือบหนึ่งร้อยปีแล้ว ลาซิเฟียแววตาเบิกโพลงกว้าง ถึงระยะทางจะห่างไกลหากแต่เธอสามารถสังเกตมันได้อย่างชัดเจน ภาพเบื้องหน้าราวกับฝันร้ายไม่มีผิด ทวยเทพที่ตนนับถือและเคารพกลับกลายเป็นผู้กระหายในความอยากอย่างรุนแรง สาวน้อยวัยสิบขวบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เธอยังคงมีอาการสาหัสหลังจากถูกตบโดยเทวราช แค่ยืนขึ้นได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์มากพอแล้ว “โอ้ย!! มึนหัวชะมัด ช่วงเวลาของโลกนี้กับแดนสวรรค์ก็น่าสับสนเสียเหลือเกิน ทำไมสำหรับข้าแล้วร้อยปีของพวกเรามันเร็วยิ่งเหมือนหนึ่งวันเลยเชียว” เห่ยหวู่บ่นพึมพำ การมาในครั้งนี้ถูกนำทัพมาด้วยแปดขุนพลสวรรค์ผู้เกรียงไกร “แปดขุนพลสวรรค์ยกทัพมาพร้อมกับกองทัพทหารใต้อาณัติ เพียงเพื่อมาไล่ล่าเด็กสาววัยสิบขวบน่ะรึ?! พวกเราจะไม่กลายเป็นที่น่าหัวร่อกันทั่วทั้งแดนสวรรค์รึไง” หวังลี่กล่าวอย่างขุนเคือง สตรีผู้นี้คือหนึ่งในแปดขุนพลสวรรค์ “เอาน่า ไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาสักหน่อย นั่นคือบุตรสาวขององค์ปฐมเทพลาปลาซเลยนะ!! เธอธรรมดาที่ไหนกันล่ะ” ซิ่วอิงเอ่ยขัด เธอดูเบิกบานและร่าเริงแตกต่างจากขุนพลสวรรค์คนอื่นๆที่นิ่งสงบและสุขุม “แค่เด็กสาวสิบขวบ ข้าคนเดียวก็เกินพอแล้ว” จางเหว่ยเอ่ยกล่าว บุรุษร่างสูงใหญ่ผู้นี้ทอดมองเด็กสาวที่วิ่งอย่างไม่ลดละเบื้องล่าง เรือนร่างสูงใหญ่พลันหายไปในพริบตา ก่อนไปปรากฏเบื้องหน้าของลาซิเฟียที่ห่างออกไปกว่าสิบกิโลเมตรราวกับทะลุมิติ “จางเหว่ย! นั่นเหยื่อข้าไม่ใช่เหรอ!!” หวังลี่กล่าวตะโกนหากแต่เธอก็ไม่อาจหักห้ามจางเหว่ยได้ทันกาล ในช่วงเวลานั้นเองที่จางเหว่ยยื่นมือหวังคว้าจับร่างของเด็กสาวเบื้องล่าง เทวราชมีรับสั่งให้จับเป็น ทว่า เหตุการณ์คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น ท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาล ลาซิเฟียที่อยู่ในดินแดนอันว่างเปล่าที่มีเพียงผืนทราย ณ ตอนนี้ กลับปรากฏบุคคลผู้หนึ่ง รูปร่างเล็กจ้อยคลุมผ้าสีดำทมิฬไว้รอบตัวปกปิดร่างกาย จางเหว่ยสะดุ้งโหยง ขุนพลสวรรค์ผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวที่เริ่มเกาะกุมจิตใจ ทั้งที่สถานที่แห่งนี้เป็นโลกเบื้องล่างอันต่ำตมที่ทวยเทพต่างเหยียดหยาม!! จางเหว่ยพลันร่างสะท้านก่อนเอ่ยกล่าวอย่างตะกุกตะกัก “ทะ---ท่านเป็นใคร…” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:7,290 พลังกาย:1,810,023 พลังเวทย์:2,901,201 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ