ตอนที่ 102 หินแกนสลักธาตุ!
เชนมองไปยังแสงสีแดงที่ส่องทะลุกองหินสีดำบนพื้นอย่างฉงน เขาจึงคุกเข่าลงแล้วแหวกกองหินที่เคยเป็นร่างของอสูรหินดำออกไป แล้วเขาก็ได้เห็นว่าต้นเหตุของแสงสีแดงนั้นคือหินแกนปราณก้อนหนึ่ง!แต่เมื่อเชนได้เห็นสีของมัน เขาก็ต้องแสดงสีหน้างุนงง เพราะหินแกนปราณก้อนนี้มีสีที่แปลกไปจากที่อสูรขั้นสามัญทั่วๆไปควรจะเป็น นั่นคือมันมีสีเขียวผสมกับสีแดงที่คล้ายเปลวไฟ!หินแกนปราณในขั้นสามัญนั้นมีสีเขียวเป็นปกติอยู่แล้ว อาจมีความแตกต่างตรงที่สีเข้มหรืออ่อนแล้วแต่ระดับของอสูรตนนั้น แต่หินแกนปราณก้อนนี้กลับมีสีแดงที่คล้ายเปลวไฟผสมปนอยู่"เขียวผสมแดง? จะว่าสีแดงก็ไม่ใช่..เหมือนกับเป็นเปลวไฟมากกว่า.."ทันใดนั้นเชนก็เหมือนจะคิดไปถึงเรื่องบางสิ่งขึ้นมาได้ ตาของขาเบิกกว้างขึ้นในทันใดพร้อมกับรีบฉวยหินแกนปราณก้อนนั้นขึ้นมาดูให้ชัดๆหินแกนปราณก้อนนี้มีสีเขียวกินพื้นที่ไปเก้าในสิบส่วน แต่อีกหนึ่งส่วนเป็นสีแดง..ไม่สิ..เปลวไฟที่ครอบครองอีกหนึ่งส่วน แถมถ้าสังเกตดีๆ เปลวไฟในหินแกนปราณนั้นมันไม่ได้หยุดนิ่ง แต่..มันกำลังขยับเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ!เชนเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เผยสีหน้าตกตะลึงออกมา! เพราะมันเหมือนกับเรื่องที่เขาเคยได้ยินมาไม่ผิดเพี้ยน!"ไม่จริงน่า หรือว่านี่คือ..หินแกนสลักธาตุ!!?"เชนเคยได้ยินมาว่า นอกจากหินแกนปราณแบบธรรมดาแล้วนั้น ยังมีหินแกนปราณอีกชนิดที่หาได้ยากเย็นอย่างที่สุด และนั่นคือหินแกนสลักธาตุ!หินแกนสลักธาตุ ก็เป็นอย่างชื่อของมัน มันเป็นหินแกนปราณที่นอกจากปราณแล้ว ยังมีธาตุแฝงอยู่ในนั้นอีกด้วย และที่อยู่ในมือเชนคือหินแกนสลักธาตุไฟ!หินแกนปราณนี้ เป็นหินแกนปราณที่หายากอย่างที่สุด ในอสูรนับแสนอาจไม่มีสักตนด้วยซ้ำที่มีหินแกนสลักธาตุ! แต่ที่ทำให้เชนตกตะลึงยิ่งกว่า เพราะหินแกนสลักธาตุนี้ไม่สมควรจะอยู่ที่นี่ ไม่สมควรจะโผล่ออกมาจากอสูรขั้นสามัญเช่นนี้ เพราะว่ามัน..."แต่ไม่ใช่ว่าหินแกนสลักธาตุ...จะพบเจอได้ในอสูรขั้นผนึกวิญญาณขึ้นไปหรอกเหรอ!?"ใช่แล้ว! หินแกนสลักธาตุนั้นจะพบเจอได้ในอสูรขั้นผนึกวิญญาณเป็นต้นไป! เพราะว่าตั้งแต่ขั้นผนึกวิญญาณเป็นต้นไป การฝึกพลังปราณนั้นจะมีเรื่องวิญญาณธาตุเข้ามาเกี่ยวข้อง! นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีแต่อสูรขั้นผนึกวิญญาณเป็นต้นไปเท่านั้นถึงจะมีหินแกนสลักธาตุนี้ แถมในอสูรนับแสนในขั้นผนึกวิญญาณ อาจมีแค่ตัวเดียวที่มีหินแกนสลักธาตุปรากฏขึ้น เพราะงั้นบอกได้เลยว่า หินแกนสลักธาตุมีราคาและมูลค่ามากมายมหาศาลเพียงใด!ทั้งที่มันควรจะหายากถึงขั้นนั้นแท้ๆ แต่ในมือเชนในขณะนี้...กลับมีหินแกนสลักธาตุที่ว่าอยู่!"ถ้านี่เป็นหินสลักธาตุที่ว่าจริงๆ.."เชนกลืนน้ำลายลงคือดังเอื้อก"..ราคาของมัน ไม่สมควรต่ำกว่าหนึ่งล้านคลีด!?"ต่อให้ปราณเก้าส่วนในหินแกนสลักธาตุก้อนนี้จะเป็นแค่ขั้นสามัญ แต่ที่ทำให้มูลค่าของมันแพงมหาศาลจริงๆคือธาตุหนึ่งส่วนนั่นต่างหาก! ยิ่งมีธาตุมากส่วนเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งแพงมากเท่านั้น ในอดีตเคยมีการประมูลหินแกนสลักธาตุน้ำของอสูรขั้นผนึกวิญญาณ ที่มีธาตุอยู่สามในสิบส่วน การประมูลนั้นจบลงไปด้วยราคาสูงลิบลิ่วถึง..เจ็ดร้อยล้านคลีด!ถ้าถามว่าทำไมมันถึงมีราคาสูงขนาดนั้น ก็อย่างที่บอกไป นักล่าในขั้นผนึกวิญญาณนั้น การฝึกปราณในขั้นนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มปริมาณปราณให้มากขึ้นเท่านั้น แต่จะมีเรื่องของวิญญาณธาตุและการผนึกวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง! หินแกนสลักธาตุ..จึงเป็นเหมือนของวิเศษล้ำค่าสำหรับพวกเขาเหล่านี้!และแม้หินในมือของเชนจะมีธาตุเพียงหนึ่งส่วน แถมยังเป็นแค่ของขั้นสามัญซึ่งปริมาณธาตุย่อมไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับของขั้นผนึกวิญญาณได้ แต่ราคายังไงก็ไม่มีทางต่ำกว่าหนึ่งล้านคลีดแน่นอน!เมื่อคิดว่าหินในมือของเขาตอนนี้มีราคาสูงถึงหนึ่งล้านคลีดเป็นอย่างน้อย เชนก็ยิ้มแก้มแทบปริ"ฮ่าๆๆ รวยๆๆ เข้ามาในRaidไม่ถึงสามสิบนาทีก็เจอของดีขนาดนี้แล้ว ฮ่าๆๆ"เชนเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง ถ้าเกิดมีใครผ่านมาเห็นเขาตอนนี้ คงมีไม่น้อยที่คิดว่าเขาคงมีปัญหาทางด้านสมอง"เดี๋ยวสิ! ถ้าเกิดหินที่ถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อกี้ มีอสูรหินดำแบบนี้อยู่ทั้งหมดล่ะก็..."หินที่ถูกพ้นจากภูเขาไฟระเบิด และถล่มลงมาจากฟ้าก่อนหน้านี้ ถ้าเขามองไม่ผิด..มันมีนับพันก้อน และถ้าในนั้นมีอสูรหินดำอยู่ทั้งหมด และในอสูรหินดำเหล่านั้นมีหินสลักธาตุแบบนี้อยู่ทุกตัวล่ะก็...เชนหุบยิ้มลงทันที พร้อมกับดวงตาเบิกกว้างที่ค่อยๆแดงขึ้นคล้ายคนเสียสติ ดวงตาของเขาแทบจะเปลี่ยนเป็นรูปเงินแล้วในตอนนี้...เชนไม่รอช้า เขารีบลุกขึ้นพร้อมเรียกกลืนสวรรค์กลับมาสะพายไว้บนแผ่นหลัง แล้ววิ่งสุดชีวิตไปยังทางที่เขาเห็นหินภูเขาไฟตกไม่ไกลจากที่นี่"พี่กำลังไปหาแล้วนะเงินจ๋า~~"เขาวิ่งไปเต็มฝีเท้าพร้อมกับเสียงตะโกนที่ดังลั่นไปทั่วบริเวณ...สถานที่แห่งหนึ่งในโลกแห่งภูเขาไฟสถานที่แห่งนี้มีภูมิประเทศที่แตกต่างจากจุดที่เชนอยู่ก่อนหน้านี้พอสมควร เพราะที่นี่นอกจากซากต้นไม้แห้งเหี่ยวแล้ว ยังมีก้อนหินสีดำสนิทเล็กใหญ่วางเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมดภายในสถานที่แห่งนี้ยืนไว้ด้วยร่างของชายหนุ่มที่มีเส้นผมสีแปลกประหลาดราวกับท้องนภา ใช่แล้ว ชายหนุ่มคนนี้ก็คือเบลดทุกคนเมื่อเข้ามาในRaidระดับพิเศษ จะถูกสุ่มสถานที่แตกต่างกันออกไป นั่นคือต่อให้มากันเป็นกลุ่ม ก็ต้องถูกส่งไปอยู่กันคนละที่อย่างไร้ทางเลือก แต่ก็มีอุปกรณ์บางอย่างที่สามารถชี้นำเส้นทางให้ทั้งกลุ่มมารวมตัวกันได้เช่นกัน อุปกรณ์นำทางเช่นนี้จะมีชิ้นหนึ่งที่เป็นอุปกรณ์ตัวหลักคอยบอกตำแหน่งของตัวเอง ซึ่งอุปกรณ์หลักนี้มักจะให้หัวหน้ากลุ่มถือไว้ ส่วนอุปกรณ์ชิ้นรองที่คนในกลุ่มถือ จะไว้ใช้เพื่อนำทางให้มาเจอกับอุปกรณ์ตัวหลักอีกที นี่เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้กันเป็นอย่างมากเมื่อต้องเข้าสู่Raidที่มีการสุ่มสถานที่เช่นนี้ในกลุ่มฟ้าครวญ เบลดเป็นคนถืออุปกรณ์นำทางชิ้นหลักไว้ ขณะนี้เขาจึงกำลังรอคนอื่นๆให้ตามมาสมทบ เพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาเบลดยืนโดดเดี่ยวอยู่ในที่แห่งนี้ แต่ถ้าสังเกตให้ดีบนพื้นในบริเวณนั้นกลับมีกองเศษหินสีดำสนิทที่เหมือนกับ ซากของอสูรหินดำที่เชนจัดการไปก่อนหน้านี้ไม่ผิดเพี้ยน แถมไม่ได้มีเศษหินเพียงกองเดียว แต่มีกองหินทับถมกันอยู่ถึงสามกอง!"ร่างกายของพวกมันพิเศษไม่ใช่เล่น สามารถสลายแรงปะทะแบบกระจายได้สูง แต่กลับมีจุดอ่อนถึงตายที่การโจมตีแบบรวมศูนย์"เบลดขณะนี้กำลังแบมือดูหินแกนสลักธาตุไฟในมือของมันทั้งสามก้อน"ไม่เคยได้ยินว่าหินแกนขั้นที่ต่ำกว่าผนึกวิญญาณ สามารถมีธาตุแฝงได้ด้วยมาก่อน แถมเจอได้ในทุกตัวแบบนี้...หึหึ แต่ก็ดี..ต่อให้ไม่สามารถดูดซับธาตุเข้าสู่วิญญาณได้เหมือนขั้นผนึกวิญญาณ แต่ด้วยธาตุพวกนี้ก็สามารถทำให้ปราณในร่างหนาแน่นและบริสุทธิ์ขึ้นไปได้อีกขั้น!"เบลดกำมือแน่นขึ้นจนได้ยินเสียงกระดูกเคลื่อน!"รอก่อนเถอะเนี่ยชิง! แกเข้าสู่ขั้นพื้นฐานด้วยพื้นฐานสี่แท่น ข้าเอง..ก็จะเข้าสู่ขั้นพื้นฐานด้วยพื้นฐานสี่แท่นเหมือนกัน! แล้วข้า..จะไปคิดบัญชีกับแก!"ในทันใดนั้น ด้านหน้าของเบลดไปไม่ไกลก็มีเสียงการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น เบลดเงยหน้าขึ้นมองไปทางนั้นด้วยสายตาคมกริบผ่านไปอีกอึดใจ เจ้าของเสียงการเคลื่อนไหวก็ปรากฏตัวขึ้น เขาคนนี้เป็นชายร่างผอมเพรียวดูว่องไว แต่ที่เด่นสะดุดตาคือผมสีทองยาวสลวยของเขา นี่คืออาร์ท...ตัวเต็งอันดับหนึ่งในการประลองก่อนหน้านี้ และเป็นผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งในการประลอง!อาร์ทเองเมื่อเดินพ้นซากต้นไม้มาก็เห็นเบลดเช่นกัน เขาหยุดเดินและมองนิ่งไปทางเบลด คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด พร้อมกับมือที่ค่อยๆขยับไปจับดาบข้างเอวอย่างเตรียมพร้อม"แหมๆ นั่นไม่ใช่พ่ออาชาสีทองหรอกเหรอ"เบลดยกยิ้มพร้อมกับกล่าวฉายาของอาร์ทที่มันได้ยินมาจากอานโซ่อย่างอารมณ์ดี มันนำมือทั้งสองไพล่หลังพร้อมกับมองไปทางอาร์ทด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่รู้ทำไม..ทั้งที่ตนเองกับเบลดก็อยู่ในระดับเดียวกันแท้ๆ แถมเขายังเป็นถึงผู้ชนะเลิศในการประลองจากคนนับหมื่น..แต่เมื่อเขามองสบกับดวงตาของเบลดที่กำลังจับจ้องมา..ร่างทั้งร่างก็พากันสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม