ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 150 ไก่อบดินโคลน

                เป็นจริงดังคาด แม้เฉินเกอจะมีนิสัยดื้อรั้น แต่ก็ยังทราบความจริงในเรื่องนี้ดีเห็นหนิงมู่ฉือเดินไปกับจ้าวซีเหอ ในใจรู้สึกไม่วางใจจึงค่อยๆ เดินตามไป

                จ้าวซีเหอพาหนิงมู่ฉือมานั่งยังหินก้อนหนึ่ง ขณะที่รอเฉินเกอเขารู้สึกหิวขึ้นมาจึงหันไปมองหนิงมู่ฉืออยู่บ่อยครั้ง

                หนิงมู่ฉือมองจ้าวซีเหอพร้อมกับเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “จ้าวซีเหอ ท่านมองข้าบ่อยๆ ด้วยเหตุใด”

                จ้าวซีเหอยิ้มแหย ก่อนจะยื่นมือไปขยี้ศีรษะหนิงมู่ฉือจนยุ่งเหยิง “ฉือเอ๋อร์ ข้าหิวแล้ว ทำอย่างไรดี”

                หนิงมู่ฉือควักดูในห่อผ้าสัมภาระ ก่อนจะหยิบหมั่นโถวแข็งๆออกมายื่นให้จ้าวซีเหอ “ตอนนี้ข้ามีแต่สิ่งนี้เท่านั้นท่านรีบทานเถอะ”

                จ้าวซีเหอมีสีหน้าทะมึนไปในทันที “หนิงมู่ฉือเจ้าคิดว่าฟันข้าแข็งแรงนักหรือไร ถึงให้ข้าทานหมั่นโถวแข็งๆ นี้”

                จ้าวซีเหอลุกขึ้นยืนอย่างไม่สบอารมณ์ มองไปรอบๆ หากก็พบแต่ต้นหญ้าจึงยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่ “ที่นี่มันที่ใดกันเหตุใดถึงไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย!”

                ทันทีที่เอ่ยจบ เขาเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มหญ้า เขารีบหุบปากฉับค่อยๆ เดินไปทางพุ่มหญ้าพุ่มนั้นอย่างแผ่วเบา แววตาเปล่งเป็นประกายใบหน้าระมัดระวังสุดขีด

                เขาเพ่งมองไปที่พุ่มหญ้าพุ่มนั้น ก่อนจะเจอกับสิ่งมีชีวิตที่มีหลากสีสันสวยสดงดงามที่แท้มันคือไก่ป่านั้นเอง 

                เขารู้สึกดีใจยิ่งนัก ทำมือบอกให้หนิงมู่ฉืออย่าส่งเสียงดังขณะที่อีกมือค่อยๆ ยื่นไปจับตัวไก่ป่าตัวนั้น แต่ก็จับได้แค่ปลายขน

                “ฉือเอ๋อร์ รีบขวางมันเอาไว้!” ด้วยความร้อนใจอยากจะจับเจ้าไก่ป่าให้ได้เขาตะโกนบอกหนิงมู่ฉือ

                หนิงมู่ฉือเห็นสัตว์ตัวหนึ่งซึ่งมีหลากสีสันกำลังเดินตรงมาทางนาง นางค่อยๆย่องเข้าไปหาไก่ป่าตัวนั้น เมื่อเข้าไปใกล้มากแล้ว นางยื่นมือไปจะจับไก่ป่าตัวนั้นแต่สุดท้ายนางก็จับเอาไว้ไม่ได้

                จ้าวซีเหอเห็นเช่นนั้นหัวเราะออกมายกใหญ่ “ฉือเอ๋อร์นี่หรือคือวิธีการจับไก่ป่าของเจ้า”

                ขณะที่จ้าวซีเหอกำลังหัวเราะหนิงมู่ฉืออยู่นั้นหนิงมู่ฉือยื่นมือไปจับไก่ป่าเอาไว้ได้ในที่สุด

                จ้าวซีเหอตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าจับมันได้อย่างไรเมื่อครู่ข้ายังจับมันไม่ได้เลย”

                หนิงมู่ฉือมีสีหน้าได้ใจ เจ้าไก่ที่อยู่ในมือนางกระพือปีกไม่หยุดทั้งยังร้องโหยหวนอย่างน่าสงสาร

                “เมื่อครู่ข้าก็นึกว่าข้าคงจะจับมันไม่ได้เสียแล้ว ไม่คิดว่าเพื่อหลบข้ามันจะย่อตัวลง ข้าจึงฉวยโอกาสนี้จับมันเอาไว้”

                จ้าวซีเหอจับไก่ป่ามาถือไว้อย่างโกรธแค้นก่อนจะดึงขนหางมันเพื่อเป็นการเอาคืน “ใครใช้ให้เจ้าวิ่งหนีข้า!”

                เจ้าไก่ป่ายังคงร้องโหยหวน หนิงมู่ฉือหยิบมีดสั้นออกมาจากอกเสื้อก่อนจะปาดคอมัน เลือดไหลออกมาจากคอไก่ป่า มันดิ้นอยู่ไม่กี่ทีก็แน่นิ่งไป

                จ้าวซีเหอเก็บกิ่งไม้มาทำเป็นฟืน เมื่อนำวางกองรวมกันเรียบร้อย เขาก็จุดไฟทว่าจุดอยู่นานก็ไม่ติดสักที มีแต่ควันไฟ จากตอนแรกที่มีควันไฟเกิดขึ้นเล็กน้อยตอนนี้กลับกลายเป็นมีควันไฟเกิดขึ้นมากมายจนเข้าตาเขา ทำให้เขาต้องหลับตาปี๋

                “กิ่งไม้มันชื้น จุดไฟไม่ได้เลย” จ้าวซีเหอถูกควันไฟเข้าตาจนตาแดงก่ำไปหมดเขาเอามือปิดจมูก สีหน้าเต็มไปด้วยความจนปัญญา

                “กิ่งไม้จะชื้นได้อย่างไร ที่นี่แห้งแล้งจะตาย” หนิงมู่ฉือเอ่ยอย่างสงสัยก่อนจะเดินไปเก็บกิ่งไม้จากอีกด้านมาจุดไฟ ซึ่งก็ไม่ง่ายเลยกว่าจะจุดไฟติด

                “ท่านต้มน้ำเถิด ข้าจะได้ถอนขนไก่ได้ง่ายขึ้น” หนิงมู่ฉือถอนขนไก่ทว่าขนไก่ถอนได้ยากเหลือเกิน นางจึงต้องคิดวิธีนี้ออกมา

                จ้าวซีเหอต้มน้ำ ขณะที่สายตาคอยเหลือบไปทางหนิงมู่ฉืออยู่บ่อยครั้งเงาจากเปลวไฟตกกระทบบนตัวหนิงมู่ฉือ ทำให้นางยิ่งดูงดงามจับตา ยิ่งเขาเห็นนางก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบริมฝีปากอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

                เฉินเกอนั่งอยู่คนเดียวบนก้อนหินก้อนหนึ่ง ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีจะเข้าไปช่วยทั้งคู่ดีหรือไม่ ในใจเขารู้สึกสับสนเหลือเกิน เขาลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปใกล้เห็นทั้งคู่กำลังจัดการไก่ป่าอย่างมีความสุข ในใจเขาพลันโดดเดี่ยวและหนาวสะท้าน

                ตอนที่หนิงมู่ฉืออยู่กับเขา นางไม่เคยมีรอยยิ้มเช่นนี้เลยเขายิ้มขมขื่นพร้อมกับส่ายหน้า

                หนิงมู่ฉือวางไก่ป่าลงในน้ำร้อน ด้วยความร้อนของน้ำไม่นานขนไก่ก็หลุดออกจนหมดตอนนี้ไก่ป่าเหลือแต่ตัวเกลี้ยงเกลา

                นางหยิบไก่ขึ้นมาควักเครื่องในออก ตัดขาไก่ทั้งสี่ข้างแล้วยัดไว้ในท้องก่อนจะหมักด้วยเครื่องปรุงรสลับของนางที่นางใช้เวลาทำอยู่เนิ่นนาน

                ขณะที่นางกำลังหนักใจว่าเครื่องปรุงไม่พออยู่นั้นสายตานางเหลือบไปเห็นว่าท่ามกลางพุ่มไม้มีต้นหอมและใบของฮวาเจียวอยู่นางจึงเดินไปเด็ดมันแล้วนำมายัดใส่ในท้องของไก่ป่า

                “จ้าวซีเหอ ท่านช่วยข้าหาใบไม้ใบใหญ่ๆ หน่อยได้หรือไม่” นางยิ้มหวาน ครั้นเห็นจ้าวซีเหอเอาแต่จ้องไก่ในมือนางไม่วางตานางอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

                “ใบไม้ใบใหญ่ๆ สถานที่แบบนี้จะไปหาใบไม้ใบใหญ่ๆ มาจากที่ใด” จ้าวซีเหอเอ่ย เรื่องนี้เป็นเรื่องยากสำหรับเขาเขาไม่รู้เลยว่าจะไปหาใบไม้ใบใหญ่จากในสถานที่แบบนี้จากที่ใด เขาเดินหาอยู่นาน แต่ก็ไม่เจอเลยสักใบจึงต้องเดินกลับไปอย่างผิดหวัง

                ทว่าเมื่อเขาเดินกลับมาก็พบว่าในมือหนิงมู่ฉือถือใบไม้ใบใหญ่รูปสามเหลี่ยมเอาไว้ เขาเอ่ยอย่างประหลาดใจ “ฉือเอ๋อร์ เจ้าไปหาใบไม้ใบนี้มาจากที่ใด”

                หนิงมู่ฉือแค่นเสียงฮึขึ้นจมูกด้วยสีหน้าถือดี เอ่ยอย่างได้ใจเล็กน้อย “ข้าเห็นท่านไปตั้งนานยังไม่กลับมาคิดขึ้นมาได้ว่าทางที่เราเดินผ่านมามีต้นไม้ซึ่งมีใบไม้ใบใหญ่อยู่จึงเดินไปเก็บมาวันนี้พวกเราจะทานไก่อบดินโคลนกัน”

                เพียงได้ยินชื่อน้ำลายจ้าวซีเหอก็ไหล หนิงมู่ฉือใช้ใบไม้ใบใหญ่พันไก่เอาไว้หลายชั้นก่อนจะขุดดินเป็นรู เอาน้ำราดลงไปเล็กน้อยจนกลายเป็นโคลนที่ทำให้จ้าวซีเหอต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมคือหนิงมู่ฉือเอาดินโคลนเหล่านี้โปะทับลงบนใบไม้ที่ห่อไก่ป่าเอาไว้

                “ฉือเอ๋อร์ เหตุใดวิธีการทำอาหารของเจ้าวิธีนี้มันถึงได้ดูประหลาดจริง”จ้าวซีเหอถามพร้อมกับทำหน้าเสียดาย

                หนิงมู่ฉือแค่นเสียงฮึคราหนึ่ง ก่อนจะนำไก่ป่าไปย่างกับไฟ “ความจริงอยู่ในป่าเช่นนี้ก็ดีเหมือนกันยังมีอาหารเลิศรสอีกหลายอย่างรอให้เราค้นพบ”

                จ้าวซีเหอจ้องมองใบหน้างดงามของหนิงมู่ฉือนิ่งแววตาดอกท้อของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน “ใช่ ดีมากมีเจ้าอยู่ดีมากจริงๆ”

                ใบหน้าหนิงมู่ฉือร้อนผ่าว ด้วยกลัวว่าจ้าวซีเหอจะเห็นว่าตัวเองหน้าแดงจึงรีบก้มหน้าลง

                เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ท้องของจ้าวซีเหอส่งเสียงร้องโครกครากออกมากลิ่นหอมของไก่ป่าที่ถูกย่างค่อยๆ ทะลุผ่านชั้นดินโคลนออกมา ทว่าหนิงมู่ฉือก็ยังไม่นำเจ้าไก่ป่าตัวนี้ขึ้นมาจากไฟเสียทีจ้าวซีเหออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างสงสัย “ฉือเอ๋อร์ไก่ตัวนี้…มันยังไม่สุกอีกหรือ”

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663