บทที่ 27 เ้าคือเด็กผี! (รีไรต์)
คนกลุ่มหนึ่งยืนขวางทางพวกเขาไว้พลางปั้นหน้ายิ้มทักทาย
ซานเป่าเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ "ธุระอันใดของพวกเ้า ยุ่งไม่เข้าเื่ ช่างสอดรู้สอดเห็นเสียจริง"
เสี่ยวหยวนเป่ายังคงตั้งหน้าตั้งตาเคี้ยวเมล็ดฟักทองอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่ได้เห็นคนกลุ่มนี้อยู่ในสายตา ทางด้านหวังเทียนโกวที่เดิมทีเดินรั้งท้ายทำตัวประหนึ่งไร้ตัวตน ยามนี้เขากลับก้าวขึ้นมาประชิดข้างกายเสี่ยวหยวนเป่าอย่างเงียบเชียบ
หวังเทียนโกววัยห้าขวบนั้นไม่ได้เตี้ยกว่าซานเป่าเลย เนื่องจากซานเป่ายามอยู่ที่บ้านเก่าตระกูลทังต้องอดมื้อกินมื้อ ร่างกายจึงซูบผอมราวกับกิ่งไม้และเติบโตช้า ผิดกับหวังเทียนโกวที่บ้านเลี้ยงดูปูเสื่อมาอย่างดี ร่างกายจึงดูสง่าผ่าเผยประหนึ่งต้นสนต้นหลิว
ทังต้าหลงเริ่มมีโทสะ "ซานเป่า เ้าพูดจาภาษาอะไรกัน ข้าคือลูกพี่ลูกน้องของเ้า พบหน้าไม่รู้จักทักทายยังไม่ว่ากัน แต่พอข้าเป็ฝ่ายทักก่อน เ้ากลับทำตัวเย่อหยิ่งจองหองถึงเพียงนี้ อีกอย่าง ข้าถามเ้าเสียที่ไหน คนที่ข้าห่วงใยคือหยวนเป่าของข้าต่างหาก..."
ต้องรู้เสียก่อนว่า ยามที่ยังอยู่ที่บ้านเก่าตระกูลทัง ทังต้าหลงนึกอยากจะรังแกพวกซานเป่าอย่างไรก็ย่อมได้ตามใจชอบ ไม่มีผู้ใดกล้าสอด เคยที่ไหนที่จะมาปั้นหน้าพูดดีกับพวกหายนะเช่นนี้
พวกเขามันช่างทำดีด้วยแล้วยังอวดดีอีก
“ถุย!” เสี่ยวหยวนเป่าพ่นเปลือกเมล็ดฟักทองลงที่ข้างเท้าของทังต้าหลง
"ไม่ต้องมาห่วงใยข้า ท่านคือพี่ชายใจร้าย ไปให้พ้นเลยนะเ้าคะ"
ทังต้าหลงเสียหน้าอย่างหนัก "เสี่ยวหยวนเป่าเ้า!"
ทังเอ้อร์หลงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบดึงแขนพี่ชายไว้ "พี่ใหญ่ อย่าใจร้อนไป เสี่ยวหยวนเป่ายามนี้ไม่ใช่เสี่ยวหยวนเป่าคนเดิมอีกแล้วนะ..."
จุดประสงค์ที่พวกเขามาวันนี้ ก็เพื่อจะประจบเอาใจและสานสัมพันธ์กับนางให้แน่นแฟ้น
ทังต้าหลงจึงฝืนยิ้มอีกครา "หยวนเป่า เมื่อก่อนเป็เพราะพวกข้าไม่ดีเอง ทั้งหมดล้วนเป็เื่เข้าใจผิด ต่อไปข้าขอสาบานว่าจะรักและถนอมเ้าประดุจน้องสาวแท้ ๆ เ้าช่วยยกโทษให้พวกข้าเถิดนะ! แม้แต่ท่านปู่ท่านย่าก็สำนึกผิดแล้ว บ้านตระกูลทังเรามีหลานสาวไม่กี่คน หยวนเป่าดูอย่างไรก็เป็ผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ท่านปู่ท่านย่าจึงกำชับให้พวกข้าดูแลเ้าให้ดี..."
เสี่ยวหยวนเป่าพ่นน้ำลายใส่ครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เปลือกเมล็ดฟักทองพุ่งตรงไปประทับที่ใบหน้าของทังต้าหลงเข้าเต็มรัก
"หลอกเด็ก! ผีเท่านั้นแหละที่จะเชื่อท่าน!"
พวกทังต้าหลง "..."
หวังเทียนโกวที่อยู่ข้าง ๆ ทนไม่ไหวจนหลุดขำออกมา "พรืดดด!"
"หวังเทียนโกว เ้าขำสิ่งใด เ้ามันคนตายไปแล้วรอบหนึ่ง เ้าคือเด็กผี!"
หวังเทียนโกวตอบรับคำหนึ่งอย่างราบเรียบ
ทันใดนั้น เขาก็ทำหน้าผีหลอกพวกนั้น "เด็กผีเขาทำหน้าเช่นนี้ใช่หรือไม่"
คนตระกูลทังต่างร้องด้วยความขวัญเสีย ล้มระเนระนาดหงายหลังกันถ้วนหน้า
ซานเป่าเห็นสบโอกาสจึงเอ่ยขึ้น "น้องสาว พวกเรากลับบ้านกันเถิด อย่าได้เสียเวลาเสวนากับคนพวกนี้ให้ระคายตาเลย"
ซานเป่าจูงมือน้อย ๆ ของเสี่ยวหยวนเป่าเดินสะบัดก้นหนีพวกทังต้าหลงไปทันที หวังเทียนโกวยังคงเดินตามหลังไปอย่างเนิบช้า
ทังต้าหลงและพวกได้แต่ยืนมองด้วยความแค้นเคืองไม่กล้าตามไป
เมื่อเห็นว่าเด็กเ่าั้เดินลับตาไปแล้ว พวกทังต้าหลงจึงรีบวิ่งกลับไปฟ้องที่บ้านเก่าตระกูลทังทันที
"ท่านปู่! ท่านย่า! ซานเป่าแบกเสบียงถุงโตไปให้แม่เฒ่าหลี่ ทว่ากลับไม่มีเหลือมาให้พวกเราแม้แต่นิดเดียวขอรับ..."
"จริงหรือ"
"จริงยิ่งกว่าจริงขอรับ พวกเราเห็นกับตาตอนเขาแบกเข้าไป มีซานเป่า เสี่ยวหยวนเป่า แล้วก็หวังเทียนโกวด้วย หวังเทียนโกวมันยังทำหน้าผีหลอกพวกเราอีก..."
"ไอ้พวกสุนัขลืมกำพืด! คนนอกแซ่อื่นเ้ากลับให้ข้าวกิน ทว่าญาติสนิทชิดเชื้อกลับไม่เจียดให้แม้แต่คำเดียว โถ่ เหล่าซื่อเอ๋ย! เ้าช่างจากไปเร็วเกินนัก ไม่ยอมลืมตาขึ้นมาดูเลยว่าลูก ๆ ของเ้านั้นใจดำอำมหิตเพียงใด..."
……
เมื่อกลับถึงบ้าน ซานเป่าก็นำเื่ที่บ้านแม่เฒ่าหลี่เล่าให้ไฉ่ซื่อฟัง
ไฉ่ซื่อฟังแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจ
ทุกบ้านต่างมีปัญหาที่ยากจะเอ่ยถึง เื่ในบ้านแม่เฒ่าหลี่นางย่อมไม่อาจเข้าไปก้าวก่ายได้
ทว่านางกลับกังวลเื่ที่เสี่ยวหยวนเป่าทักว่าแม่เฒ่าหลี่จะมีเคราะห์เืตกยางออก นางได้แต่สวดอ้อนวอนขอให้พระโพธิสัตว์คุ้มครองให้เื่ร้ายกลายเป็ดี
ในระหว่างนั้นนางเกรงว่าอากาศจะหนาวเกินไป ไฉ่ซื่อจึงเร่งมือเย็บเสื้อนวมตัวใหม่ให้ลูก ๆ
ส่วนงานจุกจิกภายในลานบ้าน ต้าเป่ารับหน้าที่พาน้อง ๆ ช่วยกันจัดการจนเสร็จสิ้น
วันนี้ผู้เฒ่าหวังและภรรยาก็แวะมาเยี่ยมหวังเทียนโกวอีกครา เมื่อได้ยินบุตรชายบอกว่านอนหลับสนิทไม่ฝันร้ายอีก สองผู้เฒ่าก็ดีใจยิ่งนัก ทั้งยังนำขาหมูรมควันน้ำหนักหลายชั่งมามอบให้
นี่คือของที่พวกเขาเพิ่งไปแลกกับชาวบ้านมาในวันนี้ ถือเป็ค่าอาหารของหวังเทียนโกวสำหรับครึ่งเดือน
เนื่องจาก่นี้ผู้เฒ่าหวังได้รับงานใหญ่ บ้านคหบดีจะแต่งบุตรสาวจึงว่าจ้างให้เขาไปทำงานไม้ และเบิกค่าแรงล่วงหน้ามาได้หลายตำลึง
เมื่อมีเงินติดตัว การซื้อเนื้อจึงไม่ใช่เื่ที่ต้องตระหนี่อีกต่อไป
ทว่ายามนี้เขาติดงานรัดตัวต้องออกแต่เช้ามืดกลับค่ำมืด แม่เฒ่าหวังเองก็ต้องไปช่วยสานตะกร้ามงคลที่บ้านคหบดีเพื่อหาเงินเพิ่มเช่นกัน ทั้งสองจึงไม่อาจแวะมาเยี่ยมหวังเทียนโกวได้ทุกวัน จึงได้กำชับหวังเทียนโกวซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เชื่อฟังไฉ่ซื่อและช่วยเหลืองานบ้านเสี่ยวหยวนเป่า
หวังเทียนโกวก็รับปากเป็อย่างดี
เมื่อสองผู้เฒ่ากลับไปแล้ว ซานเป่าก็จ้องมองเนื้อรมควันพลางน้ำลายสอ "น้องสาว ข้าได้ยินมาว่าเนื้อรมควันตุ๋นกับเห็ดป่านั้นหอมหวนยิ่งนัก ข้าจะเข้าป่าไปหาเห็ดมาให้เ้าเอง กลับมาเราจะได้กินเนื้อตุ๋นเห็ดกัน!"
เสี่ยวหยวนเป่าได้ยินดังนั้น น้ำลายแทบจะหกออกมา "ข้าก็จะไปด้วยเ้าค่ะ!"
ทว่าไฉ่ซื่อกลับไม่เห็นดีเห็นงามด้วย "เนื้อรมควันจะเอาไปผัดกับสิ่งใดก็อร่อยทั้งนั้น คั่วแห้งก็หอมนัก ยามนี้เป็ฤดูหนาว อากาศหนาวเหน็บนัก ในป่าไม่มีเห็ดเติบโต พวกเ้าอยู่บ้านเล่าเรียนเขียนอ่านกับน้องเทียนโกวเสียยังจะดีกว่าเข้าป่า อย่าได้พาน้องสาวไปลำบากเลย น้องสาวเ้าแข้งขาสั้นเพียงนั้นจะเดินไหวได้อย่างไร แค่ก!"
นางพลันนึกถึงภาพที่เ้าก้อนแป้งน้อยใช้มือเพียงข้างเดียวทุ่มชายฉกรรจ์ หรือยามที่นางต่อสู้ได้อย่างว่องไวประหนึ่งปลาน้ำไหล...
ไฉ่ซื่ออดไม่ได้ที่จะกระแอมออกมาคำหนึ่ง
อย่างไรเสีย ถ้าไม่จำเป็ก็ไม่ควรเข้าป่า
เมื่อก่อนต้องเข้าป่าเพราะขัดสนเื่อาหารการกินนั่นคือความจำเป็
ทว่ายามนี้มีกินมีใช้แล้ว เหตุใดจะต้องเข้าป่าด้วยเล่า
ซานเป่าเข้าไปดึงแขนเสื้อไฉ่ซื่อพลางออดอ้อน "ท่านแม่ ให้พวกเราไปเถิดนะ! ไม่ได้กินเห็ดมาเสียนานแล้ว อีกอย่าง ข้าจะเข้าไปหาสมุนไพรมาให้พี่รองด้วย..."
ต้าเป่าเอ่ยขัดขึ้น "การหาของในป่าต้องพึ่งวาสนา ไม่แน่ว่าอาจจะไปเสียเที่ยว อยู่บ้านทำงานการไม่ดีกว่าหรือ พาน้องสาววิ่งเล่นซนไปทั่ว หากเจอสัตว์ร้ายจะทำอย่างไร ป่าในหน้าหนาวหิมะตก สัตว์ป่าหิวโหยย่อมดุร้ายนัก เจอเข้ามันจะอันตรายเพียงใด"
เสี่ยวหยวนเป่ารีบชูมือขึ้น "ข้า...ข้าจะปกป้องพี่สามเองเ้าค่ะ!"
ผู้สมัครประลองยุทธหมายเลขหนึ่งขอยื่นคำร้องออกศึก
ซานเป่ายังพยายามหาแนวร่วม เขาหันไปถามหวังเทียนโกว "เ้าจะไปหรือไม่"
หวังเทียนโกวถึงกับอึ้งไปทันที!
เขาควรจะไปหรือไม่ไปดี ทว่าในตอนนั้นเอง เขาััได้ถึงมือน้อย ๆ นุ่มนิ่มที่ลอบมาเกี่ยวปลายนิ้วเขาไว้
เป็เสี่ยวหยวนเป่าที่ส่งสัญญาณให้เขานั่นเอง
หวังเทียนโกวได้แต่เอ่ย "ข้าไป! เนื้อรมควันตุ๋นเห็ดย่อมต้องหอมมากแน่ ๆ"
ซานเป่าได้ทีรีบกล่าว "ท่านแม่ เห็นหรือไม่ พวกเราไปกันสามคน เก็บได้รวดเร็วนัก ก่อนตะวันลับฟ้าจะรีบกลับมาให้ทัน นำเห็ดมาให้เต็มหม้อเลยเ้าค่ะ!"
เมื่อเด็ก ๆ ยืนกรานเช่นนั้น ไฉ่ซื่อก็ไม่อาจทัดทานได้อีก
"ก็ได้... ให้พี่ใหญ่ของพวกเ้าพาไปเดินเล่นสักหน่อยแล้วกัน"
นางไม่ได้หวังว่าจะเก็บเห็ดได้หรือไม่ เพียงแต่เ้าก้อนแป้งน้อยอยากออกไปเที่ยวเล่น ขอเพียงพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยก็นับว่าเพียงพอแล้ว
"เย้! ขอบพระคุณท่านแม่เ้าค่ะ!"
เ้าตัวน้อยอ้อนขอให้อุ้ม พลางประทับจูบลงบนแก้มของไฉ่ซื่อดัง "ฟอด!"
ไฉ่ซื่อยกมุมปากยิ้มกว้างจนเก็บไว้ไม่อยู่
เมื่อเวลายังเช้าอยู่ ต้าเป่าจึงพาน้อง ๆ มุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึก