[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    184 ได้ระยะที่เหมาะสม

    “กอดผมไว้แน่นๆ  ผมจะสู้แล้ว”


    ตงฟางใช้มือขวากอดซิงเยียนเอาไว้แน่นก่อนที่เขาจะพลิกตัวหันมองไปด้านหลังใช้มือซ้ายที่ชาร์จพลังสายฟ้าเล็งไปยังปีศาจที่กำลังพุ่งตามมา ทันทีที่เขาล็อกเป้าได้สำเร็จตงฟางไม่รอช้าปลดปล่อยเข็มที่อยู่ในมือออกไปด้วยความเร็วหลังจากใช้สนามแม่เหล็กผลักมัน


    ฟิ้ว~!


    “ข้าคิดว่าแกคงรับมันไม่ได้หรอก ต่อให้แกจะเป็นปีศาจระดับราชันกันตาม”


    ตงฟางส่งโทรจิตไปยังปีศาจ การยิงของเขามีโอกาสสูงมากที่จะพลาดเป้า แม้เขาจะใช้พลังจิตบังคับเข็มก็ตาม ปีศาจที่ตามมามันเป็นระดับราชัน จะต้องหลบหลีกหรือไม่ก็ป้องกันได้อย่างแน่นอน เขาจึงพูดเชิงท้าทายเพื่อให้การยิงครั้งนี้ของเขาสำเร็จผล


    การยิงครั้งนี้เขาเคยใช้ฆ่าสัตว์อสูรระดับ 8 มาแล้วในตอนที่พลังจิตเลเวล 6  เขาจึงคิดว่ามันน่าจะทำให้เขาฆ่าปีศาจระดับราชันได้ หากว่ามันไม่ตายอย่างน้อยๆเขาก็ขอให้ปีศาจบาดเจ็บก็พอ ด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งของมัน การที่เขาไม่มีแร่ระดับ 8 จึงยากจะฆ่ามันได้ ตอนนี้ส่วนมากเขามีเพียงแค่แร่ระดับ 6 เท่านั้น แร่ระดับ 7 ของเขามีน้อยมากๆ โอกาสจะสร้างบาดแผลจึงยากมาก หากไม่ใช้วิธียิงด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองพลังแบบนี้


    “มนุษย์ เจ้ากล้าที่จะท้าทายข้าหรือ ฮ่าๆๆ ได้ มาดูกันว่าระดับผันแปรวิญญาณจะทำอะไรข้าได้”


    เปรี๊ยง~!


    เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นกลางหน้าอกของปีศาจระดับราชันจนร่างของมันร่วงตกลงมาจากฟ้าสูงหลังจากใช้กลางหน้าอกรับการโจมตีที่พุ่งมา การที่ตงฟางใช้พลังจิตทำให้มันไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการโจมตีรุนแรงถึงขั้นไหน แล้วด้วยการที่เขาส่งการโจมตีไปเพียงแค่เข็มเล็กๆ ทำให้มันประมาท


    ตู้ม~!


    “แกกล้า!”


    ปีศาจกัดฟันทนพลางมองไปยังกลางหน้าอกของมันที่มีบางอย่างทะลวงเข้าไป มันไม่คิดว่าผิวหนังของมันจะพ่ายแพ้ให้กับเข็มเล็กๆที่สร้างมาจากแร่ระดับ 7  หลังจากลุกขึ้นยืนมาได้มันก็พยายามใช้พลังผลักเข็มออกมาแต่แล้วมันกลับย่นคิ้วเมื่อเข็มที่ฝังเข้าไปถูกตงฟางดีดนิ้วระเบิดพวกมันจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ฝังอยู่ใจกลางหน้าอกปีศาจยากจะดึงออกมาได้


    “ตงฟาง มันเป็นยังไงบ้าง”


    ซิงเยียนถามด้วยความสงสัยหลังจากเห็นตงฟางพาบินขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง


    “ผมยิงถูกมันและส่งเข็มเข้าไปกลางหน้าอกของมันได้ ตอนนี้มีสองอย่างที่จะเกิดขึ้น หนึ่งมันยุ่งอยู่กับเข็มของผมที่อาบไปด้วยเลือดพิษ สองโกรธมากๆจนไม่สนใจพิษและเข็มของผม”


    “แล้วตอนนี้มันเป็นยังไง” ซิงเยียนรู้สึกดีใจเมื่อรู้ว่าตงฟางส่งพิษเข้าไปในร่างของปีศาจได้ อย่างไรก็ตามใบหน้าของตงฟางกลับยังวิตกเธอจึงมองไปยังด้านหลังพบเข้ากับกลุ่มก้อนพลังงานสีดำกำลังระเบิดป่าจนเกิดเป็นรอยแหว่งกว้างเป็นกิโลเมตร


    “มันโกรธครับ โกรธมากๆ ไม่สนใจเข็มและพิษที่อยู่ในร่าง”


    “แล้วแบบนี้เราจะทำยังไง”


    ฟิ้ว~!


    ตงฟางส่งเข็มไปอีกอัน เขาต้องการตรวจสอบว่าปีศาจจะทำยังไงกับเข็ม หากมันยอมที่จะปะทะกับเข็มของเขาอีกครั้ง โอกาสรอดของพวกเขาก็จะสูงขึ้น อย่างไรก็ตามร่างของปีศาจกลับมีบางอย่างปรากฎออกมาคลุมตัว จนทำให้ตงฟางถามพี่ซิงเยียน


    “พี่ซิงเยียน นั่นมันพลังอะไรกัน”


    เปรี้ยง~!


    เข็มสายฟ้าระดับ 7 ของตงฟางระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆหลังจากพุ่งชนชุดเกราะสีแดงเลือดที่ปีศาจสวมใส่ เดิมทีเขารู้ว่าปีศาจจะไม่ใช้อาวุธชุดเกราะเพราะร่างกายของมันทนทานมาก หนำซ้ำเล็บของมันยังคมกว่าอาวุธต่างๆ จึงทำให้มันไม่พึ่งอาวุธชุดเกราะ แต่สิ่งที่ป้องกันเข็มระดับ 7 ของเขากลับทำให้ตงฟางขมวดคิ้ว ด้วยชุดเกราะนี้เขาไม่มีทางโจมตีมันได้อย่างแน่นอน


    “แย่แล้วตงฟาง นั่นมันชุดเกราะพลังวิญญาณ”


    “มันคืออะไรเหรอพี่ซิงเยียน”


    “พี่เคยได้ยินมาเท่านั้น แต่ยังไม่เคยเห็น ชุดเกราะพลังวิญญาณคือสิ่งเกิดขึ้นกับระดับราชันวิญญาณ ใครก็ตามที่เดินทางไปถึงระดับราชันแล้วสร้างชุดเกราะด้วยพลังวิญญาณตัวเองได้ เขาคนนั้นจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากๆ”


    “ข้าจะฆ่าเจ้า~!” เสียงของปีศาจดังขึ้นบนหัวของตงฟางทำเอาซิงเยียนตกใจมากเพราะเธอกำลังมองจ้องมันพุ่งเข้ามาโจมตีด้วยกรงเล็บอันแหลมคม ตงฟางที่สัมผัสได้นานแล้วเขาก็รีบยกแขนข้างซ้ายขึ้นมาป้องกัน โดยแขนข้างนี้ของเขานั้นสวมใส่ปลอกแขนอสรพิษเพลิงสี่เศียร สิ่งมีชีวิตระดับ 8 ที่เขาลอบสังหารมัน


    บรึ้ม~!


    ร่างของตงฟางพุ่งตกลงมาจากท้องฟ้าด้วยความรวดเร็วและรุนแรง ภายใต้แขนของเขายังคงกอดหญิงสาวคนหนึ่งเอาไว้แน่นก่อนที่เขาจะร่วงตกกระแทกพื้นจนเป็นรอยแตกขนาดใหญ่


    “ตงฟาง ตงฟางเป็นอะไรไหม”


    พรวด!


    ตงฟางใช้พลังจิตโยนเลือดของเขาออกไป ไม่ยอมให้มันหกใกล้ตัวเพราะคนที่เขากอดจะบาดเจ็บหนัก อย่างไรก็ตามเขากลับเป็นฝ่ายยิ้มกว้าง มองไปยังปลอกแขน หลังจากรู้ว่ามันป้องกันกรงเล็บของปีศาจได้


    “ผมยังสบายดีครับ ตอนนี้เราสู้มันยังไม่ได้ หนีต่ออีกสักหน่อยก็แล้วกัน”


    “นี่ยา”


    ซิงเยียนป้อนยาให้ตงฟางจากนั้นพวกเขาก็บินหนีไปด้วยความรวดเร็วปล่อยให้ปีศาจพุ่งตามมาด้วยความโกรธ  ด้วยระดับราชันวิญญาณขั้น 2 ของมัน ตงฟางคิดว่ายังห่างชั้นกับตัวเองมากๆ เขาจึงอยากให้พิษช่วยจัดการมันอีกสักนิดถึงจะกล้าเข้าเผชิญหน้า อีกอย่างระยะนี้มันก็ยังอันตรายเกินไป เขาอยากหนีไปให้ไกลจากเมืองซ่งมากกว่านี้ กลัวว่าระดับราชันอีกตัวจะตามมาจัดการเขา


    บรึ้ม~!


    พลังงานสีดำกัดกินป่าไม้ในตำแหน่งที่ตงฟางเคยอยู่ ยังดีที่เขาพุ่งตัวหลบหนีออกมาได้จึงรอดจากการทำลาย  ปีศาจที่บินตามหลังมันกลับไม่ยอมปล่อยเขาไป ด้วยพลังที่มากกว่าทำให้มันพยายามไล่ล่าเขากับพี่ซิงเยียนด้วยการยิงพลังโจมตีติดๆกัน จนตงฟางต้องใช้พลังจิตเต็มกำลังฉุดกระชากลากดึงร่างตัวเองออกไปจากระยะโจมตีแต่ละครั้งที่ปีศาจส่งมา 


    ภายใต้การหนีบางครั้งก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าบางครั้งก็สลับลงมาวิ่งบนพื้นดิน ซิงเยียนที่รอดหวุดหวิดและถูกตงฟางใช้แขนทั้งสองข้างโยนเธอไปยังตำแหน่งต่างๆแล้วพุ่งตัวไปรับ ทำให้เธอรู้สึกหวาดเสียวและหวาดกลัวจนไม่สามารถเก็บเสียงกรีดเอาไว้ได้


    บรึ้ม ตู้ม บู้ม บรึ้ม~!


    กรี๊ด~!


    “ตงฟาง~!!!”


    —-------------------------------


    “ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือสักคนเดียว”


    ปีศาจระดับราชันที่อยู่ภายในเมืองซ่งชี้นิ้วสั่งปีศาจหลายแสนตัวที่เดินทางผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย ให้เข้าไปทำลายทุกๆอย่างภายในเมืองให้หายไป  ทันใดนั้นบนท้องฟ้าห่างไปไม่ไกลก็ปรากฎเรือเหาะลำใหญ่หลายพันลำ มุ่งตรงเข้ามาในเมืองหลังจากสถาบันทั้ง 4 ส่งอาจารย์และศิษย์มาจัดการปีศาจเหล่านี้


    “ระดับราชันวิญญาณและระดับราชาวิญญาณ แบบนี้ไม่ดีแน่”


    เหล่าอาจารย์ล้วนแล้ววิตกกังวล ระดับราชันวิญญาณในหมู่พวกเขามีเพียงผู้นำนิกายเท่านั้นที่รับมือได้แล้วการมีปีศาจระดับจารึกมากมาย ต่อให้จะนำศิษย์ของพวกเขามาทั้งหมด ก็เป็นการฆ่าตัวตายอยู่ดี เนื่องจากศิษย์ระดับจารึกของพวกเขามีเพียงศิษย์หลักเท่านั้น จึงเป็นการยากที่จะฆ่าปีศาจ 


    “ผู้นำนิกายแบบนี้แย่แน่”


    หนึ่งในสถาบันเมืองซ่งพูดด้วยน้ำเสียงวิตก การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นพวกเขาไม่เห็นโอกาสชนะเลยสักนิด  จึงไม่มีใครกล้าลงไปจากเรือเหาะ ทางฝั่งผู้นำนิกายก็เริ่มย่นคิ้วเช่นกัน การจะจัดการปีศาจระดับราชันวิญญาณจำเป็นต้องใช้กำลังของผู้นำนิกายทั้ง 4 ส่วนระดับราชาวิญญาณจำเป็นต้องให้อาจารย์ทั้งหมดช่วยเหลือ


    ถึงอย่างนั้นเหล่าปีศาจระดับจารึกและระดับผันแปรกลับไม่มีใครฆ่าได้ หากพวกเขาส่งศิษย์ลงไปมีแต่จะตายเปล่าเท่านั้น แล้วถ้าพวกเขาหนีก็อาจจะถูกตามไปถึงสถาบัน ดังนั้นพวกเขาจึงรีบส่งสัญญาณของความช่วยเหลือไปยังเมืองหลวง เพื่อให้ทราบเกี่ยวกับปีศาจที่กำลังเปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายเดินทางมายังเมืองซ่งเรื่อยๆจนยากจะรับมือ


    —---------------------------------

    “ตงฟาง มืดแล้วเราซ่อนตัวก่อนไหม”


    ตงฟางมองออกไปรอบๆพลางหอบหายใจเหนื่อย เขาจำไม่ได้แล้วว่าหนีมากี่ชั่วโมง จำได้เพียงแค่ว่าตัวเองออกจากเมืองซ่งในช่วงเช้า ตอนนี้น่าจะเป็นกลางดึก แต่ปีศาจกลับยังคงไล่เขาไม่ยอมปล่อย แม้มันจะถูกพิษของเขาเล่นงาน ด้วยปริมาณที่รับเข้าไปกลับน้อยมากๆ ทำให้ร่างกายอันแข็งแกร่งของมันต้องใช้เวลานานกว่ามันจะอ่อนแอ


    ตุบ~!


    อสูรโลหิตปรากฎตัวออกมาจากเลือดของตงฟาง ก่อนที่เขาจะให้พี่ซิงเยียนขี่หลังของมันหลบออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ได้เวลาแล้วที่เขาจะโจมตีสวนกลับ  จากระยะเมืองซ่งและตำแหน่งที่เขาอยู่นั้นไกลกันมากๆ ต่อให้มันจะมีกำลังเสริมก็ไม่สามารถตามมาได้ แล้วการที่มันรับพิษของเขาเข้าไปตอนนี้พลังงานภายในร่างของมันก็ลดฮวบลงมาเท่ากับระดับราชาวิญญาณขั้น 9 แล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวที่ตงฟางต้องทำ คือการทะลวงชุดเกราะวิญญาณของมัน หากเขาต้องการฆ่าระดับราชันวิญญาณตัวนี้


    บรึ้ม~!


    บอลพลังงานสีดำตกกระแทกจุดที่ตงฟางยืนจนทำให้ป่าไม้รอบๆหายไปเป็นวงกว้าง จากการสำรวจของตงฟางเขารู้สึกดีใจเพราะพลังทำลายของปีศาจลดลงมามากจนเขาฉีกยิ้มกว้างให้กับมัน จากพลังโจมตีที่ลดลงมานั้นเขาเชื่อว่าตัวเองมีโอกาสในการฆ่า


    “แกอยากจะฆ่าไม่ใช่เหรอ ลงมาสิ”


    ตู้ม~!


    ร่างในชุดเกราะสีแดงเลือดตกกระแทกพื้นด้านหน้าของตงฟาง เขาจึงชักดาบมารโลหิตออกมาถือในมือพลางดึงเลือดสัตว์อสูรที่อยู่รอบๆมาเติมเต็ม ด้วยพลังจิตทำให้เขาฆ่าสิ่งมีชีวิตอะไรก็ได้หากมันไม่ใช่ระดับที่สูงกว่าเขา


    “ดูแกสิ ใกล้จะตายแล้วยังไม่รีบกลับไปอีก”


    ตงฟางมองไปยังผิวหนังสีแดงเลือดของมัน ตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำบอกได้ว่าเลือดของมันติดพิษไปแล้ว การที่มันยังคงยืนได้น่าจะเป็นเพราะร่างกายอันแข็งแกร่ง


    “พิษกระจอกๆของแก คิดเหรอว่ามันจะฆ่าข้าได้”


    “งั้นแกกล้าลองกินพิษนี่เข้าไปอีกสักหยดไหมล่ะ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าแกจะทนได้แค่ไหน”


    ตงฟางนำเลือดที่เขากระอักลอยเข้าไปใกล้ๆมัน ซึ่งปีศาจทำเพียงใช้มือปัดทิ้งไม่สนใจเลือดของเขา


    “หึหึ ระดับราชันวิญญาณก็กลัวพิษเป็นสินะ นึกว่าพวกแกจะกลัวแค่ธาตุไม้ซะอีก”


    “อย่าพูดให้มาก ข้าจะให้โอกาสแกได้เลือกว่าจะตายแบบไหน ยอมอยู่เฉยหรืออยากจะทรมาน”


    “เกิดมาทั้งที ขอลองทรมานสักครั้งจะเป็นไรไป”


    ตงฟางควักยันต์อมตะระดับ 7 ออกมาถือเอาไว้ในมือข้างซ้าย ภายในมือขวาของเขาถือดาบมารโลหิต โดยยันต์ในมือของตงฟางที่นำออกมาถือนี้เอง ทำให้ปีศาจตรงหน้าระมัดระวังกว่าดาบมารโลหิต เนื่องจากว่ายันต์ในมือซ้ายที่เป็นเพียงแค่ยันต์ระดับ 7 กำลังปลดปล่อยไอพลังธาตุไม้อันเข้มข้นออกมา


     สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตงฟางสร้างเอาไว้ใช้จัดการกับปีศาจโดยเฉพาะ ชิ้นหนึ่งเขามอบให้พี่เยว่สือ ส่วนอีกชิ้นอยู่กับตัวเขาเอง ครั้งนี้มันจึงเป็นครั้งแรกที่ตงฟางนำออกมาใช้งาน


    “เข้ามาสิ หรือว่าแกกลัวกันล่ะปีศาจ”