ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 91 สังหารนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำ

            นัยน์ตาของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำเยือกเย็นทั่วร่างมีไอสังหารที่น่าหวาดกลัวมันกู่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งและมุ่งหมายจะเอาชีวิตของเฟิ่งหยู

            “เอาชีวิตของเจ้ามาซะ มาสังเวยให้กับลูกน้องของข้าที่ถูกเจ้าสังหารไป!”

            นัยน์ตาของเฟิ่งหยูหรี่ลงเล็กน้อย ผมของเขาปลิวสะบัด ทั่วร่างมีพลังลมปราณระเบิดออกมาปกคลุมไปทั่วบริเวณ

            “อย่างเจ้าฝีมือยังต่ำต้อยนัก! ตายไปซะเถอะสังเวยให้กับลูกน้องของข้า!” นางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำแผดเสียงคำรามดังลั่นพลังทั่วร่างระเบิดออกมา มือของซ้ายของนางพญาแมงงมุมแม่ม่ายดำพ่นใยออกมาไม่หยุดใยที่มันพ่นออกมามันพุ่งเข้าทำลายไปทั่วทั้งสิบทิศทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกมันสัมผัสล้วนถูกทำลายจนสิ้นไม่เหลือแม้เงา

            นางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำลอยขึ้นกลางอากาศ

            ทันไดนั้นมันพลันพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว จิตสังหารอันดุดันเคียดแค้นเมื่อมาใกล้เบื้องหน้าของเฟิ่งหยูปากของมันอ้ากว้างพลันปล่อยพิษออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนที่พิษจะปกคลุมไปทั่วร่างของเฟิ่งหยู  

            พลังกดดันหนักอึ้งแผ่กระจายไปทั่ว เฟิ่งหยูเริ่มหายใจไม่ออกขาของเขาเริ่มสั่น ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไป

            แมงมุมแม่ม่ายระเบิดคลื่นพลังที่รุนแรงออกมาหมายจะสังหารเฟิ่งหยูให้สิ้น

            “ตายซะเถอะเจ้าหนู อย่าอยู่เลย....”

            เฟิ่งหยูยืนเซอยู่บนพื้นระหว่างฟ้าดินมีพลังกดดันมากมายมหาศาลที่กดข่มเขาลงมาทว่าเฟิ่งหยูพยายามตั้งสติของเขาให้มั่นคงเขารีบตบยาแก้พิษที่หลอมกลั่นเองเข้าปากทันที ยาแก้พิษนี้สามารถยับยั้งพิษของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำไว้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นซี่งเฟิ่งหยูทราบดีเพราะเขาเป็นผู้ปรุงยานี้ขึ้นมาเอง

            “มีพลังแค่นี้เองหรือ?”เฟิ่งหยูกล่าวอย่างเย็นชา

            “เจ้ามีชีวิตรอดไปได้ค่อยมาพูดเถอะ!”นางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำเปี่ยมไปด้วยพลังปราณสีม่วงรายล้อมรอบตัว มันน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่งขณะเดียวกันมือของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นกรงเล็บแหลมคมขนาดใหญ่ขึ้นมา

            “ข้าเองก็ไม่มีเวลามากพอจะมาเสียเวลากับเจ้า!”

            ทั่วร่างของเฟิ่งหยูระเบิดพลังลมปราณออกมาแสงสีทองเปล่งประกายเจิดจ้าไปทั่วฟ้าดิน ขาทั้งสองข้างขยับเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งแหวกอากาศราวกับเทพสวรรค์ พลังปรานที่หนาแน่นเปี่ยมไปด้วยพลังอันรุนแรงน่าหวาดกลัวจนทำให้นางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำเริ่มหวาดหวั่น

            ครืนนน..

            เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว ฟ้าพลิกแผ่นดินคว่ำ มวลอากาศเริ่มปริแตกมิติเริ่มถูกกระชากนางพญาแมงมุมดำเริ่มรู้สึกถึงกระบวนท่าต่อสู้อันรุนแรงและน่าหวาดกลัวโดยเฉพาะพลังปราณที่อัดแน่นของเฟิ่งหยูเฟิ่งหยูพุ่งทะยานไปเหนือศีรษะของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำ อย่างรวดเร็ว

            “ฝ่ามือมังกรจุติ”  พลังฝ่ามือที่แข็งแกร่งระเบิดแสงเจิดจ้าบาดตาเปล่งประกายไปทั่วฟ้าดิน ตามด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว พลังกดดันที่ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งฝ่ามือนี้เป็นฝ่ามือที่เฟิ่งหยูคิดค้นขึ้นเองหลังจากที่ได้รับเส้นชีพจรลมปราณเทพมังกร

            นัยน์ตาของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำปลดปล่อยคลื่นพลังอันน่าหวาดกลัวออกมาไอสังหารรุนแรงระเบิดออก ก่อนจะตะหวัดกรงเล็บอันแหลมคมออกไปหมายจะตัดเฟิ่งหยูให้เป็นชิ้นๆในคราเดียว....

            ฟ้าดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น กลุ่มเมฆแตกกระจาย ฝ่ามือของเฟิ่งหยูปะทะเข้ากับกรงเล็บของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำอย่างมิอาจหลบเลี่ยง  เสียงนั้นดังสนั่นออกไปไกลหลายสิบลี้

            ฝ่ามือนี้ของเฟิ่งหยูแข็งแกร่งและรุนแรงมากจนทำให้กรงเล็บของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำกระเด็นออกไปและหักเป็นสองท่อนในทันที

            พลังทั่วร่างของเฟิ่งหยูเริ่มหมุนเวียนพลังปราณอันหนาแน่นพลานุภาพของเขามากมายราวกับจะทำลายภูเขาแม่น้ำให้แหลกสะบั้นพลังอำนาจเอ่อล้นไปทั่วฟ้าดินเฟิ่งหยูแผดเสียงคำรามออกมาอย่างเยือกเย็น

            “ตายไปซะ! เจ้าแมงมุมอัปลักษณ์!”

            เฟิ่งหยูแหงนหน้าขึ้น ฝ่ามือที่มีพลังกดดันพุ่งออกมาใจกลางฝ่ามือปลดปล่อยพลังน่าหวาดกลัวออกมาทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนไปทั่วฝ่ามือของเฟิ่งหยูทำลายทุกสิ่งทุกอย่างก่อนจะปะทะเข้ากับกรงเล็บของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำอีกครั้งหนึ่ง

            การเคลื่อนไหวของเฟิ่งหยูรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมอย่างบ้าคลั่งเฟิ่งหยูออกฝ่ามือเร็วขึ้น เร็วขึ้น และเร็วขึ้นเรื่อยๆพลังที่เปี่ยมล้นของเขาเหมือนแทบจะไม่มีวันหมด จนในที่สุด

            “ปัง....”เฟิ่งหยูสามารถออกฝ่ามือครั้งนี้ทำให้นางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำกระเด็นขึ้นไปกลางอากาศมุมปากมีเลือดสีม่วงไหลซึมออกมา กระดูกแตกหักจนร่างแทบจะระเบิดออกมา

            เฟิ่งหยูแผดเสียงคำราม ฝ่ามือมีแสงสีทองเปล่งประกายออกมาบดขยี้มวลอากาศจนทลายก่อนที่จะกระแทกเข้าที่แผ่นหลังของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำ

            ตู้มมม…….

            ร่างของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำลอยปลิวไปกระแทกพื้นด้านล่างจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา

            แต่ทันใดนั้น ร่างของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำก็พลันมีหมอกสีม่วงคลุมพลังปราณหลั่งไหลออกมาฉับพลันมันกลับกลายเป็นร่างสัตว์อสูรระดับเจ็ด ตัวของมันมีขนาดใหญ่มีเขี้ยวที่แหลมคม ขาทั้งแปดของมันคมกริบดั่งใบมี ดวงตาสีแดงกำด้วยความโกรธแค้นพลังที่น่าหวาดกลัวแผ่กระจายไปทั่ว

            เฟิ่งหยูกำหมัดแน่นเขาถูกพลังที่น่าหวาดกลัวนั้นอัดกระแทกเข้าใส่ตรง ๆเฟิ่งหยูถอยหลังไปสองสามก้าว

            “ใช้กำลังทั้งหมดของเจ้าซะ หรือไม่ก็ยอมแพ้ไปเสียหาไม่แล้ข้าจะทำให้ศพของเจ้ากลายเป็นอาหารของเหล่าลูกน้องข้า”

            “เจ้าคิดว่าเจ้าทำได้อย่างนั้นหรือ?”

            เฟิ่งหยูนำดาบราชันย์ออกมาจากแหวนมิติอีกครั้งหนึ่งเขาหลอมรวมพลังเปลวเพลิงเข้ากับดาบราชันย์เฟิ่งหยูเริ่มโจมตีก่อนเขาฟาดดาบราชันย์ออกไป ปรานดาบสีฟ้าใสพุ่งทะยานเข้าหานางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำ

            “เคร้งงง...”

            นางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำยกขาข้างหนึ่งกันเอาไว้พลันตอบโต้ด้วยการฟันสองขาหน้าของมันเป็นรูปกากบาทลำแสงสีดำรูปกากบาทตัดผ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าเฟิ่งหยูเบี่ยงตัวหลบออกไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียดต้นไม้ด้านหลังถูกตัดออกอย่างง่ายดาย

            พลังของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำพลันไหลทะลักมันวิ่งวนด้วยแปดขาของมันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยใยออกมาโจมตีเฟิ่งหยู

            ฟูม.....   ฟูม…..   ฟูม.....

            เฟิ่งหยูปัดป้องด้วยดาบที่อัดแน่นไปด้วยเพลิงฟ้าสวรรค์

            พรีบ.....พรึบ......พรึบ.....

            ใยแมงมุมที่เคลือบไปด้วยพิษของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำถูกไฟเผาผลานจนหมดสิ้น

            “อย่าได้หวังว่าข้าจะปล่อยให้เจ้ารอดไปได้”

            “อยากตายนักข้าจะสงเคราะห์เจ้าเอง”

            ร่างของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำพลันวิ่งเข้าจู่โจมเฟิ่งหยูอย่างรวดเร็วร่างของมันพุ่งขึ้นสูงไปบนท้องฟ้าแล้วทะยานลงมามันกวัดแกว่างขาทั้งแปดเป็นเงาลำแสงจู่โจมเฟิ่งหยูอย่างต่อเนื่อง

            ทันใดนั้นเฟิ่งหยูหลบการจู่โจมของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำด้วยความเฉียดฉิวเขาถูกขาข้างหนึ่งของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำฟันเข้าที่หัวไหล่เลือดไกลกระฉูด

            “อ๊ากกกก”

            เฟิ่งหยูจับขาข้างนั้นของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำเอาไว้แน่ อีกมือหนึ่งหลอมรวมเป็นกลุ่มพลังเปลวเพลิงที่อัดแน่นที่ปลายนิ้วของเฟิ่งหยูเขาใช้พลังปราณเพียงเล็กน้อยหลอมรวมกับเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์แล้วทำการอัดบีบให้พลังมีขนาดอยู่เล็กที่ปลายนิ้ว

            “ดัชนีเพลิงฟ้า”

            ฟิ้ววว

            ดัชนีเพลิงฟ้าเจาะเข้าตรงกลางศีรษะของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำอย่างแม่นยำมันทะลุออกไปจนกลายเป็นรูขนาดใหญ่ นางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำยังไม่ทันได้ร้องออกมาสักนิดมันพลันหมดลมหายใจไปในทันที

            บรรดาลูกน้องของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำเห็นดังนั้นจึงแตกกระจายหลบหนีไปคนละทิศคนละทาง

            “ครั้งนี้ข้าได้รับบาดเจ็บมากพอสมควร โชคดีที่พวกมันหนีไปก่อน”

            เฟิ่งหยูจับนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำโยนเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์พร้อมกับมองหาที่ปลอดภัยเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเขามองไปรอบๆ ตัว

            “เอาถ้ำของมันเป็นที่คุ้มหัวก่อนละกัน” เฟิ่งหยูต้องรีบเป็นอย่างมาเพราะบาดแผลที่เขาได้รับแม้จะไม่ใหญ่มากนักแต่พิษที่เขาได้รับเริ่มออกอาการแล้วเฟิ่งหยูรีบวางค่ายกลหน้าถ้ำของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำแล้วรีบเข้าไปในถ้ำอย่างเร่งรีบ

            เขาพยายามประคองตัวไปได้สักหนึ่งก้านธูปพลันเฟิ่งหยูรีบเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ทันที

            “ท่านปู่ ท่านยาย” เฟิ่งหยูเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์และอยู่ในหมู่บ้านที่สิบผู้อาวุโสอยู่

            ยายฮวาได้ยินเสียงจึงรีบออกมาพร้อมกับเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลาย(ที่ตอนนี้กลายเป็นคนหนุ่มสาวกันหมดแล้ว) ก่อนเฟิ่งหยูหมดสติ

            “เจ้าโดนพิษอะไรมา” เฒ่าหลงเอ่ยถาม

            “พิษนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำ”เฟิ่งหยูตอบก่อนจะหมดสติไป

            .........

            ด้านนอกถ้ำนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำหลังจากที่ถูกเฟิ่งหยูสังหารไปสัตว์อสูรตัวอื่นๆ พลันเริ่มต้นสังหารแมงมุมแม่ม่ายดำ ทั้งหมดที่หนีจากเฟิ่งหยูไปพวกมันหวังยึดเอาอาณาเขตดินแดนที่นางพญาแม่ม่ายดำครอบครองมาเป็นของพวกมัน

            เมื่อเหล่าผู้นำสัตว์อสูรเริ่มทำสงครามแย่งชิงดินแดนที่นางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำครอบครองเริ่มต้นขึ้นเพราะพวกมันจับสัมผัสของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำไม่ได้แล้ว พวกมันรู้ว่านางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำนั้นถูกสังหารไปแล้ว พวกมันจึงเริ่มโจมตีแมงมุมแม่ม่ายดำและเริ่มยึดครองอาณาเขตเพื่อให้เป็นของพวกมันแทน

            สัตว์อสูรต่างโจมตีกันอย่างหนักหน่วงดินแดนของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำจึงเปรียบเสมือนเค้กก้อนโตสำหรับพวกมัน

            ...........ภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์

            เฟิ่งหยูลืมตาขึ้น เขามองเห็นยายฮวา และเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลาย

            “นับว่าเป็นโชคดีของเจ้าที่ก่อนที่เจ้าจะหมดสติเจ้าได้บอกตาเฒ่าหลงก่อนว่าเจ้าโดนพิษอะไรมาและก็นับว่าเป็นโชคดีอีกรอบเมื่อเจ้าจับซากของเจ้าแมงมุมนั่นเข้ามาในนี้ด้วยเพราะยาแก้พิษต้องใช้น้ำลายของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำด้วยมิเช่นนั้นเจ้าคงไปเฝ้ายมบาลแล้ว” ผู้อาวุโสใหญ่กล่าว

            “ขอบคุณท่านปู่ ขอบคุณท่านยาย เป็นข้าที่ประมาทเองข้าคิดว่าตัวข้ามีกำลังเพิ่มขึ้นจะสามารถกำจัดสัตว์อสูรระดับเจ็ดได้แล้ว แต่ข้ามั่นใจมากเกิดไปข้าขอโทษท่านปู่ ท่านยาย ต่อไปข้าจะทำอะไรข้าจะคิดให้รอบคอบกว่านี้”เฟิ่งหยูกล่าวด้วยสีหน้าเสร้าสลด

            “เอาละ เอาละ ไหน ๆ เรื่องก็ผ่านพ้นไปแล้วอย่ามารื้อความหลังกันอีกเลย เจ้ารอดมาได้ก็ดียิ่งแล้ว” ยายฮวาเอ่ยขัดออกมา

            เฟิ่งหยูใช้เวลารักษาตัวในเจดีย์ฟ้าสวรรค์เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มพละกำลังทั้งหมดจึงกลับมาเหมือนเดิม  ซึ่งระยะเวลาภายนอกเจดีย์ฟ้าสวรรค์ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้น(สองชั่วโมง)

            “ขอบคุณท่านปู่ท่านยาย หากไม่มีพวกท่านข้าคงไม่รอด”

            เฟิ่งหยูกล่าวอำลาพร้อมกับออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์

            เฟิ่งหยูเดินเข้าไปในถ้ำของนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำจนไปถึงจุดที่ลึกที่สุด

            “มันน่าจะมีของดีอยู่ในนี้บ้างนะ เป็นถึงนางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำเช่นนั้นข้าคงกลับไปมือเปล่า”เฟิ่งหยูพึมพำ

            “เอ นั่นมันอะไรนะ”

            เฟิ่งหยูเห็นแท่งหินโบราณจำนวน เก้าชิ้นอยู่จุดที่ลึกที่สุดของถ้ำนี้ช่างเถอะอะไรก็ช่างเก็บไปก่อนก็แล้วกัน”

            เฟิ่งหยูพลันเก็บแท่งหินโบราณหมดย้ายเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ทันทีเขาเดินสำรวจไปรอบๆ พบหินแร่มีค่าและซากสัตว์อสูรที่ถูกดูดพลังลมปราณจนหมดจำนวนมากเฟิ่งหยูเก็บพวกมันทั้งหมดไว้ในแหวนมิติทันที แต่แก่นธาตุอสูรนั้นไม่เหลือแล้วคาดว่านางพญาแมงมุมแม่ม่ายดำคงนำไปบ่มเพาะจนหมดสิ้นแล้ว

            “แค่นี้ก็คุ้มแล้ว”  เฟิ่งหยูคิดในใจ