ตอนที่11 ช่างหิน
ใน่หน้าแล้งตอนกลางวันอากาศจะร้อนมากส่วนตอนกลางคืนจะมีอากาศหนาวเย็นเล็กน้อย ทำให้อาซีไม่กล้าไปอาบน้ำที่ริมบ่อน้ำพุ
ทุกๆ ครั้งจะให้อาไน่ตักน้ำกลับมาเอาไปต้มให้ร้อนแล้วค่อยนำมาเช็ดตัว
แต่ตอนที่อาซีอยากจะต้มน้ำหม้อหินดันแตกเสียได้ จนทำพื้นเปียกชื้นไปหมด
“หม้อหินใช้ไม่ทนเอาเสียเลย!”
“หินที่เอาใช้ทำหม้อไม่ใช่หินชั้นดีที่มีคุณภาพสูงใช้ไปได้แค่่เวลาหนึ่งก็แตกแล้ว”
คนทั่วไปสามารถใช้ได้สองถึงสามฤดูกาลแต่อาซีกลับใช้ไปได้ไม่ถึงหนึ่งฤดูกาลก็แตกเสียแล้ว เป็เพราะใช้บ่อยครั้งจนเกินไปอย่างนั้นหรือ
ไม่มีเครื่องปั้นดินเผาไม่มีกระเบื้อง เหล็กก็ไม่มี อยากจะได้เครื่องครัวดีๆ ไว้ใช้ทำอาหารสักชิ้นก็ไม่ได้!
“เดี๋ยวข้าให้ลุงทำให้อีกอันหนึ่งเ้าทนไปก่อนสักสองสามวันนะ” อาไน่กล่าว
อาไน่นั้นเข้าใจอาซีแล้วเมื่อก่อนหน้านี้อาซีไม่รักสวยรักงามเลยแม้แต่น้อย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าอาซีจะกินอะไรก็ต้องล้างก่อนไม่ว่าอะไรก็ต้องต้มสักหน่อยก่อน
กระทั่งหนังสัตว์ต้องนำไปซักด้วยเช่นกัน
“อาซี อาซี” ิยืนเรียกอยู่ด้านนอก
“มาแล้ว” อาซีเดินออกไปดู
“ข้างนอกเผ่ามีคนมาแลกเปลี่ยนของเย่ว์ให้ข้ามาถามเ้าว่าจะไปดูสักหน่อยหรือไม่”
มีคนมาแลกเปลี่ยนสิ่งของนี่คือการเอาของมาแลกของหรือเปล่านะ
อาซีหันหน้ากลับไปมองอาไน่อาไน่ก็หยิบหนังสัตว์บางส่วน และอาวุธที่ไม่ได้ใช้ พร้อมทั้งก้อนเนื้อบางส่วน “เอาของพวกนี้ไปแลกถูกใจอะไรก็แลกกลับมา”
“ได้”
ระหว่างทางิยิ้มพลางพูดกับอาซีว่า“ขนาดเนื้อสัตว์ร้ายชั้นดีก็ยังให้เ้าเอาไปแลกของ อาไน่ช่างดีกับเ้าเหลือเกิน”
อาซีระบายยิ้ม
คนนอกเผ่าที่มาแลกเปลี่ยนของมีจำนวนไม่เยอะนักมีเพียงสามสิบห้าคน ทว่าแต่ละคนล้วนเป็เพศผู้ที่มีร่างกายกำยำล่ำสันและห้าวหาญทั้งสิ้น
ของที่พวกเขานำมาด้วยก็ไม่มากนักแต่มีหลายอย่างที่เป็ของที่เพศเมียต้องใช้
คนที่นำของมามีความสามารถในการหลอกล่ออย่างยิ่งพอเห็นคนก็ร้องะโเรียก ซ้ำยังไม่เจรจาต่อรองมูลค่า อีกทั้งมีของสวยงามเป็พิเศษบางส่วนแต่กลับไม่แลกเพียงแค่วางให้ผู้คนยลชมเท่านั้น
ไม่รู้ว่าคนพวกนี้บริสุทธิ์ใจเช่นนี้จริงๆหรือว่ามีความคิดอื่นอยู่กันแน่
ถ้าหากให้อาซีใช้คำคำหนึ่งมาอธิบายพวกเขาละก็ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้มาเพื่อเกี้ยวสาวอย่างไรอย่างนั้น
โดยที่แสดงความร่ำรวยของพวกเขาให้ผู้คนเห็น
อาซีเดินเข้าไปดูว่ามีของที่ตนเองอยากได้บ้างหรือไม่
มีคนคนหนึ่งพอเห็นอาซีดวงตาก็ทอประกายวับวาบแต่เมื่อเห็นฟันสัตว์ที่อยู่ด้านหน้าทรวงอกของอาซี รอยยิ้มที่ปริ่มขึ้นมาก็พังทลายลงไป
อาซีจับไต๋ในจุดจุดนี้ได้พอดีอาซีจึงคิดไว้ว่าคนเหล่านี้มีเจตนาไม่ดี
ครั้นดูแล้วว่าไม่มีสิ่งที่ตนเองอยากได้ก็รีบเดินออกไป
เดินมาถึงบริเวณด้านนอกเห็นหมอผีเข้าก็เลยเดินไปข้างๆ หมอผี
“คนพวกนี้ไม่เหมือนมาแลกเปลี่ยนอย่างไรชอบกล”
หมอผีกล่าว “คนพวกนี้มาเพื่อแลกเปลี่ยนของเพียงแต่ที่พวกเขามาแลกเปลี่ยนไม่ใช่สิ่งของแต่เป็เพศเมีย”
“บางเผ่ามีเพศเมียไม่มากนักแต่กลับมีเพศผู้มากกว่า เพศผู้จึงต้องออกมาหาเพศเมียข้างนอก นำสิ่งของของพวกเขาไปที่เผ่าอื่นเพื่อดึงดูดเพศเมีย”
“แล้วทำไมไม่ไล่พวกเขาไปเล่า”
“ที่นี่้าการแลกเปลี่ยนสิ่งของคนพวกนี้ที่ออกมาดึงดูดเพศเมียล้วนเป็นักรบที่ยอดเยี่ยม มีเพียงนักรบเหล่านี้เท่านั้นที่จะมีอาหารเหลือเฟือถึงได้กล้าออกมาเสาะหาเพศเมียในหน้าแล้งแบบนี้
“ถ้าหากเพศเมียในเผ่าสามารถดึงดูดสักคนในนั้นมาได้นั่นก็เื่ที่ดีเื่หนึ่งเช่นกัน”
ที่แท้หมอผียังมีแผนการเช่นนี้นี่เอง
“แล้วถ้ามีเพศเมียไปกับพวกเขาเล่า”
“ไม่มีทางหรอก พ่อกับแม่ของพวกนางจะออกไปแลกเปลี่ยนกับพวกนางด้วยหากมีเพศเมียออกไป ก็จะถูกตามกลับมาอยู่ดี” สาวน้อยจากเผ่าหมีที่ยืนอยู่ข้างๆ หมอผีกล่าว
“เผ่าของเ้าก็มีเื่แบบนี้เหมือนกันรึ”
“อืม มีทุกๆ ปี”สาวน้อยเอ่ย
อาซีเห็นว่าไม่มีของอะไรพิเศษจึงกลับมาก่อน
อาไน่แบกหม้อขนาดใหญ่ใบใหม่กลับบ้านก็พบว่าอาซีนำของกลับมาเหมือนเดิม “ไม่มีของที่เ้าถูกใจรึ”
“ไม่สวย แถมยังใช้ไม่ดีไม่สู้ทำเองเสียดีกว่า” เธอหยิบหนังสัตว์มาขัดตะเกียบที่ตนทำเองให้กลม
อาไน่เทน้ำที่ตักกลับมาใส่หม้อหิน“อาซานเอาหม้อของตัวเองให้ข้ามาแล้ว วันพรุ่งเ้าเอาเนื้อไปให้พ่อของอาซานสักหน่อย”
“ได้”
เย่ว์แหวกม่านเข้ามาเข้ามาด้านในยิ้มพลางเอ่ยว่า “คลาดสายตาแค่ครู่เดียวก็ไม่พบเ้าแล้ว ไม่มีของที่ถูกใจหรือ”
“ไม่มี”
อาไน่หัวเราะกับเย่ว์ก่อนจะเดินออกไปให้พวกนางสองคนได้พูดคุยกัน
เย่ว์นั่งขัดสมาธิลงข้างๆอาซี “เอาผลไม้ที่เก็บมาคราวก่อนออกมาดูสักหน่อยสิ”
อาซีวางผลไม้สีแดงที่เก็บมาได้คราวๆก่อนไว้แล้วก็ลืมไปเสียสิ้น
ภายในกระโจมของอาซีมีมุมมุมหนึ่งถูกครองพื้นที่โดยผลไม้ล้วนเป็ของที่กักตุนเก็บของนางกับเขาทั้งสิ้น
ทุกครั้งที่อาไน่ออกไปข้างนอกก็จะนำผลไม้รสชาติดีที่สดใหม่กลับมาด้วยจำนวนหนึ่งอาซีก็เลยลืมกินส่วนที่เก็บมาเอง
พอหยิบออกมาดู ก็พบว่าผลไม้นั้นแห้งไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ิหยิบขึ้นมาลองดมกลิ่น“มันยังกินได้หรือไม่”
อาซีลองดมดู พร้อมกับบิเปลือกออกแล้วดมดูอีกครั้ง“กลิ่นหวานกว่าผลสดอยู่หลายส่วน”
อาจจะเป็เพราะน้ำระเหยออกไปเหลือไว้เพียงน้ำตาล
เย่ว์กินตามอาซีไปคำหนึ่งรู้สึกว่าหวานมากจริงๆ เลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ผลเล็กไปสักหน่อย
“ถ้าสามารถเก็บตุนไว้ได้ถึงฤดูหญ้าจริงๆเช่นนั้นก็หาเก็บมาจำนวนหนึ่ง เอาไว้ให้เด็กๆ กินก็ใช้ได้เหมือนกัน” เย่ว์เอ่ย “แล้วเ้ายังมีวิธีอื่นในการเก็บตุนเนื้อปลาไว้อีกบ้างหรือเปล่า”
เอาไปทอดในน้ำมันเพียงอย่างเดียวก็ไม่ค่อยจะเหมาะนักเสียเวลามากเกินไป
“ก็ทำเหมือนเช่นเนื้อทั่วไปนำไปหั่นแล้วเอาไปตากได้เลย ตอนจะกินก็ค่อยเอามาใส่น้ำแล้วนำไปต้มก็ใช้ได้แล้ว”
“แล้วจะกำจัดกลิ่นปลาอย่างไรหรือ”
“ใส่ผลไม้สีเขียว(มะกอก) เพิ่มลงไปสักหน่อย ผลสีเขียวมีกลิ่นแรงอีกทั้งยังมีรสชาติเปรี้ยว ใส่เข้าไปแล้วจะสามารถช่วยดับกลิ่นคาวและกลิ่นสาบโคลนของปลาได้”
“ถึงปริมาณของเนื้อปลาจะไม่มากนักแต่ก็เหมาะที่จะให้ผู้เฒ่าในเผ่ากิน ถ้าหากเก็บตุนเนื้อปลาไว้ด้วย ผู้เฒ่าในเผ่าก็จะไม่ต้องตายแล้ว”
ก่อนที่หน้าหิมะจะมาถึงคนแก่ในเผ่าหรือเพศผู้ที่ไม่อาจล่าสัตว์ได้ก็เลือกที่จะออกจากเผ่าไปเองลำพังทั้งสิ้น
เป็อย่างนี้ไม่ดีอย่างยิ่งแบบนี้จะทำให้ความนิยมของชนเผ่าลดน้อยลง
เย่ว์กำลังช่วยอาซีขัดตะเกียบอาซีมักจะทำของที่พิสดารพิลึกพิลั่นออกมาอยู่เสมอ บางอย่างก็มีประโยชน์ บางอย่างก็ไม่มีประโยชน์ซึ่งนางเองก็เห็นเื่ประหลาดอยู่เรื่อยจนชิน เลยไม่ได้เห็นว่าแปลกประหลาดอะไร
“ในเผ่ามีเพศเมียสี่คนที่ให้กำเนิดลูกน้อยแล้วเดี๋ยวพอถึงหน้าฝนหน้าเผ่าจะมีทารกเพิ่มขึ้นอีกสี่คน ช่างเป็เื่ที่ดีเสียจริง”
อาซีเห็นเย่ว์แย้มยิ้มอย่างเบิกบานใจเธอเองก็ยิ้มตามไปด้วย
คล้ายกับว่าความสัมพันธ์ภายในชนเผ่านั้นแน่นแฟ้นจนไม่อาจตัดขาดทุกๆ เื่ของที่นี่ล้วนสามารถส่งผลต่อจิตใจของอาซีได้ทั้งสิ้น
“อาซี เ้าต้องรีบมีลูกน้อยได้แล้วนะมิเช่นนั้นพอถึงหน้าหิมะหน้าก็จะแย่แล้ว เด็กที่เกิดใน่หน้าหิมะไม่อาจจะเลี้ยงดูให้มีชีวิตรอดได้”เย่ว์กล่าว
เธออาศัยอยู่กับอาไน่มาสามเดือนแล้วตอนนี้ยังไม่มีแววแม้แต่น้อย กระนั้นเธอก็ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด
อาซีจะไปเก็บผลไม้สีแดงแถวรอบๆที่อาไน่ล่าสัตว์ ดังนั้นจึงออกไปพร้อมกันกับอาไน่
คนในเผ่ากินอาหารกันคนละสองมื้อแต่สำหรับอาซีแล้วไม่อาจทำเช่นนั้นได้ และเพื่อเลี่ยงไม่ให้คนนอกว่าเธอก็เลยกินข้าวเป็อาหารเช้า
อาซีขี่หลังอาไน่พร้อมกับกินข้าวที่เหนียวหนึบไปพลางๆคำแล้วคำเล่า โดยที่อาไน่เอามือข้างหนึ่งประคองอาซีไว้ส่วนมืออีกข้างถืออาวุธไว้ เดินรุดหน้าไปอย่างมั่นคง
“ข้างหน้ามีคน”อาซานกล่าว
ด้านหน้ามีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาน่าจะเป็คนที่มาแลกเปลี่ยนของ
กลุ่มหนึ่งที่ในเผ่าจัดสรรที่ให้เพิ่งจะออกไปก็มาใหม่อีกกลุ่มแล้วนี่ออกมาแลกเปลี่ยนของกัน่หน้าแล้งกันทั้งหมดเลยหรือ
“แต่ครั้งนี้ต่างออกไปดูของที่คนคนนั้นแบกไว้สิ”
“นี่คือช่างหิน”
ช่างหินเป็คนที่ถนัดใช้เครื่องหินมาทำเป็ข้าวของเครื่องใช้โดยเฉพาะเลยให้ผู้คนให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่ง
อาไน่วางอาซีลงแล้วบังอาซีเอาไว้ ไม่ให้นางโผล่หน้าออกมาให้เห็น
ช่างหินที่ออกเดินทางไปข้างนอกมีเพียงแค่จุดประสงค์เดียวเท่านั้นนั่นก็คือเสาะหาเพศเมีย
เพศเมียนั้นสำคัญยิ่งยวดถ้าหากในชนเผ่าหนึ่งมีเพศผู้มากเกินกว่าเพศเมีย เผ่านั้นก็จะส่งช่างหินออกมาทำเครื่องหินเพื่อแลกเปลี่ยนเพศเมีย
ชนเผ่าใดที่มีเพศเมียเยอะเกินกว่าเพศผู้ก็จะทำการแลกเปลี่ยนอยู่เสมอๆและครอบครัวใดที่เลี้ยงเพศเมียไม่ไหวก็จะทำการแลกเปลี่ยนเช่นกัน
ตรงนี้สามารถอธิบายคำถามข้อหนึ่งได้แล้วว่าเครื่องหินมีความสำคัญยิ่งกว่าเพศเมีย หรือกล่าวได้ว่าความอยู่รอดนั้นสำคัญกว่าเพศเมีย
ในยุคดึกดำบรรพ์นี้เพศเมียถูกจัดอันดับความสำคัญไว้แค่เพียงอันดับที่สองเท่านั้น!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/76f07e529f3c1a75eba98cbfe7f71f72