ด่านที่สามสิบห้าบนเส้นทางโบราณตั้งอยู่บนดาวโบราณอันเป็นนิรันดร์
วันหนึ่งท้องนภาก็พลันแปรเปลี่ยนดั่งอยู่ในความฝัน หมู่ดาราเรียงร้อยแสงเทพจำนวนนับไม่ถ้วนส่องสว่าง ทิ้งตัวลงบนขุนเขาศักดิ์สิทธิ์
รัศมีนับล้านลี้ถูกห่อหุ้มไว้ภายใต้ม่านแสงศักดิ์สิทธิ์รอบขุนเขา
กลับกลายเป็นว่ามีทองคำเซียนขนาดเท่าศีรษะมนุษย์อุบัติขึ้น!
ทองคำเซียนคือหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่จักรพรรดิโบราณใช้หลอมอาวุธจักรพรรดิ!
เป็นดั่งอัญมณีล้ำค่าเพียงแค่เศษเสี้ยวก็สามารถสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังได้
แม้แต่มหาเซียนยังต้องตาลุกวาวยากจะสงบจิตใจลงได้
ในชั่วขณะหนึ่งเหล่าอัจฉริยะจากภายนอกแคว้นและชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในดาวโบราณอันเป็นนิรันดร์ต่างก็เคลื่อนไหวตามข่าวลือมุ่งหน้าไปยังขุนเขาศักดิ์สิทธิ์
สงครามกำลังจะปะทุ
ในวันนั้นมู่ฮ่าวที่พำนักอยู่ในด่านที่สามสิบห้าก็ได้รับข่าวและรีบรุดหน้าไปเผชิญหน้ากับฝูงชนอัจฉริยะจากหมื่นเผ่าพันธุ์ แล้วลงมืออย่างแข็งกร้าว!
เขารู้ว่าในตระกูลยังมีอาวุธกึ่งจักรพรรดิหนึ่งเล่มครรภ์กระบี่ต้าหลัว ที่เลื่อนขั้นโดยการกลืนกินวัตถุดิบระดับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไป
หากสามารถช่วงชิงทองคำเซียนขนาดศีรษะมนุษย์นั่นมาได้
ตระกูลมู่ของพวกเขาอาจมีอาวุธจักรพรรดิเพิ่มขึ้นอีกชิ้น!
ต้องแย่งชิงอย่างสุดกำลัง!
สงครามปะทุขึ้น
มู่ฮ่าวได้แสดงอิทธิฤทธิ์ในสงครามครานั้น
ต่อสู้กับเหมียวโหร่วจากเผ่าทวยเทพศิษย์สำนักเหรินอวี้ จินเย่าแห่งเผ่าอีกาทองคำ และเทพอสูรบรรพกาลอีกสองตน!
โลหิตแห่งจอมราชันย์ที่ไหลเวียนในร่างเขาพลุ่งพล่านดั่งแม่น้ำที่ส่งเสียงกึกก้องเคล็ดวิชาจากกระดูกศักดิ์สิทธิ์ผสานรวมกับพลังอำนาจ กลายเป็นแสงสวรรค์ทลายโลกา
สายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมเก้าฟ้าสิบพิภพก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ ระเบิดโดยไม่เลือกเป้า สังหารทายาทระดับกึ่งเซียนไปนับไม่ถ้วน
สี่เคล็ดวิชาลับเก้าอักษรนั้นปรากฏออกมาไม่ขาดสายเพื่อรับมือกับศัตรูที่แข็งแกร่งเบื้องหน้า
สงครามในวันนั้นยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องถึงสามวันสามคืน
เป็นการปะทะกันของผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของจักรดารา
ท้องฟ้าโศกเศร้าแผ่นดินเจิ่งนองด้วยแอ่งเลือด แขนขาและกระดูกแตกหักชิ้นส่วนอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งประกายแสงเทพจางๆ เกลื่อนกลาดไปทั่วทุกหนแห่ง
แม้นมู่ฮ่าวจะทรงพลังแต่กายเนื้อก็ยังถูกทำลายจนแตกสลายไปนับครั้งไม่ถ้วน
เขาใช้เคล็ดวิชาคืนชีพหงส์สวรรค์ซ่อมแซมตนเองอย่างต่อเนื่องแล้วกลับเข้าสู่สมรภูมิอีกครั้ง มู่ฮ่าวคือเทพสงครามไร้พ่ายผู้ยืนหยัดอย่างสง่าทำให้ศิษย์ทั้งหลายล้วนหวาดผวา!
ศิษย์สำนักเหรินอวี้ถูกสังหารเทพอสูรบรรพกาลสองตนสูญสิ้น
จินเย่าจากเผ่าอีกาทองคำถูกเขาหักแขนเหมียวโหร่วแห่งเผ่าทวยเทพประมือจนพลังเทพเหือดแห้งและจำต้องหนีไปพร้อมบาดแผล
ในท้ายที่สุดมู่ฮ่าวคือผู้ยืนอยู่เหนือซากศพ ช่วงชิงทองคำเซียนมาได้สำเร็จสร้างชื่อเสียงกึกก้องไปทั่วเส้นทางจักรดาราโบราณ
……
ถึงแม้ว่าการเดินทางของมู่หลางและมู่เยว่เหยาจะไม่ได้ต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งระดับสูงแต่ก็ได้รับวาสนาอันยิ่งใหญ่เช่นกัน
มู่หลางหยุดอยู่ที่ด่านที่ยี่สิบเก้าเป็นเวลาหลายเดือนได้รับสืบทอดจีวร บาตร และน้ำทองคำจากสายสงฆ์โบราณที่เสื่อมถอย
กายาอรหันต์ทองคำของเขาหมุนเวียนด้วยแสงอมตะบรรลุถึงขอบเขต แสงแห่งพระธรรมปกคลุมโลกหล้า แม้แต่เซียนก็ยากที่จะทะลวงผ่าน
ในขณะเดียวกันยังได้มาซึ่งแปดท่วงทำนองและภาพมายามารจากสายนิกายสงฆ์โบราณผู้เสื่อมถอยพลังของเขาจึงกระเถิบเข้าไปใกล้ระดับเซียนมากขึ้น
มู่เยว่เหยาเดินทางต่อไปภายใต้กลุ่มหมอกพลังแห่งโชคชะตาอันมหาศาลและตราประทับผู้สืบทอดของตระกูลมู่นางได้พบกับดินแดนโบราณแห่งหนึ่ง!
ที่นั่นฝังร่างของจักรพรรดิเทพผู้หนึ่ง
แม้ว่าจะผ่านช่วงเวลามานานแสนนานแต่บนร่างนั้นก็ยังคงเปล่งแสงประหลาดระยิบระยับอยู่
บนกระดูกหน้าผากสีขาวซีดมีรอยประทับรูปจันทร์เพ็ญที่ปล่อยคลื่นพลังพิศวงออกมา
นั่นคือร่างของสายเลือดแห่งจันทราส่องซึ่งเป็นสายเลือดโบราณสายหนึ่งจากเผ่าทวยเทพ
มู่เยว่เหยาจึงยอมรับการสืบทอดของจักรพรรดิเทพผู้นั้นด้วยความยินดี
ชั่วขณะนั้นหญิงสาวก็ตระหนักถึงสายเลือดเทพที่ไหลเวียนในร่างของนางและหยั่งรู้ความหมายที่แท้จริงของพลัง
ในวันนั้นแสงจันทร์ศักดิ์สิทธิ์ทิ้งตัวลงมาจากเก้าชั้นฟ้า ห่อหุ้มรัศมีนับล้านลี้
มีเสียงท่วงทำนองโบราณบรรเลงท่ามกลางหมู่ดาราแสงเทพสีทองส่องสว่างทั่วแผ่นดินดั่งปาฏิหาริย์
กายเนื้อบรรลุถึงความสมบูรณ์ มู่เยว่เหยาก้าวสู่เซียนในวันนั้นวันเดียว!
……
สงครามต่อเนื่องอันเกิดจากขุมทรัพย์ต่างๆได้แพร่กระจายไปยังดาวโบราณอีกหลายสิบดวงอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ชนพื้นเมืองบนเส้นทางจักรดาราโบราณยังต้านทานการล่อลวงของขุมทรัพย์นั่นนี่ไม่ได้และต่างก็เข้าไปร่วมสมรภูมิรบด้วย
มีผู้คนนับไม่ถ้วนต้องหลั่งเลือดร่างกลายเป็นเถ้าธุลี หรือนอนหลับใหลไปตลอดกาล
ส่วนอัจฉริยะจากหมื่นเผ่าพันธุ์ที่ได้รับวาสนาอันยิ่งใหญ่เหล่านั้นไฟก็ยิ่งลุกโชน
เพิ่งจะมาถึงครึ่งทางของเส้นทางโบราณก็มีขุมทรัพย์มากมายอุบัติขึ้น
ลองคิดดู หากเดินทางไปจนสุดทางในด่านที่ห้าสิบจะมีขุมทรัพย์สวรรค์อันใดจุติลงมาอีก!
ดังนั้นศิษย์จำนวนนับไม่ถ้วนต่างลุกฮือมุ่งหน้าไปยังจุดสิ้นสุดของเส้นทางโบราณอย่างรวดเร็ว!
……
ห้าสิบด่านบนเส้นทางจักรดาราโบราณตั้งอยู่ในหมู่ดาราเก่าแก่อันกว้างใหญ่
ชื่อว่าดาวกู่หวง
ที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าดาวโบราณทั่วไปถึงสามสี่เท่า
ดาวกู่หวงนั้นมีที่มาที่ลึกลับ
รอบดาวมีสนามพลังลึกลับที่ไม่สามารถสลักลวดลายวิถีลงไปได้
นั่นหมายความว่าประตูมิติของที่นี่ไม่แน่นอนจึงยากที่ผู้แข็งแกร่งจากหมื่นเผ่าพันธุ์ในจักรวาลดาราจะหาเจอ
อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่าดาวโบราณเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้รุ่งโรจน์ถึงขีดสุด
เป็นดาวบรรพบุรุษที่ให้กำเนิดจักรพรรดิมนุษย์หลายคน
จักรพรรดิไท่หยินและจักรพรรดิไท่หยางต่างก็มาจากที่นี่
เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งมีชีวิตหนุ่มที่แข็งแกร่งคนแล้วคนเล่าเดินออกจากเมืองพิทักษ์แล้วก้าวเข้าสู่ผืนดินโบราณแห่งนี้
ผู้ที่มาถึงที่นี่ได้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดในหมู่ทายาทจักรพรรดิ
พลังฝีมือของแต่ละคนทะลุฟ้าทะลวงดินน่าสะพรึงกลัวหาใดเปรียบ
ที่มาของแต่ละคนล้วนยิ่งใหญ่จนน่าตกใจไม่ว่าจะเป็นทายาทแห่งสำนักเต๋าโบราณ หรือผู้นำของเผ่าพันธุ์ใหญ่
ขณะนี้ ภายในเมืองพิทักษ์ผู้คนล้วนเบียดเสียด คลื่นจิตสัมผัสปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าแต่ละคนต่างก็ตรวจสอบซึ่งกันและกัน
ไม่นานทายาทของตระกูลมู่ก็ทยอยเดินออกจากค่ายกลมิติ ซึ่งดึงดูดสายตานับไม่ถ้วนทันใด
"เด็กหนุ่มคนนั้นคือ… มู่เวิ่นเซียน!"
"มีข่าวลือว่าเขาไล่ล่าทรราชสวรรค์ข้ามสามดาวโบราณ"
"สังหารจนจิตใจแตกสลายและจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ!"
"…"
"มู่อู๋ซวงมาแล้ว!"
"ผู้สืบทอดแห่งจักรพรรดินีหานเหรินผู้ครองไหมารกลืนสวรรค์ผู้ช่วงชิงเศษซากศพจักรพรรดิในเส้นทางจักรดาราโบราณทั้งสาม!"
"…"
"มู่ฮ่าวก็มาแล้ว!"
"เขาถือทองคำเซียนมาด้วย!"
เมื่อเหล่าทายาทของตระกูลมู่ออกมาทีละคนทั้งสนามก็พลันเอ็ดอึงขึ้นมา!