
ตอนที่ 79 ภูตแมงมุมอสูรหน้าคน
"มีอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือตลาดประมูลของอาณาจักรอสูรวารี อาจจะมีไข่พวกนี้อยู่ด้วยแต่ก็อย่างว่านั่นแหละ มันก็ค่อนข้างแพงโคตรๆ .เฮ่อ..."
หญิงสาวพูดพร้อมกับถอนหายใจ
"พี่หญิงลองพูดอีกครั้งสิว่า..ท่านกล่าวอะไร.."
กริชเพชรกำลังใจลอย เมื่อได้ยินว่ามีไข่ในเขตแดนอสูรมหาสมุทร ชายหนุ่มไม่รู้จักเกาะแห่งนั้น แต่มีคำหนึ่งที่สะดุดใจเขา
"อะไรหรอ..ข้าบอกเจ้าว่ามีที่อีกแห่งที่สามารถจะหาไข่เทพได้ ก็คือตลาดประมูลของอาณาจักรอสูรวารี แต่มันแพงหน่อยแค่นั้นเอง..."
เสียงของหญิงสาวกล่าวขึ้นขณะที่ลุกนั่งเมื่อชายหนุ่มจับแขนเธอเขย่า
"ไม่ใช่พี่หญิงเจ้าเฟิงก่อนหน้านั้นสิ..."
หญิงสาวขมวดคิ้วสงสัยว่าเธอพูดอะไร
"อ๋อ..ข้านึกออกแล้ว ข้าบอกว่าไม่มีใครรู้จักไข่ดำพวกนั้นว่ามันอยู่ที่ไหน..."
หญิงสาวทบทวนคำพูดของตนเอง
"ข้ารู้จัก..ข้าเคยเห็นมันถ้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหนเมื่อครั้งข้าหลบเข้าไปในเขตแดนมหาสมุทรผ่านภูเขาไฟใต้ทะเล เคยเห็นที่หนึ่งคลับคล้ายคลับคลาว่าผ่านตา ที่แห่งนี้มันอยู่ในความฝันของข้า ถ้าจำไม่ผิดมันมีไข่ดำอยู่ที่นั่นด้วย.."
ชายหนุ่มบอกหญิงสาวแต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าเขาเห็นในวิญญาณ ขณะล่องลอยอยู่ในดินแดนโลกอสูรก่อนที่จะมาเกิดในไข่ที่น้ำตกศักดิ์สิทธิ์
ขณะล่องลอยจะเข้าสู่เขตแดนอสูรวารีน้ำจืดเขาได้ผ่านเกาะเล็กๆ ที่จำได้ติดตาว่ามันมีกล่องสมบัติมากมาย และที่สำคัญมันมีไข่ดำวางเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด
"จริงๆ เหรอองค์ชายสิบสี่..ทำไม? ท่านจึงมีวาสนาเช่นนี้ของที่ท่านได้มา ได้มาจากความฝันทั้งนั้นรึ นับว่าท่านเป็นอสูรที่มีพลังจิตระดับต้นแล้ว
คนที่มีพรสวรรค์อย่างพวกท่านมีน้อยยิ่งกว่าน้อยในอาณาจักรอสูรวารี ถ้าท่านแม่ของท่านรู้ ท่านคงดีใจแน่ๆ อสูรที่มีพลังจิตไม่ได้หากันได้ง่ายๆ นะ ทุกอย่างที่พวกเขาเห็นในความฝันหรือนิมิตที่พิสูจน์ว่าเป็นความจริง พวกเขาก็คืออสูรพลังจิต"
หญิงสาวกล่าวด้วยความดีใจโผเข้ากอดชายหนุ่มถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาว่า นางก็ไม่แปลกใจเลย ว่าองค์ชายจะเห็นสิ่งต่างๆ ในนิมิตแล้วสรรหาพวกมันมา พัฒนากายอสูรของตัวเองจนสามารถ จะไต่ขึ้นสู่ระดับกายจอมราชันย์ได้ไม่ยากในอนาคต
กริชเพชรยิ้มแหยๆ เขาไม่ได้มีพลังจิตเห็นนิมิตอย่างที่นางเข้าใจ เพียงแต่เขาพูดมั่วๆ ไปสิ่งที่เขาเห็น มันเป็นตอนที่ชายหนุ่มยังอยู่ในสภาพจิตวิญญาณ ที่ล่องลอยในโลกอสูรเท่านั้น แต่ก็ช่างเถอะปล่อยมันไปก่อนวันหลังค่อยอธิบายให้นางเข้าใจ
"องค์ชายสิบเราไปที่เกาะแห่งนั้นกันเถอะพวกเรา สามารถมีวิธีประสานวิญญาณภูตอสูรหนิงหนิงได้แล้ว..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงลุกขึ้นดึงชายหนุ่ม กริชเพชรพยักหน้าพานางออกมาจากกล่องนิลกาฬ
"พวกเราต้องไปที่น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น มีทางทะลุไปถึงเขตแดนอสูรมหาสมุทรโดยไม่ต้องผ่านม่านบาเรีย...."
กริชเพชรพูดพร้อมกับ เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตร่ายคาถาเป็นหนอนชีเมโจได๋
วูบๆ ๆ!!!
"เฮ่ย!! .."
องค์หญิงเจ้าเฟิงมองแล้วส่ายหน้าก่อนที่จะบอกเขา ให้กลายร่างคืนแล้วมาขี่คอนางไปแต่ก็เห็นชายหนุ่ม เปลี่ยนร่างกายเป็นผีเสื้อทันที แสดงว่าเขาต้องการเพิ่มความเร็วในการเดินทาง เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตอันมหาศาล กลายร่างเป็นผีเสื้อฉับพลันชายหนุ่มก็หายวับไปกับตา
"องค์ชายสิบสี่ ท่านสิ้นเปลืองพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ร่ายคาถาขั้นที่สามกลายเป็นผีเสื้อจำแลงเลยหรอ.."
เสียงของนางกล่าวกับเขา เพราะร่างหนอนชีเมโจได๋ระดับสามคือเป็นผีเสื้อโปร่งใส ไว้จำแลงกายหลบหลีกศัตรู แต่ความเร็วในการเดินทางก็ยังคงช้าเท่าผีเสื้อระดับสองเหมือนเดิม
"คาถาหนอนบทนี้ไม่ใช่มีแค่สามขั้นนะพี่หญิง..มันมีขั้นที่สี่ด้วย..ข้าได้ค้นพบในขณะเข้าสู่ภวังค์ พัฒนาบอลดวงจิตแก่นแท้ระดับคนอสูรขั้นที่ห้า โดยใช้กระแสไฟฟ้าเปิดขั้นที่สี่ออก มันจะกลายเป็นกระสวยผ่านมิติ คล้ายๆ กับพวกเทพอสูรใช้คาถาเปิดม่านมิตินั่นแหละ แต่คาถาหนอนชิเมโจได๋นี้มันสามารถเปิดม่านมิติ ส่งไปที่อื่นได้เมื่อเราร่ายคาถาขั้นที่สี่.."
ชายหนุ่มอธิบายให้องค์หญิงเจ้าเฟิงเข้าใจหญิงสาวกระโดดตัวลอย มันคือคาถาเปิดม่านมิติย้ายร่างนี่เอง ซึ่งมันหายสาบสูญไปในโลกอสูรแห่งนี้นับหลายพันปีแล้ว คาถาบทนี้มันดีตรงที่คนครึ่งอสูรก็สามารถใช้ได้ ไม่เหมือนคาถาเปิดม่านมิติเหมือนพวกเทพอสูรใช้กัน เรียกว่าคาถากระสวยมิติ
ชายหนุ่มยกยิ้มนึกถึงเกมส์ที่เขาเล่นประจำไอ้พวกคาถาเหล่านี้ มันก็คือคาถาเปิดวาร์ปไปในแผนที่ต่างๆ ที่เคยไปนั่นเอง นึกดีใจที่วันนั้นเขาซื้อคาถาห่วยๆ นี้ มาไม่รู้เลยว่าจะมีประโยชน์เพียงนี้ ไม่ต้องมีกายระดับเทพอสูรก็สามารถใช้วาร์ปได้ นับว่าเป็นคาถาขั้นเทพชิ้นหนึ่ง ที่เขาได้มาโดยบังเอิญ
"องค์ชายสิบสี่ต้องเป็นพวกอสูรพลังจิตแน่นอน องค์ชายสิ่งที่ท่านต้องทำง่ายๆ คือนึกถึงที่ท่านเคยเห็น หรือเห็นในนิมิตร่างของท่านก็จะย้ายไปที่แห่งนั้นทันที..."
หญิงสาวอธิบายถึงวิธีใช้คาถา เปิดม่านมิติย้ายร่างของเขา
"ก่อนอื่นองค์ชายสิบสี่ ต้องเอาตัวของพี่หญิงไปไว้ในห้องสีชมพูก่อน ไม่อย่างนั้นพี่หญิงก็ไปกับท่านไม่ได้.."
เสียงของหญิงสาวพูดขึ้น
กริชเพชรก็กลายร่างเป็นคนอย่างเก่า กลับมาเก็บนางเข้ากล่องดำ พร้อมกับร่ายคาถาหนอนชิเมโจได๋ขั้นที่สี่ ย้ายตัวเองไปยืนอยู่สถานที่ ที่เขาเคยเห็นมันอยู่ใกล้ๆ กับอุโมงค์ดินที่มีทางตัน ตอนที่ต่อสู้กับอสูรคราเคน
ที่นี่มันคลับคล้ายคลับคลานึกไม่ออกพอได้ยินเรื่องไข่ดำ จึงเกิดความคิดจำได้ว่าห่างจากจุดนั้นไปไม่กี่อึดใจ ก็จะมีเกาะร้างเล็กๆ ที่เขาเคยผ่านมา ด้วยจิตวิญญาณก่อนเกิดเป็นไข่อสูร เกาะแห่งนี้ไม่สะดุดตาใครเลย มันเป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมากๆ
รัศมีไม่น่าจะเกินสองกิโลเมตรจึงไม่แปลกใจเลยว่า ไม่มีใครสนใจมันมาเป็นหลายพันปี กริชเพชรปรากฏตัวอยู่ในน้ำ ข้างอุโมงค์ดินที่ตนเองกับหนิงหนิงเคยเข้าไป
เขาว่ายน้ำตรงไปในทิศทางที่จดจำได้ สุดท้ายเขาก็พบเงื่อนงำไปหาเกาะแห่งนั้นไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็โผล่หัวขึ้นจากน้ำทะเล มันเป็นเกาะร้างแห่งนี้นี่เอง
ที่เขาเคยเห็นขณะเป็นวิญญาณมันมีโขดหินเกะกะเต็มไปหมด แถมด้านในยังมีหมอกสีดำปกคลุมจางๆ คล้ายกับสีน้ำทะเล
ปกคลุมปิดบังเกาะร้างแห่งนี้ไว้ ด้วยความที่มีขนาดเล็กและมีเมฆหมอกแบบนี้นี่เอง จึงหลบซ่อน จากสายตาเหล่าอสูรในดินแดนมหาสมุทรมาได้จนถึงทุกวันนี้ ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปบนเกาะ เรียกองค์หญิงเจ้าเฟิงออกมาจากกล่องนิลกาฬ
"โอ้โห.!! ที่นี่เองหรือ..คือเกาะร้างไข่ดำ.."
องค์หญิงเจ้าเฟิงมองดู พร้อมกับอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น ชายหนุ่มหันไปมองหน้าหญิงสาวพยักหน้ารับ
"นี่แหละข้าจำได้ข้าเคยเห็นมันในความฝัน..."
ชายหนุ่มแกล้งบอกนางเนียนๆ ไปแบบนั้น ไม่อยากเปิดเผยความจริง ว่าเขาเป็นวิญญาณมาจากระบบสุริยจักรวาลที่ห่างไกล
"พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงพูดพร้อมกับ เร่งเร้าบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางขึ้นปกคลุมร่างตัวเอง กริชเพชรเมื่อเห็นนางทำเช่นนั้น เขาก็เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ สร้างเป็นเกราะแล้วเดินเข้าไปในหมอกสีดำทันที
ดวงตาของชายหนุ่มเจิดจ้ามองเห็นม่านหมอกเป็นช่องทางเข้าไปในกลางเกาะ เขาค่อยๆ เคลื่อนกายเข้าไปแบบช้าๆ อย่างระมัดระวัง เพราะเกาะแห่งนี้มีสมบัติที่ล้ำค่าดำรงอยู่มากมาย
องค์หญิงเจ้าเฟิงเชื่อว่าต้องมีคนหลงมาพบเห็นบ้าง แต่ยังไม่สามารถนำสมบัติออกไปได้แสดงว่า มันจะต้องมีผู้ปกป้องคุ้มครองรักษาแฝงตัวอยู่ด้านใน นั่นก็หมายความว่าอันตรายล้นเหลือ ต้องมีอย่างแน่นอนที่อยู่ด้านใน
สุดท้ายกริชเพชรก็พบปากถ้ำแห่งหนึ่งที่มีละอองหมอกสีดำ ปกคลุมหนาแน่นจนแทบจะไม่เห็นทางเดิน
"ทางนี้แหละข้าจำได้อีกไม่นานก็จะพบไข่ดำแล้ว..."
กริชเพชรหันไปบอกหญิงสาวความมืด ทำให้นางพลิกข้อมือปรากฏมุกสีขาวขึ้นมาส่องประกายวาววับ ส่องสว่างจ้าไปทั่วทุกหนแห่ง เหมือนกับเปิดสปอตไลต์ระดับสองร้อยโวลท์ก็ไม่ปาน
"เราต้องใช้มุกราตรีนี้ไล่ความมืดออกไม่เช่นนั้น เราจะไม่สามารถป้องกันอันตรายจากการลอบจู่โจม..ของผู้พิทักษ์แห่งนี้ได้..."
หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มเบาๆ ก่อนจะเร่งเร้าพลังกายอสูรของนาง เปิดม่านมิติเรียกวิญญาณอาวุธ มันเป็นสิงโตแยกเขี้ยวคำรามอย่างทรงอำนาจ
"วิญญาณอสูรสิงโตของข้าปกป้องพวกเราทั้งสอง.."
เสียงของนางกล่าวจบสิงโตตัวมหึมา ก็ค่อยๆ เคลื่อนกายออกไปข้างหน้า นำทางพวกเขาทั้งสองไปอย่างเงียบกริบ
กริชเพชรพยักหน้านึกชมในความรอบคอบของหญิงสาว
'นี่สิถึงจะเรียกว่านักรบที่ระแวดระวังภัยขณะเข้าสู่อันตราย'
กริชเพชรก็อยากจะเปิดม่านมิติเรียกมังกรโลกันตร์ออกมาเหมือนกัน แต่ว่าจนปัญญาเพราะมันใหญ่เกินไป ขืนเรียกออกมาเกาะนี้ทั้งเกาะคงจะต้องแหลกสลายไป เพราะนอเขาสองแง่งระดับพันฟุตของมัน
แสงสว่างของมุกราตรีขององค์หญิงเจ้าเฟิงส่องเข้าไปเรื่อยๆ ขับไล่หมอกที่มืดมิดก่อให้เกิดเป็นสีขาวจางๆ สุดท้ายทุกคนก็มายืนอยู่กลางห้องโถง
โฮ่กกกกก..!!
ควับ!!
เสียงคำรามของสิงโตยักษ์ขนาดหนึ่งร้อยฟุตดังสนั่นเหมือนพบเห็นศัตรู มันถอยหลังกรูดมายืนปกป้องเจ้านายทันที แยกเขี้ยวย่อตัวลงหมอบ เหมือนพร้อมจะทะยานออกไปจัดการกับพลัง ที่จู่ๆ ก็กดดันกริชเพชรและองค์หญิงเจ้าเฟิง อย่างปัจจุบันทันด่วน
"ภูตแมงมุมอสูรหน้าคน.."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงสั่นสะท้านเมื่อเห็นดวงตานับหมื่นๆ ดวงปรากฏขึ้นบนเพดานถ้ำ
.........................................................................................................................................................................................