ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 91 ยื่นมือเข้าแทรกแซง
เมื่อเห็นคาลอสหลบฉากออกด้านข้าง กลุ่มคนประมาณหกถึงเจ็ดคนก็ยกอาวุธพุ่งเข้าหาชายร่างอ้วนทันทีโดยไม่มีความลังเลใจเหลืออยู่อีก
เป๊ง เป๊ง!
ชายร่างอ้วนรับการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังรอดมาได้ คนหมู่มากไม่สามารถจัดการชายร่างอ้วนได้ในเวลาสั้นๆ
เหมือนชายร่างอ้วนจะมีทักษะวิชาที่แปลกประหลาด เมื่อเกิดการปะทะกัน ร่างกายของเขาจะพุ่งถอยหลังออกจากการปะทะทันที คล้ายหยิบยืมแรงของอีกฝ่ายเพื่อหลบหนีไปด้านหลัง แต่เหมือนจะมีหลักการซับซ้อนกว่านั้น เพราะแรงที่ส่งชายร่างอ้วนให้ถอยกลับมันดูเหมือนจะมากกว่าแรงที่มาจากการปะทะกับศัตรูเสียอีก
ด้วยวิชาแปลกๆ นี้จึงทำให้ชายร่างอ้วนหลีกเลี่ยงการโจมตีของกลุ่มคนทั้งเจ็ดได้อย่างฉิวเฉียด อีกฝ่ายไม่สามารถโจมตีอย่างต่อเนื่องเพื่อปลิดชีพของชายอ้วนได้
ภาพที่เห็นจึงเป็นชายตัวอ้วนกลมสามารถหลบหลีกและป้องกันการโจมตีได้ด้วยความพลิ้วไหวอย่างยิ่ง
แต่น่าเสียดายที่พลิ้วไหวแค่ไหนก็ไม่สามารถหลบหนีออกจากการกลุ้มรุมโจมตีของคนทั้งเจ็ดได้ ศัตรูของชายร่างอ้วนมีมากจนเกินไป
“พี่ชาย ได้โปรดเถอะ กองกำลังของข้ามีข้อมูลมากมาย ข้าสามารถมอบข้อมูลที่ข้ารู้ให้เจ้าได้หมด ไม่ว่าเจ้าอยากจะรู้เรื่องใด ความลับภายในตระกูลใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แหล่งกบดานของโจรร้ายแห่งยุค หรือจะตามหาคน ข้าก็ช่วยได้ทั้งนั้น” ชายร่างอ้วนพูดขึ้นอย่างกระวนกระวาย สองมือก็ปัดป้องการโจมตี ปากก็พูดร้องขอความช่วยเหลือ เขายอมแลกทุกสิ่งที่เขามีเพื่อให้อีกฝ่ายยอมยื่นมือเข้ามาแทรกแซงการต่อสู้
แต่สิ่งมีค่าทุกอย่าง หรือข้อมูลสำคัญในมิติลึกลับแห่งนี้ ชายหนุ่มคนนั้นดูเหมือนจะไม่สนใจเลย ชายร่างอ้วนที่ไม่มีอะไรเหลือแล้วจึงหยิบยกข้อมูลลับจากสมาพันธ์ข่าวกรองของตนออกมา
คาลอสที่แต่เดิมไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับปัญหาของผู้อื่นพลันหูผึ่งขึ้นทันทีที่ได้ยินว่ามันมีข้อมูลลับหลายอย่าง และอาจช่วยเขาตามหาผู้คนได้
ไม่แน่ว่าบางทีการเดินทางไกลครั้งนี้ของเขาอาจจะคุ้มค่าก็ได้หากได้รับการช่วยเหลือจากชายร่างอ้วนผู้นี้
“เจ้าสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักที่ปลีกวิเวกได้หรือไม่ รวมถึงช่วยข้าตามหาคนที่อยู่ภายในนั้น?” คาลอสเปิดปากพูด ตอบสนองต่อข้อเสนอของชายร่างอ้วนเป็นครั้งแรก
“สำนักที่ปลีกวิเวก?” ชายร่างอ้วนหยุดคิดเมื่อได้ยินคำถามของชายหนุ่มชุดแดงลายเมฆ แต่ร่างกายก็ยังขยับเพื่อปกป้องชีวิตตนเอง
สำนักที่ปลีกวิเวกนั้นหลีกหนีออกจากสังคม ศิษย์ในสำนักมักไม่ค่อยออกมาจากสำนัก รวมถึงตัวสำนักเองที่ไม่ค่อยต้อนรับคนนอกสักเท่าไหร่นัก เป็นการยากที่จะได้รับข้อมูลของอีกฝ่าย
ชายร่างอ้วนไม่รีบร้อนตอบออกไป ใช้เวลาครู่หนึ่งรับการโจมตีก่อนจะตอบกลับไป
“สำนักที่ปลีกวิเวกค่อนข้างลึกลับ แต่แน่นอนว่ากองกำลังของข้าก็มีข้อมูลอยู่บ้าง ต้องดูก่อนว่าคนที่เจ้าต้องการตามหาเป็นใคร แต่ข้าสามารถให้คำสัญญาว่าหลังจากนี้จะช่วยเหลือเจ้าตามหาอย่างเต็มที่!” ชายร่างอ้วนตอบกลับไปตามความจริง แม้จะมีข้อมูลไม่มาก แต่หากอีกฝ่ายช่วยชีวิตเขาไว้ เขาย่อมต้องตอบแทน
"เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว อย่าลืมสิ่งที่เจ้าสัญญาเอาไว้เล่า" ร่างในชุดคลุมสีแดงปลดขวานสีแดงเพลิงราวกับอัญมณีออกมาจากด้านหลัง กระชับมันไว้ให้เข้ามือ สายตาจับจ้องมองไปที่กลุ่มคนทั้งเจ็ดซึ่งกำลังไล่ต้อนชายร่างอ้วนอยู่
ชายร่างอ้วนปัดป้องหลบหลีกการโจมตีที่เข้ามาเป็นพัลวัน เห็นได้ชัดว่าเขาอ่อนแรงลงเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้วว่าชายร่างอ้วนจะล้มลงเมื่อไหร่
“เจ้าอย่าคิดเข้ามายุ่ง! ไม่เช่นนั้นสำนักรุ่งอรุณของเราจะนับเจ้าเป็นศัตรูด้วย! และจะตามไปบดขยี้คนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าทุกคน” คนในกลุ่มที่กำลังไล่ต้อนชายอ้วนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นท่าทีของคาลอส มันหวาดระแวงว่าชายหนุ่มจะลงมือ แล้วจะทำให้แผนการของพวกมันล้มเหลว
พวกมันไม่ได้คิดว่าชายหนุ่มจะเก่งกาจอะไรขนาดนั้น แต่การที่มีตัวแปรอื่นเข้ามาแทรกแซง การสังหารชายร่างอ้วนอาจมีปัญหา ท้ายที่สุดเป้าหมายอาจหลบหนีได้สำเร็จ
“เป็นศัตรูแล้วอย่างไร ในเมื่อพวกเจ้าจะไม่ได้ออกจากที่แห่งนี้ และหลังจากข้าออกไป ความเป็นศัตรูระหว่างสำนักของเจ้ากับข้าก็จะจบสิ้น” คาลอสมองกลุ่มคนทั้งเจ็ดด้วยสายตานิ่งสงบ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ราบเรียบไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์ของชายหนุ่ม
แน่นอนว่าเป้าหมายของชายหนุ่มยังคงเป็นการตามหาหญิงสาวนิรนามที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษ ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่เสี่ยงเดินทางมายังที่แห่งนี้ และชายร่างอ้วนก็เหมือนจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายนี้มากขึ้น
จากชื่อสมาพันธ์ที่เจ้าอ้วนอยู่ และการโอ้อวดว่ารอบรู้ข้อมูลอันหลากหลาย ทำให้คาลอสตัดสินใจเดิมพันกับเจ้าอ้วนผู้นี้ และเขาก็เริ่มรู้สึกเชื่อถืออีกฝ่ายมากขึ้นตั้งแต่เห็นว่าชายร่างอ้วนคิดไตร่ตรองก่อนจะตอบรับคำถามของเขา นั่นหมายความว่าชายอ้วนไม่ได้สักแต่จะพูดอะไรออกมาก็ได้เพื่อให้ตนรอด แต่มันพูดความจริง ทั้งยังใช้เวลาครุ่นคิดว่าความต้องการของคาลอสเป็นสิ่งที่มันตอบสนองได้หรือไม่
หากคนมันไม่คิดจะช่วยเหลือคาลอสจริงๆ จำเป็นต้องคิดให้มากความด้วยหรือ? เพียงแค่ตะโกนบอกว่าจะให้ข้อมูลและช่วยตามหาคนก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพิจารณาความสามารถของตนเองก่อนตอบคำถามเลย
ชายหนุ่มชุดแดงมองตรงไปเบื้องหน้า แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่กลุ่มคนจากสำนักรุ่งอรุณจำเป็นต้องถูกจัดการเพื่อเป้าหมายของเขา
หลังจากยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ร่างของชายหนุ่มชุดแดงก็เคลื่อนไหว ควงขวานสีเพลิงพุ่งไปเบื้องหน้าตรงๆ คาลอสตั้งใจจะจัดการคนกลุ่มนี้โดยเร็วที่สุด คำพูดที่ว่าจะบดขยี้คนรอบตัวเขานั้นมันฟังไม่ค่อยถูกหูสักเท่าไหร่ ทั้งยังไม่อาจปล่อยให้คนกลุ่มนี้ออกไปบอกพรรคพวกของมันที่ด้านนอกด้วย ไม่เช่นนั้นเห็นทีคาลอสจะตกที่นั่งลำบาก
กลุ่มคนจากสำนักรุ่งอรุณบางส่วนหันอาวุธเข้าหาคาลอสทันที ป้องกันไม่ให้คาลอสเข้าไปขัดขวางการฆ่าชายร่างอ้วน
ฝับ!
เพียงแค่การโจมตีเดียว แขนของกลุ่มคนจากสำนักรุ่งอรุณก็ถูกตัดทิ้งไปถึงสามคน การโจมตีรวดเร็วจนอเวกระดับหกอย่างพวกมันหลบหลีกไม่ทัน ทำได้แค่ทิ้งท่อนแขนให้ตกลงไปบนพื้น
รอยแผลไหม้เกรียมเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง มันเกิดจากพลังธาตุไฟของขวานเพลิงสุริยัน เผารอยแผลให้ไหม้เกรียมจนไม่อาจรักษา ต่อให้ต้องการจะต่อแขนกลับไปอีกครั้งด้วยพลังวิเศษหรือวิทยาการขั้นสูง ก็คงยากอย่างยิ่ง ถึงทำได้ก็อาจจะไม่สามารถใช้งานแขนข้างนั้นได้เหมือนเดิมในเวลาอันสั้น
คนทั้งสามที่ถูกโจมตีกรีดร้องด้วยความตกใจระคนเจ็บปวด พวกมันไม่คิดฝันว่าตนต้องมาเจอกับบุคคลที่มีฝีมือน่ากลัวเช่นนี้
คนที่เหลือซึ่งกำลังมุ่งความสนใจไปที่ชายร่างอ้วน หันกลับมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที ดูเหมือนว่าชายหนุ่มที่หลีกเลี่ยงปัญหามาตลอดดูจะมีปัญหามากกว่าที่คิด อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นอเวกระดับเจ็ด
ปึด!
สบโอกาสที่ชายร่างอ้วนรอคอยมานาน ดาบสั้นของมันตวัดวูบ ฟันเข้าใส่ลำคอของอเวกระดับหกที่เสียสมาธิจากการต่อสู้ เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอราวกับเขื่อนแตก
“อ่อกๆ...” ชายคนที่ถูกเฉือนลำคอเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง เพียงแต่มันไม่สามารถพูดออกมาได้แม้แต่ครึ่งคำ ในที่สุดก็สิ้นใจ ทรุดร่างลงกับพื้น
กลุ่มคนจากสำนักรุ่งอรุณเริ่มตื่นตัวอย่างหนัก พวกมันรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนไปเมื่อชายหนุ่มชุดแดงเข้ามาร่วมวงด้วย ตอนนี้ทุกคนเริ่มขยับตัวเข้าหากัน ระแวงกับการโจมตีที่อาจจะเข้ามาได้ทุกเมื่อ
ในที่สุดอเวกระดับเจ็ดที่มีทั้งหมดสองคนคนในกลุ่มก็มองหน้ากันและตัดสินใจ พวกเขาต้องจัดการชายชุดแดงร่วมกันเพื่อกำจัดตัวปัญหา ตอนนี้ชายร่างอ้วนเหนื่อยมามากแล้ว หากสู้ยืดเยื้อให้นานออกไป อย่างไรมันก็ต้องพ่ายแพ้ในที่สุด แต่หากชายชุดแดงยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็ไม่มีทางทำร้ายคนทั้งคู่ได้อีก
อเวกระดับเจ็ดทั้งสองคนพุ่งเข้าหาคาลอสโดยพร้อมเพรียงกัน เปิดการโจมตีเข้าใส่จากทั้งทางซ้ายและทางขวา
คาลอสมองทั้งคู่ด้วยความเบื่อหน่าย การโจมตีเช่นนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้าทายแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเลือกปล่อยรัศมีความร้อนเข้าใส่ชายที่พุ่งเข้ามาจากด้านซ้าย ก่อนจะเหวี่ยงคมขวานเข้ารับการโจมตีจากทางขวา
ครืด!
อาวุธในมือของชายคนที่พุ่งเข้ามาจากทางขวาถูกตัดทำลายทันที ความร้อนที่แผ่ออกจากคมขวานทำให้มือของมันกลายเป็นแผลพุพอง
คาลอสก้าวติดตามอีกฝ่ายทันที กลายเป็นเงาสีดำที่เหมือนจะเคลื่อนที่ไปได้ทุกทิศทางต่อหน้าศัตรู
ศัตรูสับสนเล็กน้อย มันพยายามหาทิศทางสำหรับการหลบหลีกที่ดีที่สุด แต่แน่นอนว่ามันก็ยังไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง คมขวานพุ่งเข้ามาจากทิศทางตรงกันข้ามกับทางที่มันต้องการจะหลบ ฟันตัดลำตัวขาดออกเป็นสองท่อนทันที
ชายผู้นั้นดวงตาเบิกโพลงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างส่วนบนที่ค่อยๆ ร่วงลง โค้งตัวลงจนเห็นบาดแผลไหม้เกรียมของร่างกายท่อนล่าง นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ชายผู้นั้นได้เห็นก่อนจะค่อยๆ หมดสติไป
อเวกระดับเจ็ดอีกคนที่เลือกโจมตีฝั่งซ้ายเพิ่งหลบรัศมีความร้อนมาได้อย่างหวุดหวิด พลันได้เห็นฉากอันน่าสยดสยองของเพื่อนร่วมสำนักในอึดใจต่อมา
ตอนแรกมันก็ตกใจมากแล้วกับความสามารถในการโจมตีระยะไกลที่รุนแรงของอีกฝ่าย แต่เมื่อเห็นว่าชายชุดแดงสามารถสังหารอเวกระดับเดียวกับตนได้ไวแค่ไหน ขนทั่วร่างของมันก็ลุกชัน เหงื่อเย็นๆ เริ่มไหลทะลักออกมาจากผิวหนัง
“อ๊าก” ฉากการตายของพรรคพวกทำให้สี่คนที่ปิดล้อมชายร่างอ้วนถึงกับตกใจสุดขีด เสียสมาธิกับการต่อสู้ตรงหน้า เป็นสาเหตุให้คนตายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งศพ
จากกลุ่มพวกมันทั้งเจ็ด บัดนี้เหลือเพียงสี่คน กลุ่มสำนักรุ่งอรุณเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด จากฝ่ายล่ากลายเป็นผู้ถูกล่าเสียเอง ความคิดที่อยากจะหลบหนีผุดขึ้นมาในใจ
แต่มีหรือที่คาลอสจะไม่รู้ คนเราเมื่อรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้มันก็ย่อมคิดหาวิธีเอาตัวรอดกันทั้งนั้น
ชายหนุ่มในชุดแดงสะบัดขวานสีเพลิงอีกครั้ง มันส่องแสงสีแดงส่งคลื่นพลังความร้อนไปยังกลุ่มคนทั้งสามที่ยืนกดดันชายร่างอ้วนอยู่ด้วยขาอันสั่นเทา
“อ๊ากกกกก อ๊ากก” คลื่นสีแดงรวดเร็วมากจนพวกมันทั้งสามหลบไม่ทัน เฉือนต้นขาของพวกมันจนแทบจะประคองตนเองเอาไว้ไม่อยู่
คลื่นพลังเมื่อครู่ไม่ได้จงใจใช้เพื่อสังหาร แต่เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนเหล่านั้นหลบหนี สะสมพลังเพียงเล็กน้อยแล้วปล่อยออกไปในชั่วพริบตา ถึงผลจะไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้ทั้งสามคนไม่สามารถหลบหนีได้โดยสะดวก
ชายร่างอ้วนที่รู้งานก็พุ่งเข้าหาทั้งสามคนราวกับแมวตะครุบหนู มันเป็นถึงอเวกระดับเจ็ด ไม่มีปัญหาในการจัดการคนทั้งสามอยู่แล้ว กลัวแค่ว่ามันจะมีหนูบางตัวเล็ดลอดหนีไปได้นี่น่ะสิ
แต่ปัญหานั้นหมดไปเมื่อเหล่าหนูไม่อาจเคลื่อนไหวได้โดยสะดวก ต่อให้วิ่งหนีไป สุดท้ายก็ถูกแมวอ้วนจับตัวได้อยู่ดี
ฉึก!
เพียงพริบตาอีกหนึ่งศพก็ล้มลงนอนที่แทบเท้าชายร่างอ้วน
อเวกระดับเจ็ดที่เหลือเพียงคนเดียวในกลุ่มศัตรูหันหลังทันทีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด มันรู้ตัวแล้วว่าหากอยู่ต่อไปคงกลายเป็นศพอีกคน จึงเลือกที่จะทิ้งเพื่อนร่วมสำนักอีกสองคนให้ตายอยู่ที่นี่