มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 108.เงาที่ตามหลัง

    หลังจากเดินทางต่อมาตลอดทั้งวัน

    เส้นทางเบื้องหน้าเริ่มกลับมามีลักษณะคล้ายถนนมากขึ้น

    แม้จะยังไม่ใช่เส้นทางหลักอย่างสมบูรณ์

    แต่พื้นดินไม่ได้ขรุขระเหมือนพื้นที่ลึกด้านในอีกแล้ว

    อาเรนมองแผนที่ในมืออยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนเงยหน้ามองทิศทางด้านหน้า

    “ถ้าเราไปตามเส้นนี้ต่อ”

    เขาพูดขึ้น

    “อีกไม่นานน่าจะกลับเข้าสู่เส้นทางหลัก”

    ไคพยักหน้าเล็กน้อย

    รันมองพื้นที่โดยรอบ

    “แล้วจากตรงนั้น?”

    “ตรงไปทางเมือง”

    อาเรนตอบ

    คำตอบนั้นทำให้นัทถอนหายใจเบา ๆ

    ในที่สุด

    พวกเขาก็เริ่มกลับออกจากพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหมอกหนา

    ตลอดหลายวันที่ผ่านมา

    ไม่มีใครอยากย้อนกลับเข้าไปอีก

    โดยเฉพาะหลังจากสิ่งที่พวกเขาเห็น

    ทั้งผีดิบ

    กองทัพอันเดด

    และพื้นที่ที่ไม่มีอยู่ในข้อมูลของกิลด์

    แต่ถึงจะกลับออกมาได้

    อาเรนก็ไม่ได้ผ่อนคลาย

    เขายังคงมองแผนที่

    สลับกับตรวจสอบทิศทางอยู่เป็นระยะ

    เพราะตอนนี้

    สิ่งที่สำคัญที่สุด

    ไม่ใช่การสำรวจอีกต่อไป

    แต่คือ

    นำสินค้าไปถึงเมืองให้ได้

    มาร์โกควบอัมบร้าอยู่ทางด้านหลังของขบวน

    สายตาของชายหนุ่มกวาดมองผ่านพื้นที่โดยรอบ

    สายตาของชายหนุ่มกวาดมองผ่านพื้นที่โดยรอบ

    แต่ไม่ได้มีอะไรผิดปกติให้เห็น

    อย่างน้อย

    ถ้ามองด้วยตา

    เขาหลุบตาลงเล็กน้อย

    ไกลออกไป

    ภายในเงาของต้นไม้

    ร่างเงาหนึ่ง

    ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

    ไม่มีใครในขบวนสังเกตเห็น

    เพราะทุกคนกำลังจับตาดูเส้นทาง

    และรักษาความเร็วของขบวนเอาไว้

    ร่างเงาเคลื่อนผ่านพื้นดิน

    อย่างเงียบงัน

    มุ่งย้อนกลับไปยังเส้นทาง

    ที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา

    ไม่นาน

    มันก็พบกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

    มีทั้งหมดหลายคน

    แต่งกายคล้ายกับคนที่พวกเขาเคยพบก่อนหน้านี้

    เสื้อผ้าสีเข้ม

    อาวุธ

    และท่าทางระมัดระวัง

    พวกเขาไม่ได้เร่งเข้าจู่โจม

    แต่กำลังติดตามร่องรอยของขบวน

    อย่างต่อเนื่อง

    มาร์โกขมวดคิ้ว

    กลุ่มเดิม

    หรืออย่างน้อย

    ก็เป็นคนจากฝ่ายเดียวกัน

    ร่างเงาหยุดอยู่ในระยะห่าง

    มาร์โกไม่ได้สั่งให้มันเข้าไปใกล้ทันที

    เขาเฝ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนสังเกตเห็นเงาของชายคนหนึ่ง

    ทอดยาวอยู่บนพื้น

    ร่างเงาของมาร์โกค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไป

    และในจังหวะต่อมา

    มันก็หายเข้าไป

    ภายในเงานั้น

    มาร์โกยังคงเคลื่อนที่ไปกับขบวน

    สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลง

    แต่ภายในใจ

    เขากำลังคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

    ก่อนหน้านี้

    หลังจากร่างเงาของเขาแยกออกไป

    เขาจะต้องควบคุมมัน

    หากต้องการให้มันเคลื่อนที่

    แต่ตอนนี้

    ร่างเงาตัวแรก

    สามารถอยู่ในเงาของอีกฝ่ายได้

    โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องบังคับมัน

    ให้ขยับตลอดเวลา

    มาร์โกยังคงรับรู้ถึงมัน

    แต่ไม่ต้องแบ่งสมาธิ

    ไปควบคุมทุกการเคลื่อนไหว

    เขานิ่งคิดอยู่ชั่วครู่

    ก่อนตัดสินใจ

    ไกลออกไปอีกด้านหนึ่ง

    ภายในเงาของก้อนหิน

    ร่างเงาอีกตัว

    ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

    มาร์โกชะงักเล็กน้อย

    แม้จะรู้แล้วว่า

    ระดับของทักษะเพิ่มขึ้น

    แต่เขาไม่คิดว่า

    จะสามารถแยกร่างเงาออกมาได้อีกตัวจริง ๆ

    ความรู้สึกที่เกิดขึ้น

    ทำให้เขาเกือบเสียจังหวะ

    แต่สุดท้าย

    เขาก็ยังคงเคลื่อนที่ไปกับขบวนตามปกติ

    ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ควบคุมพร้อมกันไม่ได้

    มาร์โกเข้าใจทันที

    หากเขาพยายามสั่งให้ทั้งสองตัวเคลื่อนที่

    ในเวลาเดียวกัน

    สมาธิของเขาจะถูกรบกวน

    และนั่นอาจกระทบ

    แม้กระทั่งการควบคุมร่างกายของตัวเอง

    ดังนั้น

    ตัวแรก

    จึงยังคงแฝงอยู่ในเงาของกลุ่มด้านหลัง

    ส่วนตัวที่สอง

    มาร์โกเริ่มควบคุม

    ให้เคลื่อนที่ไปสำรวจด้านหน้า

    ร่างเงาเคลื่อนผ่านเส้นทาง

    มุ่งตรงไปยังทิศทาง

    ที่อาเรนกำลังนำขบวนไป

    ตอนแรก

    ไม่มีอะไร

    มีเพียงเส้นทาง

    ต้นไม้

    และพื้นที่เปิดโล่งเป็นระยะ

    มาร์โกเริ่มขมวดคิ้ว

    เพราะยิ่งร่างเงาเคลื่อนออกไป

    เส้นทางด้านหน้า

    กลับเงียบเกินไป

    จากนั้น

    ร่างเงาก็หยุดลง

    มาร์โกชะลอความเร็วลงเพียงเล็กน้อย

    สายตายังคงมองไปด้านหน้า

    โดยไม่พูดอะไร

    ตรงข้ามกับเส้นทาง

    ที่ขบวนกำลังมุ่งหน้าไป

    มีคนอยู่

    หลายคน

    พวกเขาไม่ได้กำลังเดินทาง

    บางคนยืนอยู่ใต้ต้นไม้

    บางคนซ่อนอยู่ด้านหลังโขดหิน

    ส่วนคนอื่น ๆ

    กระจายตัวอยู่สองข้างของเส้นทาง

    มาร์โกมองอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนจะเข้าใจทันที

    พวกมันกำลังดักอยู่

    “อาเรน”

    เสียงของมาร์โกดังขึ้น

    อาเรนหันกลับมา

    “อะไร?”

    “ด้านหน้า”

    มาร์โกตอบ

    “อย่าไปทางตรง”

    ไคหันมามองทันที

    “มีอะไร?”

    “คน”

    คำตอบนั้นทำให้รันชะลอสัตว์พาหนะลง

    อาเรนเองก็ขมวดคิ้ว

    “พวกนักฆ่า?”

    มาร์โกนิ่งไปเล็กน้อย

    “น่าจะใช่”

    “จำนวน?”

    “หลายคน”

    อาเรนเงียบไป

    เขาไม่ได้ถามว่า

    มาร์โกรู้ได้อย่างไร

    อย่างน้อยตอนนี้

    พวกเขาเคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว

    ว่ามาร์โกมักรู้สิ่งที่คนอื่นไม่รู้

    ไคหันกลับไปมองเส้นทางด้านหลัง

    “แล้วพวกที่ตามเรามา?”

    มาร์โกตอบ

    “ยังตามอยู่”

    ไคนิ่งไป

    “งั้นก็มีสองกลุ่ม?”

    มาร์โกไม่ได้ตอบทันที

    เขาเพียงมองอาเรน

    “เราไม่ควรไปทางตรง”

    อาเรนก้มมองแผนที่

    เส้นทางตรงหน้า

    คือเส้นทางที่เร็วที่สุด

    แต่หากมีกลุ่มคนดักอยู่

    การมุ่งหน้าเข้าไป

    ก็ไม่ต่างอะไรจาก

    การพาตัวเองเข้าสู่การซุ่มโจมตี

    เขากวาดสายตามองพื้นที่โดยรอบ

    ก่อนตัดสินใจทันที

    “เลี้ยวขวา!”

    รันมองทันที

    “ทางนี้ต้องอ้อม”

    “รู้”

    อาเรนตอบ

    “แต่ยังดีกว่าเข้าไปให้พวกมันเลือกสนาม”

    ไคพยักหน้า

    “ถ้าเราเปลี่ยนทาง”

    “พวกด้านหลังจะรู้ทันที”

    “ก็ให้รู้”

    อาเรนตอบ

    สายตาของเขานิ่งขึ้น

    “ตราบใดที่พวกมันยังไม่รู้ว่าสินค้าอยู่กับใคร”

    “พวกมันก็ยังต้องตามเรา”

    นัทเงียบไปเล็กน้อย

    ประโยคนั้น

    ทำให้เขารู้สึกแปลก

    เพราะความจริง

    สินค้าอยู่กับเขา

    อยู่ใกล้พวกมันตลอดเวลา

    แต่คนที่ตามมา

    กลับไม่รู้แม้แต่น้อย

    “เปลี่ยนเส้นทาง!”

    อาเรนออกคำสั่ง

    สัตว์พาหนะทั้งห้าตัว

    หันเปลี่ยนทิศทางทันที

    ขบวนเร่งเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ทางขวา

    เส้นทางใหม่แคบกว่าเดิม

    และพื้นดินเดินทางยากกว่า

    แต่ไม่มีใครลดความเร็วลง

    หากด้านหน้ามีคนดักรอ

    และด้านหลังมีคนกำลังตาม

    พวกเขาไม่มีเหตุผล

    ที่จะอยู่ในจุดเดิมนานเกินไป

    มาร์โกยังคงตรวจสอบด้านหลัง

    ผ่านร่างเงาตัวแรก

    เมื่อขบวนเปลี่ยนเส้นทาง

    กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง

    ก็เปลี่ยนทิศทางตามทันที

    พวกมันไม่ได้วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

    เพราะระยะยังห่างอยู่

    และเส้นทาง

    ยังไม่เอื้อให้พวกมันไล่ทันง่าย ๆ

    แต่มาร์โกมองออก

    ว่าพวกมันกำลังติดตามขบวน

    อย่างชัดเจน

    จากนั้น

    เมื่อเขาหันการรับรู้กลับไปยังด้านหน้า

    กลุ่มที่ดักอยู่บนเส้นทางหลัก

    ก็เริ่มเคลื่อนตัวเช่นกัน

    พวกมันออกจากจุดซุ่ม

    และเปลี่ยนตำแหน่ง

    มาร์โกขมวดคิ้ว

    ร่างเงาตัวที่สอง

    ยังคงเฝ้าดูอยู่

    เขาไม่สามารถควบคุมทั้งสองตัว

    ให้เคลื่อนไหวพร้อมกันได้

    จึงทำได้เพียง

    สลับการรับรู้

    ทีละด้าน

    ด้านหลัง

    แล้วกลับมาด้านหน้า

    ด้านหน้า

    แล้วกลับไปยังด้านหลัง

    มันยังไม่สมบูรณ์

    แต่ก็เพียงพอ

    ผ่านไปไม่นาน

    มาร์โกก็พูดขึ้นอีกครั้ง

    “พวกมันเปลี่ยนตำแหน่งแล้ว”

    อาเรนหันมา

    “กลุ่มไหน?”

    “ทั้งสอง”

    ไคนิ่งไป

    “ทั้งสอง?”

    มาร์โกพยักหน้า

    “ด้านหลังยังตาม”

    “ส่วนด้านหน้า...กำลังเปลี่ยนตำแหน่ง”

    อาเรนมองไปยังพื้นที่โดยรอบ

    สีหน้าของเขาเริ่มจริงจังขึ้น

    ตอนนี้

    มันชัดเจนเกินไปแล้ว

    พวกเขาไม่ได้ถูกตามโดยคนกลุ่มเดียว

    และคนสองกลุ่มนี้

    ต่างก็รู้

    ว่าขบวนของอาเรน

    กำลังขนส่งบางอย่าง

    แต่ไม่มีฝ่ายใด

    เปิดการโจมตี

    อย่างน้อย

    ยังไม่ใช่ตอนนี้

    “พวกมันไม่อยากเสียคน”

    รันพูดขึ้น

    อาเรนพยักหน้า

    “เพราะสิ่งที่ต้องการคือสินค้า”

    “ไม่ใช่ศพของเรา”

    อาเรนนำขบวนเร่งผ่านเส้นทางอ้อม

    เขาไม่ปล่อยให้ขบวนมุ่งลึกออกไปจากทิศทางเดิมมากเกินไป

    หลังจากคำนวณจากแผนที่อยู่หลายครั้ง

    เขาก็เปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง

    “เราจะอ้อมกลับ”

    เขาพูดขึ้น

    “ถ้าออกนอกเส้นทางไปมากกว่านี้”

    “เราจะยิ่งห่างจากเมือง”

    นัทมองไปด้านหน้า

    “แล้วพวกมันล่ะครับ?”

    “ก็ต้องเลือก”

    อาเรนตอบ

    “จะตามเรา”

    หรือ

    “จะกลับไปดักเส้นทางอื่น”

    มาร์โกไม่ได้พูดอะไร

    แต่จากสิ่งที่เขาเห็น

    คำตอบนั้นชัดเจนแล้ว

    พวกมันเลือกตาม

    เวลาผ่านไป

    แนวต้นไม้เริ่มบางลง

    เส้นทางแคบ ๆ

    ค่อย ๆ เปิดออก

    กลายเป็นพื้นที่โล่ง

    อาเรนชะลอความเร็วของขบวนลง

    ทุกคนเริ่มมองไปรอบตัว

    เพราะในพื้นที่แบบนี้

    ไม่มีต้นไม้มากพอให้ใช้ซ่อนตัว

    ไม่มีโขดหินให้หลบ

    และไม่มีมุม

    สำหรับหายเข้าไปจากสายตา

    ไคเป็นคนแรกที่หันกลับไปมอง

    จากนั้น

    สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

    “อาเรน”

    อาเรนหันตามสายตาเขา

    ไกลออกไป

    ตรงขอบแนวป่า

    มีคนกลุ่มหนึ่ง

    พวกเขาไม่ได้ซ่อนตัวอีกแล้ว

    นัทมองไปอีกด้าน

    ก่อนหัวใจจะหนักขึ้น

    เพราะอีกฝั่งหนึ่ง

    มีคนอีกกลุ่ม

    กำลังเคลื่อนออกมาจากแนวต้นไม้

    รันหยุดนิ่ง

    “สองกลุ่มจริง ๆ”

    คราวนี้

    ไม่ต้องมีใครอธิบายอีกแล้ว

    ทุกคนเห็นด้วยตาตัวเอง

    กลุ่มหนึ่ง

    ตามอยู่ด้านหลัง

    ส่วนอีกกลุ่ม

    อ้อมมาตามเส้นทางด้านข้าง

    พวกมันไม่ได้พุ่งเข้ามา

    ไม่ได้ชักอาวุธ

    และไม่ได้เริ่มโจมตี

    เพียงแต่

    รักษาระยะ

    และเคลื่อนตามพวกเขา

    อย่างชัดเจน

    นัทกำสายบังคับแน่นขึ้น

    “พวกมันตามเราจริง ๆ”

    ไคมองคนทั้งสองกลุ่ม

    ก่อนถอนหายใจออกมา

    “ตอนนี้ไม่ใช่แค่เราคิดไปเองแล้ว”

    อาเรนไม่ตอบ

    สายตาของเขากวาดผ่านพื้นที่โล่ง

    ก่อนหยุดลงที่คนกลุ่มหนึ่ง

    “พวกมันไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน”

    รันพยักหน้า

    “ไม่มีใครเข้าใกล้กัน”

    “พวกมันระวังกันเอง”

    มาร์โกมองอยู่เงียบ ๆ

    สิ่งที่เขาเห็นก่อนหน้านี้

    ยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริง

    คนสองกลุ่ม

    เป้าหมายเดียวกัน

    แต่ไม่ได้ร่วมมือกัน

    และตอนนี้

    การซ่อนตัว

    ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

    เพราะพวกเขาทั้งหมด

    มองเห็นกันแล้ว

    อาเรนกำสายบังคับแน่นขึ้น

    ก่อนออกคำสั่ง

    “อย่าหยุด!”

    สัตว์พาหนะทั้งห้าตัว

    เร่งความเร็วขึ้นทันที

    ทุกคนเคลื่อนผ่านพื้นที่โล่ง

    มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเมือง

    ด้านหลัง

    คนสองกลุ่ม

    เริ่มเร่งความเร็วตามมาเช่นกัน

    ไม่มีใครพูดอะไรอีก

    เพราะตอนนี้

    ทุกคนเข้าใจแล้ว

    พวกเขาไม่ได้แค่สงสัย

    ไม่ได้คิดไปเอง

    และไม่ได้ถูกติดตามโดยกลุ่มเดียว

    การเดินทางครั้งนี้

    กำลังกลายเป็นการแข่งขัน

    ว่าใคร

    จะไปถึงเมืองก่อน

    หรือ

    ใครจะเป็นฝ่าย

    หมดทางหนีก่อนกันแน่

    และครั้งนี้ ทุกคนเห็นมันด้วยตาของตัวเองแล้ว

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน