“ พี่คะ หนูคิดบางอย่างออกเมื่อกี้นี้เลย พี่อยากฟังหรือเปล่า ”
เลือดสีแดงพุ่งออกมาจากคอของซอมบี้ เลือดของพวกมันไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำลายและของเหลวที่ไหลออกมาจากเล็บจึงไม่ทำให้ติดเชื้อแต่อย่างใด แอลลี่ที่พึ่งตัดคอของซอมบี้ทิ้งไปเธอจึงก้มตัวหลบแล้วแทงมีดยาวไปด้านหลังทะลวงท้องน้อยซอมบี้ตัวหนึ่งก่อนจะกระชากมีดไปด้านข้างจนร่างของมันขาดออกจากกัน ซอมบี้กลับไม่ตายเธอจึงใช้มีดยาวฟันคอแล้วหันมองดูพี่ชายที่กำลังใช้มีดในมือทั้งสองตัดคอซอมบี้ราวกับผักปลา พยายามใช้ร่างของเขาต้านทานฝูงซอมบี้ด้านหน้าเพื่อให้เธอได้ฆ่าตัวที่หลุดลอดมาด้านหลัง
“ มีอะไรงั้นเหรอ ”
“ หนูคิดว่าเราจะต้องวิวัฒนาการแข่งกับซอมบี้ค่ะ พี่ลองนึกดูนะ แม้เราจะมีอาหารไว้กินยาวนานถึง 3 เดือน ในเวลานี้พี่คิดว่าซอมบี้วิวัฒนาการไปแล้วกี่ครั้ง หนูเดาว่าอย่างน้อยอาจจะ 3 ไม่ก็ 4 ครั้ง หลังจากที่พวกมันวิวัฒนาการอาจจะมีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้นทำให้เราอาศัยอยู่กับพวกมันได้ยากมากยิ่งขึ้น ไม่แน่อาจจะมีตัวที่ต้องการอาหารเหมือนเรา พอมีมันเกิดขึ้นมาก็เกิดการแย่งอาหาร สุดท้ายเราก็ต้องหวังพึ่งอย่างอื่นที่ไม่ใช่อาหารที่มนุษย์สร้างขึ้น”
“ เธอกำลังจะบอกว่าให้เราสองคนวิวัฒนาการแข่งกับพวกมัน เผื่อจะกินพวกมันได้ ”
“ ใช่ค่ะ ถ้าหากเชื้อซอมบี้มันพยายามวิวัฒนาการ เราก็ต้องแข่งกับมันไปเรื่อยๆจนกว่าจะมียาต้าน แม้เราจะไม่ต้องกินพวกมัน อย่างน้อยการวิวัฒนาการก็เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทำให้เรากินอาหารที่ติดเชื้อได้ นอกจากนั้นแล้วเรายังแข็งแกร่งขึ้นไปอีก พี่คิดว่าไง ถ้าเราจะไล่ล่าซอมบี้เพื่อวิวัฒนาการแข่งกับพวกมัน ”
โยฮันโยนมีดในมือทั้งสองข้างออกไปเสียบกลางหน้าผากซอมบี้ 2 ตัวสุดท้ายแล้วหันมองน้องสาว คำพูดของเธอทำให้เขาเกิดความคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัว
หากเชื้อไวรัสพยายามบีบบังคับให้พวกเขาวิวัฒนาการเพื่อต่อสู้กับพวกมัน ถ้าพวกเขายังคิดแค่จะหลบอยู่ภายในบ้านหลังจากตุนอาหารไว้พอหลายเดือน ในที่สุดพวกเขาจะต้องเป็นฝ่ายแพ้เพราะซอมบี้วิวัฒนาการตลอดเวลา ต่างจากพวกเขาที่หยุดนิ่งรอคอยการช่วยเหลือไปวันๆ
“ ฆ่าพวกมันเหรอ ”
“ ใช่พี่ นอกจากจะทำให้รอบบ้านปลอดภัยแล้ว เรายังสามารถกินอาหารติดเชื้อได้เยอะขึ้น ถ้าหากเป็นหนูที่วิวัฒนาการ 3 ครั้ง การถูกซอมบี้ระดับ 2 กัดก็ไม่น่าจะเกิดอันตราย ถ้าหากว่าทางกองทัพหรือรัฐบาลเข้ามาช่วยไม่ได้ วิธีที่เราจะเอาตัวรอดได้มีแค่วิวัฒนาการสู้กับพวกมัน”
“ นั่นสินะ ฉันมัวคิดถึงอาหารมากเกินไปจนลืมว่าพวกมันก็วิวัฒนาการได้ ไว้หลังจากกลับ… ”
โยฮันเงียบเสียงแล้วพาน้องสาวหลบเข้าข้างทาง หลังจากได้ยินเสียงปืนดังทางทิศเหนือ ในเส้นทางที่พวกเขาอยู่คือทิศใต้ของบ้าน ซึ่งเป็นเส้นทางที่คนกลุ่มเมื่อวานเดินผ่าน เขาพาซอมบี้มาฆ่าที่นี่ก็เพราะมันอยู่ห่างจากบ้าน นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการปกปิดการมีอยู่ของพวกเขาสองคน หากมีศพซอมบี้ตายรอบๆบ้าน อาจจะทำให้ผู้คนรู้ว่ามีคนอาศัยอยู่แถวนั้นจนนำไปสู่การตั้งถิ่นฐาน ซึ่งมักจะมีปัญหาตามมาในภายหลัง เขาจึงล่อพวกมันมาฆ่าให้ไกล แม้รอบบ้านจะไร้ซอมบี้ การที่ไม่มีร่างของพวกมันนอนตายเกลื่อนสามารถทำให้ผู้คนคิดไปในทางที่ไม่ดีได้ เช่นมีสิ่งที่น่ากลัวอาศัยอยู่แถวนั้นจนซอมบี้ระดับล่างไม่กล้าเข้าใกล้
ทว่าเขากลับต้องกัดฟัน เนื่องจากว่าตนเองยังไม่ได้กลับไปเก็บกวาดซอมบี้กลุ่มแรกที่ฆ่าเพื่อดึงความสนใจตัวอื่นๆให้วิ่งตามมาจนถึงที่นี่ เขากลัวว่าศพซอมบี้ที่มีราวสิบศพจะทำให้ตนเกิดปัญหา
เสียงปืนดังขึ้นติดกัน เสียงนี้ควรจะวิ่งห่างพวกเขาไปไกล จากเดิมเสียงของมันมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อข้ามสะพานไปยังพื้นที่ที่อยู่อีกฝั่ง ทว่าตอนนี้เสียงยิงปืนย้อนกลับมาทางบ้านของเขาอีกครั้งสร้างความตกใจให้โยฮันไม่น้อย
“ ขึ้นหลังเร็ว ”
แอลลี่ยังไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เธอไม่สามารถแยกแยะเสียงได้เยอะเหมือนพี่ชาย ทว่าเธอกลับทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อขึ้นหลังพี่ชายเขาก็พาเธอกระโดดข้ามกำแพงมุ่งหน้ากลับบ้านโดยใช้เส้นทางลัดเลี้ยวไม่ได้ใช้ถนนหลัก
“ จับแน่นๆ ฉันจะขึ้นไปบนดาดฟ้า ”
โยฮันมองดูระเบียงและราวที่ยื่นออกมาจากตึก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มกระโดดจับพวกมันเพื่อปีนป่ายขึ้นไปด้านบน ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงปืนชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเสียงที่ได้ยินมันกำลังมุ่งหน้าเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ จนกระทั่งเขามองเห็นคนกลุ่มหนึ่งมีหลายสิบคนกำลังวิ่งออกมาจากซอยที่อยู่ห่างจากบ้านของเขาไปราว 100 เมตร
เสียงปืนดังขึ้นอย่างถี่รัว ครั้งนี้แอลลี่มองเห็นเจ้าของเสียงปืนชัดเจน มีผู้ชายราว 10 คนมีปืนอยู่ภายในมือ ทุกคนล้วนแล้วสวมใส่เกราะกันกระสุน จากปืนที่พวกเขาใช้ต่อให้จะแตกต่างกันออกไป ป้ายที่เขียนไว้บนเกราะกันกระสุนทำให้รู้ว่าพวกเขาคือตำรวจนอกเครื่องแบบ
ด้านหน้ากลุ่มตำรวจคือประชาชนไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดงกำลังร้องไห้พลางวิ่งเพื่อหนีให้ห่างจากซอมบี้ ผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆเด็กล้วนแล้วช่วยกันเข็นรถเข็นบรรทุกของหลายสิ่งหลายอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร ถุงข้าวสาร รวมไปถึงเครื่องปั่นไฟ นับว่าเป็นของใช้ที่ครบครันพอให้เอาชีวิตรอดจากซอมบี้
ขณะสงสัยว่าตำรวจกำลังต่อสู้กับสิ่งใดจนพวกเขาต้องวกกลับมาทางเดิมนี้เอง บนใบหน้าของแอลลี่ก็เริ่มปรากฎรอยย่นเมื่อมองเห็นฝูงหนูท่อสีดำวิ่งออกมาจากซอย จำนวนพวกมันมีหลายพัน ที่น่าหวาดกลัวไปกว่านั้นคือหนูท่อขนาดเท่ารถเข็นหลายสิบตัว จากขนาดของมันทำให้เธอรู้ว่าหนูพวกนี้คงจะเป็นระดับ 2 แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือหนู 2 ตัววิ่งอยู่ด้านหลัง มันมีขนาดเท่ารถเก๋งกำลังปลดปล่อยหมอกสีม่วงออกมารอบๆตัวของมัน ดอกไม้และต้นหญ้าข้างถนนเมื่อสัมผัสกับหมอกต่างแห้งเหี่ยวราวกับผ่านเครื่องอบแห้ง
“ พี่ ตัวนั้นระดับ 3 หรือเปล่า ”
โยฮันกลืนน้ำลายลงคอ เขารู้สึกวิตกกับหนูท่อ 2 ตัวด้านหลัง ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้หวาดกลัวเกินไปเหมือนวันที่เดินเข้าไปในห้าง เขายังจำความหวาดกลัวที่มีต่องูเหลือมได้เป็นอย่างดี ต่อให้หนูท่อ 2 ตัวจะเป็นระดับ 3 สัญชาตญาณของเขากลับไม่ได้แจ้งเตือนให้เขาหลบหนีเพราะคิดว่าสู้กับพวกมันได้
เสียงปืนดังเข้าใกล้บ้านเรื่อยๆ ยิ่งมองโยฮันยิ่งวิตก เขาไม่รู้ว่าหมอกสีม่วงจากหนูท่อระดับ 3 ทั้ง 2 ตัวจะเป็นอันตรายต่ออาหารของพวกเขาหรือเปล่า ต่อให้เขาจะสร้างห้องใต้ดินเอาไว้แล้วก็ตาม เขาใช้แค่ฝาประตูห้องน้ำปิดทับทางเข้าเอาไว้ หากมีอากาศไหลผ่านเข้าไปด้านในได้ เขากลัวว่าหมอกสีม่วงจะไปทำให้อาหารเสียหาย
ขณะที่เขาภาวนาให้กลุ่มคนที่กำลังวิ่งหนีซอมบี้เลี้ยวเข้าซอยข้างหน้าห่างจากบ้านเขาไปเพียง 1 ซอยเท่านั้น พวกเขากลับวิ่งผ่านซอยไปอย่างรวดเร็วแต่ที่ทำให้เขาวิตกมากกว่านั้นคือ กลุ่มคนที่วิ่งหนีวิ่งเข้าไปในตึกหลังหนึ่ง ซึ่งมันเป็นตึกที่เขาเคยเข้าไป การที่เขาไม่ได้ปิดประตูทางเข้าตึกหลังนั้นส่งผลให้ผู้คนคิดจะใช้ตึกแห่งนั้นตั้งรับซอมบี้
“ บ้าเอ๊ย พยายามหนีปัญหาแท้ๆ กลับมีปัญหามาจนได้ ”
หนูท่อสีดำวิ่งไปล้อมรอบตึก กลุ่มคนที่เข้าไปข้างในพยายามใช้โซฟาและของประดับตกแต่งปิดบันไดและประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้พวกมันไล่ตามไป ถึงอย่างนั้นหนูกลับมีวิธีไล่ล่าของตนเอง ขอเพียงแค่มีท่อหรือมีราวเหล็กยื่นออกมาจากตึกพวกมันสามารถปีนป่ายสิ่งเหล่านั้นได้
เพียงแต่ว่ากลุ่มคนที่พยายามหนีกลับรู้ดีเกี่ยวกับหนูท่อ พวกเขาพยายามทำลายทุกอย่างที่หนูสามารถปีนป่ายจนทำให้หนูขึ้นไปออกันอยู่ชั้น 3 ไม่สามารถขึ้นไปยังชั้นที่ 4
“ โจ แกแน่ใจนะว่าที่นี่ปลอดภัย การตัดสินใจของแกในครั้งนี้เราทั้งหมดอาจจะจบชีวิตเลยก็ได้นะ ”
หนึ่งในตำรวจพูดด้วยใบหน้าเป็นกังวล พวกเขาพยายามวิ่งขึ้นไปยังทิศเหนือเพื่อไปสมทบกับจุดที่มีแสงสว่าง หากสามารถรวมกลุ่มกันได้อาจจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
การเดินทางกลับหยุดอยู่หน้าสะพานข้ามแม่น้ำ กลุ่มหนูท่อมากมายได้ปรากฎตัวขึ้นมาขวางทาง ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือพวกมันมีตัวที่ใหญ่มากดูแข็งแกร่งผิดปกติ พวกเขาจึงวางแผนหลบหนีโดยใช้วิธีล่อพวกมันออกจากสะพานแล้วหลังจากนั้นพวกเขาจะเดินวกกลับไปยังสะพานเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง
เพียงแต่ว่าแผนกลับต้องเปลี่ยนอีกครั้ง หลังจากที่เพื่อนจำนวน 11 คนถูกฆ่าตายระหว่างคุ้มกันประชาชนหลบหนี นอกจากนั้นกระสุนก็ใกล้จะหมดเต็มที พวกเขาจึงต้องคิดหาทางใหม่เพื่อจะข้ามแม่น้ำแล้วหนีจากฝูงหนูท่อพวกนี้
ตำรวจที่ถูกเรียกชื่อพยักหน้าให้เพื่อน เขามั่นใจว่าที่นี่จะต้องปลอดภัยเนื่องจากระหว่างทางหนี เขาเห็นศพซอมบี้ราวสิบตัวถูกตัดคอ บางตัวถูกบดขยี้ศีรษะจึงมั่นใจว่าจะต้องมีผู้ที่เอาชีวิตรอดจากซอมบี้อาศัยอยู่ที่นี่แน่นอน เขาจึงวางแผนว่าจะให้คนกลุ่มนั้นช่วยเหลือ หากพวกเขาไม่อยากตายต้องช่วยกันจัดการซอมบี้กลุ่มนี้
“ แล้วไหนล่ะคนพวกนั้น ทำไมฉันยังไม่เห็นใครเลย ”
ตำรวจพยายามชะโงกหน้าลงมาจากดาดฟ้า สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียงฝูงหนูท่อพยายามไต่ตัวกันเพื่อจะขึ้นมาบนดาดฟ้า พวกเขาที่ปิดทางขึ้นเอาไว้ทั้งหมดจึงพยายามใช้ปืนยิงตัวที่เกือบจะไต่ขึ้นมาที่นี่ด้วยการเหยียบเพื่อนของมัน
“ รอก่อน พวกเขาจะต้องมาแน่ เชื่อฉัน ”
เสียงลั่นปืนดังสนั่นไปทั่วดาดฟ้า ตำรวจที่มีอยู่ 10 คนกระจายตัวไปทั่วตึกพยายามยิงสกัดไม่ให้ซอมบี้ขึ้นสู่ดาดฟ้า หากพวกมันขึ้นมาได้พวกเขาจะต้องถูกฆ่าอย่างแน่นอน
ภายในใจของแต่ละคนรู้สึกหวาดวิตก นอกจากกระสุนใกล้จะหมดแล้วยังต้องมาหวังพึ่งกับกลุ่มคนที่หลบอยู่ในที่แห่งนี้ หากคนเหล่านั้นไม่ออกมาพวกเขาจะตายกันที่นี่ ทันใดนั้นหนูท่อก็เริ่มกระจายตัวออกไปรอบๆ ไม่ใช่เพียงแค่ตึกที่พวกเขาหนีขึ้นมา ส่งผลให้ตำรวจเริ่มหายใจได้เต็มปอดอีกครั้งเพราะสามารถยืดระยะเวลาออกไปได้อีกเล็กน้อย
“ พี่ ไอ้พวกนั้นมันกำลังเข้าไปในบ้าน! ”
แอลลี่พูดด้วยท่าทางแตกตื่น หนูท่อไม่ควรสนใจบ้านเธอ สิ่งที่พวกมันไล่ล่าคือผู้คนที่อยู่บนดาดฟ้าตึก ทว่าตอนนี้หลายตัววิ่งชนหน้าต่างและประตูจนเข้าไปในบ้านของเธอแล้ว จากท่าทางของพวกมันดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาหารจึงตอบสนองโดยสัญชาตญาณ
“ แอลลี่เธออยู่ที่นี่อย่าลงไป กรงเล็บของหนูคมมากๆ ตอนที่ฉันยังไม่วิวัฒนาการพวกมันทำกระดองปูฉันเป็นรอย ”
“ แล้วพี่จะไปไหน ”
“ พาพวกมันไปฆ่าที่อื่น ”
โยฮันทิ้งตัวลงจากตึกจนร่างกระแทกเข้ากับระเบียงชั้น 3 จากนั้นเขาก็กระโจนลงมาเหยียบพื้นแล้ววิ่งไปยังถังขยะใบใหญ่ข้างตึกที่กระโดดลงมา ทันทีที่เขาคลุมแขนด้วยกระดองโยฮันไม่รอช้าฟาดแขนลงไปยังถังขยะจนทำให้เกิดเสียงสั่นสะเทือนดังออกไปไกล
เสียงตึงดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า หนูท่อมากมายที่ได้ยินเสียงล้วนแล้วสะบัดตัวจนขนชี้ฟูเพราะไม่สามารถทนต่อเสียงรบกวนที่ส่งออกมาจากการทุบถังขยะเหล็กได้ โยฮันกลับไม่ยอมหยุดเขาพยายามทุบถังขยะต่อไปจนหนูท่อเริ่มแห่มาทางที่เขาทุบถังขยะ
ตึง!.