มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 77.สิ่งที่ระบบไม่ได้บอก

    หลังจากการต่อสู้ครั้งที่สองจบลง

    ทั้งสิบคนยังคงพักอยู่บริเวณหน้าห้องบอส

    ไม่มีใครพูดถึงการกลับเข้าไปทันที

    ทุกคนรู้แล้วว่า ต่อให้พวกเขารู้ตำแหน่งจุดอ่อนของบอส ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเอาชนะมัน

    ไคนั่งอยู่ข้างกองสัมภาระ

    เขาหันมองนัทกับมาร์โก

    “วันนี้พอแค่นี้ก่อน”

    นัทพยักหน้า

    “ครับ”

    มาร์โกเก็บมีดเข้าฝัก

    “เราต้องฝึกอีกเยอะ”

    ไคมองทั้งสองคน

    “โดยเฉพาะเรื่องปราณ”

    นัทนั่งลง

    “ผมยังรู้สึกว่าตัวเองใช้มันไม่เป็น”

    “ใช่”

    ไคตอบตรง ๆ

    “แต่ตอนนี้นายเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองใช้ผิดตรงไหน”

    นัทเงียบไป

    เขามองมือของตัวเอง

    จากนั้นสายตาก็เลื่อนไปยังง้าวที่วางอยู่ข้างตัว

    ไคให้ทั้งสองฝึกต่อ

    ครั้งนี้ไม่มีการต่อสู้

    ไม่มีสกิล

    ไม่มีเป้าหมายให้ฆ่า

    มีเพียงก้อนหินหลายก้อนวางอยู่ตรงหน้า

    ไคชี้ไปยังก้อนเล็กที่สุด

    “โจมตีมัน”

    นัทหยิบง้าวขึ้น

    ส่งปราณเข้าไปเพียงเล็กน้อย

    ฉัวะ!

    หินแตกออก

    ไคพยักหน้า

    “ดี”

    เขาชี้ไปยังก้อนที่ใหญ่กว่า

    “อันนี้”

    นัทเพิ่มปราณขึ้นเล็กน้อย

    ตูม!

    หินแตกออกเช่นกัน

    ไคยังคงสั่งต่อ

    ก้อนเล็ก

    ก้อนใหญ่

    ก้อนที่แข็งกว่า

    นัทค่อย ๆ เพิ่มปริมาณปราณตามความแข็งของเป้าหมาย

    ไม่มีครั้งไหนที่เขาปล่อยพลังทั้งหมดออกมา

    จนกระทั่ง—

    ไคชี้ไปยังก้อนหินขนาดใหญ่ที่สุด

    “อันนี้”

    นัทมองมัน

    เขาส่งปราณเข้าไปในง้าว

    แต่ยังไม่ฟัน

    เขาหยุด

    คิดอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนจะพูด

    “ถ้าใช้แบบธรรมดา...ไม่พอ”

    ไคยิ้ม

    “ใช่”

    นัทจึงรวบรวมปราณเพิ่มขึ้น

    แต่คราวนี้เขาไม่ได้ปล่อยทั้งหมดออกมาทันที

    เขาค่อย ๆ รวมปราณไว้ที่ง้าว

    จากนั้น—

    ฉัวะ!

    หินขนาดใหญ่แตกออก

    นัทมองง้าวในมือ

    ไคพยักหน้า

    “นั่นแหละ”

    “ไม่ต้องใช้สกิล”

    นัทพยักหน้า

    “ครับ”

    ช่วงพัก

    นัทนั่งอยู่คนเดียว

    เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา

    รายการสกิลของเขาปรากฏตรงหน้า

    เขาไล่ดูทีละรายการ

    บางสกิลมีคำอธิบายชัดเจน

    บางสกิลมีเงื่อนไข

    บางสกิลระบุว่าต้องเรียนรู้ก่อน

    และบางสกิล...

    ยังไม่ได้เรียน

    นัทเลื่อนดูอยู่พักหนึ่ง

    ก่อนหยุดที่รายการหนึ่ง

    ดิ่งพสุธาทุบทำลาย

    เขาจ้องข้อความนั้น

    ครั้งก่อนเขาคงเลื่อนผ่านไป

    เพราะคิดง่าย ๆ ว่า

    ยังไม่ได้เรียน = ใช้ไม่ได้

    แต่ตอนนี้...

    เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

    นัทมองง้าวในมือ

    จากนั้นมองก้อนหินขนาดใหญ่ที่เขาเพิ่งทำลาย

    เขาพึมพำเบา ๆ

    “ถ้าใช้แรงจากด้านบน...”

    เขาหยุด

    “รวมกับปราณ...”

    นัทเงยหน้าขึ้น

    “มันจะต่างจากการฟันปกติแค่ไหน?”

    มาร์โกเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ

    “คิดอะไรอยู่?”

    นัทหันไป

    “พี่เคยสงสัยไหม?”

    “เรื่องอะไร?”

    นัทยื่นหน้าต่างระบบให้ดู

    มาร์โกมอง

    “สกิล?”

    “ครับ”

    นัทชี้ไปยังรายการที่ยังไม่ได้เรียน

    “ถ้าระบบบอกว่ายังไม่ได้เรียน...มันหมายความว่าเราทำไม่ได้จริง ๆ หรือเปล่า?”

    มาร์โกนิ่งไป

    “ไม่รู้”

    นัทพยักหน้า

    “ผมก็ไม่รู้”

    เขาปิดหน้าต่าง

    “แต่ตอนนี้ผมเริ่มคิดว่า...บางอย่างอาจทำได้”

    มาร์โกมองเขา

    “นายจะลอง?”

    “ยัง”

    นัทหันไปมองไค

    “ต้องลองให้แน่ใจก่อน”

    ไม่นานนัก

    นัทเดินไปหาไค

    “ไค”

    “ว่า?”

    “ผมถามอะไรหน่อย”

    “ถามมา”

    นัทเปิดหน้าต่างระบบ

    “ถ้าระบบบอกว่ายังไม่ได้เรียนสกิล...”

    เขาหยุด

    “มันแปลว่าผมทำสิ่งนั้นไม่ได้เลยหรือเปล่า?”

    ไคมองนัท

    “ฉันไม่เข้าใจคำว่า ‘สกิล’ ของนายทั้งหมด”

    “แต่ถ้านายถามว่าคนที่ยังไม่เรียนวิชาบางอย่างสามารถทำสิ่งเดียวกันด้วยวิธีอื่นได้ไหม...”

    ไคคิดอยู่ครู่หนึ่ง

    “ได้”

    นัทชะงัก

    “ได้?”

    “แน่นอน”

    ไคตอบ

    “วิชาที่คนอื่นสอนให้ กับสิ่งที่นายค้นพบด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเดียวกัน”

    นัทนิ่ง

    ไคพูดต่อ

    “บางครั้งคนเราฝึกวิธีหนึ่งจนเชี่ยวชาญ”

    “อีกคนไม่เคยเรียนวิธีนั้น แต่คิดวิธีของตัวเองขึ้นมา”

    “ผลลัพธ์อาจใกล้เคียงกัน”

    นัทมองหน้าต่างระบบอีกครั้ง

    คำพูดนั้นทำให้เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมา

    หรือสกิลของระบบบางอย่าง...

    อาจเป็นเพียงวิธีสำเร็จรูป

    คืนนั้น

    ทุกคนพักอยู่บริเวณหน้าห้องบอส

    ประตูยังเปิดอยู่

    ไม่มีใครเข้าไป

    นัทนอนมองเพดานอยู่พักหนึ่ง

    ก่อนลุกขึ้น

    เขาถือหน้าต่างระบบไว้ตรงหน้า

    รายการเดิมยังอยู่

    ดิ่งพสุธาทุบทำลาย — ยังไม่ได้เรียน

    นัทปิดหน้าต่าง

    เขามองพื้นด้านหน้า

    จากนั้นมองเพดานของทางเดิน

    “ถ้าดิ่งลงมา...”

    เขาพึมพำ

    “ใช้ปราณเสริมร่างกาย”

    เขากำง้าว

    “รวมแรงทั้งหมดไว้ที่ปลายง้าว”

    มาร์โกที่ยังไม่นอนหันมามอง

    “จะทำจริงเหรอ?”

    นัทหันไป

    “ลองดู”

    มาร์โกถอนหายใจ

    “อย่าพังทางเดินก็พอ”

    นัทยิ้ม

    เขากระโดดขึ้น

    ร่างพุ่งขึ้นไปด้านบน

    จากนั้นพลิกตัว

    ง้าวถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ

    นัทไม่ได้เปิดใช้สกิล

    เขาเพียงทำตามสิ่งที่ตัวเองคิด

    ปราณไหลเวียนไปทั่วร่าง

    จากนั้นรวมเข้าสู่แขน

    ลงสู่ง้าว

    ฟ้าววว!

    ร่างของนัทพุ่งลงมา

    ตูมมม!!!

    พื้นหินสั่นสะเทือน

    ฝุ่นกระจายไปทั่ว

    ทุกคนสะดุ้งตื่น

    “เกิดอะไรขึ้น!?”

    รันคว้าโล่ขึ้นมา

    ไครีบลุก

    “นัท!”

    ฝุ่นค่อย ๆ จางลง

    นัทยืนอยู่กลางหลุมเล็ก ๆ

    ง้าวยังอยู่ในมือ

    เขาหายใจแรงเล็กน้อย

    ทุกคนมองเขา

    ไคเดินเข้ามา

    “นายทำอะไร?”

    นัทมองหน้าต่างระบบที่เปิดขึ้นตรงหน้า

    ข้อความยังคงเดิม

    ดิ่งพสุธาทุบทำลาย — ยังไม่ได้เรียน

    แต่ผลลัพธ์ที่อยู่ตรงหน้า...

    ไม่ใช่สิ่งที่คนที่ “ทำไม่ได้” ควรทำได้

    นัทมองข้อความนั้น

    ก่อนยิ้มออกมาเล็กน้อย

    “ผมว่า...”

    เขาหันไปมองมาร์โก

    “ผมอาจเริ่มเข้าใจแล้ว”

    มาร์โกมอง

    “เข้าใจอะไร?”

    นัทมองง้าวในมือ

    “สกิลบางอย่าง...”

    เขาหยุด

    “อาจไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่าเราทำอะไรได้”

    นัทมองหน้าต่างระบบอีกครั้ง

    “แต่มันอาจบอกว่า เราทำสิ่งนั้นได้อย่างไร”

    ไคนิ่งไป

    เขามองหลุมบนพื้น

    แล้วมองนัท

    เป็นครั้งแรกที่เขาเองก็เริ่มสงสัยว่า...

    ระบบของมนุษย์อาจไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับใช้พลัง

    แต่มันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์...

    มองเห็นความเป็นไปได้ของตัวเองเร็วกว่าคนอื่น

    นัทปิดหน้าต่างระบบ

    “พรุ่งนี้ผมอยากลองอีก”

    ไคมองเขา

    “ได้”

    “แต่ครั้งหน้า...”

    ไคชี้ไปที่หลุม

    “ไปทำที่อื่น”

    นัทมองหลุม

    “ครับ”

    รันที่ยืนอยู่ด้านหลังถอนหายใจ

    “อย่างน้อยก็บอกก่อนว่าจะทุบพื้นตอนกลางคืน”

    ไคหัวเราะ

    มาร์โกส่ายหน้า

    ส่วนนัท...

    ยังคงมองรายการสกิลที่เหลืออยู่ในใจ

    เพราะตอนนี้เขาไม่ได้มองมันเหมือนเดิมอีกแล้ว

    “ยังไม่ได้เรียน”

    อาจไม่ได้แปลว่า

    “ทำไม่ได้”

    อีกต่อไป.

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน