ตอนที่ 41 การทำสบู่ที่จริงแล้วมันง่ายอย่างนี้นี่เอง
พอตกเย็น เมื่อหานชีเยวี่ยกลับเข้าห้องแล้วก็รีบตรงเข้าไปในในมิติ
ในตอนกลางวัน เธอต้องเดินทางเข้าเมืองเห็นได้ชัดว่าเธอไม่มีเวลาว่างเลยดังนั้นเวลาเล่าเรียนจึงต้องจัดไว้เป็นช่วงเวลากลางคืนหานชีเยวี่ยรู้สึกโชคดีที่มีมิติแห่งนี้อยู่
ภายในมิติหานชีเยวี่ยจัดสรรห้องหับให้ตัวเองห้องหนึ่งแบ่งครึ่งหนึ่งเป็นห้องนอนและอีกครึ่งหนึ่งเป็นห้องหนังสือ เธอนั่งลงข้างหน้าต่างแม้ว่าภายในมิติจะไม่มีแสงแดดเข้ามาเลยแต่หานชีเยวี่ยกลับรู้สึกได้ถึงไออุ่นของแสงแดดที่สาดส่องลงบนร่างกาย
หลังจากเรียนไปได้ชั่วโมงกว่าหานชีเยวี่ยก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย คนเราเพราะง่วงนอนจึงอยากนอนเธอจึงเดินไปที่ห้องทำงานภายในห้างสรรพสินค้า
ด้านหลังห้องทำงานในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ถูกเชื่อมต่อไว้กับห้องน้ำเล็กๆซึ่งมีการรักษาอุณหภูมิของน้ำให้อุ่นอยู่ตลอดเวลาช่วงนี้หานชีเยวี่ยจึงมาล้างหน้าแปรงฟันที่นี่ เป็นอะไรที่สะดวกสบายมาก
หลังจากล้างหน้าเสร็จเธอก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมากเธอเดินออกมาจากห้องน้ำและเห็นห้องทำงานที่ตกแต่งแบบทันสมัย
ตอนแรกเธอตั้งใจจะออกไปแล้วแต่สายตาของหานชีเยวี่ยกลับเหลือบไปเห็นคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่หานชีเยวี่ยเห็นคนเล่นบ่อยๆ ตอนที่เธอยังเป็นวิญญาณแต่ตัวเธอเองกลับไม่เคยได้ลองเล่นเลยสักครั้งแต่เธอก็รู้ว่าข้างในคอมพิวเตอร์นั้นมีข้อมูลมากมาย
หานชีเยวี่ยอดใจไม่ไหวเดินเข้าไปหาคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มลองเปิดเครื่อง ไม่นานนักหานชีเยวี่ยก็หาปุ่มเปิดปิดเครื่องเจอและเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาได้
คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ความเร็วในการประมวลผลนั้นยอดเยี่ยมมากหลังจากที่หานชีเยวี่ยกดปุ่มลงไปเพียงแค่ห้าวินาทีคอมพิวเตอร์ก็เปิดขึ้นมาแล้วหานชีเยวี่ยมองสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอซึ่งเธอเคยเห็นมาก่อนแล้วเริ่มครุ่นคิดว่าจะใช้งานมันอย่างไร
เคยเห็น แต่ไม่เคยใช้แต่ก็แค่ใช้ไอ้ของสีดำๆ นี่กดไปกดมา น่าจะเป็นแบบนี้…
ด้วยความทรงจำจากชาติที่แล้วประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ในไม่ช้าเธอก็สามารถใช้งานระบบการทำงานบางอย่างได้
ตอนนี้ หานชีเยวี่ยรู้สึกตื่นเต้นมาก
เธอพบว่าบนคอมพิวเตอร์นั้นสามารถค้นหาข้อมูลมากมายที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนเธอนึกถึงการเลี้ยงนกกระทาที่เธอได้เริ่มต้นไว้หานชีเยวี่ยจึงเริ่มค้นหาวิธีการเลี้ยงนกกระทาบนคอมพิวเตอร์หลังจากพยายามอย่างไม่ลดละ ในที่สุดหานชีเยวี่ยก็พบข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงนกกระทา
หานชีเยวี่ยใช้วิธีที่ดูเงอะงะที่สุดคือการคัดลอกข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ทีละคำๆจนกระทั่งหานชีเยวี่ยรู้สึกปวดเมื่อยข้อมือและช่วงคอเธอถึงรู้ตัวว่าตัวเองได้จดวิธีการเลี้ยงนกกระทาลงไปหลายสิบหน้าแล้ว
หานชีเยวี่ยมองดูข้อมูลที่บันทึกไว้จนเกือบครบแล้วเธอลุกขึ้นยืนขึ้นบิดคอและเอวเพื่อคลายความเมื่อยล้า.
การนำความรู้จากคอมพิวเตอร์มาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เมื่อคิดว่าคนทั้งชุมชนจะสามารถใช้วิธีนี้ในการเลี้ยงสัตว์ได้หานชีเยวี่ยก็รู้สึกว่าความพยายามของเธอคุ้มค่ายิ่งนัก
หลังจากพักผ่อนได้สักพักหานชีเยวี่ยก็เริ่มเล่นคอมพิวเตอร์ต่อ ด้วยความบังเอิญเธอได้เปิดเจอกระทู้เกี่ยวกับการทำสบู่หอมด้วยตัวเองหานชีเยวี่ยเคยเห็นสบู่หอมหลากสีสันในชาติที่แล้ว มันดูสวยงามมากด้วยความสนใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ ทำให้หานชีเยวี่ยอ่านกระทู้นี้อย่างตั้งใจ
หลังจากอ่านจบหานชีเยวี่ยก็เริ่มสนใจการทำสบู่ขึ้นมา ไม่มีเหตุผลอื่นใดจากการอ่านกระทู้นี้ทำให้เธอเห็นว่าการทำสบู่ด้วยตัวเองนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ
หานชีเยวี่ยจึงเริ่มค้นหาสูตรการทำสบู่ต่อปรากฏว่าเธอเจอวิธีทำที่น่าเชื่อถือจริงๆ หานชีเยวี่ยจดบันทึกทุกขั้นตอนไว้แล้วคิดว่าพรุ่งนี้จะลองทำที่บ้านดู
เธอไม่เคยคิดเลยว่าสบู่ที่จำเป็นต้องใช้คูปองซื้อจากร้านสหกรณ์จะมีวิธีทำที่แสนง่ายดายถึงเพียงนี้
ตอนนี้หานชีเยวี่ยรู้สึกเหนื่อยมากแล้วแต่เธออยากลองทำการแปรรูปสบู่ ด้วยเหตุนี้เธอจึงเริ่มค้นหาอุปกรณ์และส่วนผสมสำหรับทำสบู่ในมิติ ไม่นานนักหานชีเยวี่ยก็สามารถหาอุปกรณ์และส่วนผสมสำหรับทำสบู่ได้ครบ
“ความรู้เปลี่ยนโชคชะตา!”หานชีเยวี่ยนึกถึงประโยคนี้ก่อนจะนอนลง
เธอได้หลับฝัน ในฝันนั้นเธอกลายเป็นราชินีสบู่
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหานชีเยวี่ยตื่นนอนแล้ว เธอเดินขึ้นเขาไปออกกำลังกายก่อน
ใช่แล้วทุกวันตอนเช้าตรู่ที่หานชีเยวี่ยเดินขึ้นไปบนเขาเป้าหมายหลักที่แท้จริงคือการออกกำลังกาย
เมื่อปีนขึ้นไปบนภูเขาแล้วเธอจะหาเก็บผักป่า ตัดหญ้าจูเฉ่าและขุดสมุนไพร เมื่อกิจกรรมทั้งหมดนี้แล้วหานชีเยวี่ยจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
ในขณะที่เธอกำลังแบกกระบุงหนักๆเดินลงมาจากภูเขาหานชีเยวี่ยพลันมองเห็นบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวบริเวณเชิงเขาพอดี
เมื่อนึกถึงเรื่องที่วันนี้ลู่จิ่งหมิงจะต้องจากไปเธอก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปดูสถานการณ์เสียหน่อย
เมื่อคุณปู่คุณย่าเห็นหานชีเยวี่ยมาหาพวกเขารู้สึกดีใจปนตกใจ แม้ว่าพวกเขาจะดีใจที่หานชีเยวี่ยมาหาแต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าหากมีคนอื่นเห็น อาจจะส่งผลกระทบต่อหานชีเยวี่ยได้
คนอย่างพวกเขาใครไปเกี่ยวพันด้วยก็ล้วนโชคร้ายไปหมด
“หนูน้อย เธออย่ามาที่นี่ให้บ่อยนักเลยนะถ้าคนอื่นเห็นเข้ามันจะไม่ดี”
คุณย่าลู่มองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แล้วจึงให้หานชีเยวี่ยเข้าบ้านก่อนจะพูดอย่างระมัดระวัง
หานชีเยวี่ยสำรวจรอบๆ ลานบ้านกำแพงบ้านนั้นแข็งแรงทนทาน มากกว่าที่เธอคิดไว้อยู่โข
“คุณย่าลู่ ชาวบ้านยังไม่ตื่นกันหรอกค่ะไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครเห็นหรอก”
“หนูน้อยจ๊ะ ระวังไว้ก็ไม่เสียหายหรอกย่ารู้ว่าจิ่งหมิงเจ้าเด็กนั้นเขาขอให้หนูมาดูแลพวกเรา แต่หนูไม่ควรมาบ่อยๆถ้ามีคนเห็นเข้า ถือว่าเป็นความผิดของพวกเรา”
คุณย่าลู่เอ็นดูหานชีเยวี่ยไม่อยากให้หานชีเยวี่ยต้องเดือดร้อนเพราะคนแก่สองคนอย่างพวกเขา
หานชีเยวี่ยคิดตามก็จริงอย่างที่คุณย่าลู่ว่า แม้ว่าจะพูดว่าค่อนข้างปลอดภัยแต่ถ้าเกิดมีคนเห็นขึ้นมาล่ะ?
ในชุมชนนี้ยังมีหลี่เสี่ยวหรงที่หลงรักจวงเหวินหลินอยู่ไม่แน่ว่า หล่อนอาจจะกำลังจับตาดูเธอเพื่อหาเรื่องใส่ความก็เป็นได้
“ค่ะ คุณย่าลู่ งั้นเราตกลงกันแบบนี้นะคะถ้าคุณย่ามีอะไรให้ฉันช่วย ก็วางก้อนหินสองก้อนไว้ใต้ต้นไม้นั่นนะคะ”
“วิธีนี้ดี” คุณย่าลู่ตอบรับอย่างรวดเร็ว
ตอนที่หานชีเยวี่ยกำลังจะกลับเธอถึงเพิ่งรู้ว่าไม่เห็นลู่จิ่งหมิง เธอจึงถามว่า “สหายลู่จิ่งหมิงไปแล้วเหรอคะ?”
เมื่อได้ยินหานชีเยวี่ยถามถึงหลานชายของตนใบหน้าของคุณย่าลู่ก็ยิ่งยิ้มแย้มสดใสมากขึ้น
หนูน้อยคนนี้รู้จักถามไถ่ถึงหลานชายทึ่มๆของเธอ ดี ดีมาก!
“เขาออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดแล้วรถไฟออกสิบโมงเช้า แต่เขาบอกว่าถ้าไปสายจะตกรถเอา” คุณย่าลู่อธิบาย
หานชีเยวี่ยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยลู่จิ่งหมิงไปแล้ว แถมก่อนไปก็ไม่ได้บอกลาเธอด้วย
ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวเพียงชั่วครู่หานชีเยวี่ยจึงนึกขึ้นได้ว่า พวกเขาต่างก็เป้นคนแปลกหน้าที่พบกันโดยบังเอิญไม่จำเป็นต้องบอกลากันเป็นพิเศษนี่นา?
หานชีเยวี่ยไม่รู้เลยว่าตอนที่ลู่จิ่งหมิงเดินผ่านบ้านของเธอ เขายืนหยุดอยู่นานเลยทีเดียว
“จิ่งหมิงบอกว่าหลังจากนี้ถ้าเขาพอมีเวลาจะเขียนจดหมายถึงหนู จดหมายของพวกเราปู่ย่าเขาจะสอดไว้ในจดหมายที่เขียนให้หนูแล้วส่งมาพร้อมกัน”
หานชีเยวี่ยรู้สึกใจลอยเธอพยักหน้าและตอบว่า “ค่ะ คุณย่าลู่ ฉันเข้าใจแล้ว”
เมื่อกลับถึงบ้านหลังจากหานชีเยวี่ยทานข้าวเสร็จ หานชีเยวี่ยก็เริ่มขัดหม้อ
“ชีเยวี่ยหลานบอกว่าวันนี้จะเข้าเมืองไม่ใช่เหรอ วางหม้อไว้นั่นแหละเดี๋ยวย่าล้างให้ก็ได้”ย่าเฒ่าหานรีบพูด
“คุณย่า หนูอยากทำอะไรบางอย่างก่อนแล้วค่อยเข้าเมืองค่ะ”
“เมื่อวานหนูบอกหัวหน้าชุมชนว่าวันนี้จะเข้าเมืองไม่ใช่เหรอ?”ยาเฒ่าหานมองหานชีเยวี่ยอย่างจนใจเด็กคนนี้ทำไมถึงทำอะไรไม่เป็นโล้เป็นพายแบบนี้นะ?