ณ โรงแรมนาคาไอส์แลนด์ ในขณะที่ทุกคนกำลังทานอาหารเย็น ม่อนกับแอลและพี่อ้วนตากล้อง ก็มากินอาหารที่โรงแรมนาคาไอส์แลนด์ด้วยเช่นกัน
“ จร” ม่อนดึงมือแอลเข้ามาที่โต๊ะของขจรโดยที่ไม่สนใจเพื่อนๆ ของจรที่กำลังกินอาหารกันแม้แต่คนเดียว
“ ตอนนี้นายกลายเป็น ทายาทของนาคบดินทร์ คงลืมเพื่อนฝูงอย่างพวกเราแล้วใช่ไหม?”
“ ไม่ ไม่เลย เชิญนั่งก่อน นี่คือเพื่อนที่มหาลัยของผมเอง” จรแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน ม่อนมองหน้ากรกันต์ กับ หัวหน้าเอกเหมือนจะบอกว่า ขอนั่งใกล้กับขจร ทำให้ทั้งสองต้องย้ายเก้าอี้เผื่อให้ทั้งสองสาว ม่อนจัดให้แอลนั่งใกล้กับขจรทันที โดยที่แอลนั้นไม่คอยพอใจเท่าไรนัก ส่วนพี่อ้วนตากล้องไปนั่งติดกับหัวหน้าเอกโน่น กิ๊ฟเริ่มมองหน้าขจรกับ แอลด้วยความสงสัย
“ พวกคุณมาเที่ยวกันเหรอ?” ขจรถามด้วยความสงสัย
“ เปล่า พวกเรามาทำงาน ตอนนี้โรงแรมของนายดังใหญ่แล้วรู้ไหม พวกเรามาถ่ายทำรายกายท้าผี ที่อาคารสี่ ผีเต็มตึก” ม่อนบอกไปตามตรง
“ อะไรนะ อาคารสี่ ผีเต็มตึก คุณไปเอาเรื่องผีนี้มาจากไหน”
“ โธ่ ตอนนี้ยูทูป ก็ลงข่าวกันแบบนี้ทั้งนั้น ไม่ลองไปเปิดดูบ้างเล่า พวกเราขอเข้าไปถ่ายทำ แต่ผู้จัดการไม่อนุญาต แต่ว่านายเป็นเจ้าของโรงแรม ขอให้เราเข้าไปถ่ายทำบรรยากาศตอนกลางคืนบ้างได้ไหม นะ นะ
ได้โปรด เห็นแก่หน้าแอลด้วย”
“ เกี่ยวอะไรกับฉันด้วยเล่า” แอลหยิกแขนเพื่อนไม่พอใจ
“ ผมยังไม่รู้เลย ว่ามีอันตรายหรือเปล่า ผมว่าอย่าเสี่ยงเข้าไปเลย”
“ นายก็เข้าไปกับพวกเราด้วยซิ มีนายไปด้วย ฉันกับแอล ก็อุ่นใจเหมือนคราวที่แล้วไง ที่พวกเราเจอกับ ขุนวิเศษภักดี ถ้าไม่มีนาย พวกเราก็คงแย่”
“ จร เคยไปกับพวกเขาด้วยเหรอ?” กิ๊ฟเอ่ยถามเสียงเข้ม
“ เคยซิ ตอนนั้นจรเขาต้องหางานทำ เราเลยช่วยจ้างเขาไปเป็นบอดี้การ์ดให้กับพวกเราด้วย” ม่อนเอ่ยกับกิ๊ฟ โดยไม่รู้มาก่อนว่า กิ๊ฟคือแฟนของขจร
“ ไม่เห็นบอกเราเลย” กิ๊ฟเอ่ยเบาๆ กึ่งน้อยใจ จรเลยได้แต่ยิ้มให้
“ ไม่เป็นไร หากเขาไม่ช่วย พวกเราก็กลับกันเถอะ” แอลก็ไม่พอใจ ก็จะลุกขึ้นไปจากที่นี่ทันที
“ ก็ได้ หากจะเข้าไปจริงๆ ต้องทำตามที่ผมบอกเท่านั้น ตกลงไหม”
“ เย้..ฉันนึกแล้ว ว่านายต้องช่วยพวกเราอยู่แล้ว”
“ เราก็จะไปด้วย” กิ๊ฟเอ่ยขึ้นมา ทำเอาขจรสะดุ้ง
“ ฉันก็ไปกับพี่กิ๊ฟด้วย” เงือกน้อยจับแขนกิ๊ฟแน่นพร้อมจะไปด้วย
เพื่อนๆ ทุกคนก็พยักหน้าจะเข้าไปอาคารสี่ ด้วยกันทั้งหมดเลย
ขจรนึกในใจ ยกขโยงไปกันหมดนี่ ผีที่ไหนจะกล้าออกมากัน ขจรได้แต่ส่ายหัว แล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ แล้วคุยกับ ผีจ๋อมทันที
“ คุณช่วยไปติดต่อ ผีที่อาคารสี่ให้ผมหน่อย ถามว่า พวกเขาต้องการอะไร ผมจะช่วยทำให้ทุกอย่าง ขอให้ไปจากที่นี่ซะ แต่ว่า พูดไม่รู้เรื่อง ผมจะส่งวิญญาณพวกเขาไปผุดไปเกิดทันที”
“ ให้ฉันช่วยแบบนี้ ต้องมีค่าตอบแทนหน่อยนะ”
“ ชุดที่ใส่ กระเป๋าแบรนด์เนม มือถือ ก็ให้ไปแล้วยังจะเอาอะไรอีก”
“ จูจุ๊บ 1 ทีก่อน แล้วจะช่วย”
“ นี่...คุณเป็นผู้หญิงนะ ทำไมไม่อายบ้างหรือไง มาขอผู้ชายจุ๊บเนี่ย?”
“ อายใครกันเล่า รู้แค่สองคนเท่านั้น”
ขจรหลับตานิ่ง เหมือนกับพร้อมให้ผีสาวจ๋อมจัดการตามอำเภอใจได้
ผีจ๋อมพุ่งเข้ามาแล้วบรรจงจูบปากขจรไป ทั้งสองลืมตาขึ้น พร้อมกับว่า การสัมผัสเช่นนี้ทั้งคู่สามารถรับรู้รสสัมผัสกันได้เหมือนกับว่า จูบกับมนุษย์ด้วยกันมากกว่า
จ๋อมก็บดขยี้ริมฝีปากของขจรอย่างเต็มที่ เพราะหวังว่า จะได้รับความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา พอความทรงจำบางอย่างเริ่มคืนมาแล้ว จ๋อมก็ยิ่งบดจูบใส่ขจรอย่างหนักหน่วงขึ้นไปอีก ขจรเองก็ตกใจกำลังคิดจะผลักออก แต่จ๋อมก็ไม่ยอมเพราะความทรงจำกำลังไหลกลับเข้ามา ถึงกับจับหัวขจรเอาไว้
แต่ว่าขจรที่เห็นว่ามันจะนานเกินไปแล้ว จึงปล่อยยันต์เกราะเพชรออกไป ทำให้ผีจ๋อมถึงกับกระเด็นถอยออกไปในทันที
“ โอ้ย นี่คุณจะฆ่าฉันหรือไง ความจำของฉันกำลังจะกลับมาหมดอยู่แล้วเชียว”
“ เสียเวลามากไปแล้ว ไปทำงานได้”
ผีจ๋อมทำหน้ากระฟัดกระเฟียด แล้วก็แลบลิ้นใส่ขจร แล้วพุ่งตัวหาววับไปในทันที
ขจรกลับมาที่โต๊ะ พบว่า กิ๊ฟกับ แอลคุยกันอย่างสนิทสนมแล้ว
“ จรไม่เห็นบอกเลย ว่าจรเป็นคนช่วยพี่แอล ตอนเกิดอุบัติเหตุ”
“ ก็เห็นจากคลิปแล้วมิใช่เหรอ?”
“ เห็นที่ไหน ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” กิ๊ฟกลับแกล้งบอกไม่เคยเห็นหน้าตาเฉย ทำเอาขจรถึงกับเป็นงง ไม่รู้ว่ากิ๊ฟคิดอะไรอยู่กันแน่
“ เอาเถอะ พวกเราไปกันได้แล้ว”
ทั้งหมดเดินทางไปที่อาคารสี่ พอไปถึงก็มีคนยืนอยู่หลายกลุ่ม เป็นพวกยูทูปเบอร์แต่มี รปภ. นับสิบคน มายืนขวางเอาไว้ ไม่ให้ใครเข้าไป พอเห็นขจรเดินมา ทุกคนก็เข้ามาทำความเคารพ แล้วให้ขจรกับกลุ่มเพื่อนๆ เข้าไป สร้างความไม่พอใจกับกลุ่มพวกยูทูปเบอร์ ที่ไม่ได้เข้าไป
“ ทุกคนรออยู่ตรงนี้ก่อน” ขจรให้ทุกคนรอที่ห้องโถงของอาคารสี่ เพื่อรอให้ ผีจ๋อมออกมาส่งข่าว
“ สวัสดีผู้ชม ตอนนี้ช่อง แอลม่อนของเราได้พามาทุกคนมาที่โรงแรมนาคาไอส์แลนด์ อาคารสี่ผีเต็มตึก ตอนนี้พวกเราได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ให้มาถ่ายทำเวลากลางคืนแบบนี้ เจ้าของโรงแรมก็มาด้วย เห็นไหม.....” แอลกับม่อนกำลังแพร่ภาพสดออกอากาศทางช่องของพวกตน
แล้วขจรก็เห็น ผีสาวจ๋อมพุ่งตัวออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เสื้อผ้าขาดวิ่น
“ ไม่ไหวพวกเขาไม่ฟังอะไรเลย โดยเฉพาะไอ้เด็กผีสองตัวนั่น มันเล่นงานฉันจนอยู่ไม่ได้ ฉันว่า คุณเข้าไปจัดการเองเถอะ”
“ ตกลงมีผีกี่ตนกันแน่”
“ ก็มีผีพ่อกับแม่ และ ผีเด็กห้าขวบ สองตน แต่ว่าพวกเขาคล้ายกับคนบ้า พูดไม่รู้เรื่อง คุณเข้าไปต้องระวังตัวด้วยนะ”
“ อยู่ชั้นไหน”
“ เข้าลิฟท์ไปก็เจอพวกเขาแล้ว”
ขจรมองลิฟท์ที่มีอยู่สองตัว แล้วหันมาบอกทุกคนว่า
“ รอที่นี่ก่อนนะ”
“ ไม่ พวกเราจะขึ้นไปด้วย” ม่อนเอ่ยทันที ทำให้ทุกคนก็ได้แต่พยักหน้า
“ ตามใจ” ขจรก็ไม่ห้าม คิดว่า เจอบ้างก็ดีจะได้รู้สึกกลัวกันบ้าง เท่าที่รู้มา พวกผีพวกนี้ก็ได้แต่หลอกหลอน ไม่เคยทำร้ายคน จึงคิดว่าน่าจะปลอดภัย
จึงขึ้นลิฟท์เพื่อจะไปที่ชั้น 4 ชั้นที่เกิดเหตุก่อน แต่ว่าลิฟท์ที่จะขึ้นไปนั้นดันจุคนได้แค่ 8 คน แต่ว่าทั้งหมดมีกันตั้ง 11 คน เลยต้องแยกกันไปคนละตัว
จร กิ๊ฟ แอล ม่อน ซี และเงิือกน้อยเข้ามาอยู่ลิฟท์ตัวเดียวกัน ส่วนที่หนุ่มๆทั้งห้า อยู่ในลิฟท์อีกตัว
พอทั้งหมดเข้าลิฟท์ไป ก็มีก็มีผีเด็กชายปรากกฏตัวขึ้นหันหน้าเข้าหาประตูลิฟท์ แล้วก็กดปุ่มลิฟท์เล่นไม่หยุด หญิงสาวต่างก็ร้องกรี๊ด รีบกระโดดเข้ามาข้างหลังขจร
“ ไอ้หนู พ่อแม่เอ็งไปไหน”
เด็กชายไม่ตอบกลับหันหน้ามา ดวงตาของเขาหลุดออกมา 1 ข้าง แถมลิ้นก็ยื่นห้อยออกมา ยกมือที่ยืดยาวเข้าหาขจร ซีเห็นอย่างนั้นล้มพับสลบไปเป็นคนแรก
จรส่ายหัวสะบัดมือขึ้นมา มีมีดเสือบินปรากฏ ในมือแล้วเคาะเข้าไปที่หัวของผีเด็กน้อย
โป๊ก !
ผีเด็กน้อยร้องกรี๊ดออกมาสุดเสียง แล้วลงไปนั่งกันพื้นร้องไห้ แล้วหายตัวหนีไป
ขจรต้องกดลิฟท์ใหม่เพื่อขึ้นไปชั้นสี่ แต่พอขึ้นไปกลับไม่เห็น ลิฟท์อีกตัวขึ้นตามมาด้วย มันยังคงอยู่ที่ชั้นหนึ่งยังไม่ขึ้นมาชั้นสี่
ขจรเห็นซียังสลบอยู่ก็นำยาดม ออกมาแล้วให้ซีดม ซีถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้นทันที
ไม่ทันโวยวายอะไร ลิฟท์อีกตัวก็ขึ้นมาชั้นสี่ พอประตูลิฟท์เปิดออก
ห้าหนุ่มต่างก็กอดกันแน่น แต่ละคนล้วนหัวฟูกันทุกคน สาวๆ ถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน
“ ออกมากันได้แล้ว”
“ ผะ ผีเด็กหญิง ตาถลนออกมา มันแลบลิ้นออกมายาวเป็นฟุตเลย” ห้วหน้าเอก เอ่ยปากคอสั่น คุณชายจางได้แต่นิ่งเงียบ ใช้มือลูบผมเพื่อไม่ให้เสียภาพหนุ่มหล่อนักเรียนนอก กรกันต์รีบเข้ามาหาจร แล้วบอกว่า
“ พวกเรากลับไปตั้งหลักกันก่อนไหม”
“ ไม่มีอะไรหรอกน่า” พอขจรพูดจบ แสงๆไฟ ตามทางเดินก็เริ่มดับ ที่ละดวง ๆ ไล่เข้ามา ทุกคนต่างวิ่งกรูเข้ามาอยู่ข้างหลังขจร
“ ผมมาดี ไม่อยากทำร้ายพวกคุณ ขืนทำอย่างนี้อย่าหาว่า ผมใจร้ายนะ”
ไม่มีเสียงตอบกลับ หลอดไฟดับทีละดวง ๆ ไล่เข้ามา ขจรยกมือท่องคาถาออกไป พลันมีแสงจากเกราะเพชรส่องสว่างวาบออกจากตัวของขจร เห็นผีสี่คนมีพ่อแม่และเด็กทั้งสองคน อ้าปากกว้างพุ่งเข้ามา พอเจอแสงเกราะเพชรก็กระเด็นหายไป
“ ฉันไปถามท่านเจ้าที่มาแล้ว ท่านบอกว่าพวกเขากินแมงดาพิษ ทำลายสมองพวกเขาไปแล้ว ทำให้ไม่อาจไปผุดไปเกิดได้เอง เจ้าที่เคยขับไล่พวกเขาแล้ว แต่ไม่อาจสู้ได้”
ผีจ๋อมเข้ามารายงานให้ขจรฟัง ขจรได้แต่พยักหน้า แล้วเปิดประตูห้องที่ทั้งสี่คนนั้นตายไป แล้วก็นำดาบสยบฟ้าออกมา แล้วกรีดไปที่พื้น แล้วเขียนยันต์แปดทิศ 9 ประตู
แล้วเริ่มท่องคาถมพญายมราช ผีทั้งสี่ที่ตายในห้องแห่งนี้ แม้จะหลบไปที่อื่น แต่ก็ถูกดูดเข้ามาด้วยยันต์แปดทิศ 9 ประตู ทั้งสี่นั้นก็มาปรากฏตัวใน เขตยันต์ที่ขจรได้เขียนไป ในขณะที่ขจรยังสวดคาถาไม่หยุด ก็มีหลุมไฟนรกลุกขึ้นพรึบ
วิญญาณของสี่คนพ่อแม่ลูกทั้งสอง ก็ถูกดูดลงไปในทันที
“ หวังว่า ทุกคนจะไปอยู่ในภพภูมิที่ดีกว่านี้” ขจรเอ่ยออกมาเบาๆ เพื่อนๆ ทุกคนต่างตื่นเต้นกันมากมา ม่อนหันกลับไปถามพี่อ้วนตากล้อง
“ พี่อ้วน เก็บภาพไว้ได้หรือเปล่า”
“ เปล่าๆ กล้องอยู่ในลิฟท์ ไม่กล้าไปหยิบมา”
“ ไอ้พี่อ้วน แล้วนี่จะเอาคลิปที่ไหนไปลงช่องของเราเล่า” ม่อนบ่นพี่อ้วนตากล้องอย่างไม่พอใจ
“ ทำไมพวกเขาไม่ไปผุดไปเกิดล่ะ จร” กิ๊ฟถามอย่างสงสัย
“ กรรม แต่ละคนมีกรรมไม่เหมือนกัน บางคนตายแล้วก็ได้ไปเกิดเลย แต่บางคนยังคงต้องกลายเป็นผีแร่รอน รอการไปผุดไปเกิด ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร”
“ แล้วเขาลงนรกไปแบบนี้ จะไปเกิดใหม่เลยหรือเปล่า”
“ ก็แล้วแต่บุญกรรมของเขา ท่านพญามัจจุราช จะเป็นผู้ตัดสินเอง”
“ ทำไมจรรู้เยอะจัง”
“ ก็เราเป็นศิษย์เอกของหลวงตาแจ่ม แห่งวัดสถานทิพย์มงคล จำไม่ได้หรือไง”
แอลได้ยินขจรกับ กิ๊ฟคุยกันอย่างกระหนุงกระหนิง ก็ได้แต่ฝืนยิ้ม แล้วก็ถอยห่างออกมาไปหา ม่อนในใจก็รู้สึกแปลก คล้ายกับคนอกหักยังไงไม่รู้
ค่ำคืนนั้น ทั้งหมดได้ลงมาฉลองกัน โดยที่ขจรพาทุกคนลงมาที่ผับใต้ดินของโรงแรม ซึ่งมีนักดนตรีมาเล่นเพลง ทั้งหมดเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน แต่หารู้ไม่ว่า
ตอนนี้ มีแก๊งยากูซ่า จากญี่ปุ่น นั่งเครื่องบินส่วนตัว พานินจายอดฝีมือมากัน สิบคนโดยมีผู้นำคือ ทาเคชิ และ ซายูริ ซึ่งทั้งคู่นั้นก็เป็นนินจาจากสำนักโคงะ สำนักชื่อดังจากญี่ปุ่น เป้าหมายของพวกเขาคือ นำตัวเงือกน้อยกลับไปเป็นยาอายุวัฒนะนั่นเอง.