หน้าบริษัทที่พลุกพร่านไปด้วยผู้คนส่วนใหญ่แล้วเป็พนักงานบริษัท เนื่องจากเป็เวลาหลังเลิกงานที่ต่างคนต่างมุ่งหน้าเผื่อกลับบ้าน จะเห็นพนักงานบริษัทถยอยเดินออกมากจากตึก หนึ่งในนั่นรวมถึงรักษ์ที่กำลังเดินไปยังลานจอดรถที่จอดอยู่สำหรับผู้บริหาร ซึ่งไม่ค่อยมีพนักงานเดินผ่านมาเท่าไหร่นักเนื่องจากเป็พื้นที่ส่วนบุคคล
ร่างบางเดินมายังรถของตนที่จอดไว้ไม่ได้ใช่งานมาหายวันใน่หลังมานี้ มือบางกดรีโหมดเปิดรถก่อนจะทันได้เข้าไปนั่งกลับมีมือหนาของคิมหันที่ยืนซ้อนหลังอยู่ดึงร่างบางให้หันกลับมาคุยกัน มือหนาพลักให้ประตูรถปิดเข้าไปเหมือนเดิม ก่อนจะยืนคร่อมร่างบางไว้
“ทำไมเลขาหน้าห้องบอกว่านายกลับไปแล้ว... นายเป็อะไรหลบหน้าเราทำไม” มือบางดันอกหนาด้วยสองมือแต่ไม่เป็ผลก็ได้แต่ปล่อยให้คิมหันษ์ทำตามใจ
“เลิกงานแล้วทำไม ไม่กลับคอนโดนายไปละ” รักษ์เลือกที่จะไม่ตอบคำถามของคิมหันษ์ แต่กลับถามคำถามไปแทน
“ เราอยากไปส่งนายที่บ้าน ” คิมหันมองรักษ์ที่พยายามหลบสายตาตน
“ไม่ต้องไปส่ง วันนี้เรามีนัดแล้ว”
“นายโกหก”
“เราป่าว” พูดเสร็จอาศัยจังหวะที่คนเป็เพื่อนเผลอจะผละเดินหนี
“แต่นายหลบตาเรา” มีหรือที่แรงน้อยนิดของร่างบางจะสู้แรงของคนตัวสูงที่ออกเข้ายิมเป็ประจำได้ มือหนาเกี้ยวรั้งเอวบางไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ชวยเอาข้อมือบางเอาไว้
“นี่คิมเลิกเล่นแบบนี่ซักทีเหอะน่า เราเหนื่อยแล้วนะ” มือบางสบัดข้อมือตัวเองเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ไม่เป็ผลทัเงพยายามใช้มืออีกข้างช่วยแกะก็ยังไม่หลุดจากการกแบกุมไว้ มันไม่ได้ง่ายอย่างใจคิด ‘คนอะไรมือเหนี่ยวชะมัด คิมนะคิม’
“เราไม่ได้เล่น เราแค่จะไปส่งนายที่บ้านมันผิดตรงไหน” คิมหันก้มลงมามากระซิบข้างหูของรักษ์ ทำเอาร่างบางหดคอหนีลมหายใจอุ่นที่ราดรดลงบนต้นคอขาวเนียน
“ งือ แต่วันนี้เรามีนัดแล้ว กลับไปเหอะ” ยังคงปฏิเสธ
“ไม่” ต่างคนต่างจ่องตากันไม่ลดละ
“นี่ ลืมไปแล้วเหรอคิมว่าน้องเรารอนายอยู่ที่คอนโดนะ ” เกิดความเงียบขึ้นมาก่อนที่รักษ์จะทำลายความเงียบนั่นลง
“นายกลับไปอยู่กับน้องรินทร์เหอะ ขอร้องละ”
“แล้วเื่ของเราเกี่ยวอะไรกับหนูรินทร์” เสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจทำเอาร่างบางก็โมโหขึ้นมาเหมือนกัน
“ทำไมจะไม่เกี่ยวฟะก็นายเป็แฟนน้องเรา เราเคยบอกนายแล้วใช่ไหมอย่าทำน้องเราเสียใจ แล้วที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ คืออะไร รินทร์รออยูที่ห้อง แต่นายกลับมาตามติดเรานี่นะ มันใช่หน้าที่ของนายเหรอคิมที่ต้องไปส่งเราที่บ้าน รถเราก็มีเราจะกลับเอง อือ ” รักษ์พูดโต้ตอบเสียงแข็ง
“ ”
“นายกลับไปเถอะคิม นะ เราขอเหอะ” พูดเสียงแข็งก็แล้วยังไม่ฟังเลยยอมอ่อนให้อีกสักครั้ง
“แต่ก่อนเราก็ไปส่งนายที่บ้านออกบ่อย พานายไปไหนมาไหนก็บ่อย ไม่เห็นนายเคยว่าอะไร แล้วทำไมวันนี้ถึงทำไม่ได้ละรักษ์” คิมหันษ์ดื่อดึงไม่สนใจคำพูดของรักษ์ ไม่ยอมกลับตามที่รักษ์บอกง่ายๆ
“แต่นี่มันบ่อยเกินไปแล้วคิม….นายเล่นมาตามติดเราตลอดเวลาแบบนี่เราไม่โอเคหว่ะ ” ร่างบางที่สูงพอกับไหลของของคนตัวโตหันมามองหน้าเพื่อนรักอย่างคิมหันษ์และทั้งพยายามทำความเข้าใจกับหัวใจตัวเองและคนเอาแต่ใจตรงหน้า
‘ไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมปล่อยให้เพื่อนทำอะไรแบบนี้ให้กัน ไม่เข้าใจความคิดตัวเองตอนนี้เลยสักนิดเดียว ที่ยอมคิมหันษ์ตลอดไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้นกับหัวใจ ทำไมเวลาอยู่ใกล้กันเผลอสบตากันทีไรแล้วใจสั่นแปลกๆ ไม่รู้ว่ามันั้แ่ตอนไหนที่คอยแต่จะมองหาคิมหันษ์ตลอดเวลา มันเกิดขึ้นตอนไหนที่อยากอยู่ใกล้ๆ คิมหันษ์แบบนี้ ’ เสียงในความคิด
สองคนสบตากันในความเงียบ ก่อนที่รักษ์จะส่ายหน้าให้กับความคิดไม่เข้าท่าของตัวเอง เป็ความคิดที่ไม่อยากจะให้อภัยตัวเองเลยสักนิด’ ไม่เอาไม่คิดแบบนี้ นายมันบ้าไปแล้วรักษ์’
“นายไปส่งเราแล้วอยู่บ้านเราจนดึกดื่น บ้างวันนายก็นอนบ้านเราบางวันก็กลับไปนอนบ้านนาย เห้ย แล้วน้องเราละเราเพิ่งมารู้จากน้องรินทร์วันนี้เองว่า่นี้นายไม่กลับคอนโดเลย นายเป็อะไร มีปัญหาอะไรทำไมไม่คุยกันดีดี หลบหน้าน้องเราทำไม ทำแฟนงอนแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”
‘หึ เด็กนั่นบอกนายอย่างนั่นเหรอ’ คิมหันษไม่ได้พูดแบบนั่นออกไปแต่กำลังมองใบหน้าหวานของเพื่อนรัก ที่ตอนนี้คิวสองข้างผูกเป็ปม นิ้วโป้งของคิมหันษ์ยืนไปแตะตรงระหว่างคิ้ว กดนวดคลึงเบาๆ ก่อนมือหนาจะเลื่อนขึ้นไปวางบนศีรษะของรักษ์แล้วโยกเบาๆ
“นี่ อย่าคิดมากเลยนะ มันไม่มีอะไรหร่อก เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกับน้องนายทั้งนั่นแหละ” คิมหันษ์ตอบแค่นั่นก่อนจะปล่อยให้รักษ์เป็อิสระ
“งั่นนายก็กลับคอนโดไปเลยไป”
“เราจะกลับก็ต่อเมื่อนายยอมให้เราไปส่ง เราพูดจริงไม่ได้ล้อเล่น” ใบหน้าคมพูดขึ้นนิ่งๆ ไม่ยอมขยับจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่ ซึ่งมันก็ทำให้ร่างบางเปิดประตูรถไม่ได้อยู่ดี
“ก็ได้ ๆ เหนื่อยจะเถียงกับนายละ เถีนงไปก็แพ้นายตลาด ไปส่งเราที่ห้องอาหาโรงแรมZ.....….ยืนทำอะไรอยู่ถ่อยไปเปิดประตูซิไปรถนาย” เมื่อเห็นว่าจนปัญญาจะห้ามคิมหันษ์อีกแล้วก็ได้แต่ยอมตามใจอีกครั้ง
:
:
:
:
ระหว่างนั่งรถมาด้วยกันสองคนต่างคนต่างเงียบใส่กันไม่มีใครเอยปากชวนคุย
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ทำลายความเงียบระหว่างกัน
“ฮัลโหล งือพี่ฟ้า รักษ์กำลังจะถึงแล้วค๊าบบ
อืม อีกไม่เกิน5นาทีค๊าบ.. ได้คับบ… ถึงแล้วรักษ์ โทรหานะ” ตาคมหันมามองคนที่กำลังคุยโทรศัพท์ สองมือกำพวงมาลัยรถแน่น ได้แต่หันหน้าไปมองถนนด้วยความไม่พอใจ
ฟ้า หรือน่านฟ้าคนที่รักษ์กำลังคุยสายด้วยก็เป็หนึ่งในคนที่เข้ามาตามจีบรักษ์ คนที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ยังไม่เคยไปไหนยังตามอยู่ข้างๆ รักษ์
“ไหนว่าไม่ได้ชอบมันไง” เสียงไม่พอใจเอยขึ้นเมื่อเห็นว่ารักษ์ว่างสายไปแล้ว
“ยุ่ง แล้วช่วยพูดถึงพี่ฟ้าเค้าดีๆ หน่อยได้ไหม”
“ไม่จำเป็ โอ้ยยยยย เจ็บๆ รักษ์เราเจ็บบบนะ” คิมหันษ์ส่งเสียงร้องออกมาเมื่อโดนคนร่างบางหยิกเข้าให้ที่ไหล่
“สมน้ำหน้า ไม่ต้องมองเราเลย ขับรถดีดี มองทางด้วย”
รถหรู่แล่นเข้ามาจอดหน้าโรงแรมz….ซึ่งเป็โรงแรมห้าดาวกลางใจเมือง
คิมหันษ์ไม่ได้กลับคอนโดหลังจากที่มาส่งรักษ์เสร็จ อย่างที่บอกกับรักษ์เอาไว้ แต่กลับแอบตามเข้ามาในห้องอาหารที่มีรักษ์นั่งอยู่ข้างๆ ผู้ชายร่างสูงที่ชื่อน่านฟ้าคนนั่น คิมได้แต่ยืนมองสองคนที่นั่งตัวติดกัน พูดคุยกันอย่างสนิทสนม ให้ตายเถอะ เค้าอยากจะเดินเข้าไปกระชากร่างบางของตรงหน้าออกมาด้วยซ้ำแล้วพากลับบ้าน
แต่ก็ไม้อาจทำอย่างที่ใจคิดได้รู้ว่าถ้าทำลงไปแล้วรักษ์จะโกรธ
ได้แต่เดินหันหลังพาหัวใจที่เ็ปก้าวเดินออกมา………..พาตัวเองไปนั่งดื่มเหล้าที่ร้านประจำ
………………………………
ร่างเล็กที่ขดตัวเป็ก้อนอยู่ในผ้าห่มผื่นหนา ขยับตัวตื่นขึ้นมาในตอนสายของอีกวันด้วยเพราะแสงที่ส่องผ่านผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทส่องเข้ามากระทบใบหน้านวน ภายในห้องนอนเงียบสนิท ร่างเล็กก้มมองตัวเองที่ทั้งตัวสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง
“เสื้อเฮีย” ก่อนจะมองไปรอบห้องแต่ไม่เจอเ้าของเสื้อ ถึงจะรู้สึกครั้นเนื้อครั้นตัวเหมือนว่ากำลังจะไม่สบาย แต่ก็ฝื่นพาร่างกายตัวเองเข้ามาหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่มองเห็นทั้งตัวในห้องน้ำ ดวงตากลมโตยืนมองดูตัวเองที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปกปิดต้นขาเอาไว้ มือบางค่อยๆ ปลดกระดุมออกทีละเม็ด จนถึงเม็ดสุดท้ายปล่อยเสื้อตัวโคร่งให้หล่นลงแทบเท้ามองไปในกระจกที่สะท้อนเงาตัวเองอยู่ในนั่น มือบางยกขึ้นไปแต่ต้นคอตัวเองที่มีรอยแดงสีกุหลาบแล้วพาตัวเองไปใต้ฝักบัว
ก่อนจะพบว่าก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าห้องน้ำไปนั่นไม่ได้หยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปด้วย เเละเมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็ต้องชะงักไป
“เฮีย!” แล้วรีบปิดประตูเสียงดัง ก่อนจะค่อยๆ ปง้มประตูโผล่แค่ใบหน้าออกมา ด้วยเพราะคนที่ทำให้รินทร์ใก็คือคิมหันษ์นั่นเองที่นั่งอยู่ปลายเตียง และกำลังมองมาที่ตน มันทั้งใทั้งเขินอายในเวลาเดียวกัน
“เฮีย….. ยังอยู่…เหรอค๊าบ” ใบหน้าหวานที่โผล่ออกมาแค่ใบหน้า แก้มสองข้างแดงระรือด้วยพิษไข้ เอยถามออกไปด้วยเสียงแหบแห้ง
“ช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้หนูหน่อยได้ไหม” คิมหันษ์ไม่ได้ตอบแต่กลัยลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวไปยื่นให้ตามที่ขอ