วันคืนแห่งความเกียจคร้านอันแสนสั้นของหลงเทียนเฟยมลายสิ้นไปแล้วอย่างสมบูรณ์ เรือนพักที่เคยเป็นดั่งสรวงสวรรค์ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกคล้ายกรงทองที่รอวันเชือดเฉือนอิสรภาพของเขา
เด็กหนุ่มทอดถอนใจยาวเหยียด พลางมองไปยังหน้าต่างระบบที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด เขาเลื่อนดูรายการทักษะที่มีอยู่ด้วยความเบื่อหน่าย กลิ่นอายไร้ตัวตนรึ ใช้ไม่ได้กับคนน่ารำคาญบางจำพวก คัมภีร์ดาบหมื่นสรรพสิ่งรึ นั่นมันสิ้นเปลืองพลังงานเกินไปสำหรับการจัดการเรื่องไร้สาระ
บางทีข้าควรจะสังเคราะห์ทักษะ 'หน้ากากแห่งความน่าสมเพช' หรือ 'กลิ่นอายแห่งความไม่น่าคบหา' ขึ้นมาเสียเลย
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ข้อสรุปกับแผนการอันแสนเกียจคร้านของตน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างสุภาพ
"คุณชายเทียนเฟย ท่านผู้เฒ่ามีบัญชาให้ท่านไปพบกับคุณหนูหลี่ ณ ศาลากลางสวน เพื่อทำความรู้จักกันขอรับ"
คำพูดของบ่าวรับใช้เป็นดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของหลงเทียนเฟย เด็กหนุ่มเผลอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ สวรรค์ นี่มันคือการบังคับกันชัดๆ การต้องไปนั่งสนทนาอย่างเป็นทางการ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยหน่ายที่สุด
ณ ศาลากลางสวนที่ตกแต่งอย่างงดงาม ไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของดรุณีผู้หนึ่งทำให้แม้แต่บุปผาจันทราที่กำลังเบ่งบานยังต้องหุบกลีบลงเล็กน้อย หลี่ ชิงเหยายืนนิ่งสงบ นางทอดสายตามองไปยังบัวศิลาในสระน้ำ แต่ในใจกลับมิได้สงบนิ่งเหมือนภายนอก
นางรู้ดีถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของตระกูลจ้าวและตระกูลฉิน การผูกพันธมิตรระหว่างตระกูลหลี่และตระกูลหลงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และนางคือหมากตัวสำคัญบนกระดานนี้
คุณชายผู้ไร้ราก นางทวนคำที่ได้ยินมาจากข่าวลือซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุใดสวรรค์จึงลิขิตให้ข้าต้องมาผูกพันกับบุคคลเช่นนี้
ขณะนั้นเอง ร่างของหลงเทียนเฟยก็เดินเข้ามาในสายตาของนางอย่างเชื่องช้า ท่าทีที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนนั้นทำให้นางขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใด เสียงที่แฝงความโอหังก็ดังขึ้นจากอีกฟากของสวน
"โอ้ นั่นมิใช่คุณชายเทียนเฟยหรอกหรือ ได้ยินว่าผลการทดสอบในหอคอยช่างน่าประทับใจเสียจริง"
หลงเฟยอ้าวเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามสองนาย เขายืนอยู่เบื้องหน้าหลงเทียนเฟย ดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลนระคนอิจฉา "ชั้นสิบ ช่างเป็นความสำเร็จที่คู่ควรกับ 'ผู้ไร้ราก' เช่นเจ้าโดยแท้ ข้าเพียงแค่สงสัยว่าอัจฉริยะเช่นคุณหนูหลี่ ชิงเหยา จะรู้สึกเช่นไร ที่ต้องมาหมั้นหมายกับคนอย่างเจ้า"
คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามอย่างเปิดเผยนั้นทำให้บรรยากาศรอบกายพลันเงียบงัน
หลี่ ชิงเหยาหันมามองช้าๆ นางไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ แต่ดวงตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีคู่นั้นจับจ้องมายังหลงเทียนเฟยอย่างพินิจพิเคราะห์ นี่คือการทดสอบโดยไม่ได้ตั้งใจ นางกำลังรอดูว่าบุรุษที่ถูกลิขิตให้เป็นคู่หมั้นของนาง จะรับมือกับสถานการณ์ที่น่าอัปยศเช่นนี้อย่างไร
ทว่าหลงเทียนเฟยกลับทำในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด
เด็กหนุ่มเมินเฉยต่อหลงเฟยอ้าวโดยสิ้นเชิง เขาหันไปทางหลี่ ชิงเหยา โค้งคำนับอย่างนอบน้อมที่สุดด้วย "ใบหน้าที่ซื่อตรงจริงใจ" แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูสัตย์ซื่อและเต็มไปด้วยความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
"คุณหนูหลี่ ท่านพี่เฟยอ้าวกล่าวถูกทุกประการ ข้าเองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างไม่ยุติธรรมต่อท่านอย่างยิ่ง การที่ท่านผู้สูงส่งราวเทพธิดาต้องมาผูกพันกับคนไร้ค่าเช่นข้า ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจนัก หากมีหนทางใดที่ข้าจะสามารถช่วยให้ท่านหลุดพ้นจากโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ได้ โปรดชี้แนะข้าน้อยด้วย"
ความเงียบเข้าครอบงำทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ
หลงเฟยอ้าวที่เตรียมตัวมาเพื่อเย้ยหยันคนขี้ขลาด บัดนี้กลับอ้าปากค้าง สมองของเขาว่างเปล่า เขาไม่รู้ว่าจะตอบสนองต่อคนที่เห็นด้วยกับคำดูถูกของตนทุกประการเช่นนี้ได้อย่างไร
ส่วนหลี่ ชิงเหยานั้น ดวงตาที่เคยเยือกเย็นของนางพลันปรากฏประกายแห่งความฉงนสนเท่ห์อย่างถึงที่สุด นางจ้องมองไปยังใบหน้าที่ดูซื่อตรงและแววตาที่ดูจริงใจของหลงเทียนเฟย ภาพลักษณ์ "คุณชายไร้ค่าที่โง่เขลา" ในใจนางพลันสั่นคลอนอย่างรุนแรง
บุรุษผู้นี้...เป็นคนโง่ที่ยอมรับชะตากรรม หรือเป็นจอมเจ้าเล่ห์ที่กำลังเดินหมากอันลึกซึ้งกันแน่
(จบตอนที่ 49)