ตอนที่ 56 การเผชิญหน้ากับผู้บงการ
เหว่ยหลิงพยักหน้า “ทุกคนเตรียมพร้อม! พวกเราจะโจมตีพร้อมกัน!”
กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนยืนพร้อมเพรียงกันในตำแหน่งที่กำหนด หลันเหยายกธนูขึ้นและเล็งไปที่แท่นบูชา เฉินหลงยกดาบขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี เหว่ยหลิงและหลินเซียงใช้พลังปราณในการเตรียมตัวสำหรับการโจมตี
“ไป!” เหว่ยหลิงตะโกน
ธนูไฟของหลันเหยาพุ่งตรงไปที่แท่นบูชา ขณะที่เฉินหลงพุ่งตัวไปข้างหน้าและฟาดดาบลงที่ศัตรู พลังปราณสายฟ้าของเหว่ยหลิงและพลังน้ำแข็งของหลินเซียงทำให้ศัตรูไม่สามารถตั้งตัวได้
การโจมตีพร้อมกันนี้ทำให้ศัตรูตกตะลึงและไม่สามารถทำพิธีต่อไปได้ กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนใช้ความสามารถและความร่วมมือกันในการต่อสู้และทำลายพิธีที่น่าหวาดหวั่นนี้
“พวกเราทำได้ดีมาก” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความภูมิใจ “ทุกคนร่วมมือกันอย่างดี”
“ข้ารู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลอยู่ข้างหน้า” หลินเซียงกล่าวด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
ทันใดนั้น กลุ่มควันสีดำปรากฏขึ้นกลางห้อง แสงสว่างในถ้ำดูมืดมนลงทันที ขณะที่ควันเริ่มแผ่กระจายออกมา ร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืด ร่างนั้นคือหลงฉี ผู้บงการเบื้องหลังการโจมตีและพิธีการสังเวย
“ข้าคือหลงฉี ผู้บงการเบื้องหลังการโจมตี” เสียงของเขาเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “พวกเจ้าคิดว่าจะหยุดยั้งข้าได้งั้นหรือ?”
เหว่ยหลิงมองหลงฉีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ “เราจะหยุดยั้งเจ้าและช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่เจ้าใช้เป็นเครื่องสังเวย”
หลงฉียิ้มเยือกเย็น “เจ้าคิดว่าเจ้ามีพลังพอที่จะต่อกรกับข้าหรือ? ข้าจะให้เจ้ารู้ว่าพลังวิญญาณมืดของข้ามีอำนาจเพียงใด”
ทันใดนั้น พลังวิญญาณมืดแผ่กระจายออกมาจากร่างของหลงฉี กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนรู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งและน่าหวาดหวั่น พวกเขาเตรียมตัวพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่ยากลำบาก
“พวกเราต้องร่วมมือกันและใช้พลังทั้งหมดที่เรามีในการต่อสู้” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราจะไม่ยอมแพ้”
หลันเหยายกธนูขึ้นและยิงลูกศรไฟพุ่งตรงไปที่หลงฉี ขณะที่เฉินหลงพุ่งตัวไปข้างหน้าและฟาดดาบลงที่ศัตรู พลังปราณสายฟ้าของเหว่ยหลิงและพลังน้ำแข็งของหลินเซียงทำให้หลงฉีต้องรับมือกับการโจมตีที่มีความหลากหลาย
แต่หลงฉีกลับใช้พลังวิญญาณมืดสร้างม่านพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง การโจมตีของพวกเขาไม่สามารถทำลายม่านพลังนั้นได้
“ข้าจะทำให้พวกเจ้ารู้สึกถึงความสิ้นหวัง” หลงฉีกล่าวขณะปล่อยพลังวิญญาณมืดโจมตีพวกเขา
เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พุ่งเข้ามา เขาพยายามใช้พลังปราณสายฟ้าสร้างม่านพลังป้องกันตัวเองและเพื่อนร่วมทาง แต่พลังวิญญาณมืดของหลงฉีแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาคาดคิด
“พวกเราต้องไม่ยอมแพ้” หลินเซียงกล่าวขณะใช้พลังน้ำแข็งสร้างกับดักเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของหลงฉี
หลันเหยาและเฉินหลงพยายามโจมตีจากหลายทิศทาง แต่หลงฉีกลับสามารถหลบหลีกและตอบโต้ได้อย่างง่ายดาย พวกเขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการทดสอบความสามารถและความมุ่งมั่นของพวกเขา
“ข้าจะไม่ยอมแพ้” เหว่ยหลิงคิดในใจ ขณะที่เขามองไปยังเพื่อนร่วมทางที่ยืนพร้อมเพรียงกัน “พวกเราจะหยุดยั้งหลงฉีและช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ให้ได้”
การเริ่มต้นต่อสู้
ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำ แสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากปล่องทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุกและเยือกเย็น เสียงการต่อสู้ดังก้องในความเงียบสงัด เหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางเผชิญหน้ากับหลงฉี ผู้บงการที่ใช้พลังวิญญาณมืดในการโจมตี
เหว่ยหลิงพุ่งตัวไปข้างหน้า ใช้พลังปราณสายฟ้าของเขาโจมตีหลงฉี แต่พลังวิญญาณมืดของหลงฉีทำให้เขาต้องถอยกลับ
"เราต้องโจมตีพร้อมกัน" หลันเหยากล่าวขณะที่เธอยิงลูกศรไฟไปที่หลงฉี
ภายในถ้ำที่เต็มไปด้วยเสียงก้องของการต่อสู้ แสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากปล่องทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุกและเยือกเย็น เหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางต่อสู้กับหลงฉีอย่างเต็มกำลัง เสียงการต่อสู้ดังต่อเนื่องในความมืดมิด
ทันใดนั้น ขณะที่เหว่ยหลิงหันไปมองรอบๆ เพื่อหาทางโจมตีใหม่ สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่แท่นบูชา สภาพที่ถูกปกคลุมด้วยรอยเลือดและเงามืดจากซากศพทำให้เขารู้สึกถึงความหนาวเยือกที่แผ่กระจายไปทั่วร่าง
“ไม่นะ...” เหว่ยหลิงพูดเบาๆ ด้วยเสียงที่แหบแห้ง เขารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวและเสียงหายใจที่หนักแน่น
เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และสายตาของเขาก็หยุดที่ร่างหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นแท่นบูชา ร่างนั้นคือครอบครัวของเขา สภาพที่ถูกเซาะร่างและเลือดที่ไหลออกมาทำให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดและความสิ้นหวังอย่างยิ่ง
“ไม่... เป็นไปไม่ได้...” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธและความเจ็บปวด น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตาของเขา
ภาพความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวที่เคยอบอุ่นและมีความสุขผ่านเข้ามาในจิตใจของเขา ภาพที่เขาได้เล่นกับน้องสาวและได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ ภาพเหล่านี้ทำให้หัวใจของเขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ไม่สามารถทนได้
“ข้าสัญญาว่าจะปกป้องพวกเจ้า... ข้าสัญญาไว้...” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขารู้สึกถึงความโกรธที่พลุ่งพล่านในใจ ความรู้สึกสิ้นหวังที่แผ่กระจายไปทั่วร่าง
หลงฉีเห็นเหว่ยหลิงที่อยู่ในสภาพหน้าสังเวชและยิ้มเยาะเย้ย “เจ้ารู้สึกถึงความเจ็บปวดนี้หรือ? นี่คือผลของการที่เจ้าพยายามขัดขวางข้า”
เหว่ยหลิงหันมองหลงฉีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป!”
เสียงของเหว่ยหลิงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเจ็บปวดที่ไม่สามารถทนได้ เขาใช้พลังปราณสายฟ้าที่แผ่ออกมาจากร่างกายเพื่อโจมตีหลงฉี ขณะที่น้ำตายังคงไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
“ข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกถึงความเจ็บปวดเช่นเดียวกับที่ข้ารู้สึก” หลงฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ขณะที่เขาปล่อยพลังวิญญาณมืดโจมตีเหว่ยหลิง
แม้ว่าจะอยู่ในสภาพหน้าสังเวชและสิ้นหวัง เหว่ยหลิงยังคงต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นและความรักที่มีต่อครอบครัว เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อชีวิตของตนเอง แต่ยังเป็นการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและความรักที่เขามีต่อครอบครัว
“ข้าจะไม่ยอมแพ้” เหว่ยหลิงคิดในใจ ขณะที่เขามองไปยังร่างของครอบครัวที่ถูกสังเวย “พวกเราจะหยุดยั้งพิธีนี้และช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ให้ได้”
หลงฉีใช้โอกาสนี้ปล่อยพลังวิญญาณมืดโจมตีเหว่ยหลิง เหว่ยหลิงพยายามป้องกันตัวเองแต่พลังของเขาไม่สามารถต้านทานได้ เขาล้มลงกับพื้น ความเจ็บปวดทำให้เขารู้สึกถึงความสิ้นหวัง
"เจ้าจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดเช่นเดียวกับที่ข้ารู้สึก" หลงฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
หลินเซียงใช้พลังน้ำแข็งสร้างกับดักเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของหลงฉี ขณะที่เฉินหลงพุ่งตัวไปข้างหน้าและฟาดดาบลงที่ศัตรู หลันเหยายิงลูกศรไฟเพิ่มความกดดันให้กับหลงฉี
"พวกเราจะไม่ยอมแพ้" หลินเซียงกล่าว "เราจะหยุดยั้งเจ้าทุกวิถีทาง"
เหว่ยหลิงหายใจลึกๆ และพยายามลุกขึ้น "ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะสู้เพื่อครอบครัวของข้า"
เขารู้สึกถึงพลังปราณสายฟ้าที่แผ่ออกมาจากร่างกายและใช้มันในการโจมตีหลงฉีอีกครั้ง แม้ว่าจะยังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่ยอมให้มันหยุดเขา