54 2-2
ตอนที่94 รินชาให้เขา (2)
เป้าหมายของหญิงสาวนางนี้คือเขาอย่างไม่ต้องสงสัยรอยยิ้มของไป๋หลี่เย่ยิ่งเผยชัดเจนยิ่งขึ้น ชั่วขณะต่อมา เขาคิดแผนหนึ่งได้ในทันใดทันทีที่เขายื่นมือไปหยิบถ้วยชาที่นางส่งมอบมาให้ เขาจะพาอีกฝ่ายเข้ามาโอบกอดในอ้อมแขนให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ
ในเมื่อนางเป็นฝ่ายริเริ่มโปรยเสน่ห์ยั่วยวนก่อนเขาเองก็ขอรับไว้โดยไม่เกรงใจเช่นกัน
เมื่อเห็นหญิงสาวนางนั้นเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆไป๋หลี่เย่ก็ยิ่งเสาะเห็นว่า นางคนนี้น่ารักงดงามเพียงใด ถึงขั้นที่ว่าภายในใจของเขาตอนนี้ไม่สามารถระงับความกระวนกระวายได้อีกต่อไปยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเดินมาถึงด้วยซ้ำไป๋หลี่เย่ยื่นมือออกไปรอรับชาถ้วยนั้นก่อนโดยไวทว่าสุดท้ายนางกลับเดินถือถ้วยชาในมือผ่านหน้าอีกฝ่ายไปโดยไม่ไยดี ทั้งนี้ยังเดินก้าวต่อไปอย่างมั่นคง
ฉีหมิงเยว่สบสายตาเป็นประกายจับจ้องไปที่เซี่ยหลู่เฟิงที่อยู่รั้งท้ายสุดของกลุ่มไป๋หลี่เย่เผยรอยยิ้มบางขึ้นปรากฏบนมุมปากของนาง ถือถ้วยชาในมือแน่นภายใต้ทุกสายตาที่เหม่อมองด้วยความประหลาดใจ นางก้าวย่างทีละน้อยยิ่งเข้าใกล้เซี่ยหลู่เฟิงมากเท่าไหร่ ใจดวงนี้ของนางยิ่งสั่นระรัวไม่เป็นจังหวะ
ในตอนแรกสุดฉีหมิงเยว่ตั้งใจจะส่งชาถ้วยนี้ให้แก่ไป๋หลี่เย่ทั้งหมดก็เพื่อแผนการของย่าเฟิงในการกอบกู้จักรวรรดิแต่หลังจากที่ได้ฟังคำกล่าวของเซียถง นางก็ตาสว่างในที่สุด มองเห็นว่าอะไรคืออะไรสิ่งใดกันแน่ที่ใจของนางต้องการ และสิ่งใดกันแน่ที่ฝืนใจนางเหนี่ยวรั้งอยู่ตลอดดั่งโซ่พันธนาการที่มีชื่อว่า‘การกอบกู้จักรวรรดิ’ได้ขาดสะบั้นลงแล้วนางในตอนนี้เป็นอิสระและสิ่งเดียวที่ต้องการคือการเดินไปหาชายคนนี้ เซี่ยหลู่เฟิง
ฉีหมิงเยว่ยื่นถ้วยชาให้ต่อหน้าเซี่ยหลู่เฟิงพร้อมรอยยิ้มอันอ่อนโยนประดับแช่มใบหน้าสดใสเซี่ยหลู่เฟิงในเวลานี้ตื่นตระหนกมิใช่น้อย โค้งคำนับแก่นางให้ทีหนึ่งและรับชาถ้วยนั้นด้วยสองมือ ก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณเป็นพิธี
ฉีหมิงเยว่ส่ายหัวเล็กน้อยเชิงบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ จากนั้นก็ส่งยิ้มหวานดั่งสายลมอบอุ่นยามฤดูร้อน
ไป๋หลี่เย่หันศีรษะขวับจับจ้องภาพฉากนี้สีหน้าการแสดงออกดูมืดหม่นน น่ากลัวเป็นอย่างมากมีม่านหมอกชั้นหนาปรากฏขึ้นทั่วทั้งม่านตาหม่นประกายแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิงสาวน้อยนางนี้กล้าดีอย่างไรที่มาเพิกเฉยต่อตัวเขายิ่งไปกว่านั้นยังส่งชาถ้วนนั้นให้กับเซี่ยหลู่เฟิงที่เป็นเพียงองค์รักษ์ใต้บัญชาของเขาทั้งแบบนี้?
นี่ทำให้ไป๋หลี่เย่โมโหอย่างยิ่งยวด
บังอาจทำให้องค์รัชทยาทผู้นี้ต้องอับอายต่อหน้าสาธารณะชนเขาไม่มีวันปล่อยพวกมันทั้งคู่ไปแน่นอน!
“ยื่นมือรอเก้อเช่นนั้นคงไม่เมื่อยกระมัง?”
ไอ้เจ้าไป๋หลี่เย่มันคิดจริงๆรึว่าฉีหมิงเยว่รินชาให้ตัวมัน? สุดท้ายด้วยความมั่นหน้ามั่นใจสุดขั้วของมันเองถึงขนาดยื่นมือออกไปรอรับ แต่อีกฝ่ายกลับเดินผ่านไปอย่างไม่แยแสและส่งชาถ้วยนั้นให้เซี่ยหลู่เฟิงที่อยู่ด้านหลังมันไปแทนการโดนหักหน้าชนิดหยิบมีดมาแทงกันให้ตายยังน่าอายน้อยกว่าเช่นนี้เซียถงเห็นแล้วมีความสุขสำราญใจยิ่งนักแล้ว ทั้งนี้เองพอสังเหตเห็นว่าไป๋หลี่เย่ยังยกมือรอค้างเติ่งอยู่กลางอากาศแบบนั้นนางก็อดเปล่งเสียงหัวเราะเยาะขึ้นมิได้
ทันทีที่ทุกคนได้ยินเซียถงเอ่ยกล่าวออกมาดังนั้นทุกคนก็พึงตระหนักได้ทันทีว่า มือข้างขวาของไป๋หลี่เย่ยังคงยื่นออกมาค้างเติ่งเพื่อรอรับชาถ้วยนั้นอยู่กลางอากาศจริงๆเสียงหัวเราะระเบิดลั่นดังสนั่นขึ้นไป๋หลี่เย่รีบชักมือกลับโดยไวด้วยความอับอายสุดขีดหรี่สายตาแคบจ้องไปทางเซียถงตาเขม็ง สีหน้าบูดบึ้งมีแต่ความขมขื่น
ชั่วขณะไป๋หลี่เย่หันไปเห็นเซี่ยหลู่เฟิงที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่ม เขารู้สึกหงุดหงิดใจเสียเหลือเกินกับภาพฉากนี้เพียงหนึ่งความคิดเคลื่อนขยับ เขาสะบัดแขนเสื้อตัดผ่านห้วงเวลาดังฉับส่งคลื่นพลังคมเคี้ยวสีครามอ่อน ฟันฟาดถ้วยชาแตกคามือของเซี่ยหลู่เฟิงในพริบตาก่อนจะเลื่ออสายตาจับจ้องฉีหมิงเยว่ด้วยความโกรธ
เสียงแตกดัง‘ชวิ้ง’ ถ้วยชาถูกผ่าครึ่งเป็นสองซีกน้ำชาหอมไหลนองไปทั่วพื้น ฉีหมิงเยว่สะดุ้งเฮือก ร่นถอยออกมาสองก้าวเจือแววตกใจ
สังเกตเห็นว่าสีหน้าการแสดงออกของไป๋หลี่เย่ไม่ค่อยสู้ดันักเซี่ยหลู่เฟิงจึงก้าวเท้าย่างออกไปตรงหน้า ยืนเคียงข้างฉีหมิงเยว่จับจ้องไปที่องค์รัชทยาทของเขาฉายแววฉงนกล่าวว่า
“ข้าน้อยมิทราบว่าพึงกระทำสิ่งใดให้องค์รัชทายาทขุ่นเคือง?”
“ข้าผู้นี้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อได้เห็นชาถ้วนนั้น”
ไป๋หลี่เย่เหลือบหางตามองส่อท่าทีแสนหยิ่งผยองออกมาก่อนจะหันไปมองฉีหมิงเย่ที่อยู่เคียงข้างอีกฝ่าย กล่าวขึ้นน้ำเสียงนุ่มนวลว่า
“ข้าผู้นี้รู้สึกกระหายน้ำเล็กน้อยรบกวนเจ้ารินชาให้สักถ้วย”
ฉีหมิงเยว่ถึงกับหนย้าถอดสีซีดเซียวจำใจพยักหน้าตอบไป๋หลี่เย่กลับไป จากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปที่ศาลาหลังเดิมทันทีเซี่ยหลู่เฟิงเหม่อมองทุกย่างก้าวที่ฉีหมิงเยว่เดินกลับไปยังศาลาใจหนึ่งต้องการจะหยุดนางเอาไว้แต่เมื่อตระหนักถึงสถานะของตนกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่สอดคล้องกันเท่าไหร่สุดท้ายเขาจึงทำได้เพียงปิดปากเงียบ
ฉีหมิงเยว่เดินเข้าไปในศาลาหยิบถ้วยชาเปล่าอีกอันที่เตรียมมา และเริ่มรินน้ำชาในกาลงไปเหมือนว่าครั้งนี้จะปราศจากความบรรจงหรือประณีตใดๆ นางเทน้ำชาลงในถ้วยโดยตรงส่งผลให้ไอน้ำทะลักล้นลอยออกมาจากถ้วยมากเกินไป จนปกคลุมไปกว่าครึ่งร่าง ยกมือปัดไม่หวาดไม่ไหวทว่าภาพฉากของนางสำหรับผู้คนในมุมมองภายนอก ใครเห็นก็ว่าสง่างาม โฉมสะคราญองเอวบิดพลิ้วดูเย้ายวนจนแล้วจนรอด ไป๋หลี่เย่ไม่สามารถหักห้ามใจตนเองได้ไหวรีบเดินติดตามเข้าไปในศาลาโดยไว เข้าไปโอบกอดนางจากข้างหลังกายทั้งสองแนบชิดติดกันเขาเอื้อมมือข้างขวาออกไปคว้าข้อมือเรียวสวยสีขาวผ่องประดุจหิมะของฉีหมิงเยว่เอาไว้แน่น
“สาวน้อย ไฉนเราสองถึงไม่ไปหาสถานที่เงียบๆนั่งชื่นชมรสชาติของชาหอมที่เจ้ารินให้ล่ะ?”
ผิวพรรณของสาวน้อยนางนี้เรียบเนียนนุ่มนิ่มเหลือเกินกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของร่างกายหญิงสาวแรกแย้มช่างหอมรัญจวนใจเกินจะหักห้ามใจไหวชั่วขณะอึดใจ ไป๋หลี่เย่บังเกิดความคิดฟุ้งซ่านขึ้นทันทีภายในหัว
ฉีหมิงเยว่ถึงกับหน้าถอดสีซีดเผือดขวัญผวาหวาดกลัวสุดขีด
พอพบเห็นภาพฉากนี้เข้าสีหน้าของเซี่ยหลู่เฟิงพลันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ขณะที่เขากำลังกระวนกระวายใจว่าจะหยุดไป๋หลี่เย่อย่างไรดี ชั่วพริบตาต่อมา เขาก็เห็นเซียถงหยิบกาน้ำชาอัญมณีสีทับทิมใสขึ้นมาจากบนโต๊ะจากนั้นก็ยกขึ้นฟาดใส่ใบหน้าของไป๋หลี่เย่สุดแรงเกิด
ส่งผลให้น้ำชาร้อนระอุในกาสาดกระเด็นราดทั่วทั้งใบหน้าของอีกฝ่ายไป๋หลี่เย่สะดุ้งเฮือกกระโดดโหย่งออกจากร่างของฉีหมิงเยว่ทันทีด้วยความตกใจสุดขีดเสมือนสุนัขสะดุ้งน้ำร้อน สาดสายตาจับจ้องเซี่ยถงตาเขม็งด้วยความโกรธจัด
“เซียถง!เจ้าบ้าไปแล้วรึ?!”
ไป๋หลี่เย่ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของตนเองที่พองบวมสีแดงก่ำจากที่โดนชาร้อนลวกเมื่อครู่ชี้หน้าด่ากราดใส่เซียถงที่กำลังถือกาน้ำชาอยู่
“ต้องขออภัยองค์รัชทยาทอย่างสุดซึ้งพอดีเมื่อครู่ข้ามือลื่น...”
เซียถงเหลือบหางตามองดูกาน้ำชาอัญมณีสีทับทิมใสในมือเล็กน้อยพลางคิดในใจกับตัวเองว่า สมแล้วที่เป็นกาน้ำชามูลค่าแพงหวดใส่หน้าคนไปตั้งแรงยังไม่แตกเลย
ไป๋หลี่เย่เพ็งสายตามองเซียถงใส่อย่างเดือดดุไม่ว่าจะมองยังไง นังอัปลักษณ์นี่ก็จงใจแน่นอน! เฝ้าระแวดระวังอีกฝ่ายที่ปราศจากความกลัวต่อตัวเขาด้วยเพลิงความแค้นอาฆาตทั้งเก่าและใหม่ที่ล้นปรี่ภายในใจเขาวางมือลงบนตัวกระบี่ตั้งท่ากระชับจับโดยมิตั้งใจ
“เรียนองค์รัชทยาทเกรงว่าคงจะคิดถึงรสชาติของน้ำข้าวต้มตอนนอนติดเตียงกระมัง?”
เซียถงเอ่ยถามน้ำเสียงสงบนิ่งแลหางตางจับจ้องมือทั้งสองข้างของไป๋หลี่เย่ที่จับกระชับด้ามกระบี่เตรียมพร้อมออกโรงสัประยุทธ์
ผู้ติดตามที่อยู่เบื้องหลังไป๋หลี่เย่รีบชักอาวุธคู่กายของแต่ละคนออกมา รัศมีลมปราณสีครามอ่อนสว่างวูบวาบมุ่งจิตสังหารหลากหลายสายตรงไปที่เซียถง ทันทีที่องค์รัชทยาทสั่งให้ลงมือพวกเขาก็พร้อมฆ่านางทิ้งได้ในอึดใจ