THE LUCKY MAN

    มันจะบังเอิญเกินไปมั้ย

    เมื่อรู้สึกตัว อาตก็พบว่าตัวเขานั้นตกอยู่ในวงล้อมของฝูงชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่กำลังลำบากใจของเจ้าหน้าที่รถไฟ เขาก็ได้แต่ทำหน้าแหยๆ
    “ขอโทษนะครับทุกคน แต่ผมคงต้องขอยุติการเล่นเพลงแต่เพียงเท่านี้นะครับ” อาตพูดออกมาพร้อมกับก้มหัวให้
    “โห อะไรกัน” ผู้โดยสารคนอื่นต่างพูดออกมาอย่างเซ็งเซ็ง แล้วทยอยกลับไปที่นั่งของตนเองเมื่อเขากลับไปมองที่ใบหน้ากองเจ้าหน้าที่รถไฟ ก็พบว่าอีกฝ่ายนึงก็ทำท่าทางขอบคุณเขากลับ
    “เกือบจะวุ่นวายไปแล้ว” อาตพูดออกมาอย่างเหนื่อยเหนื่อย
    “นั่นสินะ! ตกใจแทบแย่แหนะ”แก้วพูดสมทบ
    แล้วในขณะนั้นเอง ก็ได้มีผู้โดยสาร 2 คนเดินเข้ามาหาพวกเขา
    “ขอโทษนะพ่อหนุ่ม เมื่อกี้เธอเป็นคนเล่นเพลงพวกนั้นใช่ไหม” หนึ่งในผู้โดยสารคนนั้นพูดออกมา
    “ ใช่แล้วครับ! แล้วไม่ทราบว่าพวกคุณคือ”
    “ อ๊ะขอโทษที ผมชื่อกิตติชัย แล้วคนนั้นมีชื่อว่า นพดล”
    “ พวกเราทั้งคู่ต่างเป็นคณะกรรมการใหญ่ของบริษัท the music. พอดีว่าเมื่อสักครู่พวกเราได้ยินพวกเธอร้องเพลงกัน แล้วพวกเราก็ชอบมันมากๆเลย ดังนั้นแล้วพวกเราจึงอยากเชิญพวกเธอมาทำงานร่วมกับเรานะ” คนที่ชื่อกิตติชัยเป็นคนพูดออกมา
    “ อาตได้ยินหรือเปล่า คนใหญ่คนโตของบริษัทthe musicมาชวนพวกเราเลยนะ บริษัทthe music ที่ติด 1 ใน 3 บริษัทชั้นนำของวงการเพลงเชียวนะ” เมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายหนึ่งพูด แก้วก็พูดออกมาอย่างตื่นเต้น
    “ ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมยังเป็นนักศึกษาอยู่ ยังไม่อยากถูกผูกมัดด้วยสัญญาสักเท่าไหร่” กลับกัน อาตพูดออกมาอย่างใจเย็น
    “เรื่องนี้เธอไม่ต้องห่วงเลย พวกเราไม่เอาเปรียบเธอแน่นอน ถ้าเธอมีเวลาเธอค่อยมาทำเพลงกับพวกเราก็ได้ แถมพวกฉันจะให้เงิน 50เปอร์เซ็นจากยอดขายให้กับเธออีกด้วย” เมื่อได้ยินเด็กหนุ่มตรงหน้าปฏิเสธข้อเสนอของเขาไป พวกเขาจึงต้องเสนอผลประโยชน์ให้มากพอที่จะดึงดูดชายตรงหน้าพวกเขาให้ได้
    ‘50 เปอร์เซ็นต์ แถมไม่ผูกมัด’ อาตทำท่าครุ่นคิด
    “ตกลงครับ” เมื่อคำนวณแล้วว่าตัวเองจะได้รับผลดี มากกว่าผลเสีย อาตจิ้งจกตกลงไป
    “และเธอคนนั้นน่ะ สนใจไหม” กิตติชัยพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี
    “ ตกลงค่ะ” แก้วก็พูดออกมาอย่างตื่นเต้น
    “ ฮ่าๆ! งั้นดีเลย ถ้าเธอว่างกันตอนไหนก็มาเซ็นสัญญาที่บริษัทได้เลยนะ อ่อลืมบอกไปที่เชียงใหม่นี้ก็มีบรษัทของเราตั้งอยู่นะ” นพดลพูดพรางยื่นนามบัตร 2 ใบไปให้อีกฝ่าย
    “ อันนี้นามบัตรนะ”
    “ขอบคุณครับ” “ ขอบคุณค่ะ”
    “ไม่เป็นไรไม่เป็นไร ฉันสิที่ต้องขอบคุณพวกเธอ”
    “เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ”หลังจากพูดจบ นพดลและกิตติชัย ก็เดินกลับไปที่ห้องโดยสารของเขา
    หลังจากที่ทั้งสองคนนั้นหายไปแล้ว
    “โชคดีสุดๆไปเลย อยู่ดีๆก็ได้กลายเป็นศิลปินซะแล้ว อาตนายนี้มันตัวนำโชคจริงๆ” แก้วพูดพลางตบหลังอาตไปพลาง
    “นำชงนำโชคอะไรกัน” อาตพูดพลางเกาแก้ม ‘ก็แหงแหละ ก็ดันมีค่า luck ตั้ง 600 กว่าแต้ม จะไม่โชคดีได้ยังไง”
    หลังจากนั้นพวกเขา ต่างก็คุยกันไป
    --6 โมงเช้าของอีกวันนึง ในที่สุด รถไฟก็ได้เข้าเทียบท่าชานชลา
    อาตเดินลงมาจากรถไฟพร้อมพร้อมกับแก้ว
    “ ลาก่อนนะ ถ้าโชคดีอาจจะได้เจอกันอีก ” อาตพูดออกมาพร้อมกับโบกมือลา
    “ อือ โชคดีนะ” แก้วตอบรับพร้อมกับโบกมือลาให้เช่นเดียวกัน
    หลังจากนั้นต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป อาตเดินมาที่หน้าสถานีแล้วหารถรับจ้างแถวนั้นไปลงที่หน้าธนาคารใกล้ๆมหาลัยก่อนเป็นอันดับแรก
    เมื่อมาถึงเขาก็เดินเข้าไปในธนาคารแล้วก็ไปติดต่อเพื่อหาทาวน์เฮ้าส์ที่หลุดจํานอง และด้วยโชคที่มีมากมายของอาต มันก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการหาทาวน์เฮ้าส์ที่ตรงสเปค โดยทาวน์เฮ้าส์หลังนั้นก็อยู่ห่างจากมหาลัยไม่กี่ร้อยเมตรเอง
    “ผมสนใจทาวน์เฮ้าส์แฝดนี้” อาตพูดพลางชี้ไปที่รูปของทาวน์เฮ้าส์เขาเลือก ถึงมันจะดูโทรมไปสักหน่อย แต่ว่ามันอยู่ติดกัน ซึ่งนั้นทำให้มันกว้างขึ้นเมื่อเขาทุบกำแพงทิ้ง ส่วนเรื่องสภาพโทรมๆนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เพราะว่ายังไงเขาก็ต้องปรับปรุงมันอยู่ดี
    “ คุณต้องการอย่างนี้จริงๆหรอ มันไม่ใช่ถูกๆนะครับ” พนักงานธนาคารพูดออกมาเมื่อเขาเห็นว่า อีกฝ่ายหนึ่งยังเป็นแค่เด็ก
    “ผมต้องการ” อาตพูดออกมาสั้นๆ แต่หนักแน่น
    “ ราคามันอยู่ที่ 5 ล้านบาทครับ”
    “ งั้นหักเงินจากบัญชีนี้ได้เลย” อาตพูดออกมาพร้อมกับยื่นสมุดเงินฝากไปให้พนักงาน
    “ ได้ครับ! เดี๋ยวผมไปจัดการให้เร็วที่สุด” เมื่อพนักงานเปิดสมุดเงินฝากดู เขาก็อดรู้สึกตะลึงไม่ได้ เพราะว่าสมุดเล่มนี้มีเงินอยู่ในบัญชีตั้ง 20 ล้านบาท
    “ผมขอฝากให้คุณจัดการด้วยละกัน”อาตพูดพร้อมกับจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์
    “ครับ!”
    30 นาทีให้หลัง ก็มีพนักงานชายคนเดิมนำสมุดเงินฝากมาคืนเขา
    “ นี้ครับสมุดเงินฝาก ส่วนนี้ก็เป็นหนังสือสัญญาครับ กรุณาเซ็นตรงนี้ด้วยครับ”
    อาตไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หยิบสัญญานั้นมาเซ็นแล้วหยิบโฉนดมาเก็บไว้ในมิติเก็บของโดยแกล้งทำเป็นใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย“ ท่านต้องการรีโนเวททาวน์เฮ้าส์หลังนั่นไหมครับ” พนักงานธนาคารพูดออกมา
    “ ก็ต้องการนะ คุณรู้จักบริษัทรับเหมาดีๆไหมล่ะ” อาตพูดออกมาได้อย่างใจเย็น แต่ข้างในเขานั้นกลับรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันจะทำให้เขาประหยัดเวลาเป็นอย่างมาก
    ‘ มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า’ อาตได้แต่คิดในใจ
    “มี แน่นอนครับ เมื่อเร็วๆนี้ทางธนาคารเราได้จับมือทำธุรกิจร่วมกับบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า'จินดากรุ๊บ'ครับ” พนักงานธนาคารพูดออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางสนใจ
    ‘จินดากรุ๊ป? อ๊ะนั่นมันบริษัทของพ่อฟ้านี่! โหคุณลุงนี่ไม่เบาเลยจริงๆ’ เมื่อได้ยินชื่อบริษัทอาตก็ดีใจเป็นอย่างมากและรู้สึกตะลึงไปพร้อมกัน ต้องรู้ว่าในช่วงวิกฤตฟองสบู่แตก บริษัทจินดากรุ๊ปเป็นบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่แห่งที่ได้รับผลกระทบน้อยมาก และที่สำคัญมันยิ่งทำให้เขามั่นใจได้ว่าเขาจะไม่ถูกโกงอย่างแน่นอน
    เขายังจำได้ดี เมื่อตอนที่ฟ้านำเขาไปเปิดตัวให้กับทางบ้านได้รับรู้ ในตอนแรกนั้นเขารู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก จนแทบทำอะไรไม่ถูก แต่ผลปรากฏว่าพ่อของฟ้ากลับยอมรับสถานะของทั้งคู่อย่างง่ายๆ และเขายังจำประโยคเด็ดของท่านพ่อตาได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นก็คือ ‘ถ้านายกล้าทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ ฉันจะเปลี่ยนแกเป็นขันทีอย่างแน่นอน’ และนั่นทำให้เขาถึงกับขนลุกเลยทีเดียว
    แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่รู้คือ พ่อของฟ้าได้รู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาก่อนแล้ว และได้สั่งให้ลูกน้องของเขามาตรวจสอบประวัติชายหนุ่มเป็นที่เรียบร้อย แล้วข้อมูลที่ได้นั้นก็ได้ทำให้พ่อของฟ้ารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะว่าเนื้อหาในเอกสารได้บอกเขาว่า แฟนของลูกสาวเขานั้นได้ซื้อที่ ทองคำ และได้ซื้อหุ้นอีกเป็นจำนวนมาก และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเขาถึงไม่กีดกันทั้งคู่
    “ท่านสนใจไหมครับ” เสียงของพนักงานธนาคารได้ทำให้อาตหลุดออกมาจากภวังค์
    “สนใจครับ ไม่ทราบว่าคุณติดต่อตัวแทนให้เข้ามาพบผมที่นี่ได้ไหมครับ”
    “แน่นอนครับ กรุณารอสักครู่นะครับ” พนักงานธนาคารพูดออกมาอย่างตื่นเต้น เพราะการทำธุรกรรมในวันนี้เขาจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นจำนวนหลายหมื่นเลยทีเดียว
    “ผมขอใช้โทรศัพท์ได้ไหมครับ” อาตพูดพร้อมกับชี้ไปที่โทรศัพท์ตรงหน้า
    “ได้ครับ”
    อาตเดินไปกดปุ่มที่โทรศัพท์และโทรออกไปหาฟ้าในทันที
    “ ฟ้ารับสายคะ”
    “ฟ้านี่เราเองนะ”
    “ อ้าว! ว่าไงพ่อหมี พอนายไปถึงก็อดคิดถึงฉันไม่ได้เลยใช่ไหมล่ะ”
    “คิดถึงมากเลยละ. ว่าแต่ตอนนี้พ่อเธออยู่บ้านไหม?”
    “ก็อยู่นะ ทำไมหรอ?”
    “ช่วยตามท่านมาคุยโทรศัพท์ได้ไหม”
    “อือได้สิ รอสักครู่นะ”
    “ว่าไงเจ้าลูกเขย มีอะไรหรือเปล่าถึงได้โทรมาหาฉัน”
    “ คือว่าผมพึ่งได้ซื้อทาวน์เฮ้าส์ใกล้ๆมหาลัยไป และทีนี้พนักงานธนาคารก็ได้เสนอบริษัทคุณลุงมาพอดีนะครับ”
    “อ๋อ หมายถึงโครงการนั้นนั่นเอง เดี๋ยวฉันโทรไปบอกที่สาขานั้นแล้วลดราคาให้เธอเอง”
    “ไม่จำเป็นหรอกครับ ธุรกิจย่อมเป็นธุรกิจผมไม่เอาเปรียบคุณลุงแน่นอน”
    “ ฮ่าๆ สมกับเป็นลูกเขยลุง เดี๋ยวลุงโทรไปบอกฝั่งนั้นให้ดูแลเธอเป็นพิเศษเลย”
    “ขอบคุณมากครับ” พูดจบอาตก็วางสายไป
    1 ชั่วโมงให้หลัง ก็มีพนักงานใส่สูทเดินมาหาเขา
    “ขอโทษที่ให้รอครับ ไม่ทราบว่าใช่คุณอาตหรือเปล่าครับ”
    “ ใช่แล้วครับ “
    “ท่านประธานได้โทรมาบอกพวกผมเรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวพวกผมจะจัดการให้เป็นอย่างดีเลยครับ”
    หลังจากนั้นอาตก็ได้บอกถึงสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งก็คือ เขาต้องการเปลี่ยนให้ชั้นแรกเป็นร้าน Coffee ส่วนด้านบนเป็นห้องสมุดขนาดมินิ และชั้น 3 เป็นส่วนของห้องพัก โดยทั้งหมดนั้นเป็นสไตล์คลาสสิคตามแบบฉบับของยุโรป
    และทางพนักงานของบริษัทรับเหมา ก็ได้ทำการประเมินราคาคร่าวๆ ที่ราคา 7.5 ล้านบาท ซึ่งนี่เป็นราคารวมเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำหรับทำกาแฟและเบเกอรี่ รวมถึงหนังสือหายากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    เมื่อทราบราคาอาตก็เซ็นสัญญา และยื่นเช็คมูลค่ากว่า 7.5 ล้านให้กับพนักงานไป หลังจากนั้นพวกเขาก็คุยถึงเนื้อหาการปรับปรุงทาวน์เฮ้าส์เล็กๆน้อยๆ ซึ่งโดยรวมแล้วซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จก็ประมาณ 3 อาทิตย์ ซึ่งนั่นทำอาตรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก