ความเงียบ…คือกฎข้อแรกของที่นี่
ชายชราผู้หนึ่งจากสำนักค่ายกลวางแผ่นศิลาลงบนโต๊ะหินกลางห้องแผ่นศิลานั้นว่างเปล่าแต่ทุกคนรู้ว่ามันควรมี “บางชื่อ” อยู่“ผลการตรวจสอบจากหอคอยสังเกตการณ์”เขาพูดเสียงเรียบ“ล้มเหลวทั้งหมด”ไม่มีเสียงอุทานไม่มีใครแปลกใจผู้อาวุโสสำนักดาบขยับนิ้วช้า ๆ“หมายความว่าอย่างไร—ล้มเหลว?”“หมายความว่า”ชายชราตอบ“ระบบบันทึกไม่สามารถกำหนดตำแหน่ง ขั้น หรือความสอดคล้องกับกฎให้เขาได้”คำว่า เขา ถูกใช้โดยไม่มีใครถามว่าเป็นใครทุกคนรู้ดี
ผู้อาวุโสสำนักจิตถอนหายใจเบา ๆ“สามร้อยปีที่ผ่านมา มีตัวแปรกี่ราย?”“ยี่สิบเจ็ด”“และทั้งหมด…ถูกจัดการแล้ว”“ด้วยวิธีใด?”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศหนักขึ้นอีกระดับ
ชายจากสำนักค่ายกลไม่ตอบแต่ทุกคนรู้คำตอบกำจัดผนึกลบออกจากบันทึกโลกผู้อาวุโสหญิงจากสำนักโอสถเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก“แต่ครั้งนี้ไม่เหมือน”“เขาไม่ได้ต่อต้านกฎ”“กฎ…ไม่สามารถแตะต้องเขา”ประโยคนั้นทำให้ตะเกียงวิญญาณหนึ่งดวงสั่นไหว
ผู้อาวุโสสำนักดาบขมวดคิ้ว“ถ้าอย่างนั้น เรายังรออะไรอยู่?”“รอไม่ได้”“แต่ก็ลงมือไม่ได้เช่นกัน”เสียงจากมุมห้องดังขึ้นเป็นผู้แทนจากสำนักเก่าที่ไม่ค่อยเข้าร่วมการประชุม“หากเรากำจัดเขา”“เราต้องแน่ใจว่า ‘โลกจะไม่โต้ตอบ’”ประโยคนั้นทำให้หลายคนเงียบ
เพราะนั่นคือปัญหาที่แท้จริง
ไม่ใช่ว่าเฉินหยวนแข็งแกร่งแค่ไหนแต่เป็นว่า…โลกจะทำอย่างไร หากเขาหายไปผู้อาวุโสสำนักจิตหลับตา“ข้าเห็นลางหนึ่ง”“อะไร?”
“เส้นชะตาที่เคยผูกกับกฎ…เริ่มคลาย”“หากตัดผิดจังหวะ โลกอาจไม่ซ่อมแซม”“หรืออาจ…แตก”
คำว่า แตกไม่ควรถูกพูดในห้องนี้แต่ถูกพูดไปแล้ว
ผู้อาวุโสสำนักดาบหัวเราะเย็น“ถ้าอย่างนั้น จะให้เราก้มหน้ารอ?”ไม่มีใครตอบทันที
ก่อนที่ชายชราจากสำนักค่ายกลจะพูดช้า ๆ“ไม่”“เราจะเฝ้าดู”“และเตรียมทางเลือก”“ดึงเขา”“กันเขา”“หรือ—ถ้าจำเป็น—ผลักเขาออกจากโลก”คำว่า ผลักออกหนักแน่นกว่า กำจัดเพราะมันหมายถึงบางสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ผู้อาวุโสหญิงพึมพำ“เขายังไม่รู้ตัวหรอก…ว่าโลกกำลังประชุมกันเพราะเขา”“และนั่นแหละ”ชายจากสำนักเก่ากล่าว“คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด”การประชุมสิ้นสุดโดยไม่มีมติไม่มีคำสั่งไม่มีการเคลื่อนไหวในทันทีแต่ทุกสำนักรู้ดี—
ตั้งแต่วินาทีนี้เฉินหยวนไม่ได้เป็นเพียงผู้ฝึกตนอีกต่อไปเขาเป็น ประเด็น
และโลก…ไม่เคยปรานีต่อประเด็นที่มันควบคุมไม่ได้