วันรุ่งขึ้นตอนสายแคทนั่งทำงานที่โต๊ะ ส่วนปรินเซ็นเอกสารที่แคทปริ๊นออกมาให้เขา
ก๊อกๆเสียงเคาะประตูแล้วลินดาก็เดินเข้ามาในมือถือดอกไม้ช่อใหญ่มาด้วย
“มีอะไรหรือ ลินดา”ปรินถาม
“มีช่อดอกไม้ส่งมาให้คุณแคทค่ะ”ลินดาตอบแล้วเดินเอาช่อดอกไม้ไปส่งให้แคท
แคทมองช่อดอกไม้ในมือลินดาแล้วชี้มือมาที่ตัวเอง ลินดาพยักหน้าแคทจึงรับไว้แล้วลินดาก็เดินออกไป
แคทมองช่อดอกไม้โดยรอบจึงเห็นการ์ดที่เขียนเป็ภาษาอังกฤษ แปลได้ว่า
“ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกัน ไมเคิล”
แคทดึงการ์ดออกแล้วเอาช่อดอกไม้ไปวางไว้ที่โต๊ะข้างๆแล้วก้มหน้าทำงานต่อ
ปรินมองอยู่ตลอดเขาเห็นเธออ่านการ์ดด้วยสีหน้าเรียบเฉยและไม่ได้ยินดีกับช่อดอกไม้ที่มีคนส่งมาให้ เขาอดดีใจไม่ได้ที่เธอทำท่าทางเฉยๆแต่เขาก็อยากรู้ว่าใครส่งมา นี่เขามีคู่แข่งอีกแล้วใช่มั้ย
ตอนเที่ยงปราง มายด์ ชยา และเอกมากินข้าวรวมกันที่ห้องปริน
“ว้าว! ยายแคทช่อดอกไม้ของใครส่งมาอ่ะ สวยจังช่อใหญ่มาก”ปรางถามเมื่อเห็นช่อดอกไม้ที่วางอยู่
“เออ! ลืมไปเลย ปรางชอบก็เอาไปสิยกให้” แคทบอกเหมือนเพิ่งนึกได้
“จะบ้าเหรอ ของเธอเดี๋ยวคนให้เขาก็เสียใจหรอก”ปรางว่า
“ไม่เอาใช่มั้ย งั้นเดี๋ยวชั้นมานะ”แคทบอกปราง
เธอเดินถือช่อดอกไม้ออกไปนอกห้อง
ทุกคนมองตามแบบงงๆ แล้วแคทก็เดินกลับเข้ามาในห้องแต่ช่อดอกไม้หายไปแล้ว
“แล้วเอาช่อดอกไม้ไปไว้ไหนแล้วล่ะ”มายด์ถามบ้าง
“ให้พี่ลินดา เอาไปให้ประชาสัมพันธ์ข้างล่างใส่แจกันน่ะ”
แคทตอบง่ายๆ ทุกคนหันมามองหน้ากันเอง
“ถามจริงๆใครให้มา”ปรางถาม
ทำให้ทุกคนมองหน้าแคท
“Mr.ไมเคิล ส่งมา”แคทบอก
“ไมเคิล ลูกค้าที่มาวันนั้นอ่ะนะ ที่หล่อๆยังหนุ่มอยู่เลย เขาจะจีบแคทเหรอ” มายด์ถาม
“จะบ้าเหรอ เขาแค่ส่งมาบอกว่ายินดีที่ได้รู้จักและเขาหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกันเท่านั้น”แคทบอก
“จริงอ่ะ”ปรางแซว
“จริงๆจ้า ถ้าไม่เชื่อการ์ดอยู่ในถังขยะข้างโต๊ะจะไปหยิบมาให้ดูเอามั้ย”แคทบอก
“ไม่ต้องจ้า เชื่อแล้ว”ปรางบอก
“แต่ปรางว่าเขาต้องจีบแคทแน่ๆเลย ดอกไม้ช่อเมื่อกี้ราคาไม่ถูกนะ และเขาก็เพิ่งเจอแคทแค่ครั้งเดียวเอง แต่ส่งดอกไม้ราคาขนาดนั้นมาให้แค่ทักทายมันไม่มากไปหน่อยเหรอ”ปรางพูดไปมองหน้าปรินไป
ปรินเองก็คิดเช่นนั้นรวมถึงชยากับเอกด้วย
“ถ้าจีบก็ดีนะ พวกเธอไม่อยากให้เพื่อนมีแฟนเป็ชาวต่างชาติเหรอ หล่อและก็รวยด้วยนะ”แคทพูดทีเล่นทีจริง
ปรินหน้าเสียทันทีส่วนคนอื่นออกจะเหวอๆ
“พูดเล่น ชั้นไม่ได้คิดแบบนั้น”แคทบอกแล้วขำ
“อย่ามาล้อเล่นแบบนี้ ไม่สนุกนะยายแคท อาจมีคนตายได้”ปรางบอกแล้วเหลือบมองหน้าปริน
“จ้า ไม่เล่นแล้ว พวกเธอก็ทำเป็ไม่รู้นิสัยชั้นไปได้ ถ้าชอบชั้นจะเอาของที่เขาให้ไปให้คนอื่นหรือไง บ้าไปแล้ว”แคทบอก
“เออ!…ใช่ลืมไปเลย ก็เห็นแกพูดด้วยหน้าตาแบบนั้น ก็นึกว่าพูดจริง”มายด์บ่น
“มาๆกินข้าวกัน เดี๋ยวจะเลยเวลางานพอดี”แคทบอก
ปรินยิ้มไม่ออกเขาควรจะทำยังไงดี คิดไม่ออก
ตอนบ่ายหลังจากที่ทุกคนกลับไปทำงานกันหมดแล้ว
ปรินเดินออกไปที่ระเบียงและยืนมองไปข้างนอกเหมือนมีเื่ไม่สบายใจ
แคทที่กำลังจะนั่งทำงานหลังจากไปเข้าห้องน้ำมาเห็นปรินออกไปยืนอยู่จึงเดินไปหา จริงๆเธอก็สังเกตุว่าเขาแปลกๆไปั้แ่ตอนกินข้าวกลางวันแล้ว
“วิวสวยดีนะคะ มองไปได้ไกลดี ทำให้รู้สึกเหมือนยืนอยู่บนเขาที่หน้าบ้านเลย”
ปรินหันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขา
“เสียอย่างเดียว มีแต่ตึกเต็มไปหมด อากาศก็ไม่ดีเท่าไร ดีนะที่ตึกเราอยู่สูงจึงไม่ได้กลิ่นควันรถ”แคทพูด
“ดีที่แคทเอาดอกไม้มาปลูกที่ระเบียงเลยทำให้สดชื่นขึ้นมาก”ปรินบอก
“สดชื่นจริงเหรอคะ แต่ทำไมหน้าพี่ปรินถึงได้เครียดนักล่ะคะ มีอะไรไม่สบายใจเหรอคะ”
“ช่างสังเกตุนักนะเรา ก็มีเื่ให้คิดนิดหน่อย”
“พอจะเล่าให้ฟังได้มั้ยคะ เผื่อจะสบายใจขึ้น”
“จริงๆก็เป็เื่เรานั่นแหละ”
“ทำไมคะ แคทไปทำอะไรผิดตรงไหนคะ”
“ป่าว แคทไม่ได้ทำ แต่มีคนอื่นทำที่เกี่ยวกับเราโดยตรง”
แคททำท่าคิด
“อย่าบอกนะคะว่าเื่ช่อดอกไม้ที่ไมเคิลส่งมา”
ปรินเงียบ นั่นเท่ากับยอมรับ
“ยังไงคะ มันก็ไม่ได้มีอะไรหรือสมมุติว่ามีแล้วพี่ปรินคิดจะทำยังไง จะถอยหรือจะสู้คะ”แคทถามแล้วมองหน้าเขา
“พี่ไม่ถอยอยู่แล้ว แต่กำลังคิดว่าจะสู้ยังไง”
“พี่ปรินรู้จักแคทดีกว่าเขาตั้งมาก ถ้าพี่ปรินยังไม่รู้จะสู้ยังไงแคทว่าพี่ปรินก็แพ้แล้วล่ะค่ะ”แคทบอก
เธอหันหลังกลับจะเดินเข้าไปทำงาน
ปรินหันมาจับมือแคท
“พี่จะไม่ยอมแพ้ และก็ไม่มีวันถอยไม่ว่าจะมีใครเข้ามาอีกกี่คนก็ตาม เพียงแต่พี่เห็นคนอื่นเขาทำอะไรให้เรา แต่พี่ไม่ได้ทำให้เพราะรู้ว่าเราไม่ชอบ พี่ก็เลยไม่รู้ว่าควรทำอะไรให้เราดีแค่นั้น”
“ก็ทำอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็พอแล้วค่ะ ไม่ต้องทำเหมือนคนอื่นหรอก”
แคทบอกโดยไม่หันมามองหน้าเขา แล้วเดินเข้าห้องไปทันที
ปรินมองตามหลังคนพูด เขายิ้มแบบเต็มหน้า คำพูดของเธอทำให้เขามีกำลังใจมากเลย
วันรุ่งขึ้นก็มีช่อดอกไม้ส่งมาให้แคทอีกแล้วเธอก็ทำแบบเดิม เอาการ์ดออกแล้วเอาช่อดอกไม้ไปให้ลินดา
วันนี้ปรินโทรไปบอกกับไมเคิลแล้วว่าบริษัทยอมรับข้อเสนอของเขา ไมเคิลจึงบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะเข้ามาเซ็นสัญญาที่บริษัทในตอนเช้า และเขาบอกว่าต้องให้แคทเซ็นชื่อด้วย เพราะเขารู้ว่าแคทไม่ใช่พนักงานประจำจึงต้องเซ็นชื่อรับรอง
ปรินวางสายแล้วเขาก็เดินมาที่โต๊ะทำงานของเธอ
“ไมเคิลบอกว่าพรุ่งนี้แคทต้องเซ็นชื่อรับรองด้วย เพราะเขาว่าแคทไม่ได้เป็พนักงานที่นี่”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา แต่กี่โมงคะที่เขาจะมา”
“เขาบอกว่าเช้าแต่ไม่แน่ใจเวลา”
“วันนี้พี่ปรินต้องไปฟังสัมมนาที่โรงแรม…..นะคะตอนบ่ายสอง และ4โมงเย็นมีพบลูกค้าที่คอฟฟี่ช็อปของโรงแรม….ด้วยค่ะ”
“งั้นกินข้าวเที่ยงแล้วก็ไปกันเลยเผื่อรถติด”
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวแคทเตรียมเอกสารก่อน แล้วเราจะเลยกลับบ้านเลยใช่มั้ยคะ”
“คับ”
วันต่อมา10โมงเช้าปรินให้ลินดาโทรบอกปรีชากับลูกทีมมาที่ห้องของเขาเพื่อคอยไมเคิลมาเซ็นสัญญา
10โมงครึ่งไมเคิลก็มาถึงลินดามาส่งเขาในห้องของปริน
ไมเคิลถือช่อดอกลิลลี่สีชมพูมาด้วย เมื่อเขาเข้ามาในห้องปริน แคทและปรีชากับลูกทีมก็เดินไปต้อนรับ ไมเคิลจับมือทักทายกับปริน แล้วก็หันมาทางแคทเขายื่นมือไปเพื่อที่จะจับมือทักทาย แต่แคทยกมือไหว้แล้วบอกกับเขาว่าเธอเป็ผู้หญิงไทยและชอบการทักทายแบบไทย และขอโทษถ้าเขาไม่ชอบ
ไมเคิลมองแคทแบบทึ่งๆและบอกว่าเขาชอบที่เธอไม่ทำตามค่านิยมของฝรั่ง แล้วเขาก็ส่งช่อดอกลิลลี่ให้เธอ
แคทรับไว้แล้วบอกว่าขอบคุณ แต่บอกว่าไม่ต้องส่งมาให้เธออีกเพราะเธอชอบที่มันอยู่บนต้นมากกว่า ไมเคิลยิ้มแล้วบอกว่าเธอเป็คนที่แปลกมาก แล้วก็หันไปทักทายปรีชากับลูกทีม
หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จแล้ว ไมเคิลบอกว่าเขาจะส่งภาพห้องที่โรงแรมของเขาให้ทางเมลร์ภายหลังจากที่เขาถึงสิงคโปร์แล้ว
“คุณแคท ผมขอเบอร์ติดต่อของคุณแคทหน่อยได้มั้ยคับเผื่อไว้คุยเื่งาน”ไมเคิลบอก
ปรินหันมามองหน้าไมเคิล
“โทรเข้าเบอร์ของบริษัทได้เลยค่ะ แคทไม่ชอบคุยเื่งานในเวลาส่วนตัว”แคทบอก
ไมเคิลยิ้ม
“ก็ได้คับ งั้นเอาไว้พบกันใหม่นะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคับ”
ไมเคิลบอกกับทุกคนแล้วก็เดินออกจากห้องไป
“พี่ๆคะ แคทรบกวนปรึกษาอะไรสักครู่ได้มั้ยคะ”แคทถามปรีชากับลูกทีม
“ได้สิคับ คุณแคท”ปรีชาบอก
“งั้นไปคุยในห้องประชุมเล็กกันค่ะ”
“ผมไปฟังด้วยได้มั้ย”ปรินถามแคท
“ได้สิคะ บอสก็เกี่ยวกับงานนี้แหละค่ะ”แคทบอก
เมื่อทุกคนเข้าในห้องประชุมแล้ว
“คือแคทมีความคิดว่า จะสร้างบล๊อคขึ้นมาใหม่เอาไว้สำหรับคุยเื่งานของคุณไมเคิลโดยเฉพาะ พี่ๆคิดว่ายังไงคะ”
“พี่ว่าก็ดีนะ เพราะจะได้ติดต่อกันได้ตลอด”ปรีชาบอกและลูกทีมก็เห็นด้วย
“งานนี้สัญญามันมีระยะเวลานาน การที่ทำแบบนี้จะสามารถทำให้เรากลับมาดูผลงานที่เราทำไปแล้วไม่ให้มันซ้ำกันได้ด้วย และที่แคทบอกคุณไมเคิลไปว่าแคทไม่ชอบคุยเื่งานในเวลาส่วนตัวนั่น พี่ๆก็ถือซะว่าไม่ได้ยินก็แล้วกันนะคะ จริงๆแล้วแคทไม่ชอบคุยเื่งานทางโทรศัพท์ค่ะ”แคทบอกยิ้มๆ
“พวกผมเข้าใจคับ”บีมบอก
“แล้วมีอีกเื่นะคะ คือเราจะทำงานร่วมกันแล้วแคท้าให้พวกพี่ใช้คำแทนตัวเวลาพูดกับแคทว่าพี่ และให้เรียกแคทเฉยๆไม่ต้องมีคุณนำหน้า แคทก็จะเรียกทุกคนว่าพี่ด้วย ตกลงมั้ยคะ”
แคทบอกพร้อมกับมองหน้าทุกคน
ทุกคนหันไปมองหน้าปริน
“ไม่ต้องถามความเห็นของบอสหรอกค่ะ ตอนนี้แคทก็เหมือนอยู่ทีมเดียวกันกับพี่ๆแล้ว แคทอยากให้เราอยู่กันแบบพี่น้องเพราะเราคงต้องทำงานด้วยกันอีกนานค่ะ”
คำพูดของแคททำเอาปรีชาและลูกทีมอดที่จะขำไม่ได้ เพราะทุกคนก็พอจะมองออกว่าบอสของเขาเหมือนจะเกรงๆเลขาคนนี้อยู่มากๆ
“ก็ได้คับน้องแคท แต่พี่ขอเรียกน้องนะคับ”ปรีชาบอก
“ได้ค่ะ พี่ปรีชา แล้วพี่ๆที่เหลือล่ะคะ”
“ได้คับแคท”บีม แจ็ค อามและโมทพูดพร้อมกัน
“งั้นเรามาเริ่มทำบล็อคกันตอนนี้เลยนะคะ เวลาทางสิงคโปร์ส่งงานมาจะได้ทำงานได้เลย”
“ดีเหมือนกัน พี่ว่า”
ปรีชาเห็นด้วยแล้วทุกคนก็ช่วยกันออกแบบบล๊อค โดยมีปรินนั่งฟังด้วย
ปรินมองแคทที่กำลังทำบล๊อกกับปรีชาและทีม เธอรอบคอบเสมอแม้แต่เื่เบอร์โทรของเธอ การที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่อจะเลี่ยงการให้เบอร์ติดต่อกับทุกคน แต่เขาชอบที่เธอทำแบบนี้จริงๆนะ
ลินดาเดินเข้ามาในห้องประชุม
“บอสคะ คุณพายุมาขอพบค่ะ”ลินดาบอก
“ให้เข้ามาได้”ปรินบอกแล้วลุกขึ้นเดินออกไปที่โซฟา
“ลมอะไรหอบมึงมาถึงนี่ได้วะ”ปรินถามเมื่อเห็นพายุ
“พอดีกูผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะมาหาพวกมึง”พายุบอกแล้วนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับปริน
“มึงยุ่งอยู่ป่าววะ กูมากวนเวลาทำงานป่าว”พายุพูดแล้วมองเข้าไปในห้องประชุม
“ไม่ได้ยุ่งหรอก”
“เฮ้ย!นั่นมันน้องแคทนี่หว่า”พายุพูด
เขามองเห็นแคทที่นั่งอยู่ในห้องกับกลุ่มพนักงาน
“น้องเค้ามาทำอะไรที่นี่วะ ไหนว่ายังเรียนอยู่ไง” พายุหันมาถาม
“เขามาฝึกงานที่นี่่มหาลัยปิดเป็เพื่อนยายปราง”ปรินบอก
“สงสัยกูต้องมาหามึงบ่อยๆแล้วว่ะ”พายุบอก
“แล้วน้องมาทำหน้าที่อะไรวะ”
“เขามาเป็เลขาให้กู”
“อ้าว มึงก็มีคุณลินดาอยู่แล้วนี่หว่า”
“เขาเป็เลขาส่วนตัวและตอนนี้เป็คนนำทีมตกแต่งภายในด้วย”
“เดี๋ยวๆมึงบอกว่ามาฝึกงานเลขา แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับการตกแต่งภายในวะ”
“เออ! เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง”ปรินบอก
แล้วเขาก็เล่าเื่ให้พายุฟัง
ในห้องประชุม
“เอาล่ะค่ะ ตอนนี้เราก็มีบล๊อคเรียบร้อยแล้วถ้าพี่ๆมีอะไรจะถามแคทก็ส่งมาได้เลยนะคะ”
“พี่ว่าแคทเก่งด้านสถาปัตฯมากเลยนะ แล้วทำไมถึงเรียนเลขาล่ะ”ปรีชาถาม
“นั่นสิ พวกพี่ก็คิดอย่างนั้น” แจ๊คพูด
“พ่อแคทเขาไม่ยอมให้เรียนค่ะ เขาว่าสถาปัตฯผู้ชายเรียนเยอะ”
“มันก็จริง พ่อแคทคงจะกลัวคนมารุมจีบลูกสาวมากกว่าล่ะมั้ง”อามว่า
“ป่าวหรอกค่ะ พ่อกลัวแคทจะเป็ทอมมากกว่า”แคทบอกแล้วก็ยิ้ม
“พี่ๆคะแคทมีเื่อยากจะถาม พี่ๆช่วยตอบตามความจริงนะคะ”
“ได้คับ มีอะไรถามมาได้เลย”
“พวกพี่ทุกคนใครโสด ใครมีครอบครัว หรือใครมีแฟนแล้ว ช่วยบอกแคทหน่อยได้มั้ยคะ”แคทถาม
คำถามนั้นทำเอาอึ้งไปทั้งห้อง รวมถึงคนที่นั่งอยู่นอกห้องด้วย
พายุกับปรินพอได้ยินคำถามก็เลยหันหน้ามองเข้าไปในห้อง
“ไม่ต้องใค่ะ ไม่ได้มีอะไรแต่ที่ถามเพราะว่า เราต้องทำงานร่วมกันนานมากเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต เพราะเมื่อผู้หญิงต้องทำงานร่วมกับผู้ชาย แล้วยังต้องติดต่อพูดคุยกันเื่งาน แคทกลัวว่ามันจะมีผลกระทบกับครอบครัวของพี่ๆ เลยจะบอกว่าถ้าใครมีภรรยาหรือแฟน ก็อยากให้กลับไปคุยกับทางครอบครัวให้เข้าใจหรือถ้าเขาไม่ไว้ใจหรือไม่เข้าใจจะได้นัดกันมาเคลียร์ก่อนที่เราจะเริ่มงานกัน”
แคทอธิบายถึงเหตุผลให้ทุกคนฟัง
“พี่มีภรรยาแล้วลูกอีกสองไม่มีปัญหาแน่นอน”ปรีชาบอก
“พี่มีคู่หมั้นและหมั้นมาได้2ปีแล้วเขามีเหตุผลจึงไม่มีปัญหาแน่นอน”บีมบอก
“พี่ก็มีคู่หมั้นแล้วว่าจะแต่งปลายปีนี้ ก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน”อามบอก
“พี่มีแฟนคบมาได้3ปีแล้ว เดี๋ยวพี่จะไปเล่าให้เขาฟังก็ไม่น่าจะมีอะไรนะ”โมทบอก
“พี่ก็เหมือนโมท คงไม่มีอะไร”แจ๊คบอก
“ดีแล้วค่ะ แคทไม่อยากให้งานทำให้เกิดปัญหาในครอบครัวของใคร เราบริสุทธิ์ใจก็จริงแต่คนข้างๆอาจจะคิดมากได้”
แคทบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ว่าแต่พวกพี่ แล้วน้องแคทล่ะคับ”ปรีชาถาม
แคทมองหน้าทุกคน
“แฟนแคทไม่มีปัญหาค่ะ เขาเข้าใจว่างานก็คืองาน”
“นี่แคทมีแฟนแล้วเหรอ พี่ว่าผู้ชายในบริษัทเราต้องอกหักหลายคนแน่ๆ”อามบอกขำๆ
“รู้กันแค่ทีมเรานะคะ เอาล่ะค่ะงั้นแคทรบกวนพวกพี่แค่นี้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ”
“คับ งั้นพวกพี่ไปทำงานก่อน”
ปรีชากับลูกทีมเดินออกมาจากห้องประชุมก้มหัวให้ปรินแล้วเดินออกไป
พายุกับปรินยังอึ้งใกับสิ่งที่ได้ยิน
“น้องแคทมีแฟนแล้วเหรอวะ กูว่าจะจีบเสียหน่อย”พายุหันไปพูดกับปริน
“กูก็เพิ่งรู้พร้อมมึงนี่แหละ”ปรินบอก
“สวัสดีค่ะพี่พายุ”
แคทเดินออกมาพอเห็นพายุนั่งอยู่จึงยกมือไหว้ทักทาย
“สวัสดีคับน้องแคท เห็นปรินเล่าให้ฟังว่าแคททำสองหน้าที่ เก่งจังเลยนะคับ”
“ไม่หรอกค่ะ แค่พอจะทำได้ มีพวกพี่ๆเขาคอยช่วยด้วย”
แคทเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ
“พี่พึ่งรู้ว่าแคทมีแฟนแล้ว”ปรินพูดลอยๆ
แคทได้ยิน เธออมยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ยังคงทำงานต่อ
“ปริน งั้นกูกลับก่อน แล้วจะแวะมาหาใหม่ พี่กลับก่อนนะคับน้องแคท”
“ค่ะพี่พายุ กลับดีๆนะคะ”แคทบอก
“เออ เอาไว้กูจะไปที่ร้านมึงนะ”
หลังจากที่พายุออกไปแล้วปรินยังนั่งอยู่ที่โซฟา แต่ตามองจ้องแคทที่นั่งทำงานอยู่
“อยากจะถามหรือพูดอะไรก็ว่ามาเลยค่ะ มองอย่างนี้มันแปลกๆ”แคทพูดทั้งๆที่ไม่ได้เงยหน้า
ปรินเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของแคท
“เรามีแฟนั้แ่เมื่อไร ทำไมพี่ไม่รู้ แล้วเป็ใคร ไปคบกันตอนไหน” ปรินถามน้ำเสียงหงุดหงิดมากๆ
“พี่ปรินคะ แคทนึกว่าพี่ปรินจะเข้าใจเสียอีก”
“จะให้พี่เข้าใจอะไร”
“พี่ปรินอยู่ใกล้แคทมาตลอด เคยเห็นแคทไปคบใคร หรือพูดถึงใครบ้างมั้ยคะ”
“ก็พี่ไม่เห็นน่ะสิ ถึงได้งงอยู่ว่าเรามีแฟนั้แ่เมื่อไร ถึงได้บอกพี่ปรีชากับลูกทีมแบบนั้น หรือว่าเรา…”
“ยังไงคะ”
“แคทแค่พูดไปอย่างนั้นเอง แต่จริงๆไม่มีใช่มั้ย”
“พี่ปรินก็รู้ แล้วจะมานั่งมองแคททำไมล่ะคะ ก็แค่ตัดปัญหาที่อาจจะตามมาได้ก็เท่านั้น”
“พี่นึกว่าแคทรับพี่เป็แฟนแล้วซะอีก ดีใจเก้อเลยคับ”
แคทมองค้อนแล้วก้มหน้าทำงานต่อ
“คุยกับพี่ปรินแล้วปวดหัว ทำงานต่อดีกว่าค่ะ”
“เอายามั้ยเดี๋ยวพี่ให้ลินดาเอามาให้”
“พี่ปริน ไปทำงานเลยค่ะ”
ปรินขำที่เห็นแคทเริ่มงอน
“คับๆไปเดี๋ยวนี้ล่ะ อย่าดุนักเลยกลัวจะแย่อยู่แล้ว”ปรินพูด
เขาเดินกลับไปที่โต๊ะของเขา ก็ดีที่แคทพูดออกไปแบบนั้นพายุมันจะได้เลิกคิดจะจีบเธอเสียทีปรินคิด
วันรุ่งขึ้นไม่มีดอกไม้จากไมเคิลส่งมาให้แคท แต่มีของมาเป็กล่องแทน
แคทไม่แกะดูด้วยซ้ำแต่เธอบอกกับลินดาว่าให้ส่งกลับไปแทน
ปรินมองดูเธอั้แ่ได้รับของ แล้วดูว่าใครส่งมา จนกระทั่งเอาไปให้ลินดา เธอไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย เฉยจนเขากลัวใจเธอเลย
“ใครส่งมาอีกล่ะคับ คุณเลขา”ปรินแซว
แคทเงยหน้ามามอง
“พี่ปรินก็น่าจะรู้ ไม่เห็นต้องถามเลย”
“แล้วเอาไปให้ลินดาทำอะไรคับ”
“ส่งคืนเ้าของค่ะ”
“ใจร้ายจังนะเรา”
“อยากให้ใจดีมั้ยล่ะคะ”แคทถามแล้วมองหน้าปริน
ปรินส่ายหัวอย่างเร็ว
“ไม่แน่นอน แต่อย่าใจร้ายกับพี่แบบนี้นะ”
“ก็ไม่แน่ค่ะ อะไรก็ไม่แน่นอน”แคทพูดแล้วก็ก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ
ตอนบ่ายขณะที่แคทกำลังปริ๊นเอกสารที่ต้องให้ปรินเซ็นอนุมัติ
“คุณแคทคะ มีสายจากคุณไมเคิลค่ะ” ลินดาบอกมาทางโฟนอิน
“ค่ะพี่ลินดา”แคทบอก
ปรินหันมามอง
“สวัสดีค่ะคุณไมเคิล มีอะไรจะสอบถามหรือคะ”
“ผมส่งของไปให้คุณแคทแล้วทำไมของถึงถูกส่งกลับมาล่ะคับ ไม่ชอบหรือไม่ถูกใจคับ”
“จริงๆก็ทั้งสองอย่างเลยค่ะ แต่อยากจะบอกคุณไมเคิลนะคะว่า กรุณาอย่าส่งอะไรมาให้ดิฉันอีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม”
“ทำไมล่ะคับ ผมแค่อยากเป็เพื่อนกับคุณแคทไม่ได้หรือคับ”
“เป็ได้ค่ะเพื่อน แต่ไม่จำเป็ต้องส่งอะไรมาให้ แคทไม่ได้คบกับใครเป็เพื่อนเพราะว่าเขาให้ของหรอกนะคะ และถ้าใครทำอย่างนั้น แคทจะถือว่าเขาดูถูกมิตรภาพ และถ้าเป็อย่างนั้นเพื่อนเขาก็เป็ไม่ได้หรอกค่ะ”
“ผมขอโทษ ถ้าทำให้คุณแคทไม่พอใจ ผมจะไม่ส่งอะไรไปให้คุณแคทอีก แต่เราเป็เพื่อนกันได้ใช่มั้ยคับ”
“ได้ค่ะ คนจะเป็เพื่อนกันไม่จำเป็ต้องให้ของกันหรอกค่ะ คุณไมเคิลยังมีอะไรอีกมั้ยคะถ้าไม่มีดิฉันขอตัวทำงานก่อนนะคะ”
“ไม่มีแล้วคับ เอาไว้ผมจะโทรไปใหม่ สวัสดีคับ”
“สวัสดีค่ะ”
แล้วแคทก็วางสาย
ปรินพอจะรู้ว่าไมเคิลโทรมาทำไม ฟังเอาจากคำพูดของแคทก็พอเดาได้ว่าคงจะไม่มีของส่งมาอีก
อาทิตย์ต่อมาไมเคิลก็ส่งภาพห้องของโรงแรมที่สิงคโปร์มาให้ทางเมลร์โดยส่งตรงถึงแผนกตกแต่งภายในของบริษัท ปรีชาจึงส่งรูปทั้งหมดเข้าบล๊อคที่ได้สร้างไว้ทำงานเพื่อที่ทุกคนในทีมรวมถึงแคทจะได้เห็นภาพด้วย
แคทเปิดดูภาพทั้งหมดแล้วตอบกลับไปว่าให้ทุกคนลองไปคิดแนวการออกแบบมาแล้วค่อยเอามาแชร์กัน ทุกคนเห็นด้วย
ปรินเห็นแคทนั่งดูแม๊คบุ๊คด้วยความสนใจ
“มีอะไรหรือป่าวพี่เห็นนั่งมองแม็คบุ๊คมาตั้งนานแล้ว”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ไมเคิลส่งภาพห้องที่โรงแรมมาให้ที่แผนก พี่ปรีชาเลยส่งมาให้ดูค่ะ”
“ไหนขอพี่ดูหน่อย”
“ได้ค่ะ”แล้วแคทก็ถือแม็คบุ๊คไปให้ปรินดู
“โรงแรมที่เขาสร้างน่าจะใหญ่มากนะ ห้องหนึ่งมีหลายห้องย่อย”
“ใช่ค่ะ เขาส่งรายละเอียดมาด้วยตอนนี้เขา้าให้ออกแบบห้องพักทั้งหมดก่อน ส่วนที่เหลือเขาจะส่งมาทีหลัง เขาคงรอให้เราส่งงานนี้ก่อนถึงจะส่งงานมาให้ใหม่ค่ะ”
“หลายห้องขนาดนี้เราจะไหวมั้ย อย่าทำเองทั้งหมดล่ะ ให้ลูกทีมได้ทำบ้าง”
“รู้แล้วค่ะ แคทบอกไปแล้วว่าให้ทุกคนไปคิดมาก่อนแล้วค่อยมาแชร์กันตอนประชุม อ้อ แคทจะถามว่าที่แผนกตกแต่งมีห้องประชุมมั้ยคะเวลาต้องคุยเื่งานจะได้ใช้ได้ค่ะ”
“ที่แผนกมีห้องประชุม และแต่ละทีมก็มีห้องไว้คุยงานด้วย แต่ถ้าเราจะใช้ให้ใช้ที่ห้องนี้ไม่ต้องไปใช้ที่แผนกหรอก มันไกล”
“จะดีหรือคะ ประชุมงานของแผนกแต่ใช้ห้องของประธาน”
“ใครจะกล้าว่า อีกอย่างพี่จะได้ฟังด้วยไง”
“ก็ได้ค่ะ แคทจะได้บอกพี่ๆให้รู้”
แคทบอกแล้วเดินกลับไปทำงานต่อ
ปรินมองเธอแล้วถอนหายใจเขากลัวว่าเธอจะจริงจังกับงานมากจนไม่พักผ่อน เขาเป็ห่วงจริงๆ
พักเที่ยงหลังจากกินข้าวแล้วแคทก็เดินถือแม็คบุ๊คออกไปนั่งดูที่ระเบียง
ปรินเดินออกไปด้วยเขาเห็นเธอกำลังตกแต่งภาพห้องนอนของโรงแรม แล้วก็เห็นเธอหลับตาลงปรินเดินไปนั่งลงตรงข้ามเธอ สักพักแคทก็ลืมตาขึ้นมา
“เป็ไง เหนื่อยเหรองานเยอะเกินไปหรือป่าว”ปรินถาม
“งานไม่ได้เยอะและก็ไม่ได้เหนื่อย ที่หลับตาเพราะมันจะได้มองเห็นภาพรวมของสิ่งที่เรากำลังคิดได้ดีกว่าแค่นั้นค่ะ”แคทยิ้ม
ปรินมองหน้าแคท สายตาที่เขามองบอกให้เธอรู้ได้ว่าเขาห่วงเธอมากจริงๆ
“แคทควรจะพักบ้างนะ แล้วนี่ก็เป็เวลาพัก แต่ก็ยังเอางานมาทำอีก”
“ค่ะจะเชื่อฟังค่ะ ไม่ทำต่อแล้วค่ะ”
“ดีแล้วไม่งั้นถ้าพี่เห็นเราทำงานหนัก พี่จะยกเลิกสัญญาทันทีเพราะจริงๆแล้วพี่ก็ไม่ได้อยากเซ็นสัญญานี้เลย”ปรินบอกด้วยท่าท่างจริงจัง
“พี่ปรินคะ ถ้ายกเลิกตอนนี้พี่ปรินต้องเสียค่าผิดสัญญานะคะ”
“พี่ไม่สนหรอก พี่แค่ไม่อยากให้เราทำงานมากเกินไป แคทยังต้องเรียนอีกพี่เป็ห่วง”
“ถ้าพี่ปรินยกเลิกสัญญาเพราะแคท พ่อกับแม่พี่ปรินจะว่าเอาได้นะคะ”
“พ่อกับแม่พี่ไม่ว่าแน่ๆ เรายังไม่รู้น่ะสิว่าแม่บ่นพ่อกับพี่มากแค่ไหนที่ให้เราต้องมาทำงานนี้ แม่บอกว่าถ้าเราไม่ไหวให้พ่อกับพี่ยกเลิกสัญญาทันที”
“ค่ะ แคททราบแล้วจะไม่ทำงานมาก ฝากพี่ปรินบอกแม่ด้วยนะคะว่าแคททำไหวไม่ต้องห่วงค่ะ”
“แคทไปบอกเองแล้วกันเพราะว่าวันอาทิตย์นี้แม่ให้ชวนเรากับมายด์ไปที่บ้าน”
“ได้ค่ะ”แคทบอก
หลายวันต่อมาแคทได้บอกกับปรีชาว่าให้มาประชุมเื่การตกแต่งห้องในโรงแรมที่สิงคโปร์กันที่ห้องของปริน
ตอนนี้ทุกคนมาพร้อมกันที่ห้องประชุมเล็กแล้ว และมีปรินมานั่งฟังด้วย
“ตามที่น้องแคทให้ไปคิดกันมาว่าจะใช้แิแบบไหนในการตกแต่งห้องของโรงแรม แล้วก็ได้ลงมติกันแล้วว่าจะใช้การผสมระหว่างศิลปะกับทะเล ดังนั้นเราตัดสินใจที่จะตกแต่งห้องนอนกับห้องนั่งเล่นก่อน เพราะฉะนั้นให้ทุกคนเอาภาพห้องที่ได้ไปตกแต่งมาแล้วของทุกคนขึ้นจอ เราจะได้มาช่วยกันดูว่าจะทำแบบไหนดี”ปรีชาเป็คนพูดนำเสนอ
แล้วทุกคนก็นำภาพขึ้นบนจอใหญ่ แต่ไม่มีของแคท
“แล้วของแคทล่ะ”ปรินหันมาถาม
“น้องแคทยังไม่ได้บอกบอสเหรอคับว่า เธอจะเป็แค่คนให้คำแนะนำและคอยเสริมในสิ่งที่ขาด รวมถึงการปรับแต่งให้มันลงตัว แต่ความคิดในการตกแต่งให้พวกผมเป็คนเริ่ม”ปรีชาบอก
“ใช่ค่ะ เพราะถึงแคทจะรู้เกี่ยวกับการตกแต่งมากก็จริง แต่หลักการต่างๆก็สู้พวกพี่ที่เรียนมาโดยตรงและมีประสบการณ์ไม่ได้ แล้วที่สำคัญคือกลัวบอสจะฉีกสัญญาทิ้งก่อนงานจบค่ะ”แคทบอกแล้วมองหน้าปริน
เขายิ้มแล้วพยักหน้ารับรู้ ทุกคนนำงานขึ้นจอแล้วก็ช่วยกันพิจารณาว่าจะเอาแิอันไหน
ปราง ชยา มายด์และเอกเดินเข้ามาในห้องของปรินเพราะใกล้เวลาพักเที่ยงแล้ว พอปรินเห็นจึงเดินออกมาจากห้องประชุมเล็ก แล้วเดินตรงไปที่โซฟาที่ทุกคนนั่งอยู่
“ประชุมอะไรกันคะ พี่ปริน” ปรางถาม
“เื่โรงแรมของไมเคิลน่ะ”ปรินบอก
ทุกคนมองเข้าไปในห้องเห็นแคทกำลังอธิบายเปรียบเทียบงานบนจอให้ลูกทีมฟัง และทุกคนก็ตั้งใจฟัง บ้างครั้งก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดกัน
ชยา เอกกับปรินมองหน้ากันแบบอึ้งๆที่เห็นผู้หญิงทำงานร่วมกับผู้ชายได้เหมือนเพศเดียวกัน
“พวกพี่ๆไม่ต้องแปลกใจกันหรอกค่ะ แคททำงานร่วมกับผู้ชายจนชินแล้ว แคทชอบทำงานร่วมกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แคทบอกว่าผู้ชายไม่เื่มากปัญหาไม่เยอะ ไม่เหมือนผู้หญิงเื่ก็มาก พูดก็มาก ปัญหาก็เยอะและวุ่นวาย”มายด์บอก
"เพราะอย่างนั้นไม่ต้องกังวลว่าแคทจะลำบากใจที่ต้องทำงานกับผู้ชายหรอกค่ะ ที่นี่แค่5 คน ตอนเรียนเป็10คนนะคะ”มายด์พูดต่อ
ปรินเองก็สังเกตุว่าเธอค่อนข้างจะเป็กันเองกับปรีชาและทีม ทำให้เธอสนิทกับทุกคนได้อย่างรวดเร็ว และทุกคนก็นิยมชมชอบเธอ อาจจะเพราะเธอเป็คนตรงๆพูดได้ทำได้ ไม่อวดเก่ง ออ่นน้อมถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่งเหมือนคนอื่นๆและก็นั่นแหละที่ทำให้เขารักเธอ
สักพักแคทก็เดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมๆกับปรีชาและทีม
“ขอโทษนะคะพี่ๆทำให้เลยเวลาพักไปเลย”
“ไม่มีปัญหาหรอกน้องแคท เดี๋ยวถ้าตกแต่งแล้วพวกพี่จะส่งให้ดูนะ”ปรีชาบอก
“ค่ะพี่ปรีชา ไปพักทานข้าวกันเถอะค่ะ ขอบคุณนะคะ”
แล้วปรีชากับทีมก็เดินออกไป
“ไงจ๊ะแม่หัวหน้าทีม เหนื่อยมั้ยลาออกตอนนี้ยังทันนะ”ปรางแซวยิ้มๆ
“อย่าพูดอย่างนั้น ชั้นยังสนุกอยู่นะ”แคทบอก
“จ้า อย่างเธอน่ะไม่มีวันถอยอยู่แล้ว ไปกินข้าวได้แล้วคอยเธออยู่คนเดียว”ปรางว่า
“ทีหลังไม่ต้องคอยนะ กินกันไปก่อนเลยเกรงใจพี่ๆเค้า”แคทบอก
“ถ้าเธอไม่มากินด้วยก็คงมีคนที่กินไม่ลงอยู่ดี”ปรางว่าแล้วมองหน้าปริน
“ไปค่ะ กินข้าวกัน”แคทบอกแล้วนั่งลง
“แล้วงานทำได้มากหรือยังล่ะแคท”ชยาถาม
“ตอนนี้กำลังตกแต่งอยู่สองห้องค่ะ โดยรวมแล้วพี่ๆเขาจะเป็คนร่างออกมาตามแิที่ได้ลงความเห็นไปแล้ว หลังจากนั้นก็เอามาให้แคทดูเพื่อเพิ่มเติมรายละเอียดเข้าไปและแก้ไขในบางจุด การที่ทำแบบนี้ก็จะทำให้มันเป็ผลงานของทั้งทีมไม่ใช่แค่ของแคทคนเดียว พี่ๆจะได้ไม่คิดว่าแคทไปแย่งหน้าที่ของเขาค่ะ”
“เก่งนะ อายุแค่นี้แต่สามารถวางแผนงานได้ดี ทำให้คนที่ทำงานด้วยไม่รู้สึกกดดัน ถึงว่าลูกทีมแลมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับแคท”เอกชม