สิ่งมีชีวิตล้วนมีการรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามต่อชีวิต อันเป็นความหวาดกลัวที่รุนแรงจนสัญชาตญาณทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสมอง และการทำงานของอวัยวะ จนในที่สุดก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม เช่นการหลบหนี การแอบซ่อน สภาวะช็อกชาจนร่างกายแข็งค้าง พฤติกรรมเหล่านี้มักจะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือในอนาคต ซึ่งรับรู้ได้ถึงความเสี่ยงต่อร่างกาย สถานภาพ อำนาจ ความปลอดภัย ความมั่งคั่ง หรือแม้แต่ชีวิต ซึ่งในกรณีที่ความหวาดกลัวอย่างสุดโต่งได้ครอบงำจิตใจ สภาพร่างกายจึงแข็งค้างดังเช่นเหล่าลูกเรือโจรสลัดทั้งหมดในตอนนี้
มิเนอร์วายืนแสยะยิ้มเหยียบคอดาเมี่ยนอยู่กับที่ ไม่ได้ลงมือทำร้ายอะไรพวกมันเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ถามออกไปด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่คลื่นอารมณ์ของพวกมันทั้งหมดกลับเกิดความปั่นป่วน ไม่อาจควบคุมความร่างกายให้เป็นไปดังใจนึก บริเวณท้องน้อยก็รู้สึกวูบวาบ ทั่วร่างกายก็กำลังเร่งจังหวะในการสูบฉีดโลหิตให้เร็วขึ้น กระเพาะอาหารก็ส่งเสียงโครกครากไม่ยอมหยุด แต่ละคนเมื่อได้สติก็ทรุดตัวลงไปคุกเข่าด้วยร่างกายที่กำลังสั่นเทา
ทุกอณูอากาศรอบกายของปีศาจเขายาวเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่ผันผวน จิตของลูกเรือโจรสลัดทั้งหลายจึงถูกครอบงำด้วยเจตสิกให้หิวโหยมากราคะ พวกมันหอบหายใจอย่างรุนแรง ร่างกายที่กำลังคุดคู้กอดตัวเองจึงหลุดออกจากการควบคุม ทำชั่วมาทั้งชีวิตเจตสิกย่อมเข้าสู่ด้านที่มืดดำได้โดยง่าย จิตที่โดนควบคุมจึงสั่งให้ร่างกายเลิกต่อต้าน เหล่าลูกเรือโจรสลัดผู้หิวโซมองตากันอยู่สามอึดใจ บุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนเสากระโดงเรือก็รู้สึกสั่นสะท้าน มันกระทำแต่กรรมชั่วมาโดยตลอด จึงเลิกหักห้ามการควบคุมของตัวเอง ปล่อยตัวปล่อยใจให้ดำดิ่งไปกับกระแสของอารมณ์ ไหลไปตามแต่อารมณ์จะต้องการ
“เอบีเจ้าจะทำอะไร!” ผู้ที่กำลังถูกดึงแขนตะโกนถามขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว บุรุษร่างกำยำนามว่าเอบีได้ออกแรงกระชาก มันคว้าเอาแขนของสหายที่ยืนอยู่ข้างกายดึงเข้าหาตัวเอง ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าเอบีตะครุบฝ่ามืออีกข้างจับไปที่ต้นคอของบุรุษผู้โชคร้าย จากนั้นก็จับกดให้พุ่งเข้าไปหาส่วนปลายของเสากระโดงเรือ
“โอเอสเจ้าไม่ต้องพูดมาก หันหลังให้ข้าก็พอ! ฮ่าๆ ๆ” ด้วยร่างกายที่บึกบึนทรงพลัง บุรุษนามว่าเอบีใช้เรี่ยวแรงฉีกกระชากกางเกงของอีกฝ่ายให้ขาดออก จากนั้นก็ออกแรงยกร่างของโอเอสด้วยมือเพียงข้างเดียว แขนอีกข้างก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เพียงสามลมหายใจมันก็งัดแท่งเนื้อขึ้นมาจ่อที่ปากรู มองเห็นเพียงด้านหลังก็ทำให้โจรสลัดเอบีเกิดคึกคะนองขึ้นมาแล้ว ลมหายใจจึงหอบรัวราวกับกระทิงป่า ออกแรงแทงเพียงสวบเดียวก็เข้ามิดด้ามสุดลำโคน สหายโจรสลัดที่ถูกกดขี่ก็ลืมตาพรวดเพราะเจ็บปวด และตกใจ
ท่ามกลางสามลมเย็นยามค่ำคืนที่มีแสงจันทร์ส่อง เพียงเนื้อสัมผัสเนื้อโจรสลัดเอบีก็ร้องครางขึ้นมาเพราะความคับแน่นที่เสียวซ่าน มันหลับตารับสัมผัสไปกับอารมณ์ตามด้วยการขยับบั้นท้ายซอยไม่ยั้ง ด้วยเสียงแหกปากตะโกนร้องอย่างเจ็บปวดของโจรสลัดโอเอส เสียงนี้ได้ปลุกให้ความดิบเถื่อนภายในจิตใจของผู้คนตื่นขึ้นมา หลายคนเลือกที่จะปล่อยกายไปตามอารมณ์ ไม่สนแล้วซึ่งความยับยั้งชั่งใจ โจรสลัดเอบีออกแรงกระแทกจนปลายของแท่งเนื้อแทงเข้าไปลึก ท่อนเนื้อที่มุดเข้าออกได้กระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการตื่นตัว
โจรสลัดผู้บ้ากามคลายมือจากการจับต้นคอ เปลี่ยนมาเป็นล็อกคอของโอเอสเอาไว้พร้อมกับดูดเลียอย่างหิวกระหาย ทันทีที่โจรสลัดเอบีเร่งจังหวะเพื่อเสร็จสมอารมณ์หมาย ร่างที่สติแตกไปแล้วก็ฉีดของเหลวอันเหม็นฉุนให้พุ่งแตกออกมา แต่สงครามนั้นยังไม่จบโจรสลัดเอบีที่สัมผัสได้ถึงจุดยอดสุดที่หายไป ก็เริ่มออกตามหาจุดสุดยอดนั้นอีกครั้ง มันโยกเอวปั้นท่อนเนื้อให้กลับมาแข็งอีกครา จากนั้นก็โยกซอยไม่ยั้งราวกับสัตว์ป่าไร้สติ รอบด้านล้วนตกอยู่ในความวุ่นวายอันบ้าคลั่ง มีหลายคู่ที่จับกดพวกเดียวกันให้หันหลังอยู่ใต้ร่าง บ้างก็กัดกินเนื้อของอีกฝ่ายด้วยความหิวโหย โลหิตแดงฉานจึงเริ่มอาบย้อมเรือใบหนังมนุษย์ทีละน้อย
แววตาของว่าที่หอกแห่งความโกลาหลกำลังวาววับไปด้วยความตื่นเต้น ทุกคนบนเรือฟลายอิ้งดัตช์แมนที่ลอยประจำตำแหน่งอยู่ต่างก็มองเห็นภาพนี้เช่นกัน ปีศาจผิวแดงที่มีเขายาวคู่หนึ่งกำลังยืนแสยะชวนขนลุก ที่ด้านล่างใต้ฝ่าเท้ากำลังเหยียบคอของปีศาจอีกตนเอาไว้ ขุนซ่าเสียวสันหลังวาบจนต้องรีบหลบสายตาให้มองไปทางอื่น แต่กวาดตามองไปที่ใดก็พบเห็นแต่ภาพที่ไม่น่าอภิรมย์ กิจกรรมทางเพศระหว่างบุรุษนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่การข่มขืนย่ำยีจิตใจนี้ต่างหากที่ทำให้ขุนซ่ารู้สึกขยะแขยง ตัวมันในอดีตก็เคยโดนสตรีเผ่านิมฟ์กระทำย่ำยี จึงรับรู้ถึงความรู้สึกอันอัปยศนั้นได้เป็นอย่างดี
เอเธนส์มองไปที่อาจารย์ด้วยอารมณ์ที่วางเฉย ไม่ว่าอาจารย์จะอยู่ในรูปลักษณ์ใด ตัวเขาก็จะเคารพบูชาไม่เสื่อมคลาย เห็นลิงคลั่งกามบนเสากระโดงเรือที่โก้งโค้งซอยเอวไม่ยอมหยุดแล้ว ก็ได้แต่รู้สึกสังเวชอยู่ภายในใจ
เมื่อโจรสลัดเอบีเสร็จกิจกามหลายหนจนหมดแรง ร่างของโจรสลัดโอเอสที่หว่างขาเต็มไปด้วยเมือกเหนียวข้นก็ถูกคลายออกจากอ้อมแขน ผู้ถูกย่ำยีมีดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับสติแตกจนแยกแยะอะไรไม่ได้ ใบหน้าก็เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบของเหลวน่ารังเกียจ สายน้ำแห่งการสืบพันธุ์ที่ไม่อาจหาจุดยึดเกาะก็ทะลักล้นออกมาจากรูทวารที่กลวงโบ๋ กล้ามเนื้อหูรูดที่ถูกแหวกออกเป็นเวลานานกำลังตอดขมิบ แต่ก็ไม่อาจกลับมาเป็นอย่างเดิมได้อีกต่อไป หมดเรี่ยวแรงจนต้องทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น ของเสียอุจาดตาทั้งหลายจึงทะลักทะลวงออกมาจากร่างไม่ยอมหยุด
โจรสลัดโอเอสต้องใช้เวลาพักหายใจอยู่สักพักใหญ่ มันพยุงตัวเกาะส่วนปลายของเสากระโดงเรือขึ้นมาด้วยร่างที่โซซัดโซเซ เมื่อหันหลังกลับไปเห็นใบหน้าของสหายที่นอนหลับตาอย่างหมดแรง ร่างที่เปื้อนไปด้วยของเสียก็หวีดร้องขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง จิตที่วิปลาสไปแล้วจึงบังคับร่างให้พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย มันคว้ามีดสั้นที่ตกอยู่ขึ้นมาปักลงไปที่กลางอกของอดีตสหายจนมีดด้าม
วินาทีที่ปลายมีดสัมผัสกับร่างที่นอนอยู่โจรสลัดโอเอสไม่รอฟังเสียงร้องของอีกฝ่าย มันออกแรงดึงมีดด้วยเสียงร้องที่บ้าคลั่ง ใช้ความคมของอาวุธกรีดผ่าตั้งแต่ช่วงทรวงอก ยาวลงไปจนถึงบริเวณท้องน้อย จากนั้นก็ยกแขนปักมีดเสียบเข้าไปที่เบ้าตา ซึ่งกำลังลืมตาโตแหกปากร้องอย่างเจ็บปวด ปักมีดให้ทะลุกะโหลกจนติดแน่นอยู่กับพื้นไม้
เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นจึงเงียบไปพร้อมกับร่างที่ไร้วิญญาณ ผู้ที่ได้แก้แค้นก็หัวเราะไม่ยอมหยุด ไม่อาจฉุดตนเองให้ขึ้นมาจากด้านมืดได้อีกต่อไป ความหิวโหยได้แล่นไปทั่วกระเพาะอาหารอย่างไม่อาจควบคุม โจรสลัดโอเอสใช้สองมือแทงล้วงเข้าไปตรงกลางร่าง เขาคว้าลำไส้ยาวขึ้นมาใส่ปากตามสัญชาตญาณ ใช้ฟันคมฉีกทึ้งกินเครื่องในเหนียวอย่างตะกละตะกลาม กัดเนื้อแทะกระดูกด้วยท่าทีมูมมามน่ารังเกียจ ทั่วทั้งร่างล้วนเปรอะเปื้อนไปด้วยคาวของโลหิต และคราบของเสีย
ความหิวอยากที่แต่ละคนได้แสดงออกมา จึงดูไปแล้วก็เหมือนจะไร้จุดสิ้นสุด ช่างเป็นกลุ่มบุคคลผู้หลงผิดโดยแท้จริง พวกมันเสพเมถุนกินเลือดเนื้อพวกเดียวกันไม่หยุดหย่อน คาวโลหิตจึงคลุ้งไปทั่วอาบย้อมจนเรือใบหนังมนุษย์ลำนี้เจิ่งนองไปด้วยธารโลหิต ดาเมี่ยนสมองเบลอมองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าในมุมมองที่นอนราบไปกับพื้นหนัง เมื่อตั้งสติได้ราชาหนังมนุษย์ก็พยายามดิ้นหนีออกจากฝ่าเท้าของชายหนุ่ม แต่น่าเสียดายที่ร่างนี้อาราธนาขอจิตให้หนักแน่นดั่งหมื่นบรรพต เดชแห่งร่างปฐวีกสิณจึงเหยียบย่ำโดยไม่ขยับเขยื้อน เพียงออกแรงบี้ไปที่เท้าแค่เล็กน้อย ราชันหนังมนุษย์ก็ร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวด
ราชาโจรสลัดลำดับที่สามไม่อาจหลบหนี จึงได้ต้องนอนดูลูกสมุนของตัวเองตกตายลงไปทีละคนอย่างน่าสมเพช จนกระทั่งเหลือเพียงหนึ่งร่างที่ยืนหยัดได้เป็นคนสุดท้าย ท่ามกลางซากศพที่มีสภาพเละเทะมากมาย โจรสลัดโอเอสผู้ที่เคยถูกย่ำยีในอดีต ได้จ้องมองมาทางปีศาจเขายาวซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล จากนั้นก็ก้มลงไปมองร่างที่ถูกเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้า อาการกำหนัดหนักก็พวยพุ่งขึ้นมาจากร่างของลูกเรือโจรสลัดมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม
ดาเมี่ยนรับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติจากทางด้านหลัง สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดก็กู่ร้องจนร่างนั้นหนาวเยือก โจรสลัดนามว่าโอเอสหน้ามืดตามัวด้วยไร้สติ มันเดินเข้าหาทีละก้าวอย่างไม่รู้ตัว มิเนอร์วามองไปด้วยสายตาเรียบเฉยไม่ใส่ใจ ปล่อยให้อีกฝ่ายคุกเข่าแหวกขาของดาเมี่ยนได้ตายสบาย ราชาหนังมนุษย์กรีดร้องส่ายร่างดิ้นไม่ยินยอม มันใช้จังหวะที่มิเนอร์วาไม่ทันระวังตัว คว้าจับไปที่ข้อเท้าของชายหนุ่มแล้วปะทุอารมณ์แห่งความโลภให้ครอบงำไปทั่วร่าง อีกทั้งยังหัวเราะราวกับผู้มีชัยที่เหนือกว่า แต่น่าเสียดายที่ปีศาจเขายาวตอบรับการกระทำมันด้วยท่าทีที่นิ่งเฉย
“ที่แท้ก็ลูกกะจ๊อกของจักรพรรดิปีศาจแมมมอนนี่เอง… ข้าไม่เคยไปก่อกรรมทำร้ายเจ้า เหตุใดจึงต้องหมายหัวข้า ตอบ!” มิเนอร์วาออกแรงกดลงไปที่ฝ่าเท้าอีกครั้ง จนกระทั่งดาเมี่ยนเลิกขัดขืนไปเองเพราะความเจ็บปวด ชายหนุ่มก็ถามไปทั้งอย่างนั้นไม่สนใจฟังคำตอบ ดูเหมือนเสียงอู้อี้ของราชาหนังมนุษย์จะทำให้โอเอสรู้สึกคึก มันปั่นท่อนเนื้อจนตั้งโด่จากนั้นก็โก่งตัวยัดเยียดความเป็นผัวให้แก่ปีศาจร่างกำยำ เสียงหัวเราะของโจรสลัดโอเอสยิ่งมายิ่งบ้าคลั่ง มันซอยเอวรัวจนดาเมี่ยนต้องน้ำตาแตก แรงกระแทกครั้งสุดท้ายทำให้ราชาหนังมนุษย์ต้องร้องอู้ออกมาเสียงดังด้วยความจุกแน่น ถูกโจรสลัดผู้เป็นลูกสมุนแตกในเต็มลำไส้ แต่นรกที่กำลังประสบนั้นยังไม่จบเพียงเท่านี้ มิเนอร์วามองผ่านเส้นทางอดีตกาลของดาเมี่ยนอยู่รอบหนึ่งก็รู้สึกรังเกียจนัก
ปล้น ฆ่า ข่มขืน พรากของสำคัญไปจากผู้อื่น อีกทั้งสมองยังวิปริตต้องถลกหนังผู้อื่นมาใช้เพื่อเป็นพลังในการฝึกตน ช่างมืดบอดจนกู่ไม่กลับ เพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อผู้อื่นอีก เห็นทีคงต้องกระทำปาณาติบาตสักครั้งแล้ว ระหว่างนั้นโจรสลัดโอเอสก็คึกไม่หยุด จับสะโพกของดาเมี่ยนซอยรัวไม่รู้จักหยุด กระฉูดพ่นของเหลวเพิ่มเข้าไปอีกจนล้นเอ่อออกมา ลูกเรือโจรสลัดทั้งหลาย ต่างก็ตกตายลงเพราะทนรับคลื่นอารมณ์ที่เปลี่ยนอย่างรุนแรงไม่ได้ มีเพียงโจรสลัดคนนี้เท่านั้นที่ยังมีแรงใจเหลืออยู่ มิเนอร์วายืนพิจารณาว่าจะทำอย่างไรดีหนอ…
คิดไปก็ป่วยการโดยเปล่าประโยชน์ มิเนอร์วาจึงออกแรงเหยียบให้เพิ่มมากขึ้น ไม่สนใจเสียงร้องที่อยู่ใต้เท้าอีกต่อไป ออกแรงบี้ด้วยการขยี้สุดแรงเพียงหนึ่งครั้ง ราชาโจรสลัดลำดับที่สามก็กระอักเลือดขาดใจตายไปทั้งอย่างนั้น โจรสลัดโอเอสกระหน่ำเอวรัวด้วยจิตที่แตกสลาย สุดท้ายแล้วก็ตกตายลงอย่างน่าสมเพชทั้งๆ ที่ท่อนเนื้อยังคารูไม่ได้ถอด นาคินทร์นาคราชค่อนข้างตกใจให้กับวิธีการจัดการของผู้เป็นอาจารย์ แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามออกไป มิเนอร์วาก็พอจะเดาได้จึงหันหน้าไปมองลูกศิษย์ที่แปลงร่างกลับมาเป็นมนุษย์
“ตัวข้าไม่มีสิทธิ์ไปลงโทษหรือตัดสินชีวิตของผู้ใด แต่ถ้าปล่อยเจ้านี่ไปผู้บริสุทธิ์อีกมากต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน หากต้องผิดเพราะปาณาติบาตเช่นนั้นข้าก็จะรับมันเอาไว้เอง” มิเนอร์วาปลดอารมณ์ประทับร่างออก เขาคู่ยาวและผิวหนังสีแดงจึงอันตรธานหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นก็ปลุกวิญญาณเหล่าคนบาปขึ้นมาชดใช้กรรม โดยเฉพาะดาเมี่ยนที่ถูกทำพิธีปลุกวิญญาณให้ตื่นขึ้นมากลายเป็นข้าทาสที่ซื่อสัตย์
เป็นอีกครั้งที่ขุนซ่า และวรมันที่สองต่างก็ตื่นตกใจให้กับความแข็งแกร่งของชายหนุ่ม มิเนอร์วาประเมินความสามารถที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ ว่าตนนั้นมีพลังเกือบจะทัดเทียมกับเหล่าทวยเทพแล้ว คงประมาณครึ่งเทพขั้นสูงสุดกระมังหนอ… ประจักษ์โลกุตระในครานั้น ยังส่งผลให้ร่างกายคลายเสี้ยนหนาม อันเป็นรากแห่งความเสื่อมที่ฝังซ่อนตัวอยู่ภายในส่วนลึก ทำให้หายไปอย่างช้าๆ ตามกาลเวลา ร่างกายของเขาในตอนนี้จึงแข็งแกร่งไม่ต่างอะไรจากกายเทวะสักเท่าไหร่ มิเนอร์วาเลิกสนใจนาคินทร์แล้วหันไปข่มขู่เหล่าวิญญาณบาปผู้มาใหม่
สมบัติจำนวนมากจึงถูกขนย้ายออกมาด้วยฝีมือของเหล่าลูกเรือผี ข้อมูลทั้งหลายก็ถูกเค้นเพื่อตามหาความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่แท้ก็เป็นเพราะตำแหน่งที่เรียกว่าผู้บูชาเทพปีศาจนั่นเอง ปีศาจบางตนภายในเผ่าปรารถนาอนันต์ไม่ยอมรับผลการตัดสินของเหล่าจักรพรรดิปีศาจ พวกมันจึงลอบวางแผนหมายหัวมิเนอร์วาเป็นเป้าโจมตีหลัก เกรงว่าปีศาจเผ่าอื่นก็ต้องคิดเห็นเช่นเดียวกัน…
มิเนอร์วากวาดกองสมบัติทั้งหมดมาเก็บไว้ จากนั้นก็กระโดดกลับเรือฟลายอิ้งดัตช์แมนที่ลอยลำเข้ามารับ แม้ชายหนุ่มจะกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมแล้ว แต่ภาพลักษณ์ของมิเนอร์วาในสายตาของแต่ละคนก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะธันวาที่วิ่งมายืนรับเขาด้วยแววตาอันตื่นเต้นรอคอย ก็ได้แต่ต้องถอนหายใจให้กับความหนักหนาทางจิตใจของเด็กหนุ่มแล้ว…
“พวกเจ้าสองคนจมเรือน่ารังเกียจนั่นให้ข้าที…” มิเนอร์วาหันไปสั่งขุนซ่าและวรมันที่สองด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่สนใจเหตุการณ์เสียงดังหลังจากนั้นอีก เดินจากไปด้วยความรู้สึกที่เหนียวตัว ชายหนุ่มถอดเสื้อแก้ผ้า แล้วโยนชุดสูทที่เหม็นกลิ่นคาวโลหิตทั้งหมดทิ้งลงทะเล เขาเดินไปที่อ่างน้ำขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า จากนั้นก็โปรยกลีบบุปผาหอมลงไปหนึ่งกำใหญ่ เมื่อนั่งลงไปหยดน้ำในอากาศก็ควบแน่นเกาะรวมตัว ด้วยจิตที่อาราธนาถึงเดชแห่งอาโปกสิณ หยดน้ำได้รวมตัวกลายมาเป็นน้ำเย็นที่สดชื่น ปริมาณก็เพิ่มมากขึ้นทุกชั่วขณะ เพียงไม่กี่นาทีภายในอ่างน้ำก็เต็มไปด้วยกลีบบุปผาที่ลอยอยู่เหนือไหล่ กะพริบตาอาราธนาถึงเตโชกสิณมวลน้ำก็เริ่มอุ่นจนร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย
ขุนซ่ามอบธงหนังมนุษย์ให้แก่ธันวาตามคำร้องขอของเด็กหนุ่ม เสียงตูมตามทำลายล้างได้จมเรือหนังมนุษย์ให้อับปางลงสู่ก้นทะเล หลงเหลือเพียงชื่อที่ฝากเอาไว้บนหน้าของประวัติศาสตร์ เมื่อจัดการธุระต่างๆ เสร็จเรียบร้อย เฮนดริกก็บัญชาให้เรือฟลายอิ้งดัตช์แมนลอยจากไป พร้อมกับกลุ่มสายหมอกขาวยามราตรี…
หลังจากผ่านค่ำคืนอันสุดหฤหรรษ์มาได้ ในยามเช้าเรือฟลายอิ้งดัตช์แมนก็มุดลงไปดำอยู่ใต้น้ำ เอเธนส์นั้นชื่นชอบเป็นอย่างมากที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเช่นนี้ อาจารย์ของตนถึงขั้นออกมานอนเปล่งแสงเพื่อช่วยเหลือศิษย์ ส่องให้ความสว่างไล่ความมืดใต้ก้นมหาสมุทรให้หายไป นาคินทร์นาคราชก็นั่งอยู่ข้างกายอาจารย์ไม่เคยห่าง ธันวาก็เริ่มฝึกพื้นฐานในการออกหมัดแย็บเพื่อเตรียมร่างกาย ขุนซ่าและวรมันที่สองต่างก็มานั่งรับชมด้วยเช่นกัน
และแล้วก็ผ่านไปเช่นนี้อยู่หลายวัน การเดินเรือตลอดทางที่ผ่านมาก็ล้วนเป็นไปอย่างสงบ มีเพียงหนึ่งครั้งที่เจอฉลามหน้าโง่ไม่รู้ความคิดว่าเรือฟลายอิ้งดัตช์แมนเป็นอาหาร จึงโดนนาคินทร์นาคราชสั่งสอนไปเสียหนึ่งคราจนหลาบจำ ต้องว่ายตามมาส่งเพื่อขอขมา ผิดแล้วรู้จักยอมรับกลับตัว เห็นดังนี้ว่าพอจะสั่งสอนได้ มิเนอร์วาก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร ปล่อยให้มันได้ทำตามใจปรารถนา จะตามมาส่งก็ไม่เป็นไร
เมื่อทิวากาลผ่านพ้นไป ในที่สุดราตรีมืดก็หวนกลับคืนมา ฟลายอิ้งดัตช์แมนลอยลำเตรียมนำส่งผู้เป็นนายใกล้ชายฝั่ง ชายหนุ่มฝากฝังกิจธุระอีกสักเล็กน้อย หอกแห่งความลับก็เอ่ยอำลาจากไปพร้อมกับกลุ่มสายหมอกขาว ฉลามตัวโตก็ว่ายน้ำแยกจากไปเช่นกัน มิเนอร์วามองส่งอยู่สักพักหนึ่งก็หันหลัง จากนั้นก็เดินนำขึ้นบกไป ปล่อยให้ความมืดที่ผ่านมาจมหายไปกับทะเลครามทางด้านหลัง…