THE ONE

    ตอนที่ 43 หกทักษะสายเลือด เจ็ดเทพวิชา

            

            ในหนึ่งเดือนที่ผ่านนอกจากการฝึกฝนทักษะดวงจิตวิญญาณใหม่แล้ว เทียนคง ได้ทบทวนทักษะที่เขามีอย่างจริงจังเพราะในอนาคตอันใกล้นี้ เขามั่นใจว่าจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆเขามีความรู้สึกอย่างนั้น แม้จะหาเหตุผลมารองรับได้ไม่มาก

            

            ความรู้และทักษะที่มีติดตัวเขามานั้นมากมายมหาศาลเขาจึงเลือกทบทวนเฉพาะทักษะระดับสูงสุดไปเลย อย่างน้อยก็สามารถมั่นใจได้ว่า มันจะแสดงประสิทธิภาพได้มากที่สุด

            

            ชุดทักษะที่เทียนคงทบทวนมีอยู่สองชุดด้วยกันชุดแรกเป็นทักษะที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดจากบรรดาสายเลือดแท้แห่งราชันทั้ง 6 ซึ่งเป็นทักษะประจำสายเลือด

            

            เช่นทักษะของสายเลือดอสูร วิคทอเรียก็ได้เคยใช้มาแล้วตอนที่ปะทะกับเทียนคง “ทักษะปราณอสูรคลั่ง”ซึ่งเป็นทักษะที่จะเพิ่มพูนพละกำลังของผู้ใช้ได้ในช่วงเวลาหนึ่งส่วนจะเพิ่มได้เท่าไหร่และนานเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับความเข้าใจในทักษะและความเข้มข้นของสายเลือด

            

            ซึ่งตอนที่วิคทอเรียใช้นั้นนางสามารถยกระดับพลังได้ประมาณครึ่งระดับ หรือราว 5 ขั้นย่อย จากระดับสูงขั้นกลาง ไปสู่ระดับเชี่ยวชาญขั้นหนึ่ง

            

            และตอนนั้นเองที่เทียนคงได้ใช้ทักษะของสายเลือดยักษ์ออกไปนั่นก็คือ “ร่างระฆังทอง” เทียนคงถึงได้รู้ว่าทำไมตอนนั้นวิคทอเรียถึงได้ถามเขาว่าทำไมเขาถึงใช้ทักษะของพวกยักษ์ได้ เพราะตัวเขาบอกนางว่า เขาเป็นมนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์ดังนั้นแล้วเขาไม่ควรใช้ทักษะนี้ได้ ซึ่งเขาได้อธิบายไปว่านางคงเข้าใจผิดไปเองเขาจะใช้ทักษะของสายเลือดยักษ์ได้ยังไง

            

            ซึ่งตัวเทียนคงก็ไม่รู้จริงๆว่าทำไมเขาถึงสามารถใช้ได้ ได้แต่บอกปัดไปเพื่อลดปัญหา ในตอนแรกวิคทอเรียก็เซ้าซี้ถามอยู่แต่เมื่อเห็นแล้วว่าเทียนคงจะตอบปัดไปเรื่อย จึงเลิกสนใจถามไปในที่สุด

            

            ส่วนชุดทักษะที่สองเป็นทักษะที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเอง และเป็นทักษะลับที่ไม่ถ่ายทอดให้กับคนนอกทักษะเหล่านี้เป็นทักษะประจำตระกูลผู้รับใช้โดยตรงของเผ่าพันธุ์สายเลือดแท้แห่งราชันทั้งหก

            

            แต่อย่างไรก็ตามที่บอกว่าเป็นทักษะลับ เทียนคงกลับมีติดตัวอยู่ ซึ่งก็คือ เจ็ดเทพวิชา นั่นเองและสองในเจ็ดนี้ ก็คือ “ปราณเทพนักรบ และดวงจิตเยือกแข็ง”

            

            ชุดทักษะตามสายเลือดมีดังนี้

    1.     17 ท่าราชามังกร

    2.     ดรรชนีเอกสุริยัน

    3.     พลังเคลื่อนย้ายจักรวาล

    4.     ร่างระฆังทอง

    5.     มหาเวทดูดดาว

    6.     ปราณอสูรคลั่ง


    ชุดทักษะของตระกูลข้ารับใช้

    1.     ปราณเทพนักรบ

    2.     หมื่นกระบี่โบยบิน

    3.     เพลิงผลาญพิภพ

    4.     ท่าร่างอัสนีบาต

    5.     ดวงจิตเยือกแข็ง

    6.     โลกาดับสูญ

    7.     เอกะนิรันดร์

            

            วิชาเหล่านี้เป็นวิชาที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ต่อต้านเผ่าพันธุ์สายเลือดแท้ทั้งหก แต่ถึงจะคิดค้นทักษะที่ยอดเยี่ยมได้มากแค่ไหนมนุษย์ก็ไม่อาจต่อกรกับเผ่าพันธุ์เหล่านั้นได้เลย เพราะระดับพลังนั้นแตกต่างกันเกินไปในหมู่มนุษย์ตอนนั้นที่มีระดับพลังสูงที่สุด ยังไม่มีความสามารถพอ ที่จะต่อกรกับนักรบของเผ่าพันธุ์สายเลือดแท้ที่มีระดับพลังต่ำที่สุด

            

            ก็เหมือนกับเด็กอายุ5 ขวบ แม้จะสามารถใช้วิชาอะไรก็ตามได้อย่างชำนาญ ก็ไม่อาจสู้กับผู้ใหญ่ที่อายุ 30ปี ที่เป็นวัยฉกรรจ์ได้ ในเวลานั้นมนุษย์ที่เป็นเหมือนเด็ก 5 ขวบ ก็พ่ายแพ้ยับเยินและถูกล้างบางจนแทบสิ้น ส่วนผู้ที่เหลือรอดต่างก็ต้องศิโรราบแต่โดยดี โดยการยอมเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์และได้ถูกทำสัญญาเลือด ซึ่งจะฝังอักขระลงไปในจิตวิญญาณของผู้ที่ทำสัญญา หากผิดสัญญาและสัญญานี้ยังสามารถส่งต่อให้กับลูกหลานได้อีกด้วย

            

            นั่นทำให้ลูกหลานของนักรบที่ต่อต้านเหล่านี้จึงไม่มีโอกาสแม้แต่จะคิดที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านอีก และแน่นอนว่าเจ็ดเทพวิชานี้ก็จึงถูกจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะตระกูลที่เป็นข้ารับใช้เท่านั้น

            

            แต่นั่นก็ใช่ว่ามนุษย์ไม่ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นข้ารับใช้เพราะเมื่อเป็นข้ารับใช้โดยตรง ย่อมหมายถึงอำนาจที่เด็ดขาดต่อมนุษย์คนอื่น ๆ และในหลายปีต่อมาข้ารับใช้เหล่านั้นก็แตกแขนงออกไปเป็นหกตระกูล ซึ่งแบ่งตามการสืบทอดทักษะเทพวิชา

            

            แต่มีอยู่ทักษะหนึ่งที่ไม่ได้รับการสืบทอดและเลือนหายไปตามกาลเวลา นั่นก็คือทักษะเอกะนิรันด์เพราะเป็นทักษะที่ฝึกฝนและใช้ออกยากที่สุด คือต้องเป็นผู้ใช้พลังที่สามารถใช้พลังได้สองรูปแบบไม่สนว่าเป็นสองรูปแบบใด เพราะทักษะเอกะนิรันดร์นั้น คือการวมเอา หกวิชาก่อนหน้าเข้าเป็นหนึ่งเดียว

            

            ในประวัติศาสตร์มนุษย์ที่เป็นยุคทองของนักรบที่คิดต่อต้านพวกเทพก็มีเพียง 3 คนเท่านั้น ที่สามารถใช้ทักษะเอกะนิรันดร์ได้ โดยที่ทั้ง 3 คนนี้ก็รวมเอาทักษะได้เพียงคนละ 2 ทักษะ เท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้ 3 คนนี้คือสุดยอดของสุดยอดนักรบของมนุษย์ ที่พอที่จะสามารถรับมือกับพวกเทพได้ในระดับหนึ่ง

            

            เทียนคงที่ได้รับทราบประวัติศาสตร์เหล่านี้ จากการได้รับอนุญาตให้เข้าไปที่หอสมุด ก็รู้ได้ทันทีว่าเขามาถูกทางแล้วหากเขาต้องการรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ เขาจำเป็นจะต้องเข้าไปเป็นกลุ่มคนชนสูงให้ได้

            

            และจากการพูดคุยกับวิคทอเรียเขาก็ได้ข้อมูลของเผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดอสูรเพิ่มเติมมาบ้าง ตอนนี้เขารู้ว่ามนุษย์สายเลือดอสูรนั้นก็แบ่งพักแบ่งพวกกันอยู่เป็นก๊กเป็นเหล่าแม้จะมีท่านเจ้าที่เป็นผู้นำสูงสุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำเลย

            

            จากการที่ผ่านเวลามาพอสมควรกว่า3000 ปีสัญญาระหว่างเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์สายเลือดอสูรและมนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์ก็ถูกนำเข้าในที่ประชุมผู้นำตระกูล และเสียงก็แตกออกเป็นสองฝ่าย

            

            หนึ่งคือฝ่ายที่สนุบสนุนให้ยกเลิกสัญญานี้เสียโดยมีความเห็นว่าให้เข้าไปคุยกับผู้นำเผ่ามนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์ให้ยกเลิกสัญญานี้หากตกลงไม่ได้ก็ต้องประกาศสงครามเพื่อทวงคืนอิสระภาพ

            

            สองคือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยให้มีการยกเลิกสัญญาเพราะตอนนี้พวกเขาก็อยู่กันอย่างสงบสุขดี และแท้จริงแล้วก็เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษต้องการที่จะทำพวกเขาอุตส่าห์ฝ่าฟันหลบหนีออกมาจากพื้นที่สงคราม แต่แล้วตอนนี้คนเหล่านี้คิดจะพากลุ่มของพวกเขากลับเข้าสู่สงครามเสียอย่างนั้นพวกเขาจึงไม่เห็นด้วย

            

            และวิคทอเรียกับพี่ชายของเขาทั้งสองคนก็อยู่ฝ่ายที่หนึ่ง คือต้องการให้มีการยกเลิกสัญญา แต่ถึงแม้สองฝ่ายจะมีความเห็นไม่ตรงกันนางก็ไม่เคยคิดว่าจะมีความรุนแรงอะไรเกิดขึ้นภายในเผ่าของนาง

            

            แต่ครั้งที่นางและเทียนคงบุกไปช่วยเอ็ดมัวร์ที่คุกพิเศษนั้นทำให้ความเชื่อนี้ของนางเริ่มสั่นครอน บุคคลเหล่านั้นที่อยู่ในคุกใต้ดินนั้นล้วนเป็นกลุ่มคนที่อยู่ฝ่ายไม่เห็นด้วยบางคนนางรู้จักถึงขั้นสนิทสนม

            

            ตอนที่นางได้ข่าวว่าสหายคนนี้ของนางหายตัวไปโดยทางการแจ้งว่าเพราะเขาต้องการยกระดับพลัง จึงเข้าไปที่หุบเขาของสัตว์อสูรและคาดว่าน่าจะเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้กับสัตว์อสูรจนโดนพวกมันเขมือบเป็นอาหารไปซึ่งนางก็เชื่อ เพราะสหายคนนี้ของนางนั้นชื่นชอบการต่อสู้ก็จริงแต่เขาไม่เคยคิดที่จะสู้รบกับใคร เขาเพียงแค่ชอบสู้ แต่ไม่ได้ชอบเอาชีวิตคนอื่นสิ่งที่เขาทำก็เพียงฝึกฝนวิชาก็เท่านั้น

            

            มิคาดคิดสหายคนนี้ของนางกลับมาอยู่ในคุกพิเศษนี้เอง นั่นเท่ากับว่า มีความเป็นไปได้สองอย่างคือ หนึ่งคือทางการไม่ทราบจริง ๆว่าเขาหายไปไหน แล้วจึงสรุปผลออกมาแบบนี้ โดยที่มีคนบงการเรื่องนี้อยู่โดยที่ทางการไม่รู้ แต่นั่นก็หมายความว่า ผลสรุปของเรื่องสัญญาน่าจะเอนไปทางไม่เห็นด้วยจึงมีการตัดกำลังคนฝ่ายไม่เห็นด้วยออกไป

            

            สอง คือทางการเป็นคนสั่งให้ทำแบบนี้เองจุดประสงค์ก็เช่นเดียวกันคือการตัดกำลังของฝ่ายไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือถ้าทางการเป็นคนทำ นั่นหมายความว่าท่านเจ้าตัดสินใจแล้วหรือว่าจะทำการยกเลิกสัญญาแล้วบุกนครวิหคคราม

            

            นางอาจจะอยากมีอิสระในการใช้ชีวิตโดยการออกไปจากหุบเขาอันคับแคบนี้แต่นางก็ไม่อยากเห็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ต้องมาตกตายเพียงเพราะความอยากของคนไม่กี่คนแม้นางจะเห็นด้วยให้มีการยกเลิกสัญญา แต่นางก็ไม่ได้เข้าร่วมฝ่ายแต่อย่างใด 


            เมื่อเห็นว่าสหายของนางถูกทำร้ายและถูกกักขังจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังต่อท่านเจ้า และผู้คนของเผ่าพันธุ์ตัวเองที่ตอนนี้การกระทำพวกนี้ ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์คนนั้น ที่บังคับสร้างสัญญาฉบับนี้ขึ้นมาเลย

            

    คล้ายกับเรื่องTHE ONE ที่คุณอ่าน