ด้านหน้าโรงพยาบาลครอบครัวฟางซิงอีกำลังยืนพูดคุยกันอยู่
“พ่อแม่จะกลับบ้านเลยไหม?”
“ยังหรอก พ่อกับแม่ว่าจะแวะทานข้าวกันก่อน”
“งั้นหนูไปด้วย หนูก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย” ฟางหลินพูดขึ้น
“หรงหรงล่ะ จะไปด้วยกันไหม?”
“อืม หนูไปด้วย เริ่มหิวแล้วเหมือนกันค่ะ”
“โอเคงั้นเราไปที่ร้านเดิมนะ หลินน้อยไปกับพี่หรง เดี่ยวพ่อกับแม่ไปรถอีกคัน”
“ได้ค่ะ เจอกันที่ร้าน พ่อก็ขับรถระวังๆด้วยนะ”
อีกดานหนึ่ง ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลินตงตื่นขึ้นเพราะเสียงเตือนจากมือถือ เขามองดูชื่อคนที่โทรมาก็รีบกดรับทันที
“ฮัลโหลครับแม่”
“เป็ยังไงมั้งลูก สบายดีไหม”
“ผมสบายดี แม่ล่ะครับ เป็ยังไงบ้าง”
“แม่สบายดี หลินตง อาทิตย์หน้าโรงเรียนของน้องจะเปิดแล้ว ลูกพอจะมีเงินให้น้องไปซื้อของบ้างไหมลูก”
“อ่อ อาทิตย์หน้าหรอครับ เดี่ยวผมโอนไปให้นะ”
“ขอบคุณลูกมากนะ งั้นแม่ไม่กวนลูกแล้ว ไว้แม่โทรหาใหม่นะ”
“ครับแม่”
หลังจากวางสายจากแม่แล้ว หลินตงนอนเล่นมือถือเลื่อนดูข่าวไปเรื่อยๆ เขานอนเล่นมือถืออยู่พักใหญ่ โพสต์มากมายถูกโพสต์ใหม่ทุกๆวินาที แล้วเขาก็ไปสะดุดตากับโพสต์หนึ่งเข้า
*งานประมูลวัตถุดิบ สมาคมปีกนก*
ในโพสต์มีใจความประมาณว่า งานนี้เป็งานที่จัดประมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบสำหรับทำอาหารที่เลิศรสและหายาก งานประมูลจัดขึ้นหนึ่งครั้งต่อเดือน ในการประมูลแต่ละครั้งจำนวนและประเภทวัตถุดิบก็แตกต่างกันไป
งานประมูลครั้งต่อไปจะจัดขึ้ในอีกห้าวัน หลินตงมีแผนในใจทันที เขาจะเอาผักของเขาเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ด้วย ตัดสินใจได้แล้วเขาจึงเข้านอนเพื่อพักผ่อนให้พร้อมลุยในวันพรุ่งนี้
วันต่อมาที่โรงพยาบาล บรรดาลูกหลานตระกูลฟางมารอเข้าเยี่ยมผู้นำตระกูลกันั้แ่เช้า อาการของปู่ฟางไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง หลังจากที่หมอเ้าของเคสตรวจเช็คอาการอีกครั้ง ก็อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้
อีกด้านที่สวนผัก หลินตงก็วุ่นอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบจากผลผลิตจากสวนเพื่อรอนำไปเข้าร่วมการประมูลอยู่ เขาตั้งใจนำถั่วงอก และผักบุ้งจีนไปร่วมงานแค่สองอย่าง
วันเวลาผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลจากที่สูงลงมา วันต่อมาที่โรงพยาบาล สมาชิกตระกูลฟางมารอเยี่ยมผู้นำตระกูลเช่นเดิม เนื่องจากอาการของปู่ฟางไม่มีอะไรที่น่าเป็ห่วง ่บ่ายหมอจึงอนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านได้
ฟางอี้เป็คนเสนอตัวจะเป็คนพาปู่ฟางกลับเอง คนอื่นต่างก็ไม่ได้ว่าอะไร ่สายหลายคนก็ทยอยกลับบ้านกันไป ฟางหรงก็ขอตัวกลับก่อนเพื่อที่จะไปดูแลความเรียบร้อยที่ร้าน
วันนี้ก็เป็อีกวันที่หลินตงทำกิจวัตรเช่นเดิม วันนี้เขาเลือกที่จะทำแปลงผักเพิ่มเติมจากส่วนที่มีอยู่ ่เย็นก่อนกลับที่พักเขาก็ไม่ลืมแวะเอาถั่วงอกไปฝากคุณยายเสียก่อน
่เย็นที่ตระกูลฟาง ฟางซีฮันเรียกประชุมสมาชิกเกี่ยวกับเื่ธุระกิจของตระกูล และเื่ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลด้วย เนื่องด้วยอายุของตนก็มากขึ้นทุกวัน จึงอยากหาผู้สืบทอดให้ได้โดยไว การแข่งขันภายในจึงดุเดือดมากยิ่งขึ้น
ในบรรดาทายาททั้งสามของตระกูลฟางปัจจุบัน ทุกคนคิดว่าฟางอี้บุตรชายคนโตคงเป็คนสืบทอดตำแหน่งผู้นำต่อไป ฟางอี้ถึงจะเป็คนโลภ แต่ความสามารถในด้านธุรกิจ ก็ถือว่าเป็คนที่เก่งคนหนึ่ง ทำให้ฟางซีฮันค่อนข้างจะสนใจ
ส่วนฟางซิงเยียนเธอไม่ได้สนใจเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลอยู่แล้ว จึงเหลือฟางซิงอีที่พอจะมีสิทธิ์แข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำอีกคน ในด้านธุรกิจฟางซิงอีเองก็ทำได้ดี แต่หากวัดกับฟางอี้แล้วเื่ผลกำไรฟางอี้เป็คนที่ทำได้ดีกว่า เป็เพราะฟางอี้เน้นทำธุรกิจที่ผลประโยชน์มาก่อนโดยที่ไม่ค่อยสนใจเื่อื่นสักเท่าไร แต่ฟางซิงอีเขาทำธุรกิจแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย บางครั้งเขายอมที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อแลกกับการซื้อใจอีกฝ่าย โดยยอมที่จะเสียผลประโยชน์เล็กน้อยไปบ้าง
หลังจากการประชุมผ่านไปแล้ว ที่ตระกูลฟางได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับฟางซีฮันกลับบ้าน งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้น เสียงดนตรีบรรเลงอย่างช้าๆ อาหารคาวหวานหลากหลายเมนูถูกเสริฟตามลำดับ
ตระกูลฟางที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ทำให้ทายาททุกคนได้ลิ้มรสอาหารต่างๆมากมาย คงเป็เพราะได้มีโอกาสได้ชิมอาหารเลิศรสมามาก คนในตระกูลฟางมักจะมีนิสัยเป็คนเลือกกิน กินยาก หากเจออาหารที่ไม่อร่อย จะไม่กินแม้แต่คำเดียว
โดยเฉพาะฟางซีฮันนับเป็คนที่กินยากแบบสุดๆ มีหลายครั้งที่อาหารมาเสิร์ฟแล้ว เพียงแค่ได้กลิ่นเขาก็ไม่แตะแม้แต่น้อย ทำให้บรรดาเชฟประจำตระกูลปวดหัวอยู่หลายครั้งในการเตรียมอาหาร
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ วงดนตรีหยุดเล่นชั่วครู่ ปู่ฟางใช้ตะเกียบคีบอาหารขึ้นมากินคำหนึ่งเพื่อเป็การเปิดงาน จากนั้นงานเลี้ยงจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ
บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมแสดงความยินดีก็ผลัดกันเข้ามากล่าวคำอวยพรและมอบของขวัญให้กับปู่ฟาง ใช้เวลาอยู่ใหญ่ในการอวยพรครบทุกคน
อีกด้านของงาน แขกที่มาก็เริ่มรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ด้านปู่ฟางหลังจากกินเปิดงานไปแล้ว เขาก็ไม่ได้แตะต้องอาหารเลิศรสจานใดอีก หากเป็คนอื่นคงแปลกใจกับท่าทีของเขา แต่ไม่ใช่เื่แปลกสำหรับคนในตระกูลฟาง
เห็นเช่นนั้นฟางอี้ไม่รอช้าออกคำสั่งให้เชฟนำจานเด็ดออกมาเสิร์ฟทันที จานขนาดใหญ่ที่ครอบไว้ด้วยฝาครอบถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะของปู่ฟาง กลิ่นหอมเล็ดลอดออกมาจากช่องว่างโชยไปเตะจมูกหลายคนเมื่อผ่านไป
“พ่อครับ นี่เป็วัตถุดิบที่หายากมาก ทานเยอะๆนะครับ”
ฟางอี้รีบกล่าวโอ้อวดทันที ได้ยินเช่นนั้นปู่ฟางก็ไม่รอช้า รีบเปิดฝาครอบออกโดยเร็ว ควันสีขาวพวยพุ่งกระจายออกมาแสดงให้เห็นถึงไอความร้อนที่ออกมากจากตัวอาหารที่พึ่งถูกปรุงเสร็จ เมื่อควันจางลงล็อบสเตอร์ตัวใหญ่สีชมพูก็ปรากฏให้เห็น
“นี่เป็ล็อบสเตอร์ชมพู ในบรรดาล็อบสเตอร์แสนตัวจะพบเพียงสักหนึ่งตัว ว่ากันว่าล็อบสเตอร์น้ำเงินคือาา ล็อบสเตอร์ชมพูก็คือราชินี เชิญคุณพ่อลองทานดูครับ”
ฟางซีฮันฟังฟางอี้อธิบายจบก็พยักหน้าตอบกลับเบาๆ ไม่ว่าจะเป็ล็อบสเตอร์น้ำเงินหรือชมพูหรือแม้กระทั้งลอบสเตอร์สีทอง ฟางซีฮันก็เคยลิ้มรสมาหมดแล้ว สำหรับลอบสเตอร์ชมพูในครั้งนี้ เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นสักเท่าไร แต่อย่างน้อยก็นับว่าเป็วัตถุดิบชั้นเยี่ยม
ปู่ฟางทานล็อบสเตอร์ชมพูไปบางส่วนก็วางช้อนลง ฟางอี้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกกระอักกระอ่วน เป็เพราะราคาของล็อบสเตอร์ชมพูตัวนี้ มีราคาถึงสองแสนหยวนเลยทีเดียวที่เขาต้องเสียไป
ทางฟางหรงเห็นว่าปู่ฟางวางช้อนละจากการทานล็อบสเตอร์แล้ว ก็ถือโอกาสยกจานอาหารมาเสิร์ฟเช่นกัน ในจานเป็เมนูถั่วงอกผัดน้ำมันธรรมดาๆ ฟางอี้ผู้ที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่เห็นฟางหรงยกจานถั่วงอกผัดมาก็ได้ที กล่าววาจาถากถางระบายอารมณ์ใส่ทันที
“ฟางหรง!! เอาอะไรมาให้พ่อกิน ไม่รู้หรอว่าพ่อกินแต่ของอร่อย”
“พอแล้วๆ หลานเอาอะไรมาให้ปู่ ไหนปู่ดูสิ”
ฟางซีฮันพูดกับหลานสาวอย่างเป็กันเอง ฟางหรงได้ยินเช่นนั้นก็นำอาหารรีบไปเสิร์ฟ อาหารจานนี้มองดูภายนอกก็เหมือนถั่วงอกผัดธรรมดาๆ ปู่ฟางพิจารณาดูสักครู่ก็ลองชิมเข้าไปหนึ่งคำ
เขาไม่ได้คาดหวังเื่รสชาติกับอาหารจานนี้ของฟางหรง ปู่ฟางกินไปก็เพราะห่วงความรู้สึกของฟางหรง บรรดาลูกหลานตระกูลฟาง ฟางซีฮันเอ็นดูฟางหรงมากที่สุด แต่หลังจากลิ้นได้ัักับถั่วงอกแล้ว เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นก็เกิดขึ้้น
……เงียบ ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นชั่วครู่ ฟางอี้เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ในใจคิดว่าวันนี้ฟางหรงคงโดนดุด่าเป็แน่แท้ หนึ่งวินาทีผ่านไป สองวินาที ห้าวินาที สิบวินาที
ปู่ฟางใช้เวลาในการลิ้มรสอาหารธรรมดาๆถึงสิบวินาที หลังจากนั้นราวกับผีป่าเข้าสิงตัวปู่ฟาง เขาคีบถั่วงอกพร้อมกับข้าวสวยเข้าปากอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่นานถั่วงอกผัดธรรมดาๆเต็มจานก็หมดเกลี้ยง
“อ๊า อร่อยจริงๆ” ปู่ฟางวางตะเกียบพร้อมกับลูบพุงไปมา
ทุกคนตะลึงใไปตามๆกัน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นครั้งล่าสุดตอนไหน พวกเขาแต่ละคนก็จำไม่ได้ คนที่ประหลาดใจมากที่สุดก็เป็ใครไม่ได้นอกจากฟางอี้
หลังรับประทานอาหารที่ฟางหรงนำมาจนหมดแล้ว ปู่ฟางก็กล่าวถามถึงที่มาของอาหารจานนี้ออกไป ฟางหรงได้ยินปู่ถามเช่นนั้นก็มีท่าทีลำบากใจ เธอไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปเช่นไรดี
หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อครู่ก็รอฟังคำตอบกันอย่างตั้งใจ ปู่ฟางที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ก็สังเกตเห็นท่าทีของหลานสาว จึงกล่าวกับฟางหรงต่ออีกประโยค
“เดี่ยวงานเลี้ยงเลิกแล้ว มาหาปู่ที่ห้องด้วยนะ”
คนที่รอฟังคำตอบต่างก็แสดงออกถึงความเสียดายออกมา แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร งานเลี้ยงดำเนินไปตามลำดับ ปู่ฟางออกจากงานเลี้ยงกลับไปที่ห้องก่อนแล้วหลังจากทานอาหารเสร็จ ไม่นานนักงานก็ถึงเวลาเลิก แขกที่มาร่วมงานเริ่มทะยอยกันกลับ แม่บ้านก็เร่งรีบทำความสะอาดพื้นที่ทันทีหลังแขกกลับ
ในห้องนอนที่ประกอบไปด้วยเตียงไม้โบราณขนาดหกฟุต โต๊ะทำงานและ ตู้เสื้อผ้าที่เป็ไม้เก่า ชายชรากำลังนั่งมองดวงจันทร์อยู่ที่เก้าอี้ไม้โยกริมระเบียง เป็เวลาที่งานเลี้ยงเลิกพอดี ฟางหรงมาถึงที่ห้องปู่ฟางแล้ว ฟางหรงยืนอยู่บริเวณกลางห้อง ปู่ฟางก็ลุกขึ้นเดินมานั่งตรงโต๊ะไม้ พร้อมกับรินน้ำชาดื่มไปด้วย
“หรงน้อยหลานปู่ ตอนนี้มีเราแค่สองคนแล้ว พูดได้ตามสบาย”
“ค่ะคุณปู่”
“ไหนลองบอกปู่สิ วันนี้หลานเอาอะไรมาให้ปู่ทาน”
ฟางหรงบอกกลับไปเกี่ยวกับเื่วัตถุดิบ และเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอกับถั่วงอก เธอบอกไปว่าหลังจากที่เคลียร์เื่ที่ร้านอาหารเสร็จแล้ว กำลังจะออกไปข้างนอกก็เห็นถุงถั่วงอกวางอยู่ เธอเห็นว่าคุณภาพของถั่วงอกนั้นดีมาก ระหว่างนั้นเป็เวลาที่ฟางหลินโปรมาบอกเื่ปู่พอดี
เธอจึงรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาล โดยเธอเองก็ลืมตัวถือถุงถั่วงอกติดมือมาด้วย ด้วยความรีบเธอจึงลืมถั่วงอกไว้ในรถั้แ่วันนั้น จนถึงเวลาผ่านมาถึงตอนที่ปู่กลับถึงบ้านเธอจึงนึกขึ้นได้
ตอนแรกเธอคิดว่าถั่วงอกคงเสียไปหมดแล้ว แต่พอจะมาเอาไปทิ้งก็ต้องแปลกใจ ไม่เพียงแต่ถั่วยังไม่เสีย ตัวถั่วงอกยังแสดงถึงความสดใหม่ราวกับว่าพึ่งถูกเก็บมาซะด้วยซ้ำ ด้วยความแปลกใจเธอจึงลองชิมดู ก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งกับรสชาติที่แสนจะอร่อย ด้วยความอร่อยของถั่วงอก เธอก็คิดถึงปู่อยากให้ได้ชิมจึงนำมาปรุงอาหารให้ทานในวันนี้
“แล้วคนที่เอามาขายละ ได้ขอเบอร์ติดต่อเอาไว้ไหม?”
“คือ…คือว่าหนู”
“ไม่ได้ขอไว้ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ไม่เป็ไรๆ พรุ่งนี้ปู่อยากให้ลองหาดูอีกครั้ง แล้วอย่าลืมไปงานประมูลครั้งหน้าด้วยล่ะ”
“ค่ะ คุณปู่”
“พรุ่งนี้ก่อนไปทำงาน แวะไปเอาเอกสารโอนกรรมสิทธิ์วิลล่าด้วยปู่ยกให้เป็รางวัล”
“ขอบคุณค่ะ คุณปู่”
“กลับห้องไปพักผ่อนได้แล้ว”
“ค่ะ คุณปู่”
ออกจากห้องมาด้านหน้าประตู ฟางหรงอดที่จะดีใจไว้แทบจะไม่อยู่ แม่ของเธอเหยาเจินเคยบอกกับครอบครัวว่าอยากได้วิลล่าหลังนี้มานานแล้ว ครอบครัวของเธอพยายามเก็บออมเพื่อซื้อวิลล่าหลังนี้อยู่นาน ไม่คิดว่าเพียงเพราะถั่วงอกจานเดียว จะทำให้เธอได้วิลล่าเป็การตอบแทน ฟางหรงรีบกลับบ้านทันทีเพื่อจะแจ้งข่าวดีกับครอบครัว