สวรรค์นิรันดร์กาล

    ฉางเฟิงผู้ใสซื่อ

            หลังจากที่ฉางเฟิงทะลวงระดับสำเร็จแถมยังกลายเป็นระดับปฐพีขั้นที่3 ทำให้พลังในร่างของฉางเฟิงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลฉางเฟิงในตอนนี้สามารถฝึกฝนทักษะระดับปฐพีขึ้นไปได้แล้ว

            “ในที่สุดข้าก็สามารถฝึกฝนอสนีสามพันก้าวได้เสียที”ฉางเฟิงยิ้มออกมา

            ทักษะอสนีสามพันก้าวนั้นคือทักษะระดับปฐพีที่จำเป็นต้องกลายเป็นระดับปฐพีเสียก่อนถึงจะฝึกฝนได้และทักษะนี้จะดูดซับอสนีเข้ามาเก็บไว้ในร่างของตนเอง และเมื่อใช้งานทักษะนี้จะทำการระเบิดอสนีออกมาจากร่างทำให้ความเร็วปะทุขึ้นในพริบตา

            “ขอแสดงความยินดีกับนายน้อยด้วยที่ทะลวงระดับได้สำเร็จ”เสียงที่เย้ายวนดังขึ้นทำให้ร่างของฉางเฟิงสั่นสะท้าน

            เพราะเสียงๆนี้ไม่ใช่เสียงของมู่หลานแต่เป็นเสียงของมู่เฟยเสวี่ยมู่หลานเองก็ยังอ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในตอนนี้มู่เฟยเสวี่ยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอันแสนเย้านวนและดวงตาของนางก็ไม่มีความยโสหรือศักดิ์ศรีของผู้นำนิกายเลยมันเหมือนกับสาวน้อยที่กำลังยั่วผู้ชายเสียมากกว่า

            “ท่านผู้นำนิกายท่านไม่สบายงั้นหรือ”ฉางเฟิงพลันกล่าวออกมา

            “ข้าไม่สบายจริงๆนั่นแหละช่วงนี้ข้ารู้สึกหัวใจของข้าไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย”มู่เฟยเสวี่ยกล่าวและหน้าแดงเล็กน้อย

            “แล้วเจ้าป่วยเป็นอะไรละ”ฉางเฟิงกล่าว

            “บัดซบนายน้อย ท่านทำให้นายท่านต้องเสียชื่อเสียง และทำให้สายเลือดของนายท่านต้องอับอาย”เสี่ยวจินเห็นฉางเฟิงแสดงสีหน้าใสซื่อก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ

            เพราะถ้าเป็นบิดาของฉางเฟิงละก็คงเข้าไปจัดการมู่เฟยเสวี่ยที่เข้ามายั่วยวนไปแล้วแต่ฉางเฟิงกลับไม่รู้แม้กระทั่งความหมายของการกระทำของมู่เฟยเสวี่ย

            “เจ้าหมายความว่ายังไง”ฉางเฟิงคำรามด้วยความโกรธเพราะคำกล่าวของเสี่ยวจินมันรุนแรงเกินไปสำหรับฉางเฟิง

            “ข้าพูดจริงท่านทำให้ข้าผิดหวังมากเรื่องแค่นี้ยังต้องให้ข้าบอกอีกรึถ้าไม่เชื่อถามเจ้ากิ้งก่าดำนั่นสิ” เสี่ยวจินกล่าว

            “เสี่ยวเฮ่ยบอกข้ามาข้าทำให้ท่านพ่อของข้าเสียชื่อเสียงงั้นเหรอ” ฉางเฟิงหันไปทางเสี่ยวเฮ่ยทันที

            “เอ่อ...นายน้อยท่านอย่าได้โกรธไปเลยเรื่องนี้ก็ถือว่าเสี่ยวจินกล่าวถูก นายท่านนั้นมีพรสวรรค์เรื่องหญิงสาว เขาไม่จะเป็นต้องมีใครสอนก็สามารถมัดใจหญิงสาวทุกคนได้”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว

            “พวกเจ้ากำลังจะบอกข้าว่าข้านั้นอ่อนด้อยเรื่องผู้หญิงงั้นรึ”ฉางเฟิงกำหมัดแน่น

            “เอาละเอาละ ผู้อาวุโสทั้งสองอย่าได้ต่อว่านายน้อยอีกเลย นายน้อยก็ยังอายุน้อยแถมยังอาศัยอยู่บนเขาตั้งแต่ยังน้อยจึงไม่แปลกที่จะไม่ถนัดเรื่องแบบนี้”มู่หลินรีบเข้ามาช่วยฉางเฟิงทันที

            “มีแต่ท่านแม่นมที่เข้าใจข้า”ฉางเฟิงกล่าว

            “ถ้าจะพูดแบบนั้นเจ้าดำเจ้าบอกไปสิว่านายท่านของพวกเรานั้นแตกต่างจากนายน้อยยังไง” เสี่ยวจินกล่าว

            “นายท่านนั้นอาศัยอยู่ในหมู่บ้านบนเขาตั้งแต่เด็กพออายุ16 ปีได้แต่งงานกับจักรพรรดินีของอาณาจักรแห่งหนึ่ง ต่อมาได้ทำให้อัจฉริยะมากมายของอาณาจักรตกหลุมรักและพร้อมถวายตัวให้ไม่เพียงแค่นั้นยังสร้างฮาเร็มของตัวเองได้สำเร็จอีกด้วย” เสี่ยวเฮ่ยกล่าวด้วยความภาคภูมิ

            “บิดาของนายน้อยยอดเยี่ยมขนาดนี้เลยงั้นเหรอ”แม้แต่มู่หลานยังต้องตกตะลึง

            จักรพรรดินีอาณาจักรหนึ่งก็เหมือนกับราชาจงเย่ในตอนนี้และตัวตนแบบนั้นกลับเป็นภรรยาของชายอายุ16 ปีที่ยังเด็กมาก ความสามารถด้านการตกหญิงของอีกฝ่ายทำให้ผู้อื่นต้องตกตะลึงมากจริงๆ

            “นี่ท่านพ่อข้าเป็นคนแบบใหนกันแน่เนี่ย”ฉางเฟิงรู้สึกสับสน

            “ตัวท่านยังต้องเรียนรู้อีกเยอะนายน้อย”เสี่ยวจินยืดอกกล่าว

            “ทีแบบนี้พวกเจ้ารวมหัวกันอย่างพร้อมเพลียงจริงๆ”ฉางเฟิงกัดฟันกล่าว

            “เอาละนายน้อยท่านลองมองดูนังหนูคนนี้ให้ดี ว่านางต้องการจะสื่ออะไรกับท่าน” เสี่ยวจินชี้ไปทางมู่เฟยเสวี่ยที่ตอนนี้หน้าแดงเหมือนลูกมะเขือเทศไปแล้วนางรู้สึกอับอายและโกรธในความสื่อของฉางเฟิงจริงๆ

            “ในเมื่อเจ้าไม่ได้ป่วยหรือว่าเจ้ามาอ่อยข้างั้นรึ”ฉางเฟิงกล่าวและแสดงสีหน้าตกใจ

            “ข้าจะบ้าตาย”เสี่ยวจินเอามือทั้งสองกุมหน้าและเดินหนีไป

            “เฮ้อ.....”แม้แต่เสี่ยวเฮ่ยยังถอนหายใจ

            “ฉางเฟิงเจ้าบ้า”มู่เฟยเสวี่ยกรีดร้องก่อนจะวิ่งหนีไป

            “เอ่อนายน้อยคำบางคำเราก็ไม่ควรจะพูดออกมาต่อหน้าหญิงสาวนะ” มู่หลินกล่าว

            “ท่านนี่มัน...”มู่หลานยังต้องเห็นใจน้องสาวของนาง

            “ข้าทำอะไรผิดกัน”ฉางเฟิงเห็นกิริยาของแต่ละคนก็คำรามออกมา

            “นายน้อยท่านลองขบคิดให้ดีถึงความหมายที่น้องสาวของข้ามาหาท่านและเรียกท่านว่านายน้อย”มู่หลานกล่าวเสร็จก็กลับที่พักของตนเอง

            “ข้ามีหนังสือเล่มหนึ่งมันเป็นหนังสือที่อาจจะมีประโยชน์กับนายน้อย”มู่หลินมอบหนังสือเล่มหนึ่งให้ฉางเฟิงก่อนจะจากไปเช่นกัน

            ฉางเฟิงกลายเป็นงงงวยก่อนจะเปิดหนังสือขึ้นมาหนังสือเล่มนี้มีเนื้อเรื่องของตัวเองที่เป็นผู้ชายเจ้าชู้คนหนึ่งและมีภรรยามากมายหลายคนพร้อมกับความสามารถในการบริหารจัดการเหล่าภรรยาไม่ให้ทะเลาะกัน

            เมื่อฉางเฟิงอ่านจบฉางเฟิงก็เข้าใจในการกระทำที่โง่เขลาของตัวเองทันทีกลายเป็นว่ามู่เฟยเสวี่ยต้องการจะกลายมาเป็นผู้หญิงของตนแต่เรื่องนี้ผู้หญิงก็ไม่สามารถกล่าวออกมาตรงๆได้นางเลยแสดงท่าทางที่ยั่วยวนแบบนั้นออกมา

            แต่ฉางเฟิงกลับมองไม่ออกและทำให้นางอับอายต้องรู้ก่อนว่าคนแบบมู่เฟยเสวี่ยการที่ลงทุนแสดงท่าทางแบบนั้นต้องใช้ความกล้าขนาดใหน

            “ต้องการจะเป็นผู้หญิงของข้างั้นเหรอแล้วทำไมนางต้องทำแบบนั้น” ฉางเฟิงงุนงง

            “เจ้านี่นะเจ้าไม่รู้จริงๆหรือแกล้งโง่กันแน่” เสียงของซีรั่วหยานดังขึ้น

            “ท่านหมายความว่ายังไง”

            “เจ้าสาวใช้ของเจ้าคนนั้นสินางที่อยู่ข้างกายเจ้าเป็นอย่างไรละเมื่อเทียบกับน้องสาวของนาง” ซีรั่วหยานกล่าว

            “เป็นแบบนี้นี่เองหลานเอ๋อนั้นอยู่ข้างกายข้านางได้รับเม็ดยา ทักษะต่อสู้และความช่วยเหลือของข้ามาหลายเดือนทำให้พลังของนางรุดหน้าขึ้นมาก”ฉางเฟิงพลันเข้าใจทันที

            “เรื่องแบบนี้เจ้าจะต้องศึกษาเอาไว้ให้เยอะๆแล้วอีกอย่างถ้าหากจะต้องการฟื้นฟูเผ่าภูติแท้โกลาหลจำเป็นต้องใช้สายเลือดของเจ้า”ซีรั่วหยานกล่าว

            “ในตอนนี้มีผู้ชายคนใหนบ้างที่มีสายเลือดบริสุทธิ์เท่ากับเจ้าอีกละ”ซีรั่วหยานกล่าว

            ใบหน้าของฉางเฟิงกลายเป็นบิดเบี้ยวกลายเป็นว่าซีรั่วหยานคนนี้มองตนเองเป็นพ่อพันธุ์เสียแล้ว