“ ก่อนอื่นเจ้าต้องรู้จักพลังของเจ้าแม่หนี่วาก่อน พลังของเจ้าแม่หนี่วาที่เจ้าสัมผัสได้ มีอยู่สองอย่าง คือพลังของพระเจ้าผู้สร้าง และพลังของเทพอสูรมังกรฟ้า ดังนั้น เจ้าต้องพยายามแยกเอาพลังอสูรมังกรฟ้าออกมาเพื่อแปรเป็นพลังส่วนตัวของเจ้า จากนั้นก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเจ้า ทำซะ” เสี่ยวเทียนเริ่มดึงพลังของเทพอสูร จากหยกมังกรฟ้า เข้ามาในร่าง พลังชีพจรของเสี่ยวเทียนทีเป็นพลังเทพอสูรที่เปิดไปแล้ว1500 จุด ทำให้รับพลังเทพอสูรเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว เส้นชีพจรที่เปิดรอเอาไว้แล้ว เริ่มขยายขึ้นกลายเป็นชีพจรเทพอสูรมังกรฟ้าทันที
อาจารย์ลู่เอินปล่อยเคล็ดวิชา และท่าฝ่าเท้ามังกรเหยียบโลกาเข้าไปในสมองเสี่ยวเทียนต่อทันที..... เสี่ยวเทียนซึมซับได้อย่างรวดเร็วในขณะที่เสี่ยวเทียนหลับตาเดินพลัง ก็เกิดการเคลื่อนไหวของท่าฝ่าเท้ามังกรเหยียบโลกาในดวงจิตของเสี่ยวเทียน ดังนั้นเสี่ยวเทียนจงเริ่มฝึกใช้ท่าร่างร่วมกับ พลังเทพอสูรมังกรฟ้า ก่อเกิด พลังที่มีอำนาจขึ้นมาอีกขุมหนึ่ง เป็นพลังของเทพอสูรมังกรฟ้า ทำให้พลังเซียนของเสี่ยวเทียนพุ่งเพิ่มขื้นอีก 5 ระดับใน กลายเป็นเซียนระดับที่ 45 ขั้นเซียนจักรพรรดิระดับต้นแล้ว !
“ สำเร็จ” เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้นอย่างดีใจ ที่สามารถใช้ฝ่าเท้ามังกรเหยียบโลกา ได้แล้ว ในขณะเดียวกัน ก็ได้ยินเสียงของ พี่อูซู กับ ลูกน้องอีกสี่คน ถูกซ้อม ส่งเสียงร้องโอดโอย ออกมาจากห้องโถง
พอเสี่ยวเทียนมาถึง ก็พบว่า พี่อูซู กับลูกน้อง นอนล้มกลิ้งไปกับพื้น พบกองทหารจากส่วนกลาง ยืนเฝ้าคุมด้านนอกตึกสามร้อยคน มีชายหนุ่มวัย25 ปี กับลูกน้องอีกสิบกว่าคน ใช้เท้าเหยียบพี่อูซูกับเพื่อนเอาไว้ มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่กลางห้องโถงของ สำนักงานทหารชายแดน
พอเสี่ยวเทียนเดินมาถึง ทุกคนก็หันมามองหน้าทันที
“ ปล่อยพี่อูซูกับพวกซะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างใจเย็น
“ ไอ้หนู แกมายุ่งอะไรด้วย ไปเล่นที่อื่นซะ?” ชายร่างใหญ่เดินออกมายืนขวางหน้าเสี่ยวเทียน เอาไว้
เปรี้ยง ! เสี่ยวเทียนเตะเข้ากลางเป้า ชายร่างยักษ์ ลงไปนอนคุกเข่ากับพื้นพูดไม่ออก เสี่ยวเทียนจับหูชายร่างยักษ์เอาไว้แล้วเอ่ยว่า
“ พวกแกคงไม่รู้ซินะ ว่าข้าเป็นใคร” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ดึงหูชายร่างยักษ์แล้วเหวี่ยงออกนอกที่ว่าการทหารไป กองหน้าประตูทางเข้า ที่เหลือก็พุ่งมาจู่โจม เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเซียนจักรพรรดิกดดันเข้าใส่ ร่างของคนสิบกว่าคนล้มไปคุกเข่ากับพี้นโงหัวไม่ขึ้นทันที เหลือเพียงสองคนที่ยังยืนอยู คือชายหนุ่ม กับชายกลางคน
“ หยุดนะ รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร”
“ ก็อยากรู้เหมือนกัน” เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปหาทั้งสองคน
“ ข้าคือ ผู้ตรวจการของสหพันธรัฐ เจ้าจะทำอะไรข้าไม่ได้นะ”
“ งั้นเหรอ?”
“ อย่าเข้ามานะ” ชายหนุ่ม ยกปืนพก ขึ้นมาขู่เสี่ยวเทียน
“ มีปัญญารึ?” เสี่ยวเทียนก้าวเท้าเข้าประชิด ชายหนุ่มลั่นไกยิงปืนเข้าใส่หน้าเสี่ยวเทียนระยะเผาขนทันที เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! เปรี้ยง !
กระสุนหยุดนิ่งก่อนถึงเสี่ยวเทียน ทั้งสามนัด ตูม ! เสี่ยวเทียนต่อยเข้าใบหน้าลูกชายผู้ตรวจการ หัวทิ่ม ถลาไปกองกับพื้นฟันร่วงกระเด็นไปหลายซี่ สลบไปในทันที เสี่ยวเทียน จะเข้าไปอัด ผู้ตรวจการ ต่อ พี่อูซู ก็รีบร้องห้ามว่า
“ อย่าทำมันเลย ปล่อยมันไป”
“ มันอัดพวกพี่ขนาดนี้ ยังปล่อยมันไปอีกหรือ?”
“ ไม่เป็นไร มันเป็นผู้ตรวจการจากส่วนกลาง หากทำอะไรรุนแรง ท่านผู้ว่าเขต จะลำบากใจไปด้วย”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้านี่รู้ หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางจริง ๆ ยังจะกล้าคิดร้ายต่อข้าอีกไหม แกเป็นลูกชายท่านผู้ว่าเขต10 หากทำอะไรข้า พ่อแกได้เดือดร้อนแน่ๆ”
“ ทำไมพวกเขาถึงได้ซ้อมพวกพี่ได้” เสี่ยวเทียนละสายตาจากผู้ตรวจการหันไปหาพี่อูซู
“ พวกเขาจะมาเอาเงินภาษี ของชาวบ้านที่นำส่งให้เขตปกครองที่สิบ นำไปใช้ พวกเราไม่ยอมให้ เพราะต้องนำส่งส่วนกลาง”
“ เงินของแผ่นดิน ล้วนเป็นของสหพันธรัฐ ข้าคือ ตัวแทนสหพันธรัฐ จะนำเงินไปใช้ในสำนักปราบอสูร ทำไม่ถึงจะนำไปใช้ไม่ได้”
“ ภาษีที่ประชาชน นำส่งมามีเท่าไร” เสี่ยวเทียนไม่สนใจคำพูดผู้ตรวจการรัฐ แต่หันมาถามพี่อูซูต่อ
“ หนึ่งหมื่นล้านเหรียญทอง”
“ หา ! หนึ่งหมื่นล้านเหรียญทอง ?” เสี่ยวเทียน ถึงกับตกใจไม่คิดว่าเมืองทรุุดโทรมและอยู่ห่างไกล จะมีเงินภาษีมากมายขนาดนี้
“ บังอาจไปแล้ว นี่เงินภาษีราษฎร ต้องนำส่งเขตปกครองที่สิบ คิดบังอาจจะเอาไปใช้ก่อนรึ นี่มันเกินไปแล้ว”
ตูม ! เสี่ยวเทียนตบเข้าที่ใบหน้า ล้มคว่ำไปนอนกับพื้นคู่กับบุตรชายทันที พี่อูซู อ้าปากค้างห้ามไม่ทัน
ฮึ เงินของท่านพ่อข้า หมื่นล้านเหรียญทอง เจ้าจะมาเอาไปได้อย่างไร
“ น้องเสี่ยวเทียน ซวยแล้ว! จะทำอย่างไรต่อกันดี” พี่อูซูเอ่ยด้วยความตกใจ
“ เอาพวกมันโยนออกไป นอกประตู ก็แล้วกัน” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทันใดนั้นเสียงสัญญาณจากหอเตือนภัยดังออกมาว่า มีสัตว์อสูรหิมะปรากฏตัวขึ้นแล้ว
เสี่ยวเทียนพุ่งร่างออกไปทันที
พอออกมา ที่บนกำแพง ท้องฟ้ากลับถูกปกคลุมไปด้วยสัตว์ยักษ์ตัวใหญ่ลอยอยู่บนฟ้า ปกปิดท้องฟ้าจนมืดมิดไปหมด ที่เห็นได้ชัดนั้นคืองูยักษ์ไพธอน ที่มีหงอนสีเงินคล้ายมงกุฏสีอยู่บนหัวไว้ ทั่วทั้งตัวเป็นเกล็ดสีขาวคล้ายเกราะ ลำตัวมันใหญ่ยาวไปกว่าร้อยเมตร แล้วก็มีเสือเขี้ยวดาบ ตัวใหญ่ประมาณครึ่งของภูเขา ลำตัวมันมีสีขาวราวกับหิมะ อ้าปากคำราม ใครขวัญอ่อน คงต้องเป็นลมไปแน่ ส่วนอีกตัว เป็นช้างแมมมอธ ขนสีขาว งวงยาวใหญ่ร่างกายใหญ่กว่าเสือเขี้ยวดาบ เท่าตัว ยืนอยู่ข้างๆ กัน อ้าปาก ร้องแปร๋น ๆ คำรามขู่อีกตัว บนหลังมีชายหนุ่มยืนอยู่ด้านบนกับ บ่าวผู้ชราผู้หนึ่ง เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ พวกเขาทั้งสองคนมีพลัง ระดับราชันอสูรทั้งสองคน
มันสั่งให้งูยักษ์ไพธอน เข้าโจมตีเมืองทันที เสี่ยวเทียนปล่อยเจ้างูน้อย ตงตงออกมา
“ จัดการมันเลยตงตง” พอมันเห็น งูยักษ์ไพธอน มันแลบลิ้นแพล๊บๆ ทันที แล้วพุ่งร่างไป ปรากฏต่อหน้า แล้วขู่ฟ่อ ๆ ก่อนทันที งูยักษ์ไพธอน มันอ้าปากจะกลืนกิน ตงตง แต่ช้าไปแล้ว ตงตงมันอ้าปากกลืนหัว เจ้างูยักษ์ไพธอนล้านปี แล้วงับไปจนหมด พรวด !! ทุกๆ คน ได้แต่มองอย่างตะลึง
ส่วนเสือเขี้ยวดาบยักษ์ มันพุ่งเจ้าโจมตีเสี่ยวเทียนตามที่ องค์ชายราชันอสูรชี้มือมา
ในขณะเดียวกันเสี่ยวเทียน ก็กระโดดลอยตัวขึ้นสูง แล้วปล่อยฝ่าเท้ามังกรเหยียบโลกา ปรากฏว่าเท้ามังกรที่ฟาดลงมา กลายเป็นเท้าที่ใหญ่โตเหมือนเท้ามังกรห้าเล็บ เหยียบเสือเขี้ยวดาบลงไป จมพื้นหิมะไปในทันที ทุกคนเห็นก็ตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะสามารถสยบเสือเขี้ยวดาบได้แบบนี้ แต่ไม่ทันที่จะสู้กันต่อ เสือเขี้ยวดาบ มันก็ลุกขึ้นมาจากหลุม
เสี่ยวเทียนที่ยังลอยตัวอยู่ หมุนตัวแล้วฟาดด้วยฝ่าเท้ามังกรไปอีกที เท้ามังกรมีห้าเล็บ อันคมกริบ กรีดร่าง เสือเขี้ยวดาบ จนร่างเป็นรอยแผลฉีกขาด เป็นแผลเหวอะวะ แล้วลงไปนอนดิ้นสักพัก ในที่สุดก็เงียบไป ใช้ชีวิต มาเป็นล้านปี สุดท้ายตื่นขึ้นมา ตายอนาถหมดสภาพไปอีกตัว ตงตง ปล่อยก๊าซ ออกมา ร่างงูยักษ์ไพธอนก็ถูกกลืนกินไปจนหมดไม่มีเหลือ แล้วมันก็คลายผลึกสีขาว มาให้เสี่ยวเทียนแล้วก็เลื้อยไปในอกเสื้อ โผล่ออกมา ขู่ ฟ่อ ฟ่อ อีก เพราะยังเห็น ช้างแมมมอธยักษ์อีกตัว
เสี่ยวเทียนใช้มือเก็บ ผลึกอสูรล้านปีมาเก็บเอาไว้ทั้งสองอัน
“ องค์ชายพวกเรา หนีกันก่อนเถอะ มันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแล้ว ต้องรีบแจ้งจักรพรรดินีอสูรแล้ว” บ่าวชรารีบเอ่ยกับ องค์ชายราชันอสูรตนนี้
“ ฮึ่ม ฝากไว้ก่อนเถอะ!” เอ่ยจบ องค์ชายอสูรหิมะ ดึงประตูออกมาจากอกเสื้อ แล้วเปิดประตูเข้าไป ร่างของช้างเมมอธตัวใหญ่ก็หายเข้าไปในประตูมิตินั้นทันที”
“ อาจารย์ นั่นคือประตูมิติในตำนานใช่หรือไม่” เสี่ยวเทียนไม่สนใจที่มันหนี กลับตกใจ ที่ได้เห็นประตูมิติ ที่เปิดไปไหนก็ได้ ของ องค์ชายราชันอสูรมากกว่า
“ ใช่แล้ว นึกไม่ถึง ประตูมิติ บรรพกาล จะอยู่กับ ราชันอสูรหิมะผู้หนึ่ง”
“ ข้าจะหาซื้อประตูมิติแบบนี้ได้ที่ไหนเนี่ย?”
“ ไม่มีขายทั่วไป มันถูกสร้างโดยเทพเจ้าแห่งศาสตรวุธ มนุษย์ หรือ เทพเซียนทั่วไป ก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ เพราะมันวัตถุที่นำมาสร้างนั้น เป็นหินมิติของเทพเจ้า เหมือนกับดาบเทพเจ้าของเจ้า ก็มีเพียงเล่มเดียวเท่านั้น” อาจารย์ลู่เอินอธิบาย
“ โอ้ น่าเสียวดาย หากข้าได้มา คงได้ไปเยี่ยมท่านแม่กับหลิงน้อย บ่อย ๆ ได้เลย”
“ ไม่ต้องห่วง มันกล้ามาทำร้ายเจ้าถึงนี่ เจ้าก็สามารถบุกไปที่รังของมัน แล้ว ก็คิดดอกเบี้ย ให้มันชดเชยเป็น ประตูมิติมาก็เท่านั้นเอง”
“ นั่นซิ ลืมเสียสนิท กล้าคิดทำร้ายข้า บุกมาคิดสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ สมควรถูกลงโทษอย่างหนัก” เสี่ยวเทียนอมยิ้มขึ้นมา
ทุกคนที่เห็นการสังหารสัตว์อสูรระดับนี้ ก็แตกตื่นกันไปหมด ต่างสอบถามกันใหญ่ว่าเสี่ยวเทียนเป็นใคร หัวหน้าทหารเขตชายแดน รีบมาเชิญเสี่ยวเทียนกลับที่พักเพระว่า ผู้ตรวจการ รายงานที่ถูกเสี่ยวเทียนทำร้ายไปที่ กองบัญชาการเขตปกครองที่ 1 แล้ว แล้วบัดนี้ ฝ่ายความมั่นคงบอกว่าจะมาจับ เสี่ยวเทียนแล้ว
“ เวลานี้ ข้าส่งเรื่องไปบอกท่านผู้ว่าการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกไม่นาน ท่านก็จะมาที่ชายแดน ท่านผู้ว่าการคงไม่ยอมให้ คนของฝ่ายปกครองเขต 1 นำตัวท่านไปอย่างแน่นอน” พี่อูซู สรุปเรื่องราวให้เสี่ยวเทียนฟัง
“ อยากมาก็มากันเถอะ พี่อูซู ข้าไปพักผ่อนก่อน” เสี่ยวเทียนเดินกลับไปที่ห้องปล่อยให้ซากสัตว์ยักษ์ เป็นพลังงานสำหรับฝึกตนให้ ทหารชายแดนไว้ฝึกตนต่อไป
“ อาจารย์ พวกเราจะไปที่ดินแดนอสูรหิมะกันเลยดีไหม” เสี่ยวเทียนเอ่ยถามอย่างกระตือรือล้น
“ ไม่ต้องรีบร้อน เจ้าเอาผลึกอสูรของเสือเขี้ยวดาบออกมาให้ ไป๋น้อยกินก่อน”
เสี่ยวเทียนนำมาวางไว้ ไป๋น้อย อ้าปากกลืนมันไปในทันที มันเดินเล่นไปมาสักพักก็นอนหลับไปในทันที เสี่ยวเทียนต้องหิ้วมันมาให้ วาวา พามันไปนอน
เสี่ยวเทียนไปนอนแช่น้ำในสระเทพเจ้า สักสองสามชั่วยาม เจ้าไป๋น้อยก็พุ่งตัวมาหาเสี่ยวเทียปานสายฟ้าแลบ เข้ามานอนแช่น้ำด้วยกัน เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ถึงพลังของ ไป๋น้อยบัดนี้ มีพลังเซียนระดับ ที่ 30 โอ้ทำไมมันเร็วอย่างนี้ ขึ้นมาเกือบยี่สิบระดับเลย เสี่ยวเทียนได้แต่ลูบหัวมัน ไม่พูดอะไรออกมา สงสัยอย่างเดียว ทำไมจะครบปีอยู่แล้ว ตัวมันยังเล็กเท่าฝ่ามือเท่านั้น !
ณ วังจักรรพรรดินีอสูร
“เจ้าว่าอะไรนะ เจ้าเด็กน้อยนั่นสังหารอสูรล้านปี ไปแล้วถึงสองตัว”
“ ใช่แล้ว เสด็จแม่มันมีงูตัวน้อยอยู่ตัวหนึ่งร้ายกาจมาก มันกลืนร่างงูยักษ์ไพธอนทีเดียวไปหมดทั้งตัวเลย!” องค์ชายเอ่ยด้วยความหวาดเกรงงูน้อยมากนัก
“ แต่ข้าสงสัย ทำไมเด็กคนนั้น ใช้พลังเทพอสูรกลายร่างเป็นเท้ามังกรได้?”
“ เป็นความจริง พวกเราก็สงสัยกัน เลยไม่กล้าปะทะด้วย เลยมารายงานเสด็จแม่ก่อนดีกว่า”
“ เรื่องนี้เห็นที ข้าต้องออกไปจัดการ กับเด็กน้อยด้วยตัวข้าเองเสียแล้ว” จักรพรรดินีเอ่ยเสียงเย็นระเยือก
ที่ว่าการทหารชายแดน มีเรือเหาะลำใหญ่มาจอดสิบลำ มีพ่อของเสี่ยวเทียน แล้วยังมีน้าจื่อเอียน และอิ๋งอิ่งก็มาด้วย พร้อมกับผู้คุ้มกัน อีกเกือบพันคน ไม่รู้ขนมากันทำไม่มากมายขนาดนี้
“คำนับท่านผู้ว่าการ”
“ ท่านพ่อ ท่านน้าจื่อเอียน” เสี่ยวเทียนประสานมือตามมารยาท แล้วเผยยิ้มให้กับอิ๋งอิ๋ง
“ พี่ใหญ่ ไม่เกลียดอิ๋งอิ๋งแล้วรึ?” เด็กน้อยถูกน้าจื่อเอียนอุ้มเอียงคอถามเสี่ยวเทียน
“ อืม” เสี่ยวเทียนได้แต่พยักหน้า ยังไม่พร้อมที่จะพูดอะไร
“ เย้ พี่ใหญ่ไม่เกลียดอิ๋งอิ๋งแล้ว”
“ เอาล่ะ เราเข้าพักข้างในกันก่อน ท่านพ่อมีเรื่องคุย กับพี่ใหญ่ของเจ้า”
น้าจื่อเอียนพาอิ๋งอิ๋งที่ดีใจที่เสี่ยวเทียนไม่เกลียดแล้ว
“ ท่านพ่อ เรื่องของผู้ตรวจราชการของเขต 1..?”
เฉินคุนยกมือ ไม่ให้เสี่ยวเทียนพูดต่อ
“ ไม่ต้องห่วง พ่อจัดการเองได้” เสี่ยวเทียนก็ไม่ได้ถามอะไรอีก แต่ที่มองพลังของท่านพ่อ บัดนี้พลังของพ่ออยู่ในขั้นเซียนฟ้าขั้นต้นแล้ว ดูมีรัศมีเซียนออกมาน่าเกรงขามไม่เบา
“ ยินดีด้วย ท่านพ่อผ่านมาถึงขั้นเซียนฟ้าได้แล้ว”
“ ก็เพราะแก่นเลือดเซียนของเจ้านั่นแหละ พ่อคิดว่า หากดูดซับต่อไปอีกไม่นานขั้นพลังของพ่อต้องเพื่มขึ้น ไปถึงชั้นเซียนสวรรค์ได้อย่างแน่นอน ต้องขอบใจลูกที่นำแก่นเลือดเทพเจ้ามาให้” เฉินคุณรู้สึกดีใจ แล้วเอ่ยถามเสี่ยวเทียนต่อว่า
“ นี่เจ้าสามารถเอาชนะ สัตว์โบราณล้านปีได้ด้วยหรือนี่?”
“ ก็ไม่เห็นจะยากเท่าไรเลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามจริง
“ เจ้าสังหาร อสูรล้านปี ตายแบบนี้ พวกมันคงไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่ ต่อไป ตัวตนระดับราชันอสูร หรือไม่ก็จักรพรรดินีอสูร ต้องกลับมาแก้แค้นเจ้าแน่ ต่อไปเจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ด้วย”
“ ขอรับท่านพ่อ” เสี่ยวเทียนก็พร้อมเจอพวกอสูรหิมะ พวกนี้อยู่แล้วเช่นกัน....