บทที่ 78
เสียงของพยาบาลมันกำลังล่องลอยอยู่ภายในจิตใจของโทนี่ เหตุการณ์มันยังคงวนเวียนไปอย่างไม่รู้จบ แม้ว่าจะไม่ตายในโลกแห่งความจริง แต่ในโลกแห่งจิตใจของชายหนุ่มผู้นี้ได้ตายจากไปแล้ว ใบหน้าของโทนี่ในโลกแห่งความเป็นจริงในตอนนี้มันกลับนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา และมีน้ำตาไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา ผู้เป็นพ่อกับแม่ของโทนี่ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทำยังไง หรือว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่จู่ๆพวกเขาก็ต้องตกใจอีกครั้ง เพราะว่าเสียงของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่ร้องออกมาอย่างทรมานราวกับโดนมนตร์คำสาปร้าย และมันถูกต้องในส่วนหนึ่ง แต่จริงๆแล้วมันเกี่ยวกับภาพในสมองของโทนี่ ที่นทีเป็นคนดัดแปลงไปทั้งหมด ด้านนอกหน้าต่างของห้องพยาบาล ชายผู้อยู่ในชุดสูทสีดำหมวกของเขามีขนนกสีขาวกำลังแสยะยิ้มออกมาอย่างพึ่งพอใจ เขาตั้งโปรแกรมให้ภาพเหล่านั้นมันยังวนเวียนไปอย่างไม่รู้จบ เรื่องนั้นจบก็จะตื่นมาเจอเรื่องนี้ต่อ มันทำให้ตัวของเหยื่อไม่รู้เลยว่าตอนไหนมันถึงจะเป็นโลกจริงๆ เมื่อกลับมาได้จะทำให้คนๆนั้นกลายเป็นจิตตกเสื่อมถอย หวาดระแวงไปทุกๆอย่าง เรียกได้ว่าโทนี่จะใช้ชีวิตเหมือนกับคนธรรมดาทั่วๆไปไม่ได้เลย “ .. ระหว่างเรา ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ... ก็ไม่ถึงกับต้องตายเหมือนกัน” จากนั้นนทีก็ยิ้มออกมาก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอย แต่เสียงของนทีนั้นมันก็ยังคงลอยเข้าไปภายในหูของโทนี่ และตอนนี้เขาก็ยังวนๆอยู่กับภาพหลอนๆนั้นทุกๆครั้งที่เขาคิดจะหลับตา.. แต่ว่าเหตุการณ์บางอย่างก็กำลังก่อตัวขึ้นในมุมโลกแห่งหนึ่ง และมันเป็นชนวนของความสงครามทุกๆอย่าง ‘แนนซี่’ น้องสาวทางโลกของโนเบิล บุตรแห่งเทพสงคราม เธอออกมาทำภารกิจตามที่ได้มอบหมายจากองค์กรพร้อมกับหน่วยเนเมสันหลายคน “รีบแจ้งศูนย์ใหญ่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะเกิดเรื่องที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา..” แนนซี่กล่าวออกมาอย่างร้อนลนนิดๆหน่อยๆ ในตอนนี้เธอเป็นหัวหน้าหน่วยสอดแนมขององค์กรเนเมสัน และกำลังตกใจกับสิ่งที่เธอได้เห็น มันทำให้แนนซี่ต้องรีบแจ้งข่าวไปในทันทีเพราะสิ่งที่องค์กรลับทางศาสนาที่ชื่อว่าไนท์ กำลังมีแนวคิดทำอะไรแปลกประหลาดไปอย่างมาก พวกเขาจะทำมนุษย์โคลนนิ่งที่เป็นร่างเทียมของบุตรของพระเจ้า หรือก็คือพระผู้ไถ่บาปตามความเชื่อของพวกเขา องค์กรลับนี้ได้เก็บไม้ตรึงร่างที่บุตรพระเจ้าได้ลงมาโปรดสัตว์เมื่อครั้งก่อนไว้อย่างดี แต่ในตอนนี้พวกเขาต้องการนำดีเอ็นเอ ที่ทำให้ศาสนาจักรมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น นอกเหนือจากนั้นพวกเขายังคิดจะสร้างพระแม่ของบุตรของผู้เป็นเจ้า ด้วยความเชื่อที่ว่าพระแม่นั้นเป็นผู้ที่มีพรแห่งการรักษา แนนซี่ที่คิดว่าเรื่องนี้มันส่งผลกระทบถึงเทพเจ้าแล้ว จึงต้องรีบแจ้งเพื่อให้ทางตัวของพี่นที หรือเทพแห่งความสับสนจัดการอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะสายเกินไป หากไม่อย่างนั้นแล้วมันจะกลายเป็นสงครามเทพบนโลกมนุษย์ และมันผิดวัตถุประสงค์ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงปืนก็ดังออกมาเสียงดัง แน่นอนว่าทางองค์กรไนท์รู้ตัวแล้วว่า พวกเขาโดนสอดแนม และพวกเขาจะต้องรีบจัดการปัญหาเหล่านี้ เหล่าเนเมสันที่เป็นยมทูตต่างไม่เป็นอะไร เพราะพวกเขามีกายเนื้อในรูปแบบพิเศษ แต่มันต่างออกไปจากแนนซี่ และพรรคพวกอีกสองคนที่ต้องวิ่งหนีออกไปกลางป่า ที่พวกเขาจอดยานบินเอาไว้ให้เร็วที่สุด จนในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงยาน “ช่างโชคดีจริงๆที่เราสามารถเดินทางมาได้ถึงยานก่อน เท่านี้ก็เท่ากับว่าพวกเราน่าจะปลอดภัยแล้วล่ะ” ยานขององค์กรเนเมสันนั้นมีรูปร่างคล้ายกับจานบิน มันล้ำสมัยกว่าที่เคยมีใช้มาในโลกแห่งนี้ เทคโนโลยีอะไรต่างๆ ก็ก้าวนำไปแล้วหลายอย่าง การพรางตัว วัสดุที่ทำตัวอย่างเองก็เป็นธาตุสังเคราะห์ที่มีกรรมวิธีจัดการหลายขั้นตอนกว่าจะได้ 1 กิโลกรัม ไหนจะอาวุธ และอื่นๆที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนานั้นอีกเมื่อยมทูตที่คอยถ่วงเวลาให้ก็กลับเข้ามาภายในยาน จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเดินเครื่องเพื่อที่จะบินหนีไปในทันที ในขณะที่ยานกำลังลอยตัวขึ้น กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ยืนมองดูอยู่มากกว่า 20 คน พวกเขาต่างสวมชุดนักบวรสีดำ ที่คอดูคล้องไปด้วยสร้อยเส้นใหญ่สีเงิน และมีไม้กางเขนที่เป็นรูปตัวบวก เท่ากันทุกๆมุมอยู่กลางอก “เจ้าคุณพ่อ.. เราควรจัดการเช่นไรดีขอรับ” นักบวรท่านหนึ่งถามเอ่ยกับหัวหน้านักบวรกลุ่มนี้“หากว่าพ่อคาดเดาไม่ผิด.. พวกนั้นคือพวกยมทูตอย่างแน่นอน.. เนเมสัน... พ่อว่าตอนนี้องค์กรของเรายังไม่พร้อมที่จะเป็นศัตรูกับพวกเขา เหมือนว่าตอนนี้พวกเนเมสันมีอิทธิพลมากในทางโลก... อื้มม..” เจ้าคุณพ่อท่านนั้นเอ่ยพึมพำ พร้อมกับคิดตามไปด้วย“แล้วเราจะต้องแจ้งศาสนาจักรไม่ขอรับ” คนอื่นๆในที่แห่งนั้นก็ต่างสงสัยว่าจะเอาอย่างไรดี เจ้าคุณพ่อหันหน้ามองมาทางลูกน้อง มันเหมือนกับเป็นการกดดันเขาเล็กน้อย ประมาณว่ารีบบอกมาได้ไหมว่าจะให้ยังไงต่ออะไรประมาณนี้ เจ้าคุณพ่อมองที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนนี้“เรื่องแจ้งนั้นเราต้องแจ้งอย่างแน่นอน.. และก็แจ้งทางศาสนาจักรไปด้วยว่า องค์กรไนท์ของเราจะย้ายออกจากสถานที่แห่งนี้ เพราะความลับทั้งสถานที่ และความลับเรื่องพระผู้ไถ่บาปได้หลุดออกไปแล้ว ถึงเนเมสันจะบอกว่าตัวเองเป็นกลางทางสงคราม แต่พวกเขาพยายามเหมือนเป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง.. มันน่าสงสัยมากจริงๆ เอาเถอะ เจ้าแจ้งไปตามนี้ ส่วนคนที่เหลือไปช่วยกันย้ายของก็แล้วกัน” เจ้าคุณพ่อบอกให้แจ้งไปทางต้นสังกัด ก่อนที่เขาจะสั่งงานลูกน้องที่เหลือ และภูเขาลูกนี้ที่เคยเป็นที่เก็บของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆขององค์กรไนท์ ก็ต่างถูกยกหายออกไปอย่างไร้ร่องลอย ส่วนแนนซี่ก็รีบติดต่อสัญญาณด่วนไปที่กานต์รุ่นเก้าโดยตรง จนเรื่องมันก็มาถึงนทีในเวลาสามทุ่มของวันนี้ นทีพึ่งจะกลับมาจากการเยี่ยมไข้คนไข้ที่น่าสงสารคนหนึ่ง แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย และมันทำให้เขาจิตตกเป็นอย่างมาก (เดี๋ยวๆๆ ได้ข่าวว่านายไปทำเขามานะลูก) เมื่อนทีเห็นเขาก็ยิ้มออกมา ครั้งนี้ศาสนจักรอาจจะทำออกมาได้เยี่ยมยอดก็เป็นไปได้ เพราะเขามีพลังหนึ่งที่ชื่อว่ารัศมีเทพ หรือเอาง่ายๆเทพที่มีศักดิ์น้อยกว่าเขาจะได้รับผลเต็มๆ และมันจะทำให้เทพนั้นๆต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของเขาอย่างสมบูรณ์ แล้วไหนจะใช้พลังแค่ความสับสนอีก รับรองมันจะเป็นสัญญาทาสได้นับร้อยปีพันปีเลยทีเดียว แต่นทีก็ยังสงสัยอยู่ไม่น้อยว่ามันจะออกมาเป็นเทพจริงๆหรือเปล่า ที่เหลือก็ต้องรอลุ้นกันทีหลัง เขาสั่งการว่าจะปล่อยให้พวกเขาทำต่อไป และแน่นอนว่ายังให้ติดตามอยู่ห่างๆต่อไป และเมื่อถึงเวลาเขาจะไปจัดการด้วยตัวเอง พวกเขารับคำสั่ง และนทีก็แยกตัวไปนอนต่อไปวันนี้เขารู้สึกตัวเองได้เลยว่าเขาใช้พลังไปมากกว่าทุกๆที และนี่มันคือข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์ หากเป็นในร่างเทพแล้ว การที่จะให้ผู้คนนสับสนพร้อมกันทั่วทั้งโลก มันยังไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย แต่ร่างมนุษย์ใช้พลังระดับที่ทำให้คนๆหนึ่งสับสนได้ตลอดไป มันเลยทำให้ร่างกายอ่อนเพลียไปมาก เขานอนลงไปเมื่อแล้วก็ยิ้มหวานออกมา เมื่อเขาได้นึกถึงหน้าของแพรวาในตอนเย็นวันนี้ “..น่าจะเป็นฝีมือนายซินะ.... ชิ ช่างเถอะ ยังไงก็ขอบคุณมากนะ” เพราะใบหน้าของเธอในเวลานั้น มันแสดงหน้าเหวอๆออกมา แต่เหมือนเธอจะไม่เคยคาดคิดว่า พลังของนทีจะทำได้มากถึงขนาดนี้ เธอกล่าวขอบคุณ และรีบปิดประตูห้องไป และก็พูดออกมาเสียงเบาๆว่า“หรือว่าเขาจะใช้พลังนั้นกับฉันกัน” จากนั้นเธอก็เริ่มที่จะหน้าแดงออกมาอ่อน ก่อนที่เธอจะตกใจ เพราะว่าเสียงของนทีที่ดังมาข้างๆหูของเธอ“ไม่น่าจะใช้นะ ฮ่าๆๆ” แล้วเสียงนั้นมันก็หายไป พร้อมกับแพรวาที่วิ่งไปที่เตียงของตัวเองก่อนจะนำใบหน้าไปซุกที่หมอนตัวโปรดที่เธอเก็บมันไว้อยู่เป็นประจำ ตั้งแต่วันนั้น