จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 60 โชคดี

            ตูม!

            ตูมตาม!

            ผู้แข็งแกร่งจากทั้งสี่ทิศต่างมุ่งเข้ามายังภูเขาไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว และเริ่มเข้าต่อสู้กันทันที ภูเขาสูงตระหง่านทั้งสองลูกกำลังพังทลายลงมา เย่เฉินที่อยู่ท่ามกลางภูเขาสองลูกนั้นก็ต้องพบกับความยากลำบากอีกครั้ง

            “ให้ตายเถอะนี่มันจริงใจแล้วหรือ” เย่เฉินปีนขึ้นมาจากเศษหิน และอดไม่ได้ที่จะบ่นด่าต่อว่าชายชราผมดำที่ดันหนีเข้ามาในภูเขาแห่งนี้และนั่นทำให้เขาต้องมาประสบกับหายนะเช่นนี้

            “เอาเม็ดยาผสานฟ้าออกมาเดี๋ยวนี้”เสียงตะโกนอันคมชัดดังขึ้นมาในอากาศทำให้เย่เฉินเข้าไปซ่อนตัวตรงกำแพงหินแห่งหนึ่ง

            “ถ้ากล้าก็มาเอา”ชายชราผมดำส่งเสียงคำรามกึกก้องอานุภาพของระดับสูงสุดของขั้นสมานญาณครอบคลุมไปทั่วผืนฟ้าแผ่นปากั้วที่อยู่บนศีรษะก็ส่องแสงประกายแพรวพราว

            นี่เป็นผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งเป็นผู้ฝึกตนที่เข้าใกล้อาณาเขตสวรรค์ หากต้องสู้ตามลำพัง เขาไม่กลัวใครทั้งนั้นถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับผู้อยู่ในขั้นผสานฟ้า เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็ยากที่จะจินตนาการถึงผลลัพธ์ของมัน

            “รนหาที่ตาย”ผู้แข็งแกร่งจากทุกสารทิศล้วนเคลื่อนไหว เงากระบี่ รอยพิมพ์ฝ่ามืออาวุธวิญญาณต่างโจมตีไปมาเต็มไปทั่วท้องฟ้า

            เมื่อเห็นดังนั้นชายชราผมดำก็ขยับแผ่นปากั้ว และเปลี่ยนเป็นขนาดใหญ่โตอย่างรวดเร็วเพื่อจะป้องกันตนเอง

            ตูม!

            ตูม!

            การโจมตีจากทั้งสี่ทิศค่อยๆ จู่โจมไปยังแผ่นปากั้ว

            แกรก!

            บึ้ม!

            เสียงทั้งสองนี้ดังขึ้นมาแผ่นปากั้วก็แตกออกทันที และชายชราผมดำก็ต้องพบกับการลอบทำร้ายจนร่างกายของเขาได้เปียกชุ่มไปด้วยเลือด

            “แล้วข้าจะกลับมา”เสียงตะโกนดังขึ้น ชายชราผมดำชี้นิ้วไปยังอากาศ

            ทันใดนั้นก็เกิดวังวนพลังขึ้นอีกครั้ง และกลืนเขาเข้าไป

            “คิดจะหนีหรือ?” ชายร่างใหญ่อำมหิตผู้หนึ่งตะคอกขึ้นมา จากนั้นจึงรูดมีดเล่มใหญ่ตัดแสงปลายดาบที่ยาวห้าฟุตออกไป เพื่อตัดเส้นทางหนีของชายชราผมดำ

            ชายชราผมดำได้รับบาดเจ็บจนหลุดออกจากวังวนพลัง และยังไม่ทันจะทรงตัวขึ้นได้ การโจมตีจากทั่วทั้งท้องฟ้าก็มาถึงแล้ว

            อ๊าก...!

            เสียงตะโกนร้องด้วยความโมโหดังขึ้นชายชราผมดำพูดจาอย่างไม่พอใจ แต่กลับยังไม่สามารถหลบหนีจากการถูกโจมตีได้

            หลังจากเสียชีวิตถุงเก็บของที่เขาพกติดตัวก็ระเบิดออก สิ่งของที่อยู่ด้านในก็กระจัดกระจายไปทั่วทั้งอากาศแต่ละชิ้นล้วนส่องแสงสุกสว่าง จากนั้นก็ร่วงหล่นลงมา

            “เม็ดยาผสานฟ้า”มีคนเจอกล่องหยกที่ใช้ใส่เม็ดยาผสานฟ้าแล้ว จึงรีบยื่นมือออกไปทันที

            เวิง!

            ก่อนที่ชายผู้นั้นจะสัมผัสกับกล่องหยกก็ถูกลำแสงของกระบี่เส้นหนึ่งในแนวทแยงตัดเข้าถูกแขนของเขา

            กล่องหยกกลายเป็นสิ่งที่ไร้เจ้าของด้านในบรรจุเม็ดยาผสานฟ้าเอาไว้ ทำให้ทุกคนต่างบ้าคลั่งการต่อสู้ที่ชุลมุนได้กลายเป็นความน่าสังเวช โลหิตเต็มไปทั่วท้องฟ้าผู้แข็งแกร่งในขั้นสมานญาณ ต่างตกลงสู่ห้วงอากาศ และร่วงหล่นลงมาดั่งดอกไม้โลหิต

            ที่ด้านล่างเย่เฉินหวาดผวาเป็นอย่างมาก

            พวกเขาล้วนแต่เป็นคนโหดเหี้ยมในขั้นสมานญาณการต่อสู้ครั้งใหญ่นี้เป็นการเคลื่อนภูผาทำลายปฐพีไปในทันทีเพียงแค่ผายลมออกมาก็สามารถฆ่าเขาให้ตายได้แล้ว

            ในขณะนี้แสงสว่างนั้นได้ตกมาสู่ห้วงอากาศ เมื่อดูอย่างละเอียด มันคือดาบใหญ่เล่มหนึ่งเสียงของดาบกระทบไปยังก้อนหินตรงหน้าของเย่เฉิน บนดาบนั้นยังมีคราบเลือดติดอยู่และดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งของที่มาจากถุงเก็บของของชายชราผมดำ

            ในขณะนี้กลางอากาศกำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเม็ดยาผสานฟ้าการต่อสู้กำลังเป็นไปอย่างดุเดือด ใครจะไปสนใจของวิเศษที่กระจัดกระจายพวกนั้นกัน

            เย่เฉินมองไปรอบๆจากนั้นก็ก้าวออกไปข้างหน้าและดึงดาบเล่มนั้นออกมา

            ดาบใหญ่เล่มนี้ไม่ได้อยู่ในระดับชั้นต่ำอาวุธวิญญาณที่รวบรวมไว้โดยผู้อยู่ระดับขั้นสมานญาณจะต้องไม่ใช่อาวุธที่อ่อนแออย่างแน่นอนไม่จำเป็นต้องใส่พลังปราณลงไปก็มีลำแสงของดาบปรากฏขึ้นชัดเจนและยังมีความสามารถในการแยกทุกสิ่งทุกอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นอาวุธวิญญาณที่เอาแต่ใจไม่ใช่น้อย

            “ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ”เย่เฉินยิ้มขึ้น พลางยัดดาบใหญ่เล่มนั้นเข้าเก็บในถุงเก็บของ

            แต่ในขณะนี้ เขาเหลือบไปเห็นด้านบนของดาบเล่มนั้นมันมีไข่มุกวิญญาณขนาดเท่านิ้วมือผู้ใหญ่ประดับอยู่หนึ่งเม็ด

            เย่เฉินมองเข้าไปใกล้ๆสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจเพราะในไข่มุกวิญญาณนั้นยังมีเม็ดยาวิญญาณสีม่วงครึ่งเม็ดอยู่ด้วยแม้ว่าจะถูกปิดผนึกไว้ในไข่มุกวิญญาณแต่เขาก็ยังคงได้กลิ่นหอมของเม็ดยาที่เอ่อล้นออกมา

            “เม็ดยาผสานฟ้า”เขาหลุดปากออกมาอย่างไม่รู้ตัว ลมหายใจของเย่เฉินก็ถี่ขึ้นทันที เป็นเพราะแค่เขาได้เห็นมันเพียงชั่วพริบตาในหอซ่อนมังกรเขาก็สามารถจำมันได้ทันที

            ทันใดนั้นเขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้

            นั่นก็คือชายชราผมดำได้ทำการแบ่งเม็ดยาผสานฟ้าออกเป็นสองส่วนครึ่งหนึ่งถูกผนึกไว้ในไข่มุกวิญญาณและนำมาฝังเอาไว้บนดาบ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งบางทีอาจจะมีแค่เพียงชายชราผมดำเท่านั้นที่รู้หรือบางทีชายชราผมดำอาจจะร่วมมือกับผู้สมรู้ร่วมคิดนำมันไปยังที่ที่ปลอดภัยแล้วก็เป็นได้

            เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความรอบคอบของชายชราผมดำ

            เพียงแต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยตอนนี้เขายังคงถูกจดจ้องจากผู้คนอยู่ ดังนั้นเขาจึงถูกสกัดกั้นไว้ที่นี่ตรงที่มีการนองเลือดในอากาศ

            “ครึ่งหนึ่งของเม็ดยาผสานฟ้าอยู่ที่นี่อย่างนั้นในกล่องหยกที่พวกเขากำลังแย่งชิงกันแปลว่าก็ไม่มีเม็ดยาผสานฟ้าอีกครึ่งหนึ่งอยู่ในนั้น” เขาพูดเบาๆแล้วก็มองขึ้นไปบนอากาศทันที

            เหล่าผู้แข็งแกร่งยังคงต่อสู้เพื่อแย่งชิงกล่องหยกใบนั้นจนเลือดนองไปทั่วหยดเลือดไหลรินลงมาดุจเม็ดฝนในตอนนี้ก็ยังมีผู้แข็งแกร่งขั้นสมานญาณตกลงมาจากอากาศเป็นภาพฉากที่น่าสังเวชยิ่งนัก เป็นภาพของคราบเลือดทำให้เย่เฉินถึงกับหน้าซีดไปอีกครั้ง

            หลังจากรีบดึงดาบออกมาเย่เฉินก็เดินออกไปจากภูเขา

            การได้เม็ดยาผสานฟ้าครึ่งเม็ดมาไว้กับตัวถือว่าเป็นความกรุณาจากสวรรค์เขาไร้ซึ่งความทะเยอทะยานที่จะต่อสู้เพื่อช่วงชิงอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ

            การจากไปของเขาไม่ได้เป็นที่สนใจของผู้แข็งแกร่งเลย แค่ผู้ฝึกตนขั้นรวมพลังคนหนึ่งในสายตาของพวกเขาแล้วก็เป็นเพียงมดตัวหนึ่ง เป้าหมายของพวกเขาคือเม็ดยาผสานฟ้าแม้ว่าเย่เฉินจะมีของวิเศษแปลกๆ ไว้ในครอบครอง พวกเขาก็ไม่สนใจที่จะช่วงชิงมันมา

            เมื่อหนีออกมาจากภูเขาได้เย่เฉินก็รีบหยิบคาถาวิถีสวรรค์ออกมา แปะไว้บนร่างกาย และรีบพุ่งออกไปในทันที

            ตูม!

            ตูมตาม!

            หลังจากเขาจากไปได้ไม่นานเสียงกึกก้องสนั่นหวั่นไหวของภูเขาได้ดังสะเทือนไปทั่วทั้งฟ้าภูเขาจำนวนหลายสิบลูกต่างพังทลายลงมาในทันที

            จากนั้นเงาร่างที่บาดเจ็บจำนวนมากก็ได้เหาะออกมาจากด้านในแต่ละคนต่างเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

            “บัดซบในกล่องหยกทำไมจึงได้มีคาถาอสุนีบาตเก้าชั้นฟ้าได้” ชายชราผู้โชกไปด้วยเลือดพูดอย่างเยือกเย็น

            “ในกล่องหยกใบนั้นจริงๆแล้วไม่มีเม็ดยาผสานฟ้า” มีผู้มีสายตาเฉียบคมเริ่มมองเห็นเบาะแสบางอย่าง“พวกเราทั้งหมดคงจะหลงกลแล้ว บางทีเม็ดยาผสานฟ้าอาจจะถูกส่งออกไปนานแล้ว”

            “สู้กันอยู่ครึ่งคืนสุดท้ายกลับไม่มีอะไรเลย”

            “เยี่ยมไปเลยตอนนี้เม็ดยาผสานฟ้าอยู่ในมือใครแล้วก็ไม่อาจรู้ได้ จะไปตามหาตอนนี้ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร”

            “เป็นการวางแผนที่ไม่เลว”ผู้แข็งแกร่งหลายคนเริ่มกัดฟันพวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าชายชราผมดำจะใช้กลอุบายเอาของอย่างอื่นมาแทนที่เช่นนี้นำเม็ดยาผสานฟ้าไปแต่กลับนำคาถาอสุนีบาตเก้าชั้นฟ้าที่สามารถระเบิดได้มาใส่ไว้แทนที่

            ......

            “อะไรกัน? แล้วเม็ดยาผสานฟ้าอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่ไหนกัน?”ภายใต้ค่ำคืนอันมืดมิด เสียงตะโกนอันเยือกเย็นดังขึ้นในห้องโถงของตำหนักแห่งหนึ่ง

            “ข้อมูลได้แจ้งมาเช่นนี้ผู้อาวุโสสามถูกคนสกัดไว้ในหุบเขา และถูกทำร้ายจนสิ้นชีวิตและเม็ดยาผสานฟ้าอีกครึ่งหนึ่งที่เขานำมาด้วยนั้น...ก็ไม่ทราบว่าหายไปอยู่ที่ใดแล้ว”

            “เลวระยำ”

            “สืบไปสืบมา ไปตามค้นมาให้หมดทั้งต้าฉู่ จะต้องหาเม็ดยาผสานฟ้าอีกครึ่งหนึ่งให้เจอข้าจะต้องทำให้พวกเขารู้ถึงจุดจบของการท้าทายตำหนักซื่อเสี่ยของข้า”

            ......

            กลางดึกเย่เฉินได้ลากร่างที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำเข้าไปยังถ้ำแห่งหนึ่ง

            น้ำยาวิญญาณถูกนำออกมาทันทีหลังจากเทไปอย่างเต็มที่ เขาก็เริ่มการโคจรลมปราณทำการหลอมกายทรหดในทันทีเพื่อซ่อมแซมกระดูกที่หักและเส้นลมปราณในร่างกาย

            นั่งอยู่เช่นนี้หนึ่งวันหนึ่งคืน

            จนกระทั่งกลางดึกของวันต่อมาเมื่อผ่อนคลายลมหายใจที่ติดขัดออกไป เขาจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น

            ในขณะนี้บาดแผลทั่วทั้งร่างกายของเขาได้หายไปแล้วใบหน้าที่ซีดเซียวของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ มีชีวิตชีวา สดชื่นขึ้นอย่างมาก

            เขายืดบิดร่างกายที่ค่อนข้างแข็งทื่อจากนั้นจึงหยิบดาบเล่มใหญ่นั้นออกมา

            ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความเขาก็ดึงเอาไข่มุกวิญญาณที่ประดับอยู่บนดาบออกมาแต่ก็ไม่ได้ทำลายมันให้กลายเป็นเศษไข่มุกวิญญาณเม็ดนี้ปิดผนึกเม็ดยาผสานฟ้าเอาไว้ด้านใน หากทำลายไข่มุกวิญญาณเมื่อเวลาผ่านไป สรรพคุณของเม็ดยาวิญญาณก็จะสูญหายไปด้วย

            “นี่มันช่างเป็นโชคดีจริงๆ”ดวงตาของเย่เฉินเป็นประกาย จ้องไปยังเม็ดยาผสานฟ้าที่ถูกปิดผนึกไว้ในไข่มุกวิญญาณลมหายใจของเขาก็หอบถี่ขึ้นทันที

            เม็ดยาผสานฟ้านี่คือเม็ดยาผสานฟ้าของแท้สมราคา

            ในงานประมูลผู้ทรงอิทธิพลแต่ละคนจะต้องต่อสู้กันอย่างหนักเพื่อให้ได้มันมาและยังประมูลไปได้ในราคาที่สูงถึงสิบล้านหินวิญญาณ หลังจากการประมูลเสร็จสิ้นผู้แข็งแกร่งจากทุกสารทิศต่างลงมือต่อสู้กันเพื่อช่วงชิงมันและมีผู้แข็งแกร่งจำนวนมากที่ต้องตายเพราะมัน

            ในขณะนี้เม็ดยาผสานฟ้าครึ่งหนึ่งถูกถือไว้ในมือทำให้เย่เฉินมีความรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน

            หากต้องการจะรู้ความล้ำค่าของเม็ดยาผสานฟ้าก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบในอนาคตของต้าฉู่แม้ว่าเม็ดยาผสานฟ้าในมือของเขามีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่มันก็สามารถจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของผู้คนจำนวนมาก

            “ข้าจะรู้สึกเช่นไรที่เม็ดยาผสานฟ้าเพียงครึ่งเดียวที่ข้าถือครองไว้จะมีความเกี่ยวข้องกับอนาคตของต้าฉู่!”เย่เฉินลูบคาง และบ่นพึมพำกับตัวเอง

            เอ๊ะ?

            และในขณะนี้ก็มีเสียงดังออกมาจากนอกถ้ำ ทำให้เขารีบเก็บเม็ดยาผสานฟ้าและมองออกไปที่ปากทางเข้าถ้ำ

            เมื่อมองดูเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที

            ห่างออกไปจากถ้ำเขาสามารถมองเห็นเงาร่างที่งดงามได้เลือนลาง มือขวากุมปิดไหล่ซ้ายเอาไว้เดินเข้ามาอย่างโซเซ อาการบาดเจ็บของนางค่อนข้างสาหัส และเมื่อดูจากท่าทางของนางแล้วนั้นเหมือนจะถูกตามไล่ฆ่ามา

            หญิงสาวผู้นั้นเมื่อมองอย่างละเอียด ดูเหมือนจะเป็นจีหนิงซวงแห่งสำนักเจิ้งหยาง?

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน