บทที่ 32 หุบเขาในทะเลทราย
[ชื่อ : แก้วัสตรอว์เบอร์รี]
[ชื่อสามัญ : พิทยา แก้วัหยก ผลไม้ะ ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์]
[อาณาจักร : พืช]
[ชั้น : พืชดอกแบบใบเลี้ยงคู่]
[วงศ์ : กระบองเพชร]
[สกุล : เซอเลอนิเซเรียส]
[แนะนำโดยสังเขป : แก้วัมีรูปร่างแปลกประหลาด เปลือกสีแดง ส่วนที่ยื่นออกมาจากเปลือกมีลักษณะคล้ายเปลวไฟ ซึ่งทำให้ผู้คนนึกถึงเกล็ดั ดังนั้นจึงถูกเรียกว่าแก้วั ทนแดด ทนความร้อนและความแห้งแล้ง ในบางพื้นที่ของโลก แก้วัถือเป็สัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์]
[สรรพคุณ : (1) คุณค่าทางอาหาร มีรสหวาน คุณค่าทางโภชนาการสูง และมีโรคและศัตรูพืชน้อย สามารถเติบโตได้โดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง (2) คุณค่าทางยา ผล ดอก และใบของแก้วัสามารถใช้เป็ยา ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ส่งเสริมสุขภาพดวงตา ลดน้ำตาลในเื ลดไขมันในเื และลดความดันโลหิต (3) แก้วัเป็พืชสวนที่ดอกและผลสามารถใช้เป็อาหารได้ ซึ่งมีคุณค่าทางไม้ประดับสูงมาก]
[พื้นที่กระจายตัว : รูปภาพ [คลิกเพื่อขยาย]]
[ติ๊ง! เมล็ดพันธุ์แก้วัสตรอว์เบอร์รีถูกปลดล็อกแล้ว โฮสต์สามารถไปที่ร้านค้าของระบบเพื่อซื้อมันได้ตลอดเวลา]
เฉียวซู่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจหลังจากปลดล็อกภาพประกอบพืชมากมาย มันจัดอยู่ในหมวดพืชที่สามารถกินได้
สำหรับเื่ที่ว่าเขาจะสามารถปลูกพืชเหล่านี้ในเขตพื้นที่ปกครอง 044 ได้หรือไม่ เฉียวซู่ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมันเลยแม้แต่น้อย
ไม่จำเป็ต้องพูดถึงความช่วยเหลือจากระบบ หุบเขาสีเขียวตรงหน้าของเขาได้พิสูจน์แล้วว่าพืชชนิดนี้สามารถเติบโตในทะเลทรายแห่งนี้ได้
พืชทะเลทรายมักเป็พืชที่หยั่งรากลึกเกือบทั้งหมด พวกมันมีระบบรากที่ค่อนข้างพัฒนาและสามารถหาแหล่งน้ำที่อยู่ลึกใต้ดินได้
ดังนั้นทรายบนพื้นผิวจึงไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ การมีแหล่งน้ำอยู่ในดินหรือไม่คือเหตุผลพื้นฐานว่าสามารถทำให้ทะเลทรายกลายเป็โอเอซิสได้สำเร็จ
เฉียวซู่เก็บแก้วัสตรอว์เบอร์รีทั้งหมดที่เขาเห็นตรงหน้าก่อนจะหยุดมือลง
ผลไม้ขนาดเท่าสตรอว์เบอร์รีห้าสิบหกผลกองอยู่ในกระเป๋าเป้ สีแดงของมันดูเพลินตาเป็อย่างมาก
[หืมม มันดูน่ากินจริง ๆ]
[พี่ซู่ เรามาแลกจรวดกับแก้วัสตรอว์เบอร์รีกันดีไหม?]
[เทียบกับแก้วัสตรอว์เบอร์รีพวกนี้ ฉันสนใจโสมทะเลทรายของพี่ซู่ที่สามารถบำรุงไตได้มากกว่า]
[ข้างบน ฉันแคปความคิดเห็นของนายให้กับแฟน ๆ 32 คนและผู้ติดตาม 121 คนแล้ว ตอนนี้ญาติและเพื่อนของนายรู้แล้วว่านายเป็โรคไต ไม่ต้องขอบคุณนะ]
ผู้ชมภายในห้องไลฟ์สดยังคงซุกซนเหมือนเดิม เฉียวซู่ยิ้มให้กับหน้าจอโปร่งแสงตรงหน้าของตัวเองและเร่งมือเก็บแก้วัสตรอว์เบอร์รี
หลังจากที่เก็บแก้วัสตรอว์เบอร์รี ดวงอาทิตย์ก็แทบจะหายไปโดยสมบูรณ์ เหลือเพียงแสงสว่างสุดท้ายเท่านั้น เฉียวซู่รีบพาอาหลีน้อยเข้าไปในหุบเขาทันที
หุบเขาตรงหน้าของพวกเขาปกคลุมด้วยต้นป็อปลาร์*[1] ประปราย ซึ่งเป็ไม้ผลัดใบที่มีให้เห็นโดยทั่วไปในทะเลทราย และยังเป็พืชที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในโอเอซิสอีกด้วย
“แม้ว่าในหุบเขานี้จะมีต้นไม้อยู่ แต่หากพูดกันตามหลักแล้ว มันก็ไม่ถือว่าเป็โอเอซิส” เฉียวซู่เอ่ยกับกล้อง
“คำจำกัดความของโอเอซิสคือ ภูมิทัศน์ทางนิเวศที่แตกต่างกันซึ่งมีภูมิอากาศจุลภาคที่ชัดเจนในพื้นที่ขนาดเล็ก แต่เป็ชุมชนทางชีววิทยาขนาดใหญ่ในพื้นที่ขนาดใหญ่”
“มันอาจฟังดูเข้าใจยาก แต่ในความเป็จริง สิ่งนี้สามารถสรุปได้เป็ประโยคเดียวว่า การก่อตัวของโครงสร้างทางนิเวศวิทยาที่สมบูรณ์และเป็อิสระในทะเลทรายคือสิ่งที่เรียกว่าโอเอซิส”
“หุบเขาตรงหน้าของผมไม่ตรงตามมาตรฐานนี้ แต่มันก็เพียงพอสำหรับผมที่จะพักและผ่านพ้นค่ำคืนที่ยากลำบากไปได้”
เฉียวซู่ปลดล็อกพืชโดยรอบทีละชนิด และภาพประกอบพืชภายในหัวของเขาสว่างขึ้นทีละอัน
ต้นป็อปลาร์ ต้นปาล์ม และต้นพุทราทรายตั้งอยู่ทั่วหุบเขา พุ่มไม้และสมุนไพรบางชนิดหยั่งรากลงไปในชั้นหิน ความมีชีวิตชีวาของพวกมันทำให้ผู้คนรู้สึกหวั่นเกรง
โดรนลูกบอลขนาดเล็กบินสูงขึ้นไปบนฟ้าภายใต้การควบคุมของเฉียวซู่ และภาพมุมสูงของทั้งหุบเขาก็ปรากฏขึ้นภายในหัวของเขาทันที
ในทะเลทรายอันมืดมิด หุบเขาเปรียบเสมือนมรกตเจิดจ้า ฝังลึกอยู่ในทะเลทรายอันรกร้าง
จากมุมมองของพระเ้า ต้นไม้ภายในหุบเขาจัดเรียงเป็แถวอย่างสม่ำเสมอ เห็นได้ชัดว่าเป็แหล่งน้ำของหุบเขา
“ใต้ทะเลทรายมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ แล้วก็มีแม่น้ำใต้ดินไหลอยู่”
“แม่น้ำใต้ดินเหล่านี้หล่อเลี้ยงพืชในทะเลทราย และยังสามารถใช้สำหรับบริโภคได้ทั้งคนและสัตว์ นำพาความมีชีวิตชีวาอันล้ำค่ามาสู่ทะเลทรายและก่อตัวเป็โอเอซิส”
“ูเาบนโอเอซิสมีชั้นน้ำแข็งและหิมะหนา เมื่อน้ำแข็งและหิมะละลายในฤดูร้อน พวกมันก็จะกลายเป็แม่น้ำใต้ดินสายใหม่”
เฉียวซู่ถอนหายใจกับกล้อง “พลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาตินั้นน่าอัศจรรย์มาก พวกมันกลายเป็วงจรปิดที่สมบูรณ์แบบ เบ่งบานความงดงามของชีวิตในสถานที่รกร้างแห่งนี้”
“ถ้าโชคดี ผมอาจจะหาแม่น้ำที่โผล่ออกมาบนดินหรือแอ่งน้ำที่เกิดจากรอยแยกของหินเจอ”
“สรุปคือ คืนนี้เราจะตั้งแคมป์กันที่นี่!”
เฉียวซู่อุ้มอาหลีน้อยที่อยู่ข้างกายของเขาขึ้นมา ภูมิประเทศภายในหุบเขาซับซ้อนกว่าทะเลทราย เ้าตัวเล็กนี่อาจพลัดหลงกับเขาได้
ทะเลทรายไม่ใช่เมือง การหลงกันที่นี่อาจเทียบได้กับการบอกลาตลอดกาล
เดินไปตาม ‘เส้นชีวิต’ ของต้นไม้ ไม่ถึงสองนาที เฉียวซู่ก็เห็นแอ่งน้ำขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้กิ่งก้านและใบไม้อันร่มรื่น
แอ่งน้ำดังกล่าวใสแจ๋ว และสามารถมองเห็นน้ำไหลซึมออกมาจากรอยแยกของหินโดยรอบได้จาง ๆ
“ว้าว มันมีน้ำอยู่จริง ๆ” ดวงตาของเฉียวซู่ฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด “มันน่าเหลือเชื่อมากที่ได้พบแหล่งน้ำพุใสแบบนี้ที่ใจกลางทะเลทราย”
เฉียวซู่ระงับความ้าที่จะะโลงไปในแอ่งน้ำของตัวเองและเอ่ยต่อ
“ร่างกายของผมเต็มไปด้วยทรายและฝุ่น ตอนนี้ผมอยากจะะโลงไปอาบน้ำจริง ๆ แต่อุณหภูมิโดยรอบต่ำมาก พฤติกรรมแบบนี้อันตรายเกินไป”
เฉียวซู่ส่ายหน้าไปมา ชี้ไปที่คราบน้ำในรอยแยกของหินที่อยู่ไม่ไกลออกไปและเอ่ย
“น้ำพวกนี้เป็น้ำพุูเาไฟ กล่าวคือ พวกมันสามารถดื่มได้โดยตรง ว่ากันว่าน้ำพุเหล่านี้ไหลออกมาจากหินและต้องใช้เวลาหลายพันปีจึงจะเต็ม”
“แหล่งน้ำที่นี่มีค่ามาก ผมจะเติมน้ำสักสองขวดและใช้มันสำหรับล้างหน้าล้างมือให้สะอาด”
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น เฉียวซู่จึงถอดเสื้อออก เผยให้เห็นร่างกายส่วนบนที่แข็งแรง ก่อนจะเดินตรงไปที่แอ่งน้ำ
สภาพของเฉียวซู่ในตอนนี้ไม่ดีนัก พายุทะเลทรายก่อนหน้านี้เกือบฝังทั้งตัวของเขา และเขายังต้องเดินในทะเลทรายที่ร้อนระอุอีกเป็เวลาหลายชั่วโมง
คราบเหงื่อและโคลนผสมปนเปกัน ไหนจะเืของละมั่ง ทำให้ทั้งร่างส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกมาอย่างมาก
มันเหมือนกับกลิ่นของอุจจาระหลังจากกระบวนการหมัก...
หลังจากที่ลังเลอยู่เล็กน้อย เฉียวซู่ก็ยังไม่สามารถทำใจสร้างมลพิษให้กับแอ่งน้ำสะอาดนี้ได้
เขาหยิบผ้าก๊อซออกมาและชุบน้ำในสระ จากนั้นจึงนั่งลงบนโขดหินขนาดใหญ่และเช็ดร่างกายของตัวเอง
[หืม? พี่ซู่หุ่นดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยไม่ใช่เหรอ?]
[1]ต้นป็อปลาร์ เป็สกุลของพืชดอกผลัดใบ 25–30 ชนิดในวงศ์สนุ่น ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในซีกโลกเหนือเป็ส่วนใหญ่